อรภาออกเดินทางไปพัทยาทางรถปรับอากาศ เธอนั่งติดหน้าต่าง เหม่อคิดถึงน้องสาว ที่จะต้องจากเธอไปไกล “ลาก่อนนะยัยอัน ดูแลตัวเองดีๆนะ จี้ที่พี่ให้นั้นจะเป็ตัวแทนแม่และพี่คอยคุ้มครองน้องเสมอ”
สักพักรถคันนี้ก็จอดตรงด่าน เห็นคนขับบอกว่าตำรวจโบกให้จอด บ่นว่า “ไม่รู้ว่าจะต้องโดนปรับค่าอะไรอีก” คนขับลงไปคุยประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นก็มีตำรวจขึ้นมาบนรถมุ่งตรงมาที่อรภา
“คุณเป็ผู้ต้องสงสัย ข้อหาเป็คนร้ายชาวต่างด้าวที่ลอบเข้ามาประเทศไทย”
“พวกคุณพูดบ้าอะไรคะ ฉันเป็คนไทยและไม่ใช่คนร้ายด้วย” ตำรวจไม่พูดอะไรต่อก็จับกุมตัวอรภาทันที ระหว่างที่เดินลงไปจากรถ อรภาก็รีบพูดแก้ตัว “ฉันไม่ใช่คนต่างด้าว ฉันร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี ได้หมดเลยนะคุณ”
ตำรวจไม่สนใจกับคำพูดของอรภา อีกทั้งให้ตำรวจที่เหลือช่วยขนกระเป๋าสัมภาระของเธอมาด้วย ใส่กุญแจมือและให้เข้าไปนั่งในรถตำรวจ
“พวกคุณยัดข้อหาประชาชน ฉันจะฟ้องร้องคอยดู…@###$$$%%%&&**$” และด่าอีกยาวครึ่งชั่วโมงก็ยังพูดไม่จบ ตำรวจเลยใช้ผ้าปิดปากเพื่อให้อรภาเงียบ
ในใจอรภาตอนนี้คิดว่า “ทำไม่นี้ดวงซวยจัง ต้องทำบุญกี่วัดนี่ถึงจะสะเดาะเคราะห์ได้ อยู่ดีๆก็มาโดนยัดข้อหา”
รถตำรวจมาถึงจุดหมาย ตำรวจพาอรภามานั่งที่ม้านั่ง โดยยังไม่แกะผ้าปิดปากให้ แล้วพูดว่า “พวกผมขอโทษนะครับคุณนาย เห็นผู้กองพงศ์เทพบอกว่าเมียหนีไปพัทยา พวกเราก็เลยอยากช่วยให้คุณคืนดีกับผู้กองน่ะครับ มีอะไรก็คุยกันดีๆ อย่าถึงกับหนีกันไปเลยนะครับ ถ้าคุณนายคืนดีแล้วก็อย่าเอาเื่พวกผมเลยนะครับ”
สักพักผู้กองพงศ์เทพก็เดินมา ตำรวจคนอื่นๆพากันแยกย้ายออกไปทำงานต่อ ผู้กองถอดกุญแจมือและแกะผ้าปิดปากออกให้
อรภารู้สึกโมโหมาก เพราะครั้งนี้ถือว่าผู้กองแกล้งเธอแรงเกินไป เลยตบหน้าผู้กอง
“ผู้กองทำบ้าอะไร ครั้งนี้ผู้กองทำเกินไปจริงๆนะคะ ฉันให้อภัยผู้กองทุกสิ่งอย่าง คุณ้าให้ฉันเกลียดคุณไปตลอดชีวิตหรืออย่างไรคะ”
ผู้กองพูดโดยมีมือจับไปที่แก้มตัวเอง “ผมขอโทษจริงๆครับ ฟังผมก่อนนะ”
อรภาไม่อยากได้ยินคำแก้ตัวใดใด จะเดินหนีออกไปจากสถานีตำรวจ
ผู้กองเลยะโว่า “ที่ผมทำเพราะคุณฟ้าเป็คนขอร้องให้ผมรั้งคุณไว้ก่อนครับ”
พอได้ยินว่าฟ้าขอร้อง อรภาก็เลยรีบหันกลับมาฟัง
“คุณฟ้าฝากให้ผมคืนสร้อยให้คุณ พร้อมบอกว่าฟ้าจำอดีตได้ทั้งหมดแล้ว และขอให้คุณอย่าทิ้งเขาไปครับ ผมไม่รู้จะรั้งคุณยังไง ผมคิดไม่ออกจริงๆ ผมก็เลยกระทำรุนแรงกับคุณเกินไป คุณจะตบตีผมอีกก็ได้นะครับ ถ้ามันจะทำให้คุณหายโกรธ”
อรภาเดินตรงเข้ามาหาผู้กองพร้อมกับถามว่า “จริงๆหรอคะ ฟ้าจำอดีตได้แล้ว”
ผู้กองงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของอรภาอย่างกับไบโพลาร์ ได้แต่พยักหน้า พออรภาแน่ใจว่าเป็จริง ก็ดีใจเข้าไปกอดผู้กองอย่างลืมตัว และก็หอมแก้มผู้กอง “ขอบคุณนะคะที่รั้งฉันกลับมา” อรภาจับแขนผู้กองแล้วดึงไปที่รถ “ไปค่ะ พวกเราไปบ้านของฟ้ากันค่ะ”
ผู้กองกำลังเขินที่อรภาหอมแก้ม เลยเดินตามแรงดึงแขนอย่างงงๆ ตำรวจคนอื่นๆที่เห็นเหตุการณ์อยู่ห่างๆ เข้าใจว่าเมียผู้กองยอมคืนดีแล้ว ต่างพากันเฮ และแซวกันทั้งสถานี “เมียผู้กองยอมคืนดีแล้ว ดีใจด้วยนะครับผู้กอง”
*******************************************
หลังจากที่ฟ้าได้เห็นจี้ที่อรภาฝากมาให้ ทำให้ความทรงจำทุกอย่างกลับคืนมาทั้งหมด ภายในจี้นั้นเป็รูปแม่ตอนยังสาวและอรภากับอันนิภาตอนเด็กๆ โดยจริงๆทั้งสองพี่น้องจะมีจี้นี้ใส่คนละเส้น แต่ของอันนิภาน่าจะหายไปั้แ่เกิดการะเิครานั้น ตอนนี้อันนิภาในคราบของฟ้ายังไม่รู้ว่าจะไปอธิบายให้พ่อและแม่ของฟ้ายังไง เลยมาเก็บตัวอยู่บนห้องอ้างว่าไม่สบาย กะว่าพอเรียบเรียงคำพูดได้จะไปสารภาพกับคนทั้งสองว่าตนไม่ใช่ลูกสาวของพวกเขา