“นั้นแหละค่ะ ที่ฉันเห็นว่าคุณแปลก เพราะคนที่ทำงานระดับสูงส่วนใหญ่เขาไม่คิดอย่างคุณ”
“แล้วคุณคิดยังไงกับคนแปลกๆคนนี้ละครับ”
“อะไรนะคะ”
หญิงสาวแกล้งขมวดคิ้วแล้วย้อนถามทั้งที่ได้ยินคำถามของเขาเต็มสองหู และท่าทางที่จ้องตาเขม็งของเธอก็ทำเอาชายหนุ่มรู้สึกเขิน นี่เขาใจเร็วเกินไปหรือเปล่า
“เอ่อ ปละเปล่าครับ มันคงเร็วเกินไปที่ผมจะถามคุณอย่างนั้น เอาไว้ผมค่อยถามคุณวันหลังดีกว่า”
ชายหนุ่มรีบปฏิเสธเพราะกลัวว่าเธอจะโกรธ แต่หญิงสาวกลับซ่อนรอยยิ้มสาสมใจเอาไว้ในหน้า นี่เหยื่อกำลังจะติดเบ็ดของเธอแล้วใช่ไหม เร็วดีจัง
“งั้นวันนี้ฉันคงต้องขอตัวก่อนนะคะ”
หญิงสาวกล่าวพร้อมกับวางช้อนแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
“อ้าว แล้วนั้นคุณอิ่มแล้วหรือครับ จะรับอะไรเพิ่มไหม ผมจะสั่งให้”
ชายหนุ่มกล่าวอย่างกระตือรือร้นเมื่อมองดูจานอาหารที่ว่างเปล่าของเธอ
“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่ดีกว่า ฉันอิ่มแล้วจริงๆ ขอตัวก่อนนะค่ะ”
กล่าวแล้วหญิงสาวก็ทำท่าว่าจะลุกขึ้น
“เอ่อ เดี๋ยวก่อนครับ”
ชายหนุ่มรีบท้วงเอาไว้
“คะ”
หญิงสาวเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นอย่างฉงน
“เอ่อ...”
เอาหละสิ ทยาวัตร์จะทำอย่างไรดีล่ะ เมื่อคิดจะเหนี่ยวรั้งให้เธออยู่คุยด้วยนานกว่านี้ แต่กลับนึกหาข้ออ้างไม่ทัน ขืนบอกออกไปตามตรงคงไม่เข้าท่าแน่
“ว่าไงค่ะ”
เมื่อเขายังทำท่าอ้ำอึ้ง เธอจึงถามซ้ำ
“คือ...คุณชื่ออะไรครับ”
ว้า...ชายหนุ่มแอบอุทานอย่างนั้นอยู่ในใจด้วยความรู้สึกผิดหวังเมื่อคิดหาทางเหนี่ยวรั้งเธอได้แค่นี้ มันเป็คำถามที่มีคำตอบเพียงสั้นๆ ที่คงจะรั้งเธอเอาไว้ได้ไม่กี่วินาทีเท่านั้นเอง
“ฉันชื่อ อภิรตาค่ะ”
ตอบแล้วเธอก็ลุกเดินจากไป นั้นไงล่ะ มันผิดจากที่เขาคาดไว้ซะที่ไหน
“เฮ้อ...”
ชายหนุ่มนั่งถอนใจด้วยความเซ็งตัวเองอยู่คนเดียว จีบผู้หญิงไม่เป็เอาจริงๆเลยนะเรา
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“คุณทยาวัตร์คะ มีแขกมารอพบค่ะ”
เลขาสาวหน้าห้องบอกกับชายหนุ่ม เมื่อเขากลับขึ้นมาจากการรับประทานอาหารกลางวัน
“ใครเหรอ”
เขาถามอย่างแปลกใจ เขาพึ่งมาทำงานที่นี่เป็วันแรกและก็ไม่ได้นัดใครไว้ แล้วใครล่ะ คือแขกที่มารอพบเขา
“คุณอัญชนะค่ะ ดิฉันให้เข้าไปรออยู่ในห้อง”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ อัญชนะคือเพื่อนสนิทของเขาสมัยที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยและก็เป็เพื่อนกับตนุวัฒน์ด้วย ระหว่างที่เขาเรียนและทำงานอยู่ต่างประเทศก็ได้โทรศัพท์ติดต่อพูดคุยกันอยู่เป็ระยะ แต่ที่เขานึกไม่ถึงก็คืออัญชนะรู้ได้อย่างไรว่าเขามาทำงานที่นี่ ก็เขายังไม่ได้บอกเลยว่าเขากลับมาเมืองไทยแล้ว
และเมื่อเขาเปิดประตูห้องทำงานเข้าไป อัญชนะที่นั่งอยู่ก็รีบลุกขึ้นแล้วปรี่เข้ามาหา มาจับไหล่จับแขนเขาเขย่าด้วยความดีใจ
“โอ้โฮ ไอ้เพื่อน หล่อขึ้นนี่หว่า แล้วนี่นึกยังไงถึงได้กลับมาเมืองไทยได้”