ห้าปีผ่านไป... คฤหาสน์ตระกูลหลินยังคงโอ่อ่าสง่างาม แต่ความรุ่งเรืองนั้นดูเหมือนจะกระจุกตัวอยู่เพียงแต่ในตัวตึกหลัก ตรงกันข้ามกับเรือนเก็บของหลังสวนที่ผุพังและทรุดโทรม ที่นั่นคือโลกทั้งใบของ หลินซูหว่าน และ เสี่ยวเป่า ลูกสาวตัวน้อยวัยห้าขวบ
เสี่ยวเป่าเป็เด็กหญิงที่มีดวงตากลมโตสุกใสราวกับผลองุ่น ผิวพรรณของเธอขาวผ่องแม้จะไม่ได้กินอาหารดีๆ และใบหน้านั้นถอดแบบมาจากประธานมู่ผู้เป็พ่อมาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน โดยเฉพาะความฉลาดเฉลียวที่ฉายแววอยู่ในดวงตาคู่สวย
"แม่จ๋า... เสี่ยวเป่าช่วยนะจ๊ะ" เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วเอ่ยขึ้นขณะมองดูแม่ที่กำลังนั่งซักผ้ากองโตอยู่ในวันที่อากาศหนาวจัด
ซูหว่านเงยหน้าขึ้นจากกะละมัง มือของเธอแดงก่ำและแตกพุพองจากการทำงานหนักและการััน้ำเย็นจัด "ไม่ต้องลูก เสี่ยวเป่าไปนั่งรอในร่มเถอะจ้ะ เดี๋ยวจะเป็หวัดเอา"
การกลั่นแกล้งที่เหลืออด
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้น หลินอวี่ ในชุดกระโปรงผ้าไหมชั้นเลิศเดินนวยนาดเข้ามาพร้อมกับสาวใช้คนสนิท ในมือของเธอถือถ้วยแกงเผ็ดร้อนที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง
"แหม... ดูสิ แม่ลูกคู่นี้ช่างขยันขันแข็งจริงๆ" หลินอวี่จีบปากจีบคอ "ซูหว่าน พ่อสั่งให้ฉันมาบอกว่า งานซักผ้าวันนี้ถ้าไม่เสร็จ แกห้ามกินข้าวเย็น"
"ฉันก็กำลังทำอยู่ไงหลินอวี่" ซูหว่านตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน
"อุ๊ย! ฉันลืมไปเลย ว่าจะเอาแกงที่เหลือจากโต๊ะอาหารมาให้พวกแคนกินแก้หนาว แต่ดูเหมือนคนใช้อย่างแกจะไม่ค่อยเจียมตัวนะ" หลินอวี่แสยะยิ้ม ก่อนจะทำทีเป็ก้าวพลาด "ว้าย! มือไม้อ่อน!"
เคร้ง!
หลินอวี่จงใจเทถ้วยแกงลงบนกองผ้าสีขาวที่ซูหว่านเพิ่งซักสะอาดสนิท น้ำแกงสีแดงส้มมันเยิ้มซึมลึกเข้าสู่เนื้อผ้าทันที ซูหว่านเบิกตากว้างด้วยความใ
"ตายแล้ว! ผ้าพวกนี้ต้องส่งรีดเย็นนี้นะซูหว่าน ถ้ามันซักไม่ออก แกเตรียมตัวโดนคุณพ่อตบได้เลย!" หลินอวี่หัวเราะอย่างสะใจพร้อมกับเตรียมจะยกเท้าขึ้นเหยียบซ้ำลงบนกองผ้า
พลังที่มองไม่เห็นของเสี่ยวเป่า
หนูน้อยเสี่ยวเป่ายืนกำหมัดแน่นอยู่ข้างๆ หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้านด้วยความโกรธเมื่อเห็นแม่น้ำตาคลอ เธอเกลียดที่คนใจร้ายพวกนี้มาทำร้ายแม่ของเธอ
'ขอให้ยัยป้าใจร้ายคนนี้ ลื่นล้มลงไปในกะละมังน้ำซักผ้าเดี๋ยวนี้เลย!' เสี่ยวเป่านึกอธิษฐานในใจอย่างตั้งมั่น ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีทองจางๆ เพียงชั่วพริบตาเดียวที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ทันใดนั้นเอง! พื้นที่ควรจะแห้งสนิทกลับดูเหมือนมีน้ำแข็งลื่นไหลมาเคลือบไว้ หลินอวี่ที่กำลังจะเหยียบผ้ากลับเสียหลัก ขาทั้งสองข้างชี้ฟ้า ร่างของเธอไถลไปตามพื้นหญ้าอย่างประหลาด ก่อนจะพุ่งลงไปในกะละมังซักผ้าที่เต็มไปด้วยน้ำสบู่และสิ่งสกปรกอย่างแม่นยำ!
ตู้มมม!
"ว้ายยยย! ช่วยด้วย! แค่กๆ!" หลินอวี่สำลักน้ำสบู่จนหน้าดำหน้าแดง ชุดผ้าไหมราคาแพงเปียกปอนและเต็มไปด้วยฟองสบู่เข้าตาเข้าจมูก ดูสภาพไม่ต่างจากลูกหมาตกน้ำ
"คุณหนู! คุณหนูเป็อะไรไหมคะ!" สาวใช้รีบเข้าไปช่วยพยุงด้วยความลนลาน แต่พอหลินอวี่จะลุกขึ้น พื้นก็กลับมาลื่นอีกครั้งจนเธอล้มหัวคะมำไปจูบกับพื้นดินหน้าเรือนเก็บของจนปากแตกเืซิบ
ซูหว่านได้แต่ยืนอึ้ง เธอไม่เข้าใจว่าหลินอวี่ลื่นได้อย่างไรในเมื่อพื้นตรงนั้นไม่ได้เปียกขนาดนั้น
ปกป้องแม่โดยไม่ให้ใครรู้
"แก! แกทำอะไรฉันซูหว่าน!" หลินอวี่ตวาดเสียงหลงพลางพยายามเช็ดหน้าเช็ดตา
"ฉันยังไม่ได้แตะตัวเธอเลยนะหลินอวี่ เธอเดินซุ่มซ่ามเอง" ซูหว่านตอบพลางดึงเสี่ยวเป่ามาบังไว้ข้างหลัง
หลินอวี่โกรธจนตัวสั่น นางเงื้อเกล้าจะตบซูหว่าน "นังคนชั้นต่ำ! แกกล้าต่อปากต่อคำเหรอ!"
เสี่ยวเป่าจ้องเขม็งไปที่มือของหลินอวี่ 'ขอให้มือของยัยคนใจร้ายขยับไม่ได้!'
ทันใดนั้น มือของหลินอวี่ที่เงื้อค้างอยู่กลางอากาศก็แข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง นางพยายามจะฟาดลงมาแต่กล้ามเนื้อกลับไม่ฟังคำสั่ง ร่างกายของนางเริ่มสั่นเหมือนคนจับไข้
"แม่... แม่คะ มือหนู... มือหนูขยับไม่ได้!" หลินอวี่ร้องไห้โฮด้วยความหวาดกลัว "ผีหลอก! บ้านนี้ต้องมีผีแน่ๆ!"
หลินอวี่และสาวใช้รีบวิ่งหนีออกจากบริเวณนั้นไปอย่างทุลักทุเล ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบในสวนหลังบ้าน
ซูหว่านถอนหายใจยาวพลางกอดลูกสาวไว้แน่น "เสี่ยวเป่า... เมื่อกี้มันแปลกมากเลยนะลูก อยู่ดีๆ คุณอาเขาก็ล้มไปเอง"
หนูน้อยเสี่ยวเป่าซบหน้าลงกับไหล่ของแม่ พร้อมกับลอบยิ้มเล็กๆ "สงสัย์คงลงโทษคนนิสัยไม่ดีมั้งคะแม่จ๋า... วันหลังไม่มีใครกล้าแกล้งแม่ของเสี่ยวเป่าแล้วล่ะ"
ซูหว่านลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดู โดยหารู้ไม่ว่า "พรวิเศษ" ของลูกสาวคนนี้กำลังเริ่มทำงาน และนี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของการเอาคืนที่จะทำให้ตระกูลหลินต้องสั่นคลอน และดึงดูดให้ใครบางคนที่กำลังตามหาพวกเธออยู่ ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที...