หญิงวัยกลางคนที่บัดนี้ไร้ดวงตาอยู่ในชุดผ้าฝ้ายหยาบผ้าเก่ากลางใหม่นางนั่งคุดคู้อยู่บนเตียงไม้แข็งอย่างโดดเดี่ยวแม่นมเผิงซีจมตัวเองอยู่กับความคิดด้วยความรู้สึกสับสน
นางถามตัวเองนับพันครั้งว่าเหตุใดกู้ฮูหยินถึงอยากให้นางหลบหนีไปกับเสี่ยวซีแม่นมเผิงซีที่ยามนี้สูญเสียเยว่ช่างม่านและถูกบังคับให้ห่างจากบุตรสาวแท้ๆนางนึกเคืองกู้ฮูหยินมิน้อยแม่นมเผิงซีจึงพยายามนึกหาทางพบกับคุณหนูกู้เหลียนหลินอีกสักครั้งอย่างน้อยก็เพื่อกล่าวอำลา
เสี่ยวซีผลักประตูไม้เก่าเข้ามาในห้องอย่างเร่งรีบก่อนจะเก็บสัมภาระของแม่นมเผิงซีอย่างรวดเร็ว
"แม่นมเผิง ท่านพอจะลุกเดินไหวไหมเ้าคะ"เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายทั่วหน้าผากมน เสี่ยวซีหอบเหนื่อยเล็กน้อยด้วยความอ่อนล้า
"เ้าจะพาข้าไปที่ใด เสี่ยวซี ข้าไม่รู้จริงๆว่าเหตุใดข้าต้องไปกับเ้า" แม่นมเผิงซีตัดสินใจถามเสี่ยวซีหลังเก็บความสงสัยมาหลายชั่วยาม
"เอาไว้ข้าเล่าให้ท่านฟังระหว่างทางนะเ้าคะ ไม่มีเวลาแล้ว แม่นมเผิงท่านขี่หลังข้าขึ้นมาเลย" เสี่ยวซีตั้งท่าเตรียมพร้อมก่อนจะย่อตัวให้แม่นมเผิงซีขึ้นขี่หลัง
แม่นมเผิงซีแม้ใจจะอยากทัดทานคำสั่งของกู้ฮูหยินแต่ก็ไม่อาจทำได้ นางขบเม้มริมฝีปากเป็เส้นตรงก่อนจะปีนขึ้นหลังเสี่ยวซีด้วยความจำยอม เสี่ยวซีอาศัยจังหวะที่ผู้คนง่วนกับการเตรียมงานต้อนรับคุณหนูใหญ่ในจวนนางรีบลัดเลาะออกทางประตูหลังอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวซีแบกแม่นมเผิงซีหนีออกจากจวนอย่างไม่คิดชีวิตหวังเพียงจะสามารถหนีไปให้พ้นจากเงื้อมมือของฮูหยินรองและคุณหนูใหญ่กู้เหลียนหลินให้ได้ก่อนเมื่อคิดว่าทิ้งห่างได้สักระยะหนึ่งแล้วเสี่ยวซีจึงพาแม่นมเผิงซีหลบเข้าอารามร้างแห่งหนึ่ง เพื่อหยุดพักดื่มน้ำเสียหน่อย
"เสี่ยวซี บอกข้ามาเถอะ เ้าพาข้าหนีอะไร"แม่นมเผิงซีถามคำถามที่สงสัยอีกครั้ง
"คุณหนูใหญ่ ข้าก็ไม่รู้ว่าทำไมนะแม่นมเผิง แต่นางคิดสังหารท่านท่านจำยาที่ม่านเอ๋อร์ต้องให้ท่านทุกวันได้หรือไม่ นั่นเป็ยาพิษสลายห้าธาตุคนที่ได้รับยานี้ ร่างกายจะค่อยๆ ทรุดลงจนตายไป ดังคนที่มีโรคร้ายข้าเองก็เพิ่งทราบเมื่อไม่นานมานี้เอง" เสี่ยวซีอธิบายก่อนจะมึนงงกับท่าทีชะงักงันไปของแม่นมเผิงซี
"เื่จริงหรือ ทำไมกัน เพราะอะไร ทำไมกัน!"แม่นมเผิงซีตื่นตะลึงกับข้อมูลที่ได้รับ นางกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ปรวดร้าว
'เผิงซีเ้าต้องหนีไปกับเสี่ยวซี นางเป็ลูกข้าแล้ว ไม่เกี่ยวอันใดกับเ้าอีก’
‘เผิงซีนางรู้แล้วว่าเ้าเป็แม่ของนาง'
คำพูดของกู้ฮูหยินดังวนเวียนอยู่ในความนึกคิดแม่นมเผิงซีรู้สึกเ็ป จุกแน่นในอกจนยากหายใจ
"แม่นมเผิง ทำใจดีๆ ไว้ก่อน แม่นมเผิง! ท่านเป็อะไรไป ดะเดี๋ยว ขะข้าข้าจะไปตามหมอเดี๋ยวนี้ ท่านรอข้านะ รอข้า" เสี่ยวซีเห็นแม่นมเผิงซีขดกายอยู่กับพื้นก็ในางรีบวิ่งออกไปตามหมอทันที โดยไม่เฉลียวใจเลยว่าไม่ได้มีแค่พวกนางในอารามร้างแห่งนี้
คล้อยหลังเสี่ยวซีวิ่งออกไปตามหมอแล้วกู้เหลียนหลิน คุณหนูใหญ่สกุลกู้ นางแต่งกายงดงามวิจิตร ค่อยๆปรากฏกายออกมาในความมืดมิด ใบหน้างามยามนี้ไม่บ่งบอกความรู้สึกใดนอกจากความเย้ยหยันหยามเหยียดที่มีต่อสตรีตรงหน้า
แววตาเ็าไร้ความปรานีกู้เหลียนหลินมองไปยังมารดาบังเกิดเกล้าด้วยความรู้สึกห่างเหินราวกับคนไม่รู้จัก
"แม่นมเผิงซี หากทรมานมากนัก ไยไม่ตายไปเสียเล่าเหตุใดจึงทนอยู่นานถึงเพียงนี้กัน ลูกท่านก็ตายไปแล้ว ท่านก็จงตามนางไปเสียดีๆเถอะ อย่าให้ข้าต้องใช้กำลังเลย" เสียงเย็นเยียบของคุณหนูใหญ่ดังสะท้อนก้องในอารามร้าง คำพูดของนางบาดเสียดใจของผู้เป็มารดาอย่างเผิงซีเป็อย่างยิ่ง
แม่นมเผิงซีค่อยๆลุกขึ้นนั่ง แล้วหันหน้าไปทางต้นเสียง ความทรมานที่ได้รับไม่ว่าจะลำบากเพียงใดแม้กระทั่งถูกควักดวงตาไป หรือถูกวางยาจนร่างกายทรุดโทรมสิ่งเ่าั้เทียบมิได้กับความเ็ป ที่ถูกลูกในสายเืพยายามสังหารสั่งให้ไปตาย
แม่นมเผิงซีหัวเราะราวกับคนเสียสติสลับกรีดร้องไปมา
"ฮ่าฮ่าฮ่า เ้าคิดจะฆ่าแม่แท้ๆ อย่างนั้นหรือ กู้เหลียนหลิน ฮ่าฮ่าฮ่าเ้ามันสารเลว เดรัจฉานนัก!" แม่นมเผิงซีตวาดดังลั่น
'เป็กู้ฮูหยินที่ปกป้องนางและเป็ลูกของนางเองที่พยายามสังหารนาง ์! ท่านเล่นตลกอันใดกับข้ากันข้าทำสิ่งใดผิดหรือ ข้าทำสิ่งใดผิดกัน ไยท่านต้องทำกับข้าถึงเพียงนี้!' เผิงซีได้แต่ตัดพ้อในใจ
กู้เหลียนหลินเหยียดยิ้มมุมปากอย่างเบื่อหน่ายนางััได้ว่าเสี่ยวซีกำลังจะกลับมา หญิงสาวไม่รอช้า สะบัดมือเพียงครั้งพลังสายหนึ่งก็จู่โจมแม่นมเผิงซี จนร่างปลิวกระแทกติดฝาอารามร้าง สิ้นใจในทันทีกู้เหลียนหลินรีบใช้วิชาตัวเบา กลับไปยังจวนอย่างรวดเร็ว ด้วยเกรงว่าจะมีคนเห็น
ทว่าเหตุการณ์เหล่านี้ได้ตกอยู่ในสายตาของบุรุษรูปงามกลุ่มหนึ่งที่กำลังขี่สัตว์เทพลอยอยู่เหนืออารามร้าง
"ดูเหมือนนางจะโเี้กว่าที่ท่านคิดนะโม่หยาง"น้ำเสียงหยอกล้อสหายดังขึ้น
"ข้าไม่นึกว่านางจะเป็เพียงบุตรสาวแม่นม ฮ่าฮ่าฮ่า น่าสนุกดีนี่"โม่หยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงทะเล้น
"ไปเถอะ เสียเวลามากแล้ว" น้ำเสียงทรงอำนาจทำให้บุรุษทั้งสองเงียบวาจา ก่อนจะตรงไปยังจุดหมายต่อ
เสี่ยวซีเร่งฝีเท้าเดินอย่างเร่งรีบนำท่านหมอชรามายังอารามร้าง ก่อนนางจะกรีดร้องเสียงหลงเมื่อเห็นร่างแม่นมเผิงซีเต็มไปด้วยเื เสี่ยวซีรีบเข้าไปประคองแม่นมเผิงซีทว่ามิทันการณ์เสียแล้ว หมอชราที่ตามมาด้วย ได้แต่ส่ายศีรษะอย่างจนปัญญาเช่นกัน
กู้เหลียนหลินกลับมายังจวนอย่างรวดเร็วนางรีบสืบเท้าไปยังห้องโถงจัดเลี้ยง เดินสวนกับฮูหยินรองหยูฟางซินพอดี
"หวังว่าคุณหนูใหญ่ คงยังไม่ลืมนะเ้าคะ" ฮูหยินรองเอ่ยเสียงเรียบ
กู้เหลียนหลินที่เข้าใจความหมายดีนางหยุดฝีเท้าโดยพลัน
"ตัวข้าย่อมจำได้แน่แต่สำนักบุปผาไร้เงารับเพียงศิษย์ที่มีพร์เท่านั้น เกรงว่าน้องรองคงจะยากอายุสิบสี่ปีแล้วยังอยู่เพียงรวมปราณขั้นต้นเท่านั้น ข้าเองก็จนปัญญา"กู้เหลียนหลินตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนัก
"คุณหนูใหญ่ ข้าสังหารนางอัปลักษณ์กับควักดวงตาแม่นมเผิงซีแล้ว อย่างไรเสียท่านต้องทำตามสัญญา" หยูฟางซินเอ่ยอย่างคับแค้นใจ
"คำสั่งข้าคือฆ่าทิ้งเสีย แต่เ้ากลับปล่อยนางไว้นับว่าผิดสัญญา เช่นนั้นลูกท่านจะได้เข้าสำนักบุปผาไร้เงาหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่์เถอะ"กู้เหลียนหลินเอ่ยเสียงเย็นก่อนจะเดินต่อ ยามนี้พลังของนางอยู่เหนือกว่าหยูฟางซินนางมิกลัวฮูหยินรองอีกต่อไปแล้ว
"คุณหนูคงไม่ลืมว่าบิดาของข้าคือใครนะเ้าคะ"หยูฟางซินเอ่ยอย่างเป็ต่อ
"ท่านก็คงไม่ลืมว่าอาจารย์ของข้าเป็ใครเช่นกัน" กู้เหลียนหลินกล่าวเพียงเท่านั้นออกเดินไปยังห้องโถงต่อ
หยูฟางซินมองกู้เหลียนหลินด้วยความคับแค้นใจนางไม่รู้เหตุผลว่ากู้เหลียนหลิน้ากำจัดสองแม่ลูกด้วยเหตุใด แต่เพื่อแลกกับการสนับสนุนให้บุตรสาวได้เข้าสำนักบุปผาไร้เงาแล้วนางก็ยินดีทำโดยไร้เงื่อนไข แต่ไม่คิดว่านางงูพิษจะมีฤทธิ์เดชถึงเพียงนี้นางถูกกู้เหลียนหลินหลอกใช้
มิติภายในจี้หยก
เยว่ช่างม่านยังคงหลับใหลไร้สติอยู่เช่นเดิมจนลี่ฟางเริ่มกังวลใจ ด้วยาแที่ได้รับก็สมานดีหมดแล้วเหตุใดคุณหนูจึงไม่ฟื้นสติขึ้นมาเสียที
สิบวันผ่านไปเยว่ช่างม่านก็ยังคงไร้สติเหมือนเดิม หากแต่คราวนี้ ร่างกายเริ่มแปรเปลี่ยนผิวพรรณที่ขาวใสอมชมพูกลับเริ่มโปร่งแสงได้ดุจแก้วคล้ายร่างของเยว่ช่างม่านจะแตกสลายหายไปได้ทุกเมื่อ
ลี่ฟางขบคิดหาทางรักษาอย่างหนักแต่จนปัญญา ด้วยหลงลี่ฟางนั้น ไม่ได้มีความรู้ด้านโอสถมากนักนางจึงได้แต่เฝ้ารออย่างอดทน
ห้าวันผ่านพ้นไปเยว่ช่างม่านคล้ายจะดับขันธ์ได้ทุกเมื่อ เส้นผมดำขลับบัดนี้ขาวใสสะท้อนดังแก้วลี่ฟางอับจนหนทางไม่อาจทำสิ่งใดได้อีกทั้งนางยังไม่อาจทนเห็นคุณหนูจากไปได้ด้วยเช่นกัน
ดวงตาของนางเริ่มแดงก่ำวาวสะท้อนด้วยหยาดน้ำใส หยาดน้ำตาหลั่งรินไหลอาบแก้มมองร่างของคุณหนูด้วยสายตาพร่าเลือน
เยว่ช่างม่านไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ใดยามนี้ความรู้สึกผิดที่ว่า เป็นางเองที่ทำร้ายแม่นมเผิงซีทำให้เยว่ช่างม่านไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก ร่างิญญาของนางหลุดลอยออกไปจนได้พบหญิงผู้หนึ่ง ช่างคล้ายแม่นมเผิงซีเหลือเกิน
‘ลูกรักที่แห่งนี้ไม่เหมาะกับเ้า กลับไปเสียลูกรัก จงใช้ชีวิตแทนแม่ต่อไป’แม่นมเผิงซียามนี้ดูคล้ายกับนางอัปสร์ ใบหน้าอิ่มเอิบแย้มยิ้มอย่างสดใสส่งให้กับเยว่ช่างม่าน
‘ท่านแม่!ไม่นะ! ท่านแม่! ท่านแม่! ข้าจะไปกับท่านด้วย ข้าจะไม่ทิ้งท่านไปไหนอีกแล้ว’เยว่ช่างม่านสะอื้นไห้ นางโอบกอดมารดาไว้ กลัวว่าแม่นมเผิงซีจะหลุดหายไปอีก
“คุณหนูฮือออ คุณหนู” ลี่ฟางสะอื้นไห้อยู่นานกว่าหลายชั่วยาม
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะต้องมีผู้หนึ่งที่จำต้องเสียสละลี่ฟางจึงยืนขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยวนางมองไปยังร่างของเยว่ช่างม่านที่กำลังเลือนรางลงไปทุกขณะ นางพยายามทุกทางแล้วแต่มันกลับไร้ผล คุณหนูของนางไม่มีทีท่าจะฟื้นขึ้นเลย
เมื่อไม่อาจรั้งรอเยว่ช่างม่านได้อีกลี่ฟางที่ยามนี้อยู่ระดับราชันย์ก็รวบรวมลมปราณทั้งหมดก่อนจะซัดพลังส่งเข้าไปในร่างกายของตนเองพลังสายหนึ่งจู่โจมไปยังดวงจิตัหิมะพันปีที่ถูกกักเก็บไว้ในมหาสมุทรลมปราณของนาง
ดวงจิตคล้ายลูกแก้วสีเงินลอยหลุดออกจากร่างลี่ฟางฝืนแรงฮึดสุดท้าย นางวาดมือส่งดวงจิตัหิมะพันปีเข้าสู่ร่างเยว่ช่างม่านทันที
เมื่อเห็นดวงจิตค่อยๆหายเข้าไปยังจุดตันเถียนของเยว่ช่างม่าน ลี่ฟางค่อยๆ หลับตาลงยอมรับในชะตากรรมของตนเอง 'นายหญิง บ่าวไร้สามารถ ไม่อาจคุ้มครองคุณหนูได้อีกบ่าวขออภัยนะเ้าคะ' ลี่ฟางทิ้งกายลงกับพื้นราวกับว่าวขาดสาย นางล้มพับไปในบัดดล