ตอนที่13: พายุหิมะ
หลังจากฤดูตงจี้มาเยือนก็ผ่านมากว่า2 สัปดาห์แล้ว เรียกได้ว่าทุกสัปดาห์อากาศจะหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ จากแม่คะนิ้งกลายเป็หิมะตกลงมาปกคลุมเรือนจนขาวไปทั้งหลังต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่รอบๆก็ถูกหิมะปกคลุมจนหมดทำให้บริเวณที่เคยเขียวกลายเป็สีขาวทั้งหมดมาจากหิมะ
ยังดีที่จวนของเธอสร้างเสร็จพอดีจึงได้ถือโอกาสเข้ามาอยู่เลย โดยมีลุงหานที่เป็คนทำพิธีขึ้นจวนใหม่ให้ตามแบบฉบับจีนโบราณส่วนเรือนหรือกระท่อมหลังเล็กที่ดาวศุกร์เคยอยู่ก็ให้ช่างมาถอนออกไปทั้งหลังเนื่องจากมองดูแล้วมันวางไม่ได้หลักของฮวงจุ้ย อีกทั้งยังขัดกับแบบที่เธอสร้างขึ้นโดยสิ้นเชิง
อิงอิงที่มีเรือนของตัวเองแต่นางเป็ห่วงเธอกับเ้าก้อนแป้งจึงอยู่ในเรือนใหญ่ด้วยกันเนื่องจากเรือนใหญ่ของเธอมีห้องนอน 3 ห้อง จะมีห้องนอนขนาดเล็ก 2ส่วนห้องนอนขนาดใหญ่ที่สุดเธอกับเ้าก้อนแป้งจะนอนด้วยกันอิงอิงจะนอนห้องที่ถัดไปอีกห้อง
“เ้าหนาวมากหรือไม่”อิงอิงที่เปิดประตูเข้ามาในห้องเอ่ยถามขึ้น นางรู้ดีว่าหลิวฮวาเป็คนขี้หนาวมาก
“ไม่หนาวแล้วเ้าค่ะเตาผิงทำให้ห้องนี้อบอุ่นขึ้น แต่ถ้าออกไปข้างนอกข้าคงแข็งตาย”ดาวศุกร์ว่าอย่างขำๆ เธอเป็คนขี้หนาวขนาดนี้หลงยุคมาเจอพายุหิมะสร้างเตาผิงทันก็ถือว่าเป็บุญของเธอแล้ว ไม่อยากจะคิดว่าถ้าไม่มีเงินสร้างจวนใหม่ป่านนี้จะอยู่ยังไง
ด้วยความที่ทุกคนรู้ดีว่าเธอเป็คนขี้หนาวมากการไปขายของที่ตลาดจึงกลายเป็หน้าที่ของอิงอิงกับสองสาวพี่น้องอู๋สัปดาห์หนึ่งหญิงสาวจะไปขายของ 2 ครั้งแต่คงจะขายของได้อีกไม่นานเนื่องจากเธอไม่มีร้านเป็ของตนเองหากหิมะตกลงมาแรงกว่านี้จะทำให้ขายของไม่ได้ จะขายได้เพียงซอสมะเขือเทศและแหนมหมู
ตอนนี้เงินในหีบของดาวศุกร์ก็กลับมาได้ครึ่งหนึ่งแล้วหญิงสาวจึงคิดที่จะไปติดต่อซื้อร้านหลายวันก่อนตอนที่ไปขายของเธอให้อิงอิงไปวนรอบเมืองเพื่อหาดูร้านและมีร้านหนึ่งที่อยู่ใจกลางเมืองและติดถนนสายหลัก แต่เป็ร้านที่เก่ามากเ้าของเดิมจะย้ายไปอยู่กับบุตรชายอีกเมือง จึงตั้งราคาขายด่วนเอาไว้ราคาขายเอาไว้ในราคา 2500 ตำลึงทอง นับว่าเป็ราคาที่ไม่สูงมากจากทำเลที่ตั้งของร้าน ผู้คนที่มาท่องเที่ยวเมืองนี้จะต้องมาแวะร้านของเธอแน่นอนแต่ดาวศุกร์จะต้องเสียเงินเพื่อปรับปรุงร้านอีกมาก
หญิงสาวเป็คนคิดเร็วทำเร็วจึงไปติดต่อซื้อขายกับเ้าของร้านทันทีและตอนนี้โฉนดที่ดินของร้านก็มาอยู่ในมือของเธอเรียบร้อยแล้ว
ร้านที่ดาวศุกร์ซื้อเป็ร้านสองชั้นหญิงสาวจึงคิดออกแบบร้านใหม่ โดยการให้ชั้นแรกเป็ร้านอาหารบริเวณห้องข้างๆของร้านจะเอาไว้ขายสินค้าที่เธอจะทำขึ้นชั้นแรกจะเป็โต๊ะทั่วไปที่ทุกคนสามารถมานั่งรับประทานอาหารได้ ในราคาที่ย่อมเยาส่วนผู้ใด้าความเป็ส่วนตัวเธอจัดห้องเอาไว้ชั้นบน จะมีห้องอยู่ 4 ห้องห้องสุดท้ายจะเป็ห้องทำงานของเธอ ส่วนอีก 3 ห้องที่อยู่ติดกันจะเป็ห้องส่วนตัวที่มีราคาแพงกว่าโต๊ะทั่วไปที่อยู่ชั้น1 มีเอาไว้สำหรับผู้ที่กระเป๋าหนัก
ส่วนในเื่การตกแต่งร้านต้องรอให้ช่างปรับปรุงร้านเสร็จก่อน
“ไม้ที่เก็บเอาไว้คาดว่าน่าจะถึงสิ้นฤดูตงจี้”การเตรียมตัวเข้าสู่ฤดูตงจี้ของดาวศุกร์คาดการณ์เอาไว้ถูกต้องเริ่มจากการเก็บไม้แห้งเอาไว้เป็จำนวนมากเพื่อใช้ในเตาผิง
เนื่องจากฤดูตงจี้มาเยือนทำให้เถ้าแก่ร้านเหล้าสั่งแหนมหมูของดาวศุกร์เพิ่มขึ้นจากเดิม200 ห่อ เปลี่ยนเป็ 400 ห่อ แหนมหมูเป็อาหารสำเร็จเพียงแค่นำไปทอดหรือย่างก็สามารถนำมากินได้แล้วชาวบ้านจึงซื้อกันเอาไว้มาก เฒ่าแก่จึงได้สั่งออเดอร์เพิ่มอีกทั้งยังเป็กับแกล้มให้กับคอเหล้าได้อย่างดี
อากาศหนาวทำให้คนง่วงสงสัยจะจริงเพราะตอนนี้เธอง่วงมาก ั้แ่เข้าฤดูตงจี้ก็แทบจะไม่ได้ทำสิ่งได้มากเหมือนอย่างเคยเนื่องจากอากาศชวนง่วงเสียเหลือเกิน
“ข้าต้มน้ำให้เ้าก้อนแป้งเสร็จแล้วพาเขาไปอาบน้ำเถอะ” ได้ยินอิงอิงกล่าวดังนั้นหญิงสาวจึงไปถอดชุดให้เมี่ยนเปาที่นั่งเล่นของเล่นเด็กที่ทำขึ้นจากไม้ก่อนจะอุ้มลูกน้อยขึ้นแนบอกเดินไปยังห้องน้ำ
“แอ้ แอ้ แอ้”เด็กน้อยอารมณ์ดีเมื่อร่างกายได้ัักับน้ำอุ่นดาวศุกร์วางเ้าก้อนแป้งนั่งอยู่ในกะละมังไม้ขนาดเล็กที่มีไว้สำหรับอาบน้ำ
“อุ่นหรือไม่ลูกรัก”มือบางตักน้ำขึ้นลูบกายเล็กของลูกชายด้วยความรัก
การอาบน้ำที่นี่เพียงใช้น้ำชำระร่างกายเท่านั้นและใช้ผ้าเช็ดถูร่างกายเพื่อให้สะอาด ไม่ได้มีสบู่เหมือนในโลกของเธอทำให้ดาวศุกร์รู้สึกว่าร่างกายไม่สะอาด แม้จะอาบน้ำไปแล้วก็ตาม
“แมะแมะ แม่” เด็กน้อยหัวเราะออกมาด้วยความอารมณ์ดีเมื่อใช้มือตีน้ำจนน้ำกระเด็นโดนใบหน้าและตัวของดาวศุกร์
“ขี้ดื้อนักลูกใครเนี้ย” มือบางยื่นไปหยิกแก้มเด็กน้อยเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว
ดาวศุกร์นำผ้าผืนเล็กมาขัดตัวเมี่ยนเปาจนสะอาดจากนั้นจึงนำเด็กน้อยขึ้นจากน้ำ เมื่อน้ำในอ่างเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ คุณแม่ยังสาวที่มีอายุไม่สาวแต่งตัวให้บุตรชายด้วยชุดจีนโบราณ พลางสวมเสื้อโค้ทที่ทำขึ้นให้อีกชั้นเพื่อกันอากาศหนาว
“นอนเสียเด็กดี”มือบางตบลงบนก้นขาวของลูกรักเพื่อขับกล่อมให้นอนหลับฝันดีเด็กน้อยที่ได้รับััคุ้นเคยจากมารดา ดวงตากลมก็หลับลงอย่างว่าง่าย
ร่างบางจึงลุกขึ้นไปดับตะเกียงเพื่อกลับมานอนตามบุตรชายไป
ยามค่ำคืนที่มืดมิดในฤดูตงจี้หิมะสีขาวที่ตกลงมาจากฟากฟ้าราวกับห่าฝนจนสายตาไม่สามารถแยกสิ่งรอบนอกออกจากหิมะได้คลื่นลมที่พัดโหมอย่างรุนแรงที่หอบหิมะมาเป็ภาพที่น่าหวาดกลัวสำหรับผู้คน
หิมะที่ควรจะตกลงบนพื้นดินตามแรงโน้มถ่วงของโลกกลับก่อตัวเป็คลื่นขนาดใหญ่หมุนวนคล้ายพายุทันใดนั้นพายุหิมะก็แปรเปลี่ยนเป็พลังสีเงินที่มีเกล็ดหิมะเล็กๆอยู่ในนั้นพุ่งตรงเข้ามาในเรือนที่สองแม่ลูกนอนอยู่ด้านใน
ร่างบางที่ควรจะถูกพลังสะท้อนของพายะหิมะกลับดูดซับพลังสีเงินนั้นเข้าไปอย่างไม่รู้ตัวจนร่างกายขาวปกคลุมไปด้วยพลังสีเงินที่มีเกล็ดหิมะกระจายตัวอยู่ด้านในอากาศภายในห้องที่เคยอบอุ่นจากเตาผิงกลับกลายเป็เย็นลงราวกับอยู่ท่ามกลางหิมะ
สิ่งของที่อยู่ในเรือนเกาะตัวเป็น้ำแข็งขึ้นมาอย่างน่าประหลาดหากแต่ความเย็นดังกล่าวไม่สามารถทำอันใดสองแม่ลูกที่นอนหลับสนิทนั้นได้
ใบหน้าเรียวสวยดั่งเทพธิดามีรอยยิ้มประดับราวกับนิทรานี้นางกำลังฝันดี
ร่างของดาวศุกร์ดูดซับพลังสีเงินจนหมดคลื่นพายุหะมะที่ก่อตัวด้านนอกก็หายไป เหลือเพียงหิมะที่ตกลงมาจากฟากฟ้าร่างบางของหญิงสาวส่องแสงสีเงินอย่างน่าประหลาดจนแสงออกมานอกเรือนราวกับมีผู้จุดเทียน
เพียงชั่วอึดใจเดียวแสงประหลาดนั้นก็หายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นพร้อมกับน้ำแข็งที่อยู่ในเรือนค่อยๆละลายทีละน้อยๆ
สองแม่ลูกยังคงนอนกอดกันกลมหลับสนิทหารู้ไม่ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นกับตนบ้าง