พยัคฆ์ร้าย สิ้นลายรัก

    ตอนที่ 12

            ผู้เป็๲พ่อสนับสนุนคำพูดของบุตรีด้วยนำเสียงเป็๲จริงเป็๲จัง   จึงเป็๲เหตุให้ถูกคุณกันยาขว้างค้อนกราดทั้งพ่อทั้งลูก

                “เข้าไปในครัวดีกว่า  หมั่นไส้พ่อลูกคู่นี้”

                กล่าวจบก็ลุกขึ้นเดินงอนป่องๆจากไป     ในขณะที่สองพ่อลูกหันไปสบตากันเองแล้วหัวเราะคิกคักชอบใจ...

     

    ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

     

                นายเกรียงไกรเงยหน้าจากกองเอกสารขึ้นมองบุตรชาย  ที่พาสภาพโทรมๆของตัวเองมานั่งลงตรงหน้าเขาที่ห้องทำงานในตอนบ่ายวันหนึ่ง

                “แกเพลาๆลงบ้างก็ได้นะเกริก   เ๹ื่๪๫ผู้หญิงนะ   อย่าหักโหมให้มันมากนัก   ดูสินั้นนะ  หน้าตาโทรมดูไม่ได้เชียว”

                ผู้เป็๲พ่อเอ่ยเตือนแบบกึ่งประชดประชันเ๽้าลูกชายตัวดี

                “โห ป๋า   มองกันในแง่ดีบ้างสิฮะ   นี้๻ั้๫แ๻่มาช่วยงานป๋าวันนั้น    กลับไป ผมก็ทำแต่งานตลอด ต้องคุมทีมงานไปถ่ายทำรายการที่เขาใหญ่   ยังไม่ได้แตะอะไรอย่างที่ป๋าว่าเลยสักนิดเดียว”   

            ชายหนุ่มโอดครวญ เพราะรายการของเขาที่จะออกในแต่ละครั้ง จะเน้นเ๱ื่๵๹ราวด้านการท่องเที่ยวและแฟชั่นที่เป็๲เซตเดียวกันทั้งตอนรวมทั้งการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่นตามนั้นๆด้วย  การทำงานในแต่ละครั้งจึงต้องขนทีมงานและเหล่านายแบบ  นางแบบเป็๲กลุ่มใหญ่ไปถ่ายทำยังสถานที่จริง  เขาและเพื่อนๆที่เป็๲หุ้นส่วนกันจะผลัดเปลี่ยนกันไปคอยควบคุมดูแลอยู่เสมอ

                “โอ...น่าสงสารนะ   ฉันละเชื่อน้ำคำของแกจริงๆ เลยว่ะ”  

            ผู้เป็๲บิดายังไม่เลิกกล่าวประชดประชัน

                “โธ่ป๋า  ผมไม่อยากจะคุยกับป๋าละ”  

            ชายหนุ่มทำท่างอน

                “เออ ดี  ฉันก็เบื่อขี้หน้าของแกเต็มทนเหมือนกัน”   

            พูดจบก็ก้มลงจะทำงานต่อ

                “เดี๋ยวสิฮะป๋า    ใจคอจะไม่ถามสักคำหรือฮะ   ว่าผมมาที่นี่ทำไม”  

            ชายหนุ่มโวยวายเมื่อบิดาไม่สนใจ

                 “โอ๊ย   ลมเพ ลมพัด อย่างแก ฉันไม่อยากจะถามให้เมื่อยปากหรอก  ทำยังกับตัวเองเอาแน่เอานอนได้นักนี้”

                เมื่อบิดาว่าอย่างนั้นชายหนุ่มเลยได้แต่ถอนใจอยู่เฮือกๆ   กวาดสายตามองไปรอบห้องอย่างไร้จุดหมาย   แล้วก็กลับมาที่ใบหน้าของบิดาอีกครั้ง  ก่อนตัดสินใจถามออกไปอย่างตรงๆจนได้  ด้วยน้ำเสียงที่ทำเหมือนไม่สนใจ  หรือเรียกได้ว่ายังมีฟอร์มอยู่ว่างั้นเถอะ

                “เลขาของป๋าไปไหนแล้วละครับ”

                “นั่งอยู่ที่หน้าห้องนั้นไง”

                นายเกรียงไกรหมายถึงเด็กหนุ่มจากแผนกอื่นที่ถูกยืมตัวมาเป็๞เลขาชั่วคราว

                “ไม่ใช่นี่ฮะ  เอ่อ ผมหมายถึง  คนที่ชื่อเรือนขวัญ”

                ตอนนี้ชายหนุ่มกล่าวได้อ้อมแอ้มไม่เต็มเสียง

                “แกจะไปถามถึงทำไมว่ะ   ผู้หญิงสุดเชย   ท่าทางจืดชืด อย่างนั้นนะ”

                ผู้เป็๞บิดาไม่วายประชดด้วยถ้อยคำเดียวกันกับที่เขาเคยใช้ว่าหล่อนเมื่อคราวพบกันครั้งแรก   และมันก็ทำให้ชายหนุ่มหมดคำที่จะถามต่อ  เพราะเคยกล่าวติเตียนหล่อนไว้ด้วยถ้อยคำค่อนข้างรุนแรง   มาบัดนี้เขาจึงรู้สึกละอายใจ   ในการที่จะเปิดเผยให้ใครรับรู้   ว่าเขาชักจะเริ่มสนใจยายเชยคนนั้นเข้าให้แล้ว

                นายเกรียงไกรทำการตรวจตราเซ็นเอกสารจนเสร็จ  เขาจึงเก็บแฟ้มตรงหน้า แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้มองพิจารณาดูบุตรชาย  ซึ่งตอนนี้แทบไม่เหลือสภาพของหนุ่มไฮโซรูปหล่อเ๽้าสำอางที่มีผู้หญิงมาเสนอตัวเป็๲คู่ควงแบบไม่ซ้ำหน้าเลยสักนิด  

            ดูซินั้น ผมเผ้าเป็๞กระเซิง หนวดเครารกรุงรัง เสื้อผ้ายับยู่ยี่ปล่อยรุ่มร่ามไปหมด  เขาส่ายหน้าช้าๆพอจะเดาอะไรได้บ้างแล้วจากที่มองด้วยสายตา   แต่ก็ยังอดที่จะหมั้นไส้ ไม่ได้

                “ทำไมแกไม่จัดการกับตัวเองให้มันเรียบร้อยก่อนว่ะ   มาสภาพอย่างนี้โชคดีที่ไม่ถูกหมาฟัดเข้าให้”