ความรู้สึกแรกยามที่ฟื้นคือแปลกใจไม่ใช่ความเ็ปที่กำลังประสบสิ่งนี้ถือเป็เื่ปกติ สำหรับเด็กไร้บ้านอย่างเขาการถูกทำร้ายหรืออะไรพวกนี้เป็สิ่งที่ไม่อาจเลี่ยง ที่แปลกคือถุงน้ำแข็งที่มาประคบตามใบหน้าและร่างกายที่ช่วยทุเลาความทรมานนี้มากกว่า
ที่ๆเขาอยู่ยังคงเป็บ้านร้างจุดนัดพบประจำที่เดิมน่าประหลาดที่ยามนี้มันกลับเงียบ ไม่มีเสียงพูดคุยหรือกระทั่งเสียงหายใจของผู้คนจนอดไม่ได้ที่จะเหลือบมอง นั่นทำให้เขาพบว่าเด็กคนอื่นหายไปหมดแล้ว
“ อย่าพึ่งลุกล่ะเ้าเปี๊ยกนอนต่อไปอย่างนั้นอีกนิด พรุ่งนี้ตื่นมาจะได้ไม่ต้องเจ็บมาก ” เสียงที่ดังขึ้นข้างหูทำเอาเ้าตัวสะดุ้งโหยงพอนึกจะขยับความเจ็บก็มาเยือนจนใบหน้าบิดเบี้ยว มือเอื้อมมากุมท้องส่วนที่บอบช้ำอยู่อย่างอัตโนมัติ
“ ก็บอกว่าอย่าพึ่งขยับตัวไงล่ะฟะ ซี่โครงไม่หักแต่ก็ช้ำเยอะเอาเื่เด้งตัวขนาดนั้นจะไม่ให้เจ็บไงไหว ” คล้ายจะอ่อนใจเล็กน้อยแต่ก็เดินเข้ามาก่อนยื่นถุงน้ำแข็งอันใหม่มาให้ประคบแทนของเก่าที่ละลายไปเกือบหมด
“ คะ คุณเป็ใคร ที่นี่ที่ไหน แล้วทำไมถึง... ” เสียงเล็กขาดห้วงเพราะการฝืนขยับตัวทำให้ความเจ็บแล่นขึ้นมาอีกครั้ง
“ ใจเย็นถึงจะเห็นหน้าโหด โฉด ฆ่าไม่เลี้ยงอย่างนี้แต่ฉันก็ไม่ได้ไร้เหตุผล ไม่ทำอะไรเด็กตัวกะเปี๊ยกอย่างพวกแกหรอกน่า ถ้าไม่จำเป็อ่ะนะ ” ทางหนึ่งเหมือนเป็การบอกอีกด้านกลับคล้ายเป็คำเตือนที่ทำให้ร่างเล็กได้แต่สงบอย่างช่วยไม่ได้
นึกย้อนไปถึงความทรงจำล่าสุดจำไม่ผิดผู้ชายคนนี้กระทืบพวกที่รีดไถตนเสียจนย่อยยับ อาศัยมือเปล่าจัดการคนพวกนั้นได้อย่างง่ายดายจนน่าทึ่ง กระทั่งพวกนั้นเองยังใลนลานเสียจนทำอะไรไม่ถูกเป็ความเหนือชั้นกว่าอย่างแท้จริง
พอคิดได้ดังนั้นเม็ดเหงื่อก็ไหลซึมออกมาจากร่างเล็กอย่างห้ามไม่อยู่
“ ว่าแต่แกใช้ได้เลยนะไอ้เปี๊ยก สามารถเข้ามาด้านหลังของฉันได้โดยไม่รู้ตัวแถมยังล้วงกระเป๋าไปได้หน้าตาเฉยอีก ฝีมือไม่เบานี่หว่า ” เ้าของผลงานสะดุ้งโหยงแม้จะเตรียมใจั้แ่เห็นหน้าแต่พอโดนทักมันก็อดจะหวั่นขึ้นมาไม่ได้
เ้าของกระเป๋าตังค์ที่มีแต่เศษเหรียญหาใช่ใครที่ไหนนอกเหนือไปจากชายหนุ่มตรงหน้า พอรู้เื่นั้นร่างเล็กก็อดจะตัวสั่นขึ้นมาไม่ได้
อาจเหมือนเต็มไปด้วยช่องโหว่พอนึกจะลงมือเด็กน้อยจึงได้รู้ว่ามันไม่ใช่ ช่องว่างในการลงมือแทบไม่มีการก้าวเท้ายังสงบเรียบเรื่อยกลมกลืนแต่ก็พร้อมจะระวังตัวตลอดเวลา ในยามแรกเกือบจะนึกถอดใจแล้วด้วยซ้ำถ้าไม่บังเอิญมีสิ่งที่ดึงความสนใจ
อุบัติเหตุรถชนเป็สิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันโดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างนี้ หากเสียงโวยวายประกอบกับความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ถือเป็เื่ธรรมชาติ อาศัยเสี้ยววินาทีที่ทางนั้นเพ่งสมาธิไปยังจุดนั้นล้วงกระเป๋าและโกยอ้าวออกมาอย่างว่องไว
รู้ว่าทางนั้นจะรู้ตัวในเวลาไม่นานที่นึกไม่ถึงคือการที่สามารถตามมาถึงที่นี่ได้ แล้วยังฝีมือต่อสู้ระดับพระกาฬนี่อีก
“ เฮ้ยๆ ไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้จะมาทำอะไร แถมเพราะแกด้วยซ้ำทำให้ฉันรอดพ้นวิกฤติสิ้นเดือนไปแล้ว ” ธนบัตรกองหนึ่งยังคงอยู่ที่เดิมท่าทางที่ทำให้คนฟังหรี่ตาลงโดยอัตโนมัติ
“ ไม่เอาน่ายังไงซะจะไปไล่คืนเ้าของเงินก็ไม่ได้แล้ว ฉันไม่ได้เอามาทั้งหมดสักหน่อยก็แบ่งๆกับคนอื่นตามส่วนนั่นแหละ ไอ้ที่กองนั่นส่วนของแกกับฉันอย่างละครึ่ง อย่าหยิบไปหมดละเฮ้ย ”
“ ้าอะไร? ” หาได้ลดความระแวงลงไปตรงข้ามมันกลับยิ่งมากขึ้น ความพยายามเป็มิตรไม่ได้ช่วยให้ร่างเล็กรู้สึกผ่อนคลายกลับชวนให้หวั่นเกรงเสียมากกว่า
รายของชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็ได้แต่ถอนใจก่อนเริ่มหันไปสู่ความจริงจังไม่แพ้กัน
“ ถ้าแรกสุดก็กระเป๋าใบที่แกหยิบมานั่นแหละ ฉันรู้ว่าในนั้นอาจมีเงินแค่กระจึ๋งเดียวแต่ถ้าทำได้ฉันก็อยากได้มันคืน ”
“ ทำไมต้องอยากได้มันคืนขนาดนั้น มีความสำคัญอะไรงั้นเหอ ”
“ ฉันว่าแกไม่อยู่ในสถานะที่จะมาย้อนถามอะไรฉันแบบนี้ได้นะไอ้เปี๊ยก ” สายตาเปลี่ยนเป็คมกริบจนทำให้คนที่นอนอยู่สะดุ้งโหยง ภาพร่างที่โดนกระทืบผุดขึ้นมาในความคิดจนเผลอถอยห่างอย่างลืมตัว
“ เอาเหอะ บอกไปก็ไม่เสียหายอะไร ที่ฉันห่วงไม่ใช่กระเป๋าแต่เป็รูปที่อยู่ด้านในน่ะ ” น้ำเสียงอ่อนลงโดยเฉพาะยามที่พูดถึงรูปที่ว่าระดับอารมณ์และแรงกดดันในวินาทีเมื่อครู่เลือนหาย สิ่งนั้นทำให้ร่างเล็กผ่อนลมหายใจอย่างลืมตัว
หากพอมานึกดูกลับทำให้ร่างเล็กนิ่งงัน หลังจากรู้ว่ามีเงินไม่เท่าไหร่ตนก็โยนกระเป๋าใบนั้นลงถังขยะกับมือ การกระทำที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบที่ยามนี้พึ่งจะมานึกเสียใจ
ไม่รู้ว่าถ้าทางนั้นรู้ว่าตนทำอะไรกับของที่้าอีกฝ่ายจะทำอะไรบ้าง อาจซ้อมตนเหมือนเ้าพวกที่มารีดไถหรือแย่กว่าพอคิดดังนั้นมันก็ทำให้เขาอดสั่นขึ้นมาไม่ได้
“ เื่พวกนั้นเอาไว้ก่อนแล้วกัน ตอนนี้รีบถอดเสื้อก่อนเลย เร็วเข้า ” พริบตาแรกมันชวนให้งุนงงคล้ายไม่เข้าใจว่าจะพูดถึงอะไร พอตั้งสติได้ร่างเล็กก็หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที
“ นะ นี่นาย นะๆๆ น่ารังเกียจที่สุด ”
“ หะ น่ารังเกียจบ้าบออะไรวะ รู้ตัวไหมน่ะว่าไอ้อาการช้ำในที่เจอมันหนักเอาเื่เลยถึงไม่มีอะไรหักแต่ถ้าปล่อยให้รักษาตามปกติแกได้เจ็บยาวเป็อาทิตย์เลยนะเฮ้ย ถ้าอยากจะหายเร็วๆก็ถอดเสื้อมาให้ฉันทายาได้แล้ว ” ในมือมีกระปุกเล็กๆเหมือนตลับยาอะไรบางอย่างเหมือนยืนยันในสิ่งที่เ้าตัวพูด
“ มะๆ ไม่เชื่อหรอกนั่นน่ะต้องเป็ไอ้ครีมอย่างว่าที่เอาไว้ เอาไว้... ” ควันสีขาวเริ่มลอยออกมาจากใบหน้า รู้ดีว่ามันคืออะไรแต่เหมือนมันเป็สิ่งที่กระดากเกินกว่าจะพูดออกมาสำหรับร่างเล็ก
“ ก็ห่าละ!! เลิกมโนได้แล้วไอ้เด็กเวรนี่มันครีมไว้ใช้ทารอยพกช้ำโว้ย อย่างฉันไม่ทำเื่น่าทุเรศอย่างนั้นหรอกถ้าฉันถูกใจใครฉันมีปัญญาจีบ ไม่มาพึ่งของเล่นไร้สาระพวกนั้นแน่ ” มือเอื้อมไปเขกกะโหลกที่แม้จะมีหมวกผ้าคอยป้องกันแต่มันก็ยังเจ็บจนเผลอเอามือกุมหัว
“ แล้วอีกอย่างฉันชอบผู้หญิงไม่เคยมีความคิดสนใจตัวผู้ด้วยกันเว้ย สเป็คของฉันต้องเป็สาวสวย หุ่นดี หน้าอกใหญ่ๆ นิสัยอ่อนหวานน่ารัก ไม่ใช่ไอ้เด็กเปรตเถียงดะจอมเพ้อเจ้อแถมไม่มีนมอย่างแก ชิ คนอุตส่าห์หวังดีทั้งที่บัญชีเื่ที่ล้วงกระเป๋าตูไปก็ยังไม่ได้คิด ”
“ โอ๊ย เจ็บ ยอมแล้วๆ ขอโทษครับๆ ” หยาดน้ำปริ่มออกมาจากหางตาเนื่องด้วยมือที่กำลังกดลงไปบนบริเวณที่ช้ำ ทั้งที่ไม่ได้ใช้แรงกดอะไรมากมายหากมันเจ็บเสียจนชวนให้ดิ้นพล่าน
“ รู้งี้ไม่น่าช่วยให้เสียเวลา ปล่อยให้นอนเดี้ยงจริงๆสักอาทิตย์ก็ดี ทีนี้ก็เลิกพิรี้พิไรแล้วถอดเสื้อสักที ” ไม่ว่าเปล่ายังเอื้อมไปถลกเสื้อตัวโคร่งที่สวมอยู่อย่างว่องไว การกระทำที่ชวนให้ร่างเล็กสะดุ้งจนสุดตัว
“ มะ ไม่ต้อง เดี๋ยวผมทาเอง ” อาศัยความไวของการเป็หัวขโมยชิงตลับยาที่อยู่ในมือของคนโตกว่ามาอย่างว่องไว การกระทำที่ชวนให้เส้นเืผุดขึ้นมาบริเวณขมับ
“ แกนี่เื่มากจริงตูก็ไม่ได้อยากจะเห็นิัของตัวผู้เหมือนกันหรอกนะเว้ย แล้วนั่นก็ยานั่นก็ทำยากด้วยอย่ามัวแต่เล่น... ”
“ ผมจะเอาไปคืนแน่นอนผมสัญญา ขอให้ผมทาเองเถอะ ” ความจริงจังในน้ำเสียงและสายตาทำให้คนมองได้แต่ชะงัก ใจหนึ่งก็อยากหักดิบมันไปเสียตรงๆแต่พอได้เห็นสายตากึ่งขอร้องนี่แล้ว...
“ เออๆก็ได้วะเบื่อนิสัยแบบนี้ของตัวเองจริง แต่บอกก่อนถ้าไม่คืนรับรองว่ามีรายการจับแก้ผ้าประจานแน่นอนนะเฮ้ย ” คำกล่าวที่ทำให้คนฟังพยักหน้าถี่รัวกว่าเก่าเม็ดเหงื่อไหลซึมออกมา เพราะจากท่าทางคนพูดคงกล้าทำอย่างที่พูดจริงแน่
“ จริงสิพูดถึงเื่าเ็ แล้วกิลเป็ยังไงบ้าง ”
“ กิล? ไอ้เด็กอีกคนที่โดนกระทืบน่ะเรอะ? รายนั้นอาการหนักกว่าที่คิดเลยส่งโรงพยาบาลแต่ไม่ต้องห่วง หมอบอกมาแล้วว่าอาการพ้นขีดอันตรายแค่ต้องนอนโรงพยาบาลสักพัก ” แทนที่จะยินดีคนฟังกลับรู้สึกหนักอึ้งโดยเฉพาะเมื่อได้ยินว่าต้องเข้าโรงพยาบาล
สำหรับเด็กไร้บ้านอย่างพวกเขาโรงพยาบาลเป็เหมือนสถานที่ๆต้องห้าม ต่อให้เจ็บป่วยเพียงไหนก็ไม่มีใครนึกอยากไปเพราะไม่มีเงินจะจ่ายค่ารักษา ปกติเวลาาเ็หรือป่วยจึงมีแต่ต้องนอนรอให้หายเองอย่างดีสุดก็ไปแอบขโมยยามาเท่านั้น
“ ไม่ต้องห่วงหรอกน่าเื่เงินเดี๋ยวทางนี้จัดการเอง มาถึงขนาดนี้ถ้าไม่ช่วยมีหวังนอนไม่หลับกันพอดี พวกเด็กคนอื่นๆก็ถูกพาไปอยู่ที่ปลอดภัยแล้วไม่ต้องห่วง ” ชวนให้รู้สึกแปลกใจเพราะไม่คิดว่าจะมีใครที่ยื่นมือเข้ามาช่วยพวกตนจริงจังแบบนี้
สังคมที่เขาอยู่เน้นการพึ่งพาตนเองต้องบอกว่าถ้าไม่ทำอย่างนั้นก็มีแต่ต้องรอความตาย ตัวตนที่ไม่ว่าใครต่างก็รังเกียจทั้งที่บางทีตนยังไม่ทันได้ทำอะไร ไปที่ไหนคนก็มองว่าเป็แค่เด็กเหลือขอที่จะกลายเป็พวกอาชญากรในสักวัน
สำหรับร่างเล็กความช่วยเหลือจากคนตรงหน้ามันจึงเป็เื่ประหลาดยิ่งนัก
“ เอ้อ คุยกันมาตั้งนานยังไม่ได้ถามชื่อเลยนี่หว่า จะให้เรียกไอ้เปี๊ยกมันก็ได้แต่แกก็คงไม่ชอบใช่ไหมล่ะ ”
“ คิริฮาระ โช ” การแนะนำสั้นๆที่ทำให้เ้าตัวเผลอก้มหน้า แม้จะมีนามสกุลแต่เอาเข้าจริงตนก็ไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่มาก่อนเหมือนกัน
“ ตูคือริกเนส เกรย์ฮาร์ท ชายผู้แข็งแกร่งและเท่ที่สุดในปฐี ” การแนะนำที่ชวนให้คนฟังได้แต่นิ่งงัน สายตาจ้องมองไปยังคนพูดด้วยความไม่มั่นใจที่พูดนั้นล้อเล่นหรือเอาจริง
“ ไหงทำหน้าแบบนั้นฟะตูเทพจริงนะเฮ้ย แล้วนี่ก็อุตส่าห์เสียเวลาจัดทรงแถมหมดเจลไปตั้งเยอะกว่าจะได้ทรงนี้มาด้วย เป็ไงเท่ป่ะล่ะ ” ยกนิ้วโป้งเหมือนกับจะให้ทางนี้ยืนยันท่าทางเปี่ยมความมั่นใจโดยไม่ได้รู้เลยว่ามันดูตลกเพียงไหน
แน่นอนร่างเล็กก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าไม่ให้กระตุกขึ้นมาเช่นกัน
“ ว่าแต่คนญี่ปุ่นงั้นเรอะแปลกแฮะ ปกติเขตสิบสี่นี่เป็ถิ่นของพวกคนดำนี่หว่าไหงมาอยู่นี่ ” เมืองคาเมล็อตที่แบ่งเขตมากถึงยี่สิบสี่เขตไม่ใช่แค่เพราะขนาดความกว้างของพื้นที่ แต่ยังแบ่งตามชุมชนและกลุ่มที่อยู่อาศัยในแต่ละพื้นที่อีกด้วย
ไม่รู้ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจหรืออะไรทำให้คนต่างเชื้อชาติอพยพเข้ามาอยู่ในเมืองนี้กันให้ควัก ถ้านับจากประชากรนับสิบล้านคนในเมืองคงมีคนเชื้อชาติต่างๆจนแทบจะเรียกว่าทั่วโลก แต่ละเขตถูกแบ่งออกเพื่อให้ง่ายต่อการจัดสรรและดูแลกันเอง
ปกติถ้าคนๆนั้นเชื้อชาติไหนย้ายไปอยู่แถบที่คนเชื้อชาติเดียวกันอยู่จะใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น แต่ก็ใช่จะแนะนำทุกกรณีเพราะบางแห่งไอ้พวกที่คุมพื้นที่ก็ไม่ใช่คนดีเด่เสียเท่าไหร่นัก
“ เื่ที่พวกแกล้วงกระเป๋าน่ะพอเข้าใจได้แต่ไอ้พวกที่มารีดไถแกเป็ล่ำเป็สันนั่นใคร? พอจะรู้หรือเปล่าว่านั่นพวกไหน? ”
“ บอกตรงๆพวกเราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกนั้นมาจากไหน แต่ถ้าไม่ทำตามพวกเราก็จะเจอเหมือนอย่างที่ได้เห็นไปนั่นแหละ ” ใช่จะชอบพอหากไม่มีทางเลือกตนไม่มีทางทำอะไรพวกนั้นได้ ไม่ว่าจะสรีระหรือเรี่ยวแรงก็ล้วนแล้วแต่ด้อยกว่าไม่รวมกับอาวุธที่พวกนั้นถืออยู่
“ แล้วไม่มีใครออกมาต่อต้านบ้างเรอะ? พวกนักเลงเ้าถิ่นหรือพวกตัวแสบๆงี้หายไปไหนหมด ” เป็ไปได้ยากที่จะมีเด็กอยู่แค่นี้มันน่าจะมีพวกที่โตกว่านี้อย่างน้อยก็สักสองสามปี คอยเป็คนคุมและสอนงานให้คนเด็กกว่าอีกทีไม่ใช่พวกตูดหมึกนั่น
“ ก่อหน้านี้ก็มีอยู่หรอกแต่พอพวกนั้นเข้ามาก็หายไปหมด ไม่มีใครบอกหรอกว่าหายไปไหนแต่ว่า... ก็ไม่มีใครถามเหมือนกัน ” ทุกคนเดาได้ด้วยสัญชาตญาณเหมือนเป็เื่ต้องห้ามทุกคนไม่มีใครพูดหรือถามกันในเื่นี้ คล้ายจะกลัวว่าตนจะกลายเป็รายต่อไป
“ หลังจากนั้นก็กลายมาเป็แบบนี้ทุกอาทิตย์พวกเราต้องไปหาเงินมาให้ได้ ถ้าใครไม่สามารถหาได้ตามเป้าก็จะโดนซ้อม เคยมีคนตายคามือพวกนั้นไปแล้วด้วยเลยยิ่งไม่มีใครกล้าขัด ” น้ำเสียงสั่นครือที่มองอย่างไรก็ไม่ใช่เื่โกหก อย่างน้อยก็ต้องมีความรู้สึกจริงๆเจืออยู่ไม่มากก็น้อย
หูรับฟัง สายตาก็จ้องมองเช่นเดียวกับสมองที่เริ่มขบคิด เขาไม่ได้แค่เพียงฟังอย่างเดียวแต่ยังสังเกตและจับโกหกไปในตัว อย่างแรกก็เพื่อประเมินความน่าเชื่อถือของเด็กคนนี้ อีกทางก็เพื่อตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับเื่นี้ดี
การหายตัวไปของคนไร้บ้านในส่วนของการตามสืบหรือจัดการล้วนเป็ไปได้ยาก ด้วยความที่ไม่มีหลักแหล่งแน่ชัดแถมยังไม่มีคนรู้จักมักคุ้นจึงยากจะระบุตัวตน พูดตามตรงต่อให้ไปแจ้งตำรวจหรืออะไรก็คงไม่มีคนจะมาสนใจ
ในสายตาคนอื่นอาจเห็นว่าคนจรจัดคือคนมีปัญหาบ้างก็อาจมองว่าเป็พวกเดียวกับอาชญากร ส่วนหลังเขาไม่เถียงเพราะพวกที่ทำผิดแล้วหนีด้วยวิธีนี้ก็ใช่จะไม่มีแต่ความจริงไม่ใช่ คนจรจัดเองก็มีหลายประเภท
ไม่ว่าจะเด็กกำพร้าที่ถึงจะมีมูลนิธิมากมายมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรนัก ผู้อพยพทั้งจากในและนอกประเทศที่เลือกหนีความยากจนหรือภัยอันตรายมาที่นี่แต่พอมาแล้วไร้ที่ไป กระทั่งกลุ่มที่สูญเสียทุกอย่างเพราะพิษเศรษฐกิจจนบ้านยังไม่มีอยู่ ทั้งหมดคือคนจรจัดด้วยกันทั้งสิ้น
ปฏิเสธไม่ได้ก็จริงว่าส่วนมากคนเ่าั้เลือกสิ่งต่างๆที่นำมาสู่หนทางนี้ด้วยตัวเอง บางคนก็ทำตัวเองจนไม่มีหน้าไปโทษคนอื่นแต่บางคนก็ไม่ใช่ เขาไม่เห็นด้วยหากจะเหมารวมว่าอะไรสักอย่างเป็ขาวและดำไปเสียหมด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกรณีของเด็กพวกนี้ด้วยยิ่งแล้วใหญ่
“ รู้งี้น่าจะกระทืบพวกมันให้ปางตายกว่านี้อีกสักหน่อยแฮะ ไม่น่าอ่อนมือให้เลยพับผ่า ” ความรู้สึกไม่พอใจอัดแน่นอยู่ในอกหากเขาต้องสงบมันเอาไว้ ที่เขากำลังคุยอยู่ไม่ใช่เป้าหมายแต่เป็เหยื่อที่ถูกพวกนั้นเล่นงาน
“ ว่าแต่เห็นเด็กคนอื่นเล่าว่าแกช่วยเด็กที่โดนซ้อมอีกคนเลยโดนกระทืบ ทั้งที่รู้ว่าพวกมันพร้อมจะฆ่าแล้วไหงยังทำตัวอ้อนเท้าพวกมันอีกล่ะ เกิดอยากทดสอบความอึดของตัวเองขึ้นมาเรอะ? ”
“ ใช่ที่ไหนเล่าก็แค่อยากจะทำอะไรให้บ้างเท่านั้นแหละ ครั้งก่อนที่ผมเป็ไข้จนไปไหนไม่ได้ ก็มีหมอนั่นแหละที่อุตส่าห์ไปหายากับของกินมาให้ จริงๆมันก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรแต่ว่า... ” ใบหน้าภายใต้หมวกใบโตก้มต่ำเหมือนกำลังลังเลไม่สิ ต้องบอกว่าหาคำจำกัดความมันไม่ถูก “ แค่รู้สึกว่าจะอยู่เฉยๆไม่ได้ก็เท่านั้น ”
ความรู้สึกที่ชวนให้สับสนและงุนงงสำหรับร่างเล็กหากสำหรับชายหนุ่มมันกลับทำให้เขายิ้มที่มุมปาก
“ คิดไว้ไม่ผิด แกนี่ใช้ได้เลยจริงๆว่ะ ” มือตบลงไปบนไหล่ของร่างที่ยังคงาเ็จนร่างเล็กหน้าเบี้ยว หากเพราะรู้ว่าการกระทำนี้ไม่ได้แฝงเจตนาร้ายเอาไว้จึงไม่ปริปากบ่นอะไร
“ รีบๆทาไอ้ยาที่ตูให้ไว้ล่ะไอ้เปี๊ยกไม่สิ คิริฮาระ รออยู่นี่แหละเดี๋ยวฉันจะส่งคนมารับ ”
“ ตะ แต่ว่า... ”
“ ไม่ต้องห่วงหรอกน่าฉันสั่งให้คนคุมแถวนี้เอาไว้ชั่วคราว ในห้าถึงหกชั่วโมงนี้ไม่มีใครมาทำอะไรแกได้แน่ ส่วนฉันขอตัวเดี๋ยวพอดีมีอะไรต้องไปทำ ” ไม่รอให้ได้พูดอะไรร่างนั้นหายลับไปจากสายตา มีเพียงตลับยาที่ได้รับ(ฉก)มาที่ยังคงอยู่
สายตาจ้องมองตลับยาที่อยู่ในมือไม่รู้ว่ารายนั้นเป็ใครมาจากไหนแต่ความเป็ห่วงนี่ก็ของจริง ทั้งช่วยเหลือพวกตนพากิลไปส่งโรงพยาบาลและออกค่าใช้จ่ายแถมยังดูแลตนเป็อย่างดีอีก
คิดได้ดังนั้นร่างเล็กก็พยักหน้ารับก่อนไปหลบตรงมุมห้องและเริ่มทายาตามที่ได้รับคำบอก
เ้าคนที่เดินออกมาเองก็หาได้อยู่ว่างมือเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือมาเครื่องหนึ่งก่อนโทรออก ไม่ทันที่เสียงรอสายจะขึ้นมาให้ฟังการตอบรับจากปลายทางก็ดังขึ้น
“ ท่าทางสนุกน่าดูเลยนะโดดงานไปอาละวาดเนี่ย ” เสียงที่แฝงเอาไว้ด้วยการจิกกัดและไม่สบอารมณ์บ่งบอกว่าทางนั้นก็หัวเสียพอดู
“ ไม่เอาน่าจะงกไปทำไมที่ร้านก็ไม่ได้มีบาร์เทนเดอร์คนเดียวสักหน่อย ถึงฉันจะเทพที่สุดก็เถอะ ” ความหลงตัวเองจนเกินพอดีกลับไม่ได้ทำให้คนฟังรู้สึกอะไรมากไปกว่าอ่อนใจ
“ งั้นวันนี้นายคงจะไม่เข้ามาในร้านสินะ ”
“ อา พอดีมีอะไรต้องสะสางนิดหน่อยน่ะ อารมณ์เหมือนไล่ตบแมลงวันที่คอยมากวนใจอะไรงี้ ”
“ ถึงบอกไปจะไม่มีประโยชน์แต่รู้ใช่ไหมว่าพวกมันเป็แก๊งค์ลูกของสมาคมเพลิงมาร ถ้านายทำในสิ่งที่กำลังคิดอยู่รับรองว่าได้เป็าขนานใหญ่แน่ ”
“ ไม่หรอกน่าพวกนั้นไม่กล้าหรอก มูนไนท์คนเดียวก็ทำให้พวกมันนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้วยังมีเ้าสีเทานั่นอีกคิดว่าพวกมันคงไม่กล้าเคลื่อนไหวหรอก อย่างน้อยก็ใน่เวลานี้ล่ะนะ ”
“ แต่พวกเราจะเคลื่อนไหวตอนนี้มันก็เสี่ยงเกินไปเพราะงั้นดูท่าทีไปก่อน จำได้ว่าคนแถวนี้เคยพูดเอาไว้ประมาณนั้นนะ ”
“ มันไม่เหมือนกันไคล์ สำหรับคนอื่นจะมองยังไงฉันไม่รู้แต่สำหรับฉันการค้ามนุษย์โดยเฉพาะกับเด็กคือเื่เดียวที่ฉันยอมไม่ได้ ” เขาไม่ได้อ่อนโลกขนาดไม่รู้ว่าโลกนี้มีอาชญากรรม เอาเข้าจริงเขานี่แหละที่เข้าไปอยู่เกลือกกลั้วกันมันมานานปีกระนั้นก็ยังมีกฎเป็ของตัวเอง
เขายอมรับการค้ายา ขายอาวุธา หรือสารพันธุรกิจในโลกมืดได้อย่างไม่ขัดข้อง มีเพียงเื่นี้ที่เขาไม่อาจยอมรับถ้าเด็กคนนั้นเป็พวกนักฆ่าหรือทหารรับจ้างก็ว่าไป แต่การทำลายอนาคตของคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่และไม่มีโอกาสได้รับรู้โลกมันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องสำหรับเขา
เหมือนรู้นิสัยของเขาดีทางนั้นจึงไม่คิดห้ามพูดให้ถูกคือทำใจแล้วมากกว่าว่าห้ามไม่ได้
“ กลับมาฉันจะทำให้นายได้ชดใช้จนสาแก่ใจเลยคอยดู ” ฝีเท้าที่ก้าวอย่างมั่นคงมาตลอดชะงักเหมือนหวั่นเกรงในคำขู่นั้นอยู่นิดหน่อย “ แล้วบอกไว้ก่อนเพื่อไม่ให้มันเป็เื่ใหญ่หรือมีคนรู้ความเคลื่อนไหวมากนัก ไม่มีกำลังเสริมหรืออะไรทั้งนั้นนะ ”
“ นายคิดว่ากำลังพูดอยู่กับใคร หือ ” แตกต่างจากวินาทีเมื่อครู่ความหวั่นเกรงเลือนหายน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ก่อนเ้าตัวจะตัดสายก่อนเลื่อนไปดูข้อมูลที่ส่งมา
พวกที่โดนเขาตื้บไปใช่จะสบายเขาฝากให้คนของตนรีดข้อมูลจากพวกมัน รวมถึงสอบถามข้อมูลจากเด็กคนอื่นเท่าที่จับความได้ก่อนสรุปคร่าวๆมาเป็ข้อมูล นี่เป็สิ่งที่เขาจะใช้ตั้งต้นในการสืบเสาะหรือลงมือ
และแน่นอนเขาไม่ลืมจะฝากให้เ้าพวกที่รีดข้อมูลดูแลพวกนั้นให้สาสมกับสิ่งที่มันทำกับเด็กไม่มีทางสู้
“ ได้เวลาเคาะสนิมกันหน่อยแล้ว ” รอยยิ้มฉายชัดถึงความรื่นเริงปราศจากความหนักใจที่ต้องสู้คนเดียวโดยสิ้นเชิง
ว่าตามตรงมันให้ความรู้สึกสดชื่นและตื่นเต้นมากกว่าเสียด้วยซ้ำ