ผู้ชายคนนี้พอฟื้นขึ้นมาก็ฉวยโอกาสหน้าม่อใส่น้องสาวข้าเขาช่างปากมันลิ้นลื่นคิดว่าข้าไม่ได้ยินคำพูดเสเพลของเขาหรือเช่นไร หลี่จงอยากจะฉีกเขาเป็ชิ้นๆกล้าที่จะขอหมั้นหมายกับน้องข้าทั้งที่พึ่งเจอกันครั้งแรกแท้ๆ ยังมีคนหน้าไม่อายเช่นนี้อยู่อีกหรือ น้องข้าพึ่งหกขวบเศษๆแต่เขาถึงกับกล้าคิดกับนางเช่นนี้ข้าต้องคอยจะบตาดูเขาไว้ให้ดีเสียแล้ว
"เ้าคือ?"
สือไท่มองไปยังเด็กหนุ่มที่ร่างผอมบางอย่างสงสัย
ทว่าหลี่จงกลับไม่ตอบเขาแม้แต่คำเดียว เขาลุกขึ้นด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียม ขากรรไกเกร็งแน่น ดวงตาดำปรากฏแววดุดัน เขาเดินเข้าห้องพักของตนไปโดยไม่พูดจากับข้าเลยสักคำ
สือไท่รับรู้ถึงความรู้สึกกดดันจากเด็กหนุ่มที่มันทะลักออกมาจนเขารู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว เด็กคนนี้แววตาน่ากลัวเสียจริงคราหน้าข้าต้องมองให้ดีก่อนที่จะพูดคุยกับแม่นางน้อยคนนั้นเสียแล้ว
"เ้าอย่าได้ไว้ใจชายหนุ่มจากเมืองหลวงเชียวนะ"
หลี่จงหน้าบึงตึงเดินเข้าห้องมาด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์นัก
"ท่านหมายถึงชายหนุ่มที่ได้รับาเ็นั่นหน่ะหรือ"
หลี่หลิวมองแวบเดียวก็รู้ว่าท่านพี่เคืองโกรธกับคำพูดที่ชายหนุ่มพยายามหยอกเหย้านาง นางจึงบอกไปว่า
"ข้าไม่ถือสาคนที่ไม่รู้จักหรอกเ้าค่ะ หากข้ามัวแต่ถือสาคำพูดของคนอื่น อีกไม่นานพอข้าโตขึ้นข้าก็ต้องเก็บคำพูดของคนเ่าั้มาใส่ใจอีกมากเท่าใดกัน ท่านก็เช่นกัน ตอนนี้สิ่งที่เราควรทำคือดูแลเขาให้หายดีจักได้มีเงินไปคืนท่านย่า และได้ไปอยู่อมืองหลวง"
"เ้าอยากไปเมืองหลวงมากเลยรึ"
"ก็แน่น่ะสิเ้าคะ หากไปอยู่เมืองหลวงท่านก็จะได้เล่าเรียนในสถาบันที่ดีน้องเล็กเองก็เช่นกัน อีกไม่กี่ปีก็สมควรเข้าเรียนได้แล้ว ข้าฝากอนาคตไว้กับพวกท่านเลยนะอย่าทำให้ข้าผิดหวังเชียวเล่า"
ที่แท้นางก็กำลังทำเพื่อข้ากับน้องเล็กอยู่ ข้าก็นึกว่านางอยากไปอยู่ใกล้ๆกับชายผู้นั้นเสียอีก นี่ข้าทำไมต้องคิดเื่พวกนี้กับน้องสาวที่พึ่งอายุได้เพียงหกขวบกันนะ หลี่จงนอนลงห่มผ้าแล้วตอบกลับไปว่าข้าจะทำให้ดีที่สุด
เมื่อเสียงในห้องเงียบลง สือไท่ที่นอนฟังอยู่ก็มีรอยยิ้มที่ร้ายกาจประดับตรงมุมปากของเขา เด็กสองคนนี้เป็พี่น้องกันสินะงั้นข้าก็ถือว่ายังมีโอกาสอยู่ เพียงแค่ต้องเปลี่ยนวิธีการสักหน่อย ข้าควรแสร้งเป็หมูเพื่อหลอกกินเสือแผนนี้น่าจะใช้ได้ดีกับนาง ยังดีที่นางกับพ่อหนุ่มนั้นไม่ใช่คู่หมายกันสือไท่รู้สึกเบิกบานใจเป็ที่สุด
เขาหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า ตลอดทางเขาเร่งรีบหนีมา จนอาชาของเขาหมดแรงล้มลงเขาใช้ไม้พยุงเดินมาด้วยความเร่งรีบ ในใจคิดเพียงแค่ว่าต้องไปให้ถึงเมืองหลวงให้เร็วที่สุดแต่ท้ายที่สุดเขาเสียเืมากเกินไปจึงได้หมดสติลงก่อนที่จะถึงหมู่บ้านเป่ยหนาน
ฟ้ายังเมตตาที่ยังส่งคนมาช่วยเหลือข้าแถมยังเป็แม่นางน้อยที่หน้าตาจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตเหมือนมีดาวนับล้านดวงส่องแสงอยู่ในดวงตาคู่นั้น จมูกนิด ปากหน่อย แก้มน้อยๆดูน่าซังนัก ข้าก็เคยพบเห็นโคแก่กินหญ้าอ่อนมามากแต่กลับไม่คิดมาก่อนว่าตนก็จะเป็เช่นนั้นเหมือนกันช่างน่าละอายเสียจริง
ในคืนนั้นยามราตรีล่วงเลยผู้คนหลับนอนอย่างสนิท มีการเคลื่อนไหวเล็กๆบริเวณหน้าท้องของสือไท่ แผลที่เขาถูกแทงมาค่อยๆผสานกันอย่างช้าทำให้เขารู้สึกคันยิบยับบริเวณ่ท้อง แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตนมีแผลอยู่จึงมิกล้าที่จะเกามัน บางทีการทำแผลนี่อาจจะไม่สะอาดนักเช่นนั้นพรุ่งนี้เขาต้องรีบหาทางกลับเมืองหลวงก่อนที่แผลจะลุกลามไปมากกว่านี้
ฮี่ๆๆๆ ฮี่ๆๆๆ
เสียงม้าสอดผสานร้องขานทำให้คนตื่น ที่อื่นเขามีไก่ขันแต่บ้านข้ากลับมีม้าที่ร้องปลุกั้แ่ก่อนไก่โห่เสียอีก ท่านพ่อท่านแม่ลุกขึ้นจุดคบเพลิงที่ดับลงเพื่อให้เปลวเพลิงส่องสว่างอีกครั้ง ก่อนจะไปเตรียมข้าวของขนขึ้นรถลาก หลี่หลิวหลี่จงและหลี่เฉินเดินออกจากห้องมาแล้วกำลังจะไปล้างหน้า น้องเล็กเดินตามหลังและไปสะดุดล้มหน้าคะมำร้องไห้โวยวายจนสือไท่ตื่นขึ้น
"เจ็บ ข้าเจ็บ"
หลี่เฉินเอามือกุมหน้าน้อยๆของตนที่ฟาดลงพื้นไม้อย่างไม่ได้ตั้งใจ บัดนี้อาการงัวเงียของเขาได้หายไปทว่ากับได้รับความเ็ปมาแทน
"ทีหลังเ้าดูดีให้ดีหน่อย"
หลี่จงปลอบน้องเล็กที่น้ำตาลไหลพราก และบอกให้เขารู้จักสังเกตให้ดีๆจักได้ไม่พลาดท่าเหมือนเช่นครั้งนี้อีก
"ใครจะรู้กันเล่าว่าจะมีคนมานอนอยู่ตรงนี้ ปกติข้าก็เดินมาไม่เคยล้มเลยซักครั้ง"
หลี่เฉินลุกขึ้นยืนและเช็ดน้ำตาด้วยแขนเสื้อของตน ก่อนจะทำหน้ามุ้ยใส่ผู้เป็พี่ ถึงจะยังรู้สึกเจ็บอยู่แต่เราเป็ลูกผู้ชายต้องฮึบไว้ก่อนแม่สอนไว้
"ข้าผิดเองที่ลืมบอกเ้า ว่ามีคนาเ็มานอนพักที่บ้านของเรา"
หลี่หลิวก้มลงขอโทษน้องเล็กที่ไม่ทันได้คิดถึงเื่นี้ นางเห็นหน้าผากน้องเล็กแดงๆจึงรีบบอกให้พี่ใหญ่พาน้องเล็กไปล้างหน้าล้างตาส่วนตนของดูแผลของชายแปลกหน้าเสียก่อน
"ท่านเป็เช่นไร แผลดีขึ้นบ้างหรือไม่"
หลี่หลิวนั่งลงข้างๆเขาและเอาหลังมืออิงหน้าผากของเขาว่ามีไข้หรือไม่ ไข้ก็ไม่มีนี่ปกติคนได้รับาเ็อาจจะมีไข้ขึ้นสูงได้เพราะพิษของาแ ชายผู้นี้จะแข็งแรงเกินไปไหม
"ข้าขอดูแผลของท่านหน่อยได้หรือไม่"
นางถามเขาแต่เขาเอาแต่พยักหน้า สงสัยว่าเมื่อคืนที่เขาพูดจาแปลกๆเพ้อเจ้อ อาจเป็เพราะพิษจากาแก็เป็ไปได้
หลี่หลิวดึงผ้าห่มลงมาถึง่เอวโชว์ให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องของชายหนุ่ม ทว่านางก็ไม่ได้เขินอายอันใด หากเป็หญิงอื่นอาจจะขวยเขินหรือนางยังเด็กเล็กอยู่จนแยกแยะชายหญิงยังไม่ได้กันนะ
นางพยุงเขาลุกขึ้นนั่งเพื่อที่จะเอาผ้าสะอาดที่พันรอบ่เอวของเขาออก
สือไท่ไม่รู้สึกถึงอาการเ็ปแม้แต่น้อย เมื่อนางเอาผ้าที่พันรอบเอวของเขาออกปรากฎว่าแผลของเขาผสานกันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจแผลขนาดนี้ต้องใช้เวลาเป็เดือนถึงจะหายดี แต่มันหายไปในชั่วข้ามคืนโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็ไว้ได้เช่นไรกัน
"แผลของท่านหายดีแล้วรึ?"
หลี่หลิวมองหน้าเขาก่อนจะก้มลงเอามือจิ้มๆที่บริเวณหน้าท้องของเขาอย่างสงสัย เมื่อวานแผลของเขายังมีเืไหลซึมและเหมือนมันจะอักเสบอยู่เลย แต่มาวันนี้แผลที่หน้าท้องกับหายไปชั่วข้ามคืนหรือว่า... ต้องใช่แน่ๆไว้ข้ามีโอกาสจะต้องลองดูสักครั้ง
"ท่านหายดีแล้วนิเ้าคะ"
หลี่หลิวยิ้มหวาน งั้นอีกไม่นานนางก็มีเงินคืนให้ท่านย่าและจะได้เข้าไปอยู่ในเมืองหลวงเสียที
"ข้าว่า น่าจะใช่นะ"
สือไท่จับหน้าท้องของตน แล้วลูบๆคลำๆอย่างสงสัย แผลมันหายไปได้เช่นไรกันข้าถูกแทงจริงๆใช่หรือไม่หรือข้าเหนื่อยจนหลอนไป มิใช่สินางยังถามข้าอยู่เลยว่าข้าเจ็บแผลไหม
"เ้าไปล้างหน้าล้างตาเถอะเดี๋ยวข้าดูเขาต่อให้เอง"
หลี่จงเดินเข้ามาพร้อมกับบอกให้น้องสาวลงไปล้างหน้าล้างตา แต่นางกลับหันกลับมาแล้วยิ้มแป้นใส่เขาเสียอย่างนั้น เขาไม่อยากให้น้องสาวอันเป็ที่รักต้องใกล้ชิดกับชายแปลกหน้ามากเกินไปนักได้แต่คอยจับตาดูอย่างใกล้ชิด
"ท่านพี่มาดูนี่สิเ้าคะ"
หลี่หลิวกวักมือเรียกพี่ชายแล้วชี้ไปที่แผลของชายหนุ่มด้วยใบหน้าระรื่น ถึงมันจะมีร่องรอยของเือยู่บ้างแต่แผลของชายผู้นั้นหายไปแล้ว หายไปแบบไม่มีร่องรอยอะไรเลย
"เป็ไปได้เช่นไรกันแผลของเขาค่อนข้างสาหัสมากทีเดียวเลยนะ อย่าบอกนะว่า..."
ไม่ทันที่หลี่จงจะพูดต่อเขาจึงปิดปากลงและไม่กล้าที่เอ่ยออกมา
"เขาหายแล้วเ้าค่ะ ร่างกายของเขาฟื้นตัวได้เร็วมากเลยนะเ้าคะ ข้าประหลาดใจมากๆเลยล่ะเ้าค่ะ ชายผู้นี้ต้องไม่ธรรมดาเป็แน่ ท่านมีอะไรที่วิเศษอยู่ใช่หรือไม่"
หลี่หลิวยิ้มกว้างถามชายที่นอนค้างบ้านตนด้วยรอยยิ้มเชิงอยากรู้
"ข้าเปล่านะ"
สือไท่ยกมือขึ้นห้ามปรามอย่างลุกลี้ลุกลนแล้วตอบไป หากว่าพวกเขาไม่ได้ทำอันใดงั้นร่างกายข้าก็แปลกประหลาดงั้นรึ ไม่สิหากแผลข้าสมานกันได้เองแล้วเหตุใดข้าถึงต้องทนเจ็บมาตลอดทางที่รีบเร่งมาด้วยล่ะ ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าสงสัย
พอชายหนุ่มบอกปัดไปหลี่หลิวก็ทำหน้าตาเศร้าสร้อยอย่างจริงจัง เหมือนนางจะคว้าของสำคัญได้ทว่ามันกลับหลุดมือไป
"ในเมื่อเ้าหายดีแล้ว ก็สมควรจะกลับบ้านได้แล้วกระมัง"
หลี่หงที่จะเดินมาดูพวกเด็กๆเห็นเข้าจึงรีบเอ่ยปากไล่เขาอย่างโจ่งแจ้ง เมื่อคืนนี้เขาได้ยินคำที่ชายผู้นี้พูดกับบุตรสาวของตนจึงอยากให้เขารีบไปให้เร็วหน่อย หากเขาอยู่ที่นี่นานไปบุตรสาวของเขาอาจเสียรู้เขาเข้าสักวัน
"ข้าขอขอบคุณท่านและครอบครัวที่ช่วยชิวิตข้าไว้ขอรับ"
สือไท่ลุกขึ้นยืนสองมือผสานก้มหัวลงคำนับชายร่างสูงใหญ่ผิวขาวเหลือง อย่างจริงใจถึงเขาจะแต่งตัวไม่สุภาพนักและการขอบคุณผู้ช่วยชีวิตไว้นั้นสำคัญกว่า
"ข้ามีนามว่าสื่อไท่ เป็พ่อค้าสมุนไพรในเมือง"
"ข้าได้ยินที่เ้าพูดคุยกันเมื่อคืนแล้ว เอาล่ะเ้าก็เตรียมตัวเสียหลังจากกลับมาจากตลาดเช้าข้าจะไปส่งเ้าที่ตัวเมือง จากนั้นเ้าคงหาทางไปต่อเองได้ใช่หรือไม่"
สื่อไท่ได้ฟังเช่นนั้นก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง มี่แท้เขาได้ยินข้าพูดจาฉอเลาะกับแม่นางน้อยจึงทำให้เขาเคืองโกรธ
"ข้าต้องขออภัยท่านด้วย ข้าเพียงแค่อยากตอบแทนนางที่ช่วยชีวิตจึงยื่นข้อเสนอนั้นไปเพื่อที่จะได้ทดแทนบุญคุณ หากแต่ว่านางกับข้าก็ได้ตกลงกันไว้แล้วว่านาง้าเพียงที่ดินหนึ่งไร่กับห้าตึงเงินข้าคิดว่าจะให้ที่ดินเพิ่มอีกสองไร่ ท่านคิดเห็นว่าเช่นไร"
สือไท่เข้าใจสภาพความเป็อยู่ของครอบนี้ว่ามีหนี้สินที่ต้องจ่าย และ้าที่นาเพื่อทำกินและส่งเสียบุตรชายทั้งสองจึงถามไถ่บิดาของนางอย่างนอบน้อม
"ข้าเห็นด้วยกับที่เ้าว่า ที่เพียงไร่เดียวมันไม่เพียงพอให้เลี้ยงปากท้องของครัวเรือนข้าได้"
สือไท่มีรอยยิ้มผุดขึ้นมาเล็กน้อยเล็กและเขาก็ต้องรีบเก็บมันคืนไปเมื่อได้ยินประโยคถัดไป
"แต่ข้าจะมิรับมาอย่างเปล่าๆหรอกนะ ข้าจะขอเช่าในราคาที่เป็ธรรม ส่วนเงินหากเ้าอยากให้ข้าจะรับไว้ ภายภาคหน้าหากข้ามีเงินตราพอแล้วข้าจะหาส่งคืนให้เ้าอย่างแน่นอน"
หลี่หงไม่อยากติดค้างชายที่จะมาชุบมือเปิบเช่นเขา ข้าจะไม่ยอมให้เ้ามาวอแวกับบุตรสาวคนเดียวของข้าได้ง่ายๆหรอกนะ
"ตามที่ท่าน้าเลยขอรับ แต่ข้าต้องกลับไปที่เมืองหลวงก่อนหากท่านยินดีสามารถไปพร้อมกับข้าได้เลยนะขอรับ ส่วนตำลึงเงินข้าพอมีติดตัวอยู่บ้างท่านสามารถรับมันไปก่อนได้เลย"
สือไท่เดินไปที่กองเสื้อผ้าของเขาก่อนจะนั่งแล้วก้มลงหยิบถุงเงินที่ซุกซ่อนไว้ออกมา ในนั้นมีเงินอยู่เกือบสิบตำลึงเงิน เขาหยิบออกมาให้หลี่หงห้าตำลึงเงินตามที่แม่นางน้อยเรียกไว้ หลี่หงเผลอคลี่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจถึงจะเป็เพียงการหยิบยืมแต่การได้จับเงินเป็เพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เขายิ้มออกมาได้อย่างสบายใจ
"เรากำลังจะไปตลาดเช้าเพื่อขายของ น้องชายเ้าอยากไปเปิดหูเปิดตาหรือไม่"
เมื่อได้รับเงินมาชายที่เคร่งขรึมก่อนหน้าก็มลายหายไปในทันตา แถมยังพาสือไท่ไปเปลี่ยนชุดซึ่งก็เป็เสื้อผ้าของเขาเมื่อยังหนุ่มสือไท่ใส่ได้อย่างพอดี ถึงเขาจะอายุได้เพียงสิบหกปีทว่ารูปร่างโดยรวมก็ไม่แตกต่างจากผู้ใหญ่คนนึงนักความสูงของสื่อไท่ก็ราวร้อยแปดสิบได้ ซึ่งมีความสูงพอๆกันกับท่านพ่อของหลี่หลิว
หลี่จงและหลี่หลิวหันไปสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย เหตุใดท่านพ่อถึงพลิกฝ่ามือเร็วถึงเพียงนี้ได้นะ
เมื่อถึงตลาดเช้าครอบครัวของหลี่หลิวกับสื่อไท่ก็จัดเตรียมข้าวของ หลี่หลิวนำปลาที่ท่านแม่ถอดเกล็ดล้างพุงแล้วมาทาเกลือแล้วตั้งกระทะเทน้ำมันลงไปมากหน่อยจนเกินครึ่งกระทะพอน้ำมันร้อนได้ที่นางใส่ปลาทั้งตัวลงไปทอดจนเหลืองแล้วค่อยเอาขึ้นให้มันสะเด็ดน้ำมันนางทอดครั้งล่ะสามตัวเพราะกะทะค่อนข้างใหญ่จึงทำให้ประหยัดเวลาได้มากขึ้น หลี่หลิวทำให้ท่านแม่ดูครั้งสองครั้งจากนั้นหวังลู่ก็รับหน้าที่ทอดปลาไป วันนี้หลี่หลิวให้ท่านพ่อยกเตามาอีกอันและกระทะขนาดกลางมาด้วยท่านพ่อก่อไฟรอเป็ที่เรียบร้อยนางก็ลงมือผัดเนื้อหน่อไม้โดยการที่นางไปสั่งเนื้อมาจากร้านลุงชวีฝั่งตรงข้าม ท่านพ่อและสือไท่รับหน้าที่หั่นเนื้อวัวถึงสือไท่จะไม่คล่องแคล่วนัก แต่เขาก็ตั้งใจทำอย่างเต็มที่พอเห็นการทำงานของครัวนี้เขายิ่งชอบใจมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า แม่นางน้อยที่ชื่อหลี่หลิวทำอาหารเก่งและอร่อยมากนี่คือสิ่งที่ข้าได้ฟังจากเ้าเล็กที่พูดจ้อไม่หยุด เมื่อหั่นเนื้อเสร็จเขาก็มาช่วยหลี่จงตักอาหารเหมือนกับว่าตอนนี้เขาเริ่มแทรกแซงเข้ามาในครอบครัวนี้ได้บ้างแล้ว
"เมื่อวานข้ามารอพวกเ้าอยู่นานที่แท้ก็ไปซื้อม้ามานี่เอง กับข้าววันนี้ข้าเอาอย่างล่ะสองกระบอกแล้วก็ปลาทอดอีกหนึ่งตัว"
แม่นางร่างท้วมที่มาซื้ออยู่บ่อยครั้งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อเห็นพ่อค้าหนุ่มคนใหม่มาตักอาหารให้นาง ด้วยใบหน้างดงามดั่งภาพวาดของสือไท่แค่ได้เห็นก็ทำให้คนใจชื้นได้แล้วจริงๆ
"ขอบคุณขอรับไว้คราหน้าท่านมาอุดหนุนใหม่นะขอรับ"
หลี่จงที่รู้ความยังคงยิ้มแย้มรับแขกต่อไปโดยมีสื่อไท่คอยช่วยอยู่ใกล้ๆ พอดูดีๆแล้วสือไท่ก็ไม่ได้แย่นะหรือจะเป็อย่างน้องรองว่าเพราะเขาได้รับพิษจากบาทแผลเลยพูดจาเพ้อเจ้อไปเช่นนั้น
"ขอบคุณขอรับ"
ทุกครั้งที่หลี่จงกล่าวขอบคุณลูกค้าสือไท่ก็จะกล่าวขอบคุณตามจนแม่นางน้อยใหญ่ที่มาตลาดพากันเคลิบเคลิ้ม นอกจากหน้าตาแล้วน้ำเสียงที่ทรงพลังแต่ว่าอ่อนน้อมทำให้แม่นางทั้งสาวอ่อนสาวแก่ใจละลายกันเป็แถว
หลี่หงมองดูสื่อไท่แล้วชวนให้คิดหากเขาชอบบุตรสาวตนจริงๆ และมีแม่นางคอยลุ่มล้อมอยู่เช่นนี้บุตรสาวข้าคงทุกข์ใจมิวายเว้น ข้ายกธงขาวยอมแพ้และควรหาคนที่เหมาะสมกว่านี้ให้บุตรสาวในภายหลังจะดีกว่า ชายผู้นี้จะเป็ได้เพียงแค่พี่ชายของนางเพียงเท่านั้น หลี่หงยิ้มอย่างสุขใจเขารับเงินจนนับไม่ทันวันนี้หลี่หลิวลงมือผัดเองเพราะหวังลู่ทอดปลาและกลัวน้ำมันร้อนๆจะกระเด็นใส่บุตรสาวนางจึงรีบทำหน้าที่ทอดปลาจนเสร็จ แล้วรับหน้าที่ผัดเนื้อและผักหอยโข่งต่อ
"วันนี้คนเยอะใช้ได้เลยนะเ้าคะ หากครอบครัวน้องสองมาขายอาหารคงจะขายดีมากแน่ๆ ข้าเคยได้ยินคนบอกว่าร้านน้องสองทำอาหารได้อร่อยมากเลยทีเดียว"
"หึ! ถ้าพวกเขาขายได้มากเราก็จะได้เงินคือมาเร็วๆ แล้วพวกเขาจะได้รีบย้ายก้นกลับมาช่วยงานข้าเสียที ข้าต้องควักเงินให้ครอบครัวหวังทุกวันจนข้าจะบ้าอยู่แล้ว"
หลี่ไซ่หัวมาเดินตลาดยามเช้ากับสะใภ้ใหญ่ นางก็ได้แต่คาดหวังว่าจะมาเจอบุตรชายคนรองที่คิดใหญ่ใฝ่โตว่าพวกเขาจะขายดิบขายดีมากแค่ไหนกันเชียว
"ตรงนั้นคนมุ่งอันใดกัน เ้าไปดูซิ"
"เ้าค่ะท่านแม่"
หลี่ไซ่หัวเห็นคนยืนมุงร้านอะไรสักอย่างจึงอยากรู้และบอกให้สะใภ้ใหญ่เดินไปสอดส่องดูให้นาง
"ท่านแม่ร้านน้องรองเ้าค่ะ คนต่อแถวยาวเลยเ้าค่ะ พวกเราจะเข้าไปไหมเ้าคะ"
"เข้าไปสิ ทำไมจะไม่เข้าไป"
"หลีกทางหน่อยๆข้าจะเข้าไปข้างหน้าช่วยหลีกทางหน่อยได้หรือไม่"
สะใภ้ใหญ่พยายามจะเบียดเข้าไปแต่กลับถูกทุกคนมองหน้าขึงตาใส่ ก่อนที่จะพูดกันว่าให้ไปต่อคิวด้านหลัง เพราะพวกข้าก็ยืนรอกันพักนึงแล้วเหมือนกัน อย่าได้คิดที่จะแย่งชิงแทรกแซงแถวของพวกเราเชียว