
ฤดูฝน เป็ฤดูที่ยาวนานมาก ซึ่งไปไหนก็ลำบาก ทั้งลมทั้งฝน ซึ่ง อิงอิง ก็ได้แต่อยู่ในบ้าน มองดูสายฝนผ่านหน้าต่าง และ ประตู อิงอิง หญิงสาว ถึงแม้จะอยู่ชนบท เป็แค่หญิงชาวบ้าน แต่อิงอิง พร์ ด้านดนตรี ศิลปะ อยู่บ้าง บางครั้งก็นั่งดีดพิมพ์ ใต้ร่มดอกท้อ นั่งเรือ ล่อง แม่น้ำ ชมสวนดอกท้อของตนเอง ซึ่งมีความสุข แต่่หน้าฝน เพียงแค่ ดีดพิมพ์ มองผ่านหน้าต่าง หัวใจ ก็รู้สึกเหงา และทันใดนั้นเอง อิงอิง ก็หยุดดีด เมื่อมองเห็น ผู้หญิง วัยกลางคน พร้อมลูกสาว วัยไล่เลี่ยเดียวกันกับอิงอิง และน้องชาย ที่อายุยังน้อย ตากฝน กำลังเดินผ่านถนน ดูเหมือน ผู้หญิงวัยกลางคน กำลังจะล้มลง อิงอิง จึง รีบออกไป โดยที่ไม่ลังเลอะไร ทันใดที่ไปถึง ผู้หญิงวัยกลางคนคนนั้นก็สลบไป หญิงสาววัยไล่เลี่ย ก็พูดขึ้นมาว่า คุณหนู ช่วยแม่ข้าด้วย พวกเราไม่ได้ทานอะไรมาหลายวัน แล้ว ตากฝน มา แม่ข้าไม่สบาย ไม่มีที่พึ่งผิง อิงอิง ได้ยินจึงเรียกคนในบ้านมาช่วย หลังจากนั้น ก็ให้แม่บ้าน หาห้อง พาพวกเขาไปพัก อิงอิงสั่งแม่บ้านทำอาหาร ยา และเสื้อผ้า ให้พวกเขา
หลังจากนั้นอิงอิงก็ มาเปลี่ยนเสื้อผ้า ทุกคนในบ้าน ทั้งพี่สะใภ้ พี่ชาย พ่อและแม่อิงอิงก็ เข้ามา เกิดอะไรขึ้น หญิงสาววัยไล่เลี่ย ชื่อ ิเอ๋อ ก็ได้เล่าให้ฟังว่า
ตนกับแม่และน้องชาย โดนพ่อและภรรยาใกม่ ไล่ออกจากบ้าน จึงเร่รอน มาหลายวัน จนมาเจอ หมู่บ้านนี้ เดิมคิดว่า จะไปหาที่เช่าใน เมืองหลวง แต่แม่ข้าป่วยจากการตากฝนมาหลายวันและพวกเราไม่มีเงินเหลือ ไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน พอ พูดเสร็จ อิงอิงก็พูดขึ้นว่า ท่านพ่อท่านแม่ ให้พวกเขาอยู่ที่นี่เถอะ สวนเราก็ใหญ่โต ถ้าเ้าไม่รังเกียจก็อยู่ กับเราที่นี่นะ เราเป็แค่ชาวบ้านธรรมาดา เพาะปลูกทั่วไป ท่านพ่อท่านแม่ พ่อแม่ อิงอิง เลยรับปาก รับครอบครัว ิเอ๋อ อยู่ด้วย แล้วตำหนิอิงอิงเบาๆ หลังจากที่ แม่ิเอ๋อ หลับไป 2 ชั่วยามก็ตื่นมา อาการดีขึ้นก็ทานอาหารทานยา และได้พูดคุย ขอบคุณ อิงอิงและครอบครัว ต่อไปอย่าเรียกข้าว่า คุณหนู ข้าชื่อ อิงอิง เรียกชื่อข้าก็พอ
หลังจาก มรสุมผ่านไป ิเอ๋อ แม่และน้องชาย ก็ อยู่ในบ้านสวนของครอบครัวอิงอิง และช่วยงาน สวน