การค้นหา CEO แห่งเอเบรย์เทคโนโลยีกรุ๊ปฯ กลายเป็ข่าวดังภายในชั่วข้ามคืน สื่อทุกสำนักเฝ้าติดตามความคืบหน้ากันอย่างใกล้ชิด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างลงพื้นที่และส่งกำลังคนออกตามหากันทั้งวันทั้งคืน
ฝั่งตระกูลเออเบรย์และตระกูลดีมาร์คเกอร์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่การเดินทางระหว่างดวงดาวที่ยาวนานเกือบครึ่งเดือนนี้เป็อุปสรรคใหญ่ในการส่งกำลังคนไปสมทบ ยังดีที่บาร์เนทท์อยู่ฐานทัพไม่ไกลจาก Star9999 มากนักจึงสามารถนำทีมออกค้นหาน้องชายได้อย่างรวดเร็ว
ด้านเจย์ ดิสซ์และเจริคเองก็ร้อนใจไม่ต่างกัน เพราะได้รับข้อความจากอีฟร่าว่าไนเจลหายตัวไปหลังจากออกไปที่โกดังท้ายหมู่บ้านเช่นเดียวกัน
ทั้งสองแยกกันออกตามหาพร้อมกับชุดค้นหาชุดใหม่ของบาร์เนทท์ไม่ได้หยุดพักแต่ก็ยังคงไร้วี่แวว อุปกรณ์นำทางไฮเทคและเทคโนโลยีล้ำสมัยต่างๆ ไม่สามารถนำมาใช้ที่ Star9999 ดวงนี้ได้เพราะเหตุการณ์พายุไซโคลนถล่มเมื่อวานทำลายเสาสัญญาณและจุดปล่อยคลื่นความถี่ทั้งจากสสารและแร่ที่สกัดจากหินอุกกาบาตเกือบครึ่งหนึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังซ่อมแซมไม่แล้วเสร็จ
เจริคที่เชี่ยวชาญพื้นที่มากกว่าเจย์ ดิสซ์จึงออกความเห็นให้ค้นหาลึกเข้าไปในเขตป่าต้องห้าม เพราะบริเวณนั้นมีหุบเขาอยู่หลายลูก เมื่อลองเทียบกับกระแสลมพายุเมื่อวานแล้วมีความเป็ไปได้สูงที่พวกบาร์เซทท์จะถูกพัดพาไปที่นั่น
และที่เรียกว่าป่าต้องห้ามก็เป็เพราะพื้นที่ตลอดแนวป่ามีความสลับซับซ้อนเหมือนเขาวงกต ชุกชุมไปด้วยสัตว์ป่าและสัตว์กลายพันธุ์ที่ดุร้ายมากมาย เดิมทีชาว Star9999 ก็ไม่ค่อยมีระดับพลังมากกันอยู่แล้วจึงหวาดกลัวป่าต้องห้ามนี้กันมาก แม้แต่ทางกองทัพเองถ้าไม่มีความจำเป็จริงๆ ก็จะไม่เฉียดกายเข้าไปไกลเขตป่าต้องห้ามนี้เช่นกัน
บาร์เนทท์ไม่ค้านอะไรก่อนสั่งการให้เจริคนำทางพวกตนเข้าไปทันที เพราะยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไรความปลอดภัยของบาร์เซทท์ก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น
ภายใต้หุบเขาลึก
แม้ตอนนี้จะเป็เวลาเกือบเที่ยงวันแล้วแต่อุณหภูมิด้านล่างและแสงที่ส่องลงมาจากบนหุบเขาก็ยังคงน้อยนิดไม่ต่างจากตอนกลางคืนเท่าไร ไนเจลที่ยังคงเป็เพียงเด็กเล็กไหนจะาแฉกรรจ์บริเวณด้านหลังที่เริ่มอักเสบทำให้เด็กน้อยมีไข้ต่ำๆ ขึ้นมาบ้างแล้ว
บาร์เซทท์เองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันมากเท่าไร แม้เ้าตัวจะมีไข้เพราะพิษาแแต่เพราะเดิมทีมีร่างกายที่แข็งแรงและระดับค่าพลังมวลกายสูงจึงยังพอประคองสติและระงับพิษไข้ของตัวเองเอาไว้ได้
ส่วนเ้าออนซิลลาที่อยู่เฝ้าคนทั้งสองตลอดทั้งคืน เมื่อถึง่เช้ามันก็ลุกออกไปฉี่ไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อสร้างอาณาเขตของตัวเองไว้ป้องกันการรุกล้ำของสัตว์ตัวอื่นๆ ระหว่างที่มันออกไปหาอาหารกินตามปกติ ดังนั้นเมื่อสัตว์ที่มีระดับพลังต่ำกว่ามันผ่านมาจะหลีกเลี่ยงไปอีกทางโดยอัตโนมัติ
นอกจากนี้บาร์เซทท์ยังให้ไนเจลผูกผ้าเช็ดหน้าของตัวเองไว้ที่คอของเ้าออนซิลลาเพื่อให้มันนำขึ้นไปบนหุบเหวด้วย เพราะจากที่สังเกตมาเ้าออนซิลลาตัวนี้ค่อนข้างจะฉลาด เข้าใจภาษามนุษย์ และที่สำคัญมันดูเป็มิตรกับเด็กน้อยมาก เขาเชื่อว่ามันจะต้องพาคนมาช่วยพวกเขาได้อย่างแน่นอน
" พี่ชาย "
" อย่าเพิ่งพูดอะไร เก็บแรงเอาไว้ " บาร์เซทท์ััได้ว่าเด็กน้อยข้างกายเริ่มมีไข้แล้ว
" แต่มันเงียบเกินไป ผมรู้สึกกลัวนิดหน่อย "
" ไม่ต้องกลัว นายบอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่าเดี๋ยวพ่อกับลุงของนายก็หาพวกเราเจอแล้ว "
อันที่จริงความเงียบแบบนี้ชายหนุ่มคิดว่ามันปลอดภัยมากกว่าการได้ยินเสียงฝีเท้าสัตว์เดินอยู่รอบๆ มาก เพราะมันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาจะไม่ถูกพวกมันคาบเอาไปเป็อาหาร
" อืม ผมแค่กังวลนิดหน่อยเท่านั้น พี่ชายไม่ใช่คนที่ดาวเคราะห์นี้ใช่ไหมครับ "
ไนเจลเพ่งมองใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้แสงสลัวของพี่ชายข้างตัวถึงแม้จะมองเห็นไม่ชัดก็ตาม
" อืม ฉันมาจาก Star1 "
" ว้าว จริงเหรอครับ "
" จริงสิ ที่นั่นสวยมากเลยนะ มีทะเลหมอก ูเาดอกไม้ ป่าฝน น้ำตกเมฆ แล้วก็สถานที่สำคัญๆ ต่างๆ เยอะแยะมากมายเลยล่ะ "
บาร์เซทท์เห็นดวงตาเรียวสวยเปล่งประกายของเด็กน้อยก็เล่าเื่ราวต่างๆ เกี่ยวกับ Star1 ให้เ้าตัวฟังไปเรื่อยๆ หนึ่งเพราะเห็นว่าเด็กตรงหน้าดูสนใจมาก และสองเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้เด็กน้อยวิตกกังวลจนอาการทรุดลง
" พี่ชาย "
ถึงน้ำเสียงที่พูดออกมาจะแหบแห้งเล็กน้อยแต่ก็ยังคงฟังดูนุ่มนวลหวานหูจนคนฟังอดจ้องมองใบหน้านุ่มนิ่มที่หน้าอกของตัวเองไม่ได้
" อืม "
" ทะเลหมอกเป็ยังไงเหรอครับ เหมือนหมอกตอนเช้าหรือเปล่า "
บาร์เซทท์อดลูบศีรษะเล็กๆ ด้วยความเอ็นดูไม่ได้ เด็กหนอเด็กแม้แต่ทะเลหมอกก็ยังไม่รู้จัก
" คล้ายกันแต่สวยกว่ามาก ถ้าออกไปจากที่นี่แล้วฉันจะพานายไปดูดีไหม "
" ผมไปได้เหรอครับ "
" ได้สิ ฉันจะพานายไปเอง นายอยากไปที่ไหนฉันสามารถพานายไปได้ทุกที่ "
" ผมพาน้องชายไปด้วยได้ไหมครับ "
เสียงเล็กๆ ฟังดูออดอ้อนคล้ายอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นนมผงจนบาร์เซทท์อดใจอ่อนยวบไม่ได้
" ได้สิ นายจะพาใครไปด้วยก็ได้ทั้งนั้น "
" พี่ชายใจดีมากเลย " ไนเจลชื่นชอบพี่ชายคนนี้มากขึ้นอีกหลายเท่า
" พี่ชาย พี่ชายมีพี่น้องไหมครับ "
" มีสิ ฉันมีพี่ชายที่เก่งมากๆ คนหนึ่ง แล้วฉันก็คิดว่าตอนนี้พวกเขากำลังตามหาพวกเราอยู่ บางทีถ้านายนับ 1 ถึง 1,000 พวกเขาอาจหาพวกเราเจอแล้วก็ได้นะ "
" งั้นเรามานับด้วยกันนะครับ "
บาร์เซทท์หัวเราะออกมาเบาๆ
" ได้สิ ใช้อะไรนับดีล่ะ "
" อืม... ใช้ใบไม้สีแดงพวกนั้นดีไหมครับ มันสะดุดตามากเลยแล้วก็มีเยอะมากด้วย "
ที่ไนเจลเลือกใบไม้พวกนั้นเป็เพราะเขาสามารถมองเห็นมันได้ชัดเจนที่สุดแม้จะอยู่ในที่แสงสลัว บาร์เซทท์มองต้นเมเปิ้ลเรืองแสงขนาดใหญ่ที่เรียงรายกันอยู่มากมายก็ตอบตกลงทันที
ถ้าเปลี่ยนสถานที่และสถานการณ์เป็เวลาอื่น วิวทิวทัศน์ตรงหน้าก็คงจะดูสวยงามมากกว่าวิเวกวังเวงแบบนี้
" ได้ "
ทั้งสองผลัดกันนับใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาไปเรื่อยๆ เสียงทุ้มต่ำสลับกับเสียงนุ่มนิ่มช้าบ้างเร็วบ้างทำให้บรรยากาศที่กดดันวังเวงไม่เงียบเชียบอีกต่อไป
ขณะนั้นในเวลาเดียวกัน
กลุ่มของบาร์เนทท์ที่นำทางโดยเจริคกำลังยืนอยู่บนทางแยก 2 ทาง
" จากที่ผมตรวจดูบริเวณรอบๆ เส้นทางลงเขา 2 เส้นนี้น่าจะเป็ทิศทางที่พายุเคลื่อนผ่าน มีความเป็ไปได้สูงที่พวกเขาจะถูกพัดมาที่นี่ " เจริคหันไปบอกบาร์เนทท์และกลุ่มคนที่ติดตามมา
บาร์เนทท์พยักหน้ารับรู้แล้วแบ่งกลุ่มคนออกเป็ 2 กลุ่มอย่างรวดเร็ว โดยกลุ่มแรกเป็กลุ่มของทางการนำทีมโดยบาร์เนทท์ และกลุ่มที่ 2 เป็กลุ่มของคนตระกูลเออเบรย์นำทีมโดยครูซ
เมื่อแบ่งกลุ่มกันเรียบร้อยแล้วทั้งหมดก็แยกย้ายกันออกค้นหาทันทีอย่างไม่รอช้า
" ผมว่าคุณรอข้างบนดีกว่านะ "
เจคอปหันมาบอกอมีตี้ที่ติดตามมาด้วยอย่างไม่สบายใจหลังจากที่แยกกลุ่มออกมาจากกลุ่มแรกแล้ว เพราะเส้นทางที่ต้องเดินต่อไปนั้นทั้งอันตรายและลาดชัน ถ้าให้หญิงสาวอย่างอมีตี้ติดตามไปด้วยเกรงว่าจะมีผลเสียมากกว่าผลดี และเขาก็ไม่้าเสียเวลาในการตามหาบาร์เซทท์แม้แต่วินาทีเดียว
" คุณไม่ต้องห่วงค่ะฉันรู้ระดับความสามารถของตัวเองดี ฉันเคยปีนเขามาก่อน อีกอย่างฉันมีค่าพลังระดับ P การลงเขาแค่นี้ไม่เป็ปัญหาแน่นอน "
อมีตี้พูดอย่างมั่นใจ เธอเป็ถึงนักกีฬาปีนเขาเหรียญทอง เื่แค่นี้สบายมากสำหรับเธอ
เจคอปไม่พูดอะไรอีกแต่กำชับกับหญิงสาวว่าให้ระวังตัว ในขณะที่คนทั้งหมดกำลังตั้งท่าจะลงเขา จู่ๆ ก็มีออนซิลลาตัวหนึ่งะโออกมาขวางทางเอาไว้ มันส่งเสียงคำรามเพื่อหยุดไม่ให้พวกเขาเดินไปอีกเส้นทางด้วยเสียงดังก้อง
ครูซและคณะรีบตั้งท่าเตรียมรับมือการโจมตีของออนซิลลาตรงหน้า ด้านออนซิลลาที่ยืนประจันหน้ากลุ่มคนอยู่ก็นึกรังเกียจอยากจะกระโจนเข้าใส่ให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่มันจำที่มนุษย์ตัวน้อยบอกได้จึงทำเพียงแค่ตะกุยผ้าที่ผูกติดคอออกแล้วเตะไปข้างหน้า
เจคอปเป็คนแรกที่สังเกตเห็นพฤติกรรมแปลกๆ ของออนซิลลาตรงหน้า เมื่อสิ่งที่เ้าออนซิลลาเตะมาข้างหน้าก็จำได้ทันทีว่าเป็ผ้าเช็ดหน้าของบาร์เซทท์
" เดี๋ยวก่อน นั่นคือผ้าเช็ดหน้าของบอสผมจำได้ เป็ไปได้ไหมว่ามันจะรู้ว่าบอสอยู่ที่ไหน "
ไม่รอให้พวกเจคอปคิดอะไรไปมากกว่านี้ เ้าออนซิลลาก็คำรามขึ้นมาอย่างหงุดหงิดอีกครั้งแล้ววิ่งไปตามทิศทางที่มันจากมา เมื่อเห็นแบบนั้นเจคอปก็รีบวิ่งติดตามมันไปทันที
พวกเขาไม่กลัวว่าจะถูกเ้าออนซิลลาตัวนี้หลอก เพราะออนซิลลาแค่ตัวเดียวไม่คณามือพวกตนอยู่แล้ว แต่ถ้ามันสามารถนำพาพวกเขาไปพบกับบาร์เซทท์ได้ความเสี่ยงนี้ก็ถือว่าคุ้มที่จะลอง
ใต้หุบเขา
ในขณะที่บาร์เซทท์และไนเจลกำลังผ่อนคลายความตึงเครียดด้วยการผลัดกันนับใบเมเปิ้ลที่ร่วงจากต้นอยู่นั้น บาร์เซทท์พลันได้กลิ่นสาบสางรุนแรงลอยใกล้เข้ามาในบริเวณที่พวกเขานอนอยู่
กลิ่นนี้ชายหนุ่มคุ้นเคยเป็อย่างดีเพราะมันมีกลิ่นเดียวกับเ้าออนซิลลาปัญญาอ่อนตัวนั้น แต่ทว่าไอสังหารที่ััได้นี้บ่งบอกว่าเ้าออนซิลลาที่กำลังใกล้เข้ามาไม่ใช่ออนซิลลาที่พวกเขารู้จัก
ชายหนุ่มเอื้อมมือขึ้นมาโอบร่างเล็กที่อุ่นร้อนเพราะพิษไข้เอาให้แนบอกก่อนส่งสัญญาณให้เ้าตัวเงียบเสียงลง
กรรรร!!
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)