ตอนที่13 เม็ดยาจิติญญาอสูร
ปัง!!!ปัง!!! ปัง!!!
เสียงผนึกที่โดนกระแทกอย่างรุนแรงดังไปทั่วถ้ำเสียงนี้เกิดขึ้นจากาาอสูรวานรทองที่มักจะมาทุบผนึกปราณป้องกันที่หน้าถ้ำนี้ทุกวันวันละสามเวลาอยู่เป็ประจำ เหมือนมันกำลังท้าทายจิ๋นกหยางอยู่และเรียกร้องให้เขาออกไปสู้กับมันมันร้องคำรามและทุบลงไปที่อกของมัน เป็การแสดงถึงความแข็งแกร่งของตัวเอง........
อู่!! อู่!! อู่!!
ณใต้ต้นท้อภายในถ้ำที่มีปราณผนึกป้องกันไว้.......
"คอยดูเถอะเ้าลิงกัง รอให้ข้าฝึกฝนทักษะปราณเกราะระฆังทองให้เสร็จก่อนเ้าได้กลายเป็ลิงบ๊ะช่อแน่!!" จิ๋นหยางพูดพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากจากนั้นก็เริ่มฝึกฝนต่อไป......
ตอนนี้เขาบรรลุระดับทองแดงขั้นกลางแล้วซึ่งมันสามารถป้องกันได้ดีกว่าาาอสูรวานรที่ใช้ป้องกันกระบวนท่าโจมตีจากเขาพูดง่ายๆก็คือการโจมตีของาาวานรนั้นไม่สามารถทำอันตรายจิ๋นหยางได้แล้วในตอนนี้......
ส่วนความแข็งแกร่งของร่างกายจิ๋นหยางก็มีความแข็งแกร่งเป็อย่างมากเมื่อฝึกวิชานี้ ปกติแล้วพละกำลังของเขาจะอยู่ที่ห้าสิงห์หรือเทียบได้กับระดับเริ่มต้นขั้นที่สาม แต่เมื่อฝึกวิชาปราณเกราะระฆังทองพละกำลังของเขาอยู่ที่สิบสิงห์แล้ว......
อีกแค่ห้าสิงห์พลังของเขาก็จะเทียบได้กับระดับเริ่มต้นขั้นที่4ซึ่งคนที่มีระดับต่ำกว่าขั้นที่สามของผู้เริ่มต้นนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอีกต่อไปซึ่งาาวานรทองก็เช่นกันมันไม่อาจทำอะไรจิ๋นหยางได้อีกต่อไปแล้วเพราะมันไม่ได้ฝึกตนใน่นี้มันใช้เวลาไปกับการทุบม่านผนึกป้องกันทุกๆวันระดับฝึกตนของมันจึงไม่มีการพัฒนาเลย.......
1 เดือนผ่านไป....
บู้มมมม!!
"ในที่สุดข้าก็ฝึกทักษะปราณเกราะระฆังทองขั้นทองแดงถึงจุดสูงสุดแล้ว!! อีกไม่นานก็น่าจะสามารถก้าวไปยังขั้นชำนาญได้ในไม่ช้านี้ ส่วนระดับฝึกต้นของเราเองก็มาถึงจุดสูงสุดของขั้นที่เก้าเช่นกันแต่ตอนนี้พลังของเราไม่เพิ่มขึ้นเลย เหมือนกับมันติดอะไรซักอย่างอยู่"
ใน่ที่เขาฝึกทักษะนี้ในหนึ่งเดือน เขาแช่น้ำในสระวันละสองถึงสี่ชั่วยามและกินผลท้อเพียงแค่ครึ่งลูกเท่านั้น เพราะตอนนี้ลูกท้อเหลือน้อยจนนับได้แล้ว เขาต้องออกไปสำรวจข้างนอกถ้ำนั่นดูว่ามีอะไรบ้างเพราะยังมีถ้ำเล็กถ้ำน้อยอีกมากมายที่เขายังไม่ได้สำรวจ......
และไม่รู้ว่ามีอะไรในถ้ำเ่าั้บ้างโดยเฉพาะถ้ำของาาวานรทองที่จิ๋นหยางคิดว่าต้องมีอะไรดีๆแน่อย่างเช่นของกินจำนวนมากเพราะที่นี้มีอสูรวานรจำนวนมากก็ต้องมีอาหารที่มากเพียงพอสำหรับพวกมันด้วย......
ดังนั้นต้องมีถ้ำที่ใช้เก็บอาหารอยู่แน่นอนแต่ก่อนที่เขาจะออกสำรวจถ้ำเ่าั้จิ๋นหยางต้องจัดการกับเ้าาาอสูรวานรทองซะก่อนเพราะมันเป็าาของที่นี่ถ้าไม่จัดการมัน เช่นนั้นเขาก็จะไม่สามารถสำรวจได้.......
พรึบ!!
เมื่อตัดสินได้อย่างนั้น จิ๋นหยางก็ยืนขึ้นและตรงไปยังผนังถ้ำที่มีภาพและข้อความทักษะหมัดวานรที่ถูกสลักไว้ก่อนจะยกมือของเขาขึ้นมาหันหน้าไปทางกำแพงและใช้ออกทักษะ.......
"วานรซ้อนเดือน"
"วานรดับจันทร์"
ปัง!!! ปังงงงง!!!
ครืดดดดดด!!
ภาพและข้อความบนผนักถูกทำลายจนไม่สามารถรู้ได้ว่ามันคือภาพอะไรด้วยพลังทำลายของกระบวนท่าต่อเนื่องนี้ทำให้มีอนุภาพอย่างมาก บวกกับการรู้ซึ้งของเทคนิคของเขาเลยทำให้มันเกิดผลมากยิ่งขึ้นตอนนี้จิ๋นหยางสามารถเข้าใจกระบวนท่าทั้งหมดได้อย่างลึกซึ้งแล้ว......
ั้แ่เขาได้รับตำราทักษะหมัดวานรฉบับสมบูรณ์มามันทำให้เขาเข้าใจมากยิ่งกว่าตอนที่ชายชราได้ถ่ายทอดให้เขาซะอีกกระบวนท่าที่ติดขัดต่างๆก็เคลื่อนไหวได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น ไม่ติดขัดเหมือนเช่นก่อนอีกแล้วเพราะในตำราบอกถึงวิธีที่การเคลื่อนไหว การกำหนดลมปราณและการควบคุมการไหลเวียนทำให้กระบวนท่ามีอนุภาพมากยิ่งขึ้นไปด้วย......
กระบวนท่าสังหารทั้งเจ็ดของทักษะชุดนี้เขาสามารถฝึกมันจนถึงขั้นสูงสุดแล้วยกเว้นกระบวนท่าที่หนึ่งถึงห้าที่อยู่ในขั้นชำนาญทั้งหมด ส่วนท่าร่างสองท่าก็อยู่ในขั้นชำนาญแล้วเช่นกัน......
เมื่อจิ๋นหยางทำลายภาพบนผนังเสร็จแล้วเขาก็หันหลังกลับไปยังต้นท้อเพื่อเด็ดผลท้อมากินก่อนที่จะออกไปนอกถ้ำอีกครั้ง.......
งั้ม!!!
ฟิ้วววว!!
ระดับฝึกตนของเขาอยู่จุดสูงสุดของขั้นที่เก้าแล้ว อีกแค่นิดเดียวก็จะทะลวงผ่านไประดับเริ่มต้นได้แต่ขั้นนี้เป็ขั้นที่ผ่านได้อยากมากเป็เหมือนการข้ามสะพานที่มีขนาดยาวมากเขาได้เดินมาถึงปลายทางของสะพานแล้ว อีกเพียงแค่ก้าวเดียวก็ออกจากสะพานนี้สู่เส้นทางใหม่......
ในครั้งที่แล้วที่เขาออกไปสู้เขาก็อยู่ในขั้นที่เก้าสูงสุดเช่นกัน แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไปที่เขาสามารถควบคุมการใช้กระบวนท่าได้ดีขึ้นและมีกระบวนท่าที่สมบูรณ์ขึ้นและยังเทคนิคแผนการต่างๆที่เขาคิดขึ้นมาใน่ที่ฝึกตกเพื่อสู้กับเ้าาาวานรทงอด้วย......
เมื่อตัดสินใจแล้วเขาก็มุ่งหน้าไปยังปากถ้ำทันที และเพียงพริบตาเดียวก็มาถึงแล้วเมื่อมาถึงแล้วจิ๋นหยางก็สำรวจบริเวณรอบๆถ้ำทันที เพื่อตรวจดูจำนวนของอสูรวานรทองและาาวานรทองว่าอยู่ตรงไหนซึ่งวันนี้เ้าาาวานรทองมันไม่ได้มาทุบผนึกเมื่อเช่นเคย น่าจะเป็เพราะมันใช้พลังไปมากกับการทุบผนึกปราณป้องกันมันจึงเก็บตัวฟื้นฟู.......
"าาอสูรวานรทองอยู่ถ้ำตรงกลางส่วนพวกอสูรวานรทองทั่วๆไปอยู่ตามถ้ำขนาดเล็กอื่นๆเราต้องออกไปสำรวจดูถ้ำขนาดเล็กต่างๆก่อน อาศัย่ที่เ้าาาวานรทองพักฟื้น ดูว่าแต่ละถ้ำของพวกมันจะเป็ยังไง"
ในขณะที่เขากำลังจะก้าวออกไปนั้นเสียงแหลมแหบแห้งก็ดึงขึ้น.......
"หยุด.....เ้าเด็กเหลือขอ!!" เสียงของชายชราดังขึ้น......
"อะไรของเ้าเนี่ยตาเฒ่า เดียวพวกมันก็รู้หมดกันพอดี!!"
“ข้ามีอะไรจะให้เ้าด้วย”
หือ.....?
"วันนี้มาแปลกแหะอยู่ดีๆก็มีของให้ข้าแต่ถ้าท่าน้าให้ข้าเป็ศิษย์ท่านเพื่อแลกกับของ ฝันไปเถอะ!! ข้าไม่เอาของของท่านหรอก"
“เ้า!! ชิ! ที่ข้าให้เ้าเพราะข้าอยากให้ไม่ได้หวังอะไรอื่น แค่หวังดีเท่านั้น ถ้าเ้าไม่อยากได้ก็ตามใจเ้าแล้วกัน"ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจเล็กน้อย......
จิ๋นหยางนิ่งเงียบไปสักพักจากนั้นก็เปิดปากพูดขึ้นว่า "ก็ได้! ถ้าท่าน้าให้ข้าด้วยความหวังดี ข้าก็จะรับมันไว้ละกัน แต่ถ้าท่านคิดไม่ดีละก็อย่าหวังว่าจะทำอะไรข้าได้"จิ๋นหยางพูดพร้อมกับแสดงสีหน้าเหี้ยมเกรียมออกมา......
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!! ถ้าข้าคิดจะทำเ้าเ้าจะทำอะไรข้าได้ ถ้าข้า้าทำอะไรเ้าข้าทำไปแล้วไม่รอถึงสิบสี่ปีหรอกเ้าเด็กน้อย!!"
"เชอะ!! ไหนละของที่ท่านจะให้ข้า?"
"หลับตาของเ้าแล้วตั่งสมาธิขยายจิตััเพื่อส่งกระแสลมปราณเชื่อมโยงมายังไข่มุกนี้"ชายชราอธิบายขั้นตอนบางอย่างให้กับจิ๋นหยางฟังทันที.....
จิ๋นหยางทำตามที่มันบอก เขาหลับตาแล้วส่งกระแสลมปราณไปยังไข่มุกในทันทีจากนั้นก็ปรากฏแสงสว่างจากไข่มุกขึ้นทำให้เขาเข้าไปอยู่ในมิติของไข่มุกอีกครั้งพื้นที่นี้ยังเป็เหมือนเป็พื้นที่ที่มองได้ไกลสุดลูกหูลูกตาเขามองไปยังชายชราที่อยู่เบื้องหน้าพร้อมกล่าวขึ้น......
“ไหนละของที่ท่านจะมอบให้ข้า!?”
ชายชราไม่กล่าวสิ่งใดมันชี้ไปทางอสูรวานรทองที่กำลังลอยอยู่มันคือตัวที่ถูกดูดเข้ามาในนี้ตอนที่เขาเข้ามายังถ้ำเมื่อครั้งแรก......
“ห๊ะ!! อสูรวานรทอง? เ้าจะให้อสูรตัวนี้กับข้าเ้าบ้าหรือปล่าว!? ข้าจะเอามันไปทำอะไร เ้านี่มีเวลาว่างมากนะถึงได้มาล้อเล่นแบบนี้”จิ๋นหยางเห็นของที่ชาชราจะมอบให้เขาก็โวยวายเป็หมีกินผึ่งเลยเพราะเขาไม่รู้ว่าไอ้อสูรวานรทองนี้จะเอามาทำไม......
"ใจเย็นๆซิ! เ้านี้ไม่ได้รู้อะไรเลยเอะอะโวยวายเป็เด็กเหลือขอไปได้ที่ข้าชี้ไปที่อสูรวานรทองเพราะมันเป็สิ่งที่เ้ากำลัง้ายังไงละ!"
“กำลัง้า!?”
"ใช่!! ข้าสามารถดึงเอาความทรงจำของมันรวมทั้งพลังฝึกตนของมันมาให้เ้าได้จากนั้นเ้าก็จะสามารถรู้เื่ราวทั้งหมดที่มันรู้แถมยังได้พลังฝึกตนของมันอีกด้วย"
“หือ!? ความทรงจำอะข้าก็อยากได้อยู่หรอกนะแต่ไอ้พลังฝึกตนของมันนี้ซิพลังลมปราณของพวกมันเป็พลังปราณด้านลบ ซึ่งแตกต่างจากลมปราณที่ข้าฝึกอยู่มันจะเข้ากันได้อย่างไร?”
จิ๋นหยางคิดอยู่ซักพักจากนั้นเหมือนเขาจะคิดอะไรขึ้นได้"หรือว่าท่าน้าจะหลอกข้าเพื่อทำร้ายข้าจึงให้ข้าดูดซับพลังปราณด้านลบ?"จิ๋นหยางพูดขึ้นพร้อมกับแสดงสีหน้าไม่พอใจและโกรธเกรี้ยวเป็อย่างมากจ้องมองไปที่ชายชราที่อยู่เบื้องหน้าของเขา.....
"ผิดแล้วเ้าหนู ถึงพลังฝึกตนของอสูรวานรทองจะเป็ปราณด้านลบก็ตามข้าก็สามารถเปลี่ยนมันเป็ปราณฉีที่เ้าฝึกอยู่ได้ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลใดๆและเ้ายังได้ความสามารถในการเปลี่ยนรูปลักษณ์เสียงและกลิ่นอายของมันได้อีกด้วย"
เมื่อยินที่ชายชราบอกจิ๋นหยางก็รู้สึกลังเลไม่น้อยเลยเพราะหากเป็ไปอย่างที่ชายชราบอกมาจริงๆละก็มันจะดีอย่างมากหากเขาต้องหลบซ่อนจากการตรวจจับของาาวานรทอง......
"ก็ได้...ลองดูก็ไม่เสียหายอะไร!!"
เมื่อจิ๋นหยางตอบตกลง ทันใดนั้นร่างของอสูรวานรก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปร่างของมันเหมือนกำลังถูกย่อยสลายและหลอมรวมกลายเป็เม็ดยาขนาดเล็กพอดีคำมันมีอาร่าพลังปราณหมุนวนอยู่รอบๆ อสูรวานรตัวนี้อยู่ในระดับผู้ฝึกหัดขั้นที่เก้าพลังปราณของมันจึงมีอยู่หนาแน่นมาก แล้วดูท่ามันจะเป็ทหารยามด้วยเพราะด้วยร่างกายที่กำยำและาแเต็มตัวของมันมันน่าจะผ่านการต่อสู้มาไม่ใช่น้อย กระบวนการกลั่นย่อยสลายยังดำเนินการต่อไปเรื่อยๆจนในที่สุด.........
หวืดดดดดด!!!
แสงสว่างจ้าจนทำให้จิ๋นหยางต้องหลับตาลง และเมื่อแสงสว่างค่อยๆจางลงเขาก็ลืมตาขึ้นมาช้าๆพลางจ้องไปยังอสูรวานรที่ถูกกลั่นตัวนั้นตอนนี้มันไม่ได้เป็ร่างของอสูรวานรอีกแล้วแต่เป็เม็ดยาขนาดเล็กพอดีคำแทน ยาเม็ดนั้นลอยมาทางจิ๋นหยางอย่างช้าๆ......
หมับ!!!
จิ๋นหยางคว้าจับมันไว้ในมือทันทีแล้วมองไปยังเม็ดยานั้น เขาััได้ถึงพลังที่หนาแน่นและกลิ่นอายของสัตว์อสูรวานรตัวเมื่อครู่ก่อนที่จะถูกกลั่นออกมาเป็เม็ดยาเม็ดนี้......
“นี้คือ...?!!!”
"นั้นก็คือเม็ดยาจิติญญาอสูร”
“เม็ดยาจิติญญาอสูร!!?”
“ถูกต้องแล้วเม็ดยาจิติญญาอสูรนั้นกลั่นจากอสูรตัวเป็ๆ ยาชนิดนี้ช่วยเพิ่มพลังให้กับผู้ฝึกตนอย่างมากและยังได้รับความทรงจำทั้งหมดของอสูรตัวที่นำมากลั่นด้วย มันช่วยให้คนที่กินเข้าไปได้รับกลิ่นอายของอสูรตัวนั้นและยังสามารถกลายร่างเป็อสูรตัวที่กลั่นได้ด้วย”
“แต่ข้อเสียของมันก็คือจะไม่สามารถกินเม็ดยาที่กลั่นจากอสูรตัวเดียวกันและมีพลังน้อยกว่าได้มันจะทำให้กลิ่นอายไม่เสถียรทำให้เวลาแปลงร่างสามารถมองออกได้ไง แต่เม็ดยานี้ช่วยเพิ่มพลังลมปราณได้มากเลยทีเดียวเลยเปรียบได้กับยาทิพย์ลมปราณชั้นสูง เอาละกินมันซะซิ นี้คือของขวัญที่ข้าจะให้เ้าหลังจากที่เราอยู่ด้วยกันมาตลอดสิบสี่ปี"
ชายชราคิดวิธีใหม่ขึ้นมามันจะไม่พูดถึงเื่ที่ให้จิ๋นหยางคาราวะมันเป็อาจารย์อีกแล้ว มันจะรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมซะก่อนค่อยพูดอีกครั้งตอนนี้ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับจิ๋นหยางเอาไว้ให้มากๆสิ่งไหนที่ให้ได้มันก็จะพยายามให้ เพื่อทำให้จิ๋นหยางเชื่อใจมันมากขึ้น.....