บทที่ 7 คนน่าสนใจ
เมื่ออวิ๋นซิ่วชิงประหลาดใจ ผูเว่ยชางก็ได้พับขากางเกงของตัวเองแล้วเดินไปที่แม่น้ำเพื่อแทงหลาวจับปลามาสองสามตัว
แม้บริเวณริมตลิ่งจะตื้น แต่กระแสน้ำก็ไหลเชี่ยวพอสมควร เมื่ออวิ๋นซิ่วชิงกำลังจับปลาอยู่ นางแทบจะไม่เห็นปลาใหญ่เลย แต่ผูเว่ยชางกลับจับปลาหลีที่แหวกว่ายอยู่ได้อย่างรวดเร็ว!
“ไปกันเถอะ!” ผูเว่ยชางยื่นปลาที่ถูกแทงบนไม้ไผ่ให้อวิ๋นซิ่วชิง และก้มหยิบเป็ดป่าขึ้นมาจากพื้น “ไปที่บ้านของข้ากัน!”
อวิ๋นซิ่วชิงเม้มริมฝีปากแล้วเดินตาม “ท่านไม่คิดว่าข้าจะไม่ไปบ้างหรือ?”
“อย่างแรก เ้าไม่ได้กลับไปกินข้าวเมื่อเ้าหิว แต่กลับเลือกจับเป็ด ข้าไม่คิดว่าเสื้อผ้างดงามราคาแพงของเ้าจะดูเหมือนคนจนที่ไม่มีเงินซื้ออาหาร ดังนั้นข้าจึงเดาว่าเ้าคงไม่อยากกลับไป ประการที่สอง เสื้อผ้าของเ้าในตอนนี้ก็เปียก การที่เ้าไม่ยอมเปลี่ยนแสดงว่าจะต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นในบ้านหรือครอบครัวของเ้าที่บางทีอาจทำให้เ้าไม่อยากกลับไป ข้าได้ยินมาว่าในวันนี้มีเื่บางอย่างเกิดขึ้นกับครอบครัวอวิ๋น และข้ากำลังพูดถึงเ้า ถ้าข้าเดาถูก เ้าคงจะเป็บุตรีตระกูลอวิ๋นกระมัง!”
อวิ๋นซิ่วชิงยังคงนิ่งเงียบ ซึ่งถือว่ายอมรับสิ่งที่ผูเว่ยชางกล่าว
“แล้วท่านล่ะ? ท่านเป็ใคร?” อวิ๋นซิ่วชิงถาม “ตัวตนของท่านคืออะไร?”
“ข้าเป็เพียงพรานพเนจรที่ร่อนเร่ไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก!” ผูเว่ยชางโบกมือของเขา “เมื่อสองปีก่อน ข้าเพิ่งเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านหย่งอัน!”
มุมริมฝีปากของอวิ๋นซิ่วชิงกระตุกและนางก็หยุดพูด คนที่อยู่ข้างหน้านางกำลังปกปิดตัวตนอย่างเห็นได้ชัด
เขาบอกว่าตัวเองเป็เพียงพรานล่าสัตว์ ถ้าเป็พรานล่าสัตว์จริง ปลายนิ้วของเขาจะต้องด้านเพราะเหนี่ยวสายธนูตลอดเวลา แต่ชายตรงหน้านี้ไม่เพียงแต่จะมีปลายนิ้วที่นุ่มเท่านั้น นิ้วและฝ่ามือของเขาก็เรียบเนียนเช่นกัน และนอกจากนี้ ทักษะการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของเขามันทำให้นางคิดว่าเขาเหมือนจอมยุทธ์ที่ควงดาบหรือกระบี่ทั้งวันมากกว่า
ผูเว่ยชางดูเหมือนจะไม่อยากบอกตัวตนที่แท้จริงให้นางรู้ และนางก็ไม่จำเป็ต้องถามอีกฝ่าย นางเจออีกฝ่ายเพราะความบังเอิญ และนางก็ไม่อยากทำร้ายเขาเลย ดังนั้นการกินข้าวร่วมกันสักมื้อจึงไม่ถือว่าเลวร้ายอะไร อย่างไรเสียอวิ๋นซิ่วชิงก็ไม่มีที่ไปอยู่แล้ว
บ้านของผูเว่ยชางนั้นเรียบง่ายมาก มีกระท่อมมุงจากสองสามหลังและสนามหญ้าที่ล้อมรอบด้วยรั้ว มีหญ้าสองสามชนิดที่อวิ๋นซิ่วชิงนึกชื่อไม่ออกปลูกในสนาม นอกนั้นก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก
“เชิญนั่ง!” ผูเว่ยชางผลักเปิดประตูเพื่อเชิญอวิ๋นซิ่วชิงเข้ามา อวิ๋นซิ่วชิงมองไปรอบ ๆ ห้อง ในบ้านของเขาช่างว่างเปล่า มีเพียงเตียงและโต๊ะเท่านั้น
หลังจากที่ผูเว่ยชางต้มน้ำ เขาก็เริ่มจัดการกับปลา และอวิ๋นซิ่วชิงก็ออกไปช่วยเขาเติมฟืนลงในกองไฟยามไม่มีอะไรทำ
ผูเว่ยชางมีฝีมือในการทำอาหารมาก และอวิ๋นซิ่วชิงก็ได้รับประทานอาหารมื้ออร่อยมื้อหนึ่ง...
“ไม่คิดว่าท่านจะทำอาหารเก่งขนาดนี้!” อวิ๋นซิ่วชิงคายกระดูกเป็ดชิ้นสุดท้ายออกมาแล้วเช็ดปากอย่างพึงพอใจ “มันมีรสชาติดีกว่าที่พ่อครัวของเราทำเสียอีก!”
แม้คฤหาสน์ตระกูลอวิ๋นจะตั้งอยู่ในหมู่บ้าน ทว่าคฤหาสน์เพียงหลังเดียวก็ครอบคลุมพื้นที่กว้างมาก จึงไม่ใช่เื่เกินจริงที่จะมีพ่อครัวและแม่บ้านอยู่ในคฤหาสน์
ผูเว่ยชางหัวเราะเบา ๆ "ผูเว่ยชาง...นี่เป็ชื่อของข้า!"
อวิ๋นซิ่วชิงตกตะลึงครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า "ข้า...อวิ๋นซิ่วชิง!"
ผูเว่ยชางบอกชื่อของเขา และเห็นได้ชัดเจนว่าเขา้าผูกมิตรกับนาง แม้ว่าอวิ๋นซิ่วชิงจะไม่รู้จักตัวตนของเขา แต่ชายตรงหน้ากลับเก่งศิลปะการต่อสู้และยังทำอาหารเก่งอีกด้วย
ผูเว่ยชางเห็นว่าอวิ๋นซิ่วชิงตอบสนองอย่างง่ายดาย และเขาก็รู้สึกประทับใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ค่ำแล้ว ข้าจะกลับแล้ว!” อวิ๋นซิ่วชิงลุกขึ้น “ขอบคุณสำหรับการต้อนรับของท่าน!”
ผูเว่ยชางเอ่ยปากพูด “ข้าเคยได้ยินเื่เกี่ยวกับครอบครัวของเ้ามาบ้างแล้ว ถ้ามีอะไรที่ข้าสามารถช่วยเ้าได้ เ้าก็บอกข้าได้นะ!”
อวิ๋นซิ่วชิงตอบรับ แล้วนางก็เดินกลับบ้านด้วยอารมณ์ที่มีความสุข
ก่อนที่นางจะไปถึงประตู นางก็เห็นหลู่ชีฉางและแม่เฒ่าหลู่ขวางประตูคฤหาสน์ตระกูลอวิ๋นพลางะโโวยวายไม่หยุด
อวิ๋นซิ่วชิงเดินไปมาด้วยความประหลาดใจ เมื่อแม่เฒ่าหลู่เห็นอวิ๋นซิ่วชิง นางก็เดินดุ่มเข้ามาและชี้หน้านาง "ถ้าเ้าไม่เชื่อข้า เ้าลองถามลูกสาวของเ้าสิว่านางเอาปิ่นทองของลูกชายของข้าไปหรือเปล่า?!"
อวิ๋นซิ่วชิงสับสน "ปิ่นทองอะไรกัน?"
“นางหญิงโคมเขียว! เ้าคิดจะเอาปิ่นทองประจำตระกูลข้าไปเพื่อช่วยครอบครัวเ้าอย่างนั้นหรือ?” แม่เฒ่าหลู่ก่นด่า “เ้ามันใจดำ! ไม่น่าแปลกใจเลยที่ไม่มีบุรุษคนไหน้าแต่งงานกับเ้า!!”
“หุบปากของเ้าซะ!!” ใบหน้าของพ่อเฒ่าอวิ๋นมืดมนลง “ต่อให้ตระกูลอวิ๋นของเราจะล่มสลาย แต่ปิ่นทองของเ้ามันก็ช่วยอะไรครอบครัวข้าไม่ได้หรอก! ถ้าชิงเหนียงเอาไปจริง เราจะคืนให้โดยทันที!”
อวิ๋นซิ่วชิงขมวดคิ้วและครุ่นคิด ทันใดนั้นนางก็เข้าใจอย่างกระจ่างชัด
นางจำได้ว่าหลู่ชีฉางให้ปิ่นทองแก่นาง แต่นางไม่้าปิ่นทองนั่นอยู่แล้ว...!
………………………………………………………………………………………………………………………….