คุณนายเฉิน ผู้เป็แม่สามีของหลิวกุ้ยหลาน ก็เหมือนกับแม่ผัวส่วนใหญ่ในยุคนี้ที่ให้ความสำคัญกับลูกผู้ชายมากกว่าลูกผู้หญิง สำหรับเธอ หลานชายย่อมเป็แก้วตาดวงใจและมีค่ามากกว่าหลานสาวหลายเท่า ทว่า เหตุผลที่เธอรักและเอ็นดูเฉินเหยาเหยามากขนาดนี้ กลับเป็เพราะคำทำนายดวงเมื่อสองปีก่อน
สองปีก่อน คุณนายเฉินพาหลานชายหลานสาวกลับไปเยี่ยมญาติที่ชนบท และได้บังเอิญไปเจอหมอดูโหงวเฮ้งชื่อดังคนหนึ่ง หลังจากที่หมอดูคนนั้นเพ่งพิศดูหลานชายหลานสาวของคุณนายเฉินแล้ว เขาก็ชี้ไปที่เฉินเหยาเหยาซึ่งอายุน้อยที่สุด พลางเอ่ยว่า “เด็กคนนี้มีอนาคตไกลที่สุดในบรรดาพี่น้อง ภายภาคหน้าจะต้องทำการใหญ่ได้สำเร็จแน่นอน ทั้งตระกูลของพวกคุณจะต้องได้ดิบได้ดีและพึ่งใบบุญของเด็กผู้หญิงคนนี้”
ทีแรกคุณนายเฉินครึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อคำพูดของหมอดู เธอคิดว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ จะมีอนาคตไกลอะไรกันนักกันหนา ก็แค่สินค้าขาดทุน ต่อให้เรียนจบมหาวิทยาลัยมีอนาคตที่ดี สุดท้ายแต่งงานออกไปก็ต้องไปสร้างประโยชน์ให้บ้านอื่นอยู่ดี สู้ทุ่มเทให้หลานชายมีอนาคตที่ดีจะดีกว่า อย่างน้อยก็ยังเป็คนในตระกูลที่พึ่งพาอาศัยได้ยามแก่เฒ่า
แม้คุณนายเฉินจะไม่ได้ใส่ใจคำพูดของหมอดูมากนัก แต่เฉินเฉียงและหลิวกุ้ยหลานกลับเชื่ออย่างสนิทใจ พวกเขานำเงินเก็บสะสมทั้งหมดที่มีมาทุ่มส่งเฉินเหยาเหยาเรียนร้องเพลงและเต้นรำ และผลงานของเฉินเหยาเหยาก็ไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง
เฉินเหยาเหยาเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง สอบได้ที่หนึ่งทุกครั้ง เพราะหน้าตาสะสวย จิ้มลิ้มพริ้มเพรา แถมยังร้องเพลงเต้นรำเก่ง ปากหวานช่างฉอเลาะ จึงเป็ที่รักใคร่เอ็นดูของทุกคน
ทุกครั้งที่คุณนายเฉินพาหลานสาวออกไปข้างนอก มักจะมีคนกล่าวชมเชยและแสดงความอิจฉาอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้ คุณนายเฉินจึงยิ่งหลงรักและตามใจเฉินเหยาเหยามากขึ้นไปอีก
แต่แล้วเคราะห์กรรมก็มาเยือน เฉินเหยาเหยาตรวจพบเนื้องอก จำเป็ต้องผ่าตัด ทว่าเืของเฉินเหยาเหยากลับเป็เืกรุ๊ปหายากชนิดหนึ่งในล้าน ซึ่งหาผู้บริจาคได้ยากมากในทั้งอำเภอ จากการตรวจสอบ พบว่ามีเพียงหลินทิงเสวี่ย พี่สาวต่างพ่อของเธอเท่านั้นที่สามารถให้เืช่วยชีวิตเธอได้ คุณนายเฉินหวังว่าหลานสาวจะได้รับการผ่าตัดเร็วๆ นี้ เพราะหากล่าช้าไป แล้วเกิดส่งผลกระทบต่ออนาคตอันสดใสของหลานสาวขึ้นมาจะทำอย่างไร?
หลิวกุ้ยหลานกลับไปหมู่บ้านต้าเหอถึงสองครั้งสองครา แต่ก็ยังคว้าน้ำเหลว ไม่สามารถพาตัวหลินทิงเสวี่ยกลับมาได้ เื่นี้ทำให้คุณนายเฉินโกรธจนแทบคลั่ง
คุณนายเฉินชี้หน้าด่าหลิวกุ้ยหลานอย่างวางอำนาจ “ฉันจะให้โอกาสแกเป็ครั้งสุดท้าย! ถ้าแกยังไม่มีปัญญาพาเด็กนั่นมาให้เืเหยาเหยาได้อีกล่ะก็ ฉันจะให้ลูกชายฉันหย่ากับแก! แล้วแกก็เก็บข้าวของไสหัวไปซะ!”
เฉินเหยาเหยาที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อย่างเงียบๆ ได้ยินคุณย่าดุแม่เสียงดัง เธอก็รีบวิ่งเข้ามาเกาะแขนออดอ้อน “คุณย่าคะ อย่าดุคุณแม่เลยค่ะ คุณแม่ทำอะไรผิดหรือคะ? หนูขอโทษคุณย่าแทนคุณแม่นะคะ”
เมื่อเห็นหลานสาวช่างว่านอนสอนง่ายและรู้ความเช่นนี้ ความโกรธของคุณนายเฉินก็ลดลงไปกว่าครึ่ง เธอยื่นมือที่หยาบกร้านและผอมแห้งลูบไล้ใบหน้าเล็กๆ ที่เนียนนุ่มของเฉินเหยาเหยาเบาๆ “หนูไปดูโทรทัศน์ต่อเถอะลูก เื่ของผู้ใหญ่ เด็กน้อยอย่างหนูไม่ต้องมายุ่งหรอกนะ”
ท่าทางช่างเอาอกเอาใจของลูกสาวเช่นนี้ทำให้หลิวกุ้ยหลานยิ่งรู้สึกผิดจับใจ ตัวเองช่างไร้ความสามารถเสียจริง แค่จะพาลูกสาวคนโตมาใช้งานยังทำไม่ได้ ลูกสาวคนโตไม่มาหนึ่งวัน อาการป่วยของลูกสาวคนเล็กก็ยิ่งยืดเยื้อออกไปอีกหนึ่งวัน ถึงแม้ว่าเนื้องอกก้อนนั้นจะยังไม่ส่งผลร้ายแรงในตอนนี้ แต่หมอย้ำว่ายิ่งผ่าตัดเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ขืนปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้ ใครจะรับประกันได้ว่าจะไม่ลุกลามจนแย่ลง?
ไม่นานเฉินเฉียงก็เลิกงานกลับมา พอรู้ว่าหลิวกุ้ยหลานยังจัดการเื่หลินทิงเสวี่ยไม่ได้ หน้าของเฉินเฉียงก็บึ้งตึงทันที “หลิวกุ้ยหลาน! แม้แต่เด็กอายุเจ็ดแปดขวบเธอยังเกลี้ยกล่อมไม่ได้ จัดการไม่ได้ เธอบอกมาสิว่าเธอทำอะไรเป็บ้าง!? ฉันเลี้ยงเธอให้อยู่บ้านสบายๆ ไม่ต้องทำงาน นี่มันทำให้เธอกลายเป็คนไร้ประโยชน์ไปแล้วหรือไง!?”
“คุณคะ อย่าโกรธเลยนะคะ ฉันรู้ว่าฉันผิด ฉันรับรองว่าจะรีบพาเสียวเสวี่ยมาให้ได้โดยเร็วที่สุด คุณก็รู้ว่าหลายปีมานี้ฉันไม่ได้ดูแลแกเลย แกคงไม่ยอมตามฉันมาง่ายๆ หรอกค่ะ ขอเวลาให้ฉันอีกหน่อยนะคะ” ตอนที่หลิวกุ้ยหลานอยู่กับหลินกั๋วผิง เธอข่มขู่สามีสารพัด แต่พอมาอยู่กับเฉินเฉียง เธอกลับสงบเสงี่ยมเจียมตัว อ่อนโยนราวกับลูกไก่ในกำมือ ถึงกระนั้น ถ้าวันไหนเฉินเฉียงอารมณ์ไม่ดี ก็อาจจะลงไม้ลงมือทุบตีเธอ พร้อมด่าทอว่าเป็ของเหลือเดน
เมื่อกลับถึงห้องนอน หลิวกุ้ยหลานก็งัดมารยาหญิงมาปรนนิบัติเฉินเฉียงอย่างเต็มที่ หลังจากเอาใจสามีจนเขาอารมณ์ดีแล้ว หลิวกุ้ยหลานจึงค่อยๆ เอ่ยปากเื่สำคัญ “ในเมื่อเสียวเสวี่ยไม่ยอมมากับฉัน แต่การผ่าตัดของเหยาเหยาจะรอช้าไม่ได้ ฉันว่า ฉันจะเอาเงินให้หลินกั๋วผิงสักร้อยหยวน แล้วก็พูดจาหว่านล้อมดีๆ ให้เขายอมพาเสียวเสวี่ยไปโรงพยาบาลให้เืเหยาเหยา ฉันยังพอรู้นิสัยของไอ้หลินกั๋วผิงคนขี้ขลาดนั่นอยู่บ้าง แค่ฉันพูดจาอ่อนหวาน ให้ผลประโยชน์มันสักหน่อย มันก็คงจะหลงจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว”
เพราะลูกสาวคนโตเกลี้ยกล่อมยากเหมือนเม่นที่พองขน หลิวกุ้ยหลานจนปัญญาจริงๆ จึงคิดเปลี่ยนเป้าหมายไปจัดการกับหลินกั๋วผิงแทน ในเมื่อเด็กนั่นเชื่อฟังพ่อที่สุด ถ้าจัดการพ่อของมันได้ ก็ไม่ต้องกลัวว่ามันจะไม่ยอมเชื่อฟัง
เฉินเฉียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดสวนขึ้นว่า “เงิน ให้ไม่ได้! เธอไปปรนนิบัติไอ้ผู้ชายคนนั้นให้ดี ปรนนิบัติมันจนมันพอใจ แล้วเดี๋ยวมันก็จะเชื่อฟังเธอเอง”
เฉินเฉียงยอมให้ภรรยาตัวเองไปนอนกับสามีเก่า ดีกว่าที่จะต้องเสียเงินแม้แต่หยวนเดียว เพราะยังไงเสีย ผู้หญิงคนนี้ก็เป็แค่ของมือสอง พรหมจรรย์ของเธอไม่มีค่ามาตั้งนานแล้ว
“งั้นฉันจะเชื่อฟังคุณค่ะ แต่เพื่อให้เื่สำเร็จ ฉันคงต้องขอเงินซื้อของบำรุงติดไม้ติดมือไปให้ทิงเสวี่ยหน่อยนะ แกอยู่ที่นั่นอดๆ อยากๆ สารอาหารไม่พอ ตัวผอมแห้งขนาดนั้น หมอคงไม่ยอมให้เจาะเืแกแน่”
หลิวกุ้ยหลานไม่ได้มีความผูกพันอะไรกับลูกสาวคนโตมากนัก ทุกสิ่งที่เธอทำในตอนนี้ก็เพื่อลูกสาวคนเล็ก เพราะลูกสาวคนเล็กคืออนาคต คือที่พึ่งในยามแก่เฒ่า ส่วนลูกสาวคนโตจะมีค่าอะไร? อยู่กับผู้ชายไม่ได้เื่พรรค์นั้นจะมีอนาคตอะไรได้?
ถึงแม้เฉินเฉียงจะไม่ยอมให้หลิวกุ้ยหลานเอาเงินสดไปให้หลินกั๋วผิง แต่การให้เงินซื้อของบำรุงให้ทิงเสวี่ยก็ยังพอรับได้ ของบำรุงมันจะสักกี่ตังค์กันเชียว?
เหตุผลที่ผัวเมียคู่นี้้าหลอกล่อทิงเสวี่ยมาอยู่ใกล้ๆ ก็เพื่อประหยัดเงิน ถ้าหากเดินไปบอกหลินกั๋วผิงตรงๆ ว่า “ขอลูกสาวคุณมาให้เืลูกสาวฉันหน่อย” ผู้ชายคนนั้นคงไม่มีทางยอมแน่ หรือต่อให้ยอม ก็คงจะเรียกค่าตอบแทนเป็เงินก้อนโต
ความหมายของเฉินเฉียงคือ ให้หลิวกุ้ยหลานรีบไปหาหลินกั๋วผิงในวันพรุ่งนี้เลย ถ้าจะให้ดีที่สุดคือ ยอมพลีกาย แล้วให้ได้ผลลัพธ์ที่้ากลับมาเลย แต่หลิวกุ้ยหลานคิดว่าขืนบุกไปทันทีพรุ่งนี้ จะยิ่งทำให้หลินกั๋วผิงระแวงและไม่พอใจ ควรรอให้ผ่านไปสักสองวันค่อยโผล่ไปจะดีกว่า เพราะวันนี้ทั้งสองคนเพิ่งจะทะเลาะกันมาหมาดๆ
ในเื่การจัดการกับผู้ชาย หลิวกุ้ยหลานมั่นใจว่าเธอมีวิธีรับมือของเธอ
คืนนั้น ก่อนเข้านอน ทิงเสวี่ยจูงมือหลินกั๋วผิงไว้แน่น พร่ำบอกย้ำแล้วย้ำอีกว่า “หนูไม่อยากไปกับแม่ หนูอยากอยู่กับพ่อตลอดไป แม่ไม่เคยสนใจหนูเลย อยู่ดีๆ ก็กลับมาหาหนู แล้วจะให้หนูไปกับแม่ มันต้องไม่มีเจตนาดีแน่ๆ”
“คุณย่าบอกว่า ไม่มีเื่อะไรแล้วมาเอาอกเอาใจ ถ้าไม่คิดร้ายก็ต้องเป็โจร!”
คุณย่าพูดอีกแล้ว!
ถึงแม้หลินกั๋วผิงจะมีนิสัยอ่อนแอและหัวอ่อน แต่เขาก็ไม่ได้โง่เขลาเบาปัญญา เขาก็เริ่มรู้สึกตะขิดตะขวงใจเหมือนกันว่า การที่หลิวกุ้ยหลานซึ่งร้อยวันพันปีไม่เคยแลเหลียวลูกสาว จู่ๆ ก็จะมาพาลูกสาวไปอยู่ด้วย มันมีพิรุธชอบกล
หลิวกุ้ยหลานอ้างว่า ‘แม่คุณตายแล้ว คุณเป็ผู้ชายคนเดียวดูแลลูกสาวได้ไม่ดี’ แต่ทำไมเธอถึงไม่รีบมาพาลูกสาวไปั้แ่เมื่อสองเดือนก่อนล่ะ?
ใช่ หลิวกุ้ยหลานอยู่ที่ในตัวอำเภอ อาจจะไม่ได้รู้ข่าวการเสียชีวิตของคุณย่าทันที แต่บ้านเดิมของเธออยู่ติดกับหมู่บ้านต้าเหอนี่เอง ข่าวใหญ่ขนาดนี้จะไม่รู้ได้อย่างไร?
คุณย่าหลินเสียชีวิตกะทันหัน วันก่อนเสียชีวิตท่านยังไปเดินตลาดอยู่เลย แถมยังทะเลาะกับพ่อค้าแม่ค้าที่โกงตาชั่งเสียงดังลั่น พอวันรุ่งขึ้นกลับเสียชีวิตกะทันหัน เื่นี้กลายเป็ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านต้าเหอและหมู่บ้านใกล้เคียงเพียงชั่วข้ามคืน แล้วเธอจะไม่รู้เลยหรือ?