หลิวจางิ่มองการแต่งกายของฉู่อันด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามเขาออกไป
“ท่านพ่อ เหตุใดท่านจึงแต่งกายเช่นนี้หรือขอรับ” ฉู่เฟยหรงเป็ผู้ถามคำถามขึ้น เพราะเขาเห็นบิดาใส่เสื้อตัวเก่า ขาด มีรอยปะเต็มตัว อีกทั้งยังมัดผมยุ่งๆ รุ่ยๆ ปิดบังหน้าตา
“ท่านพ่อแต่งกายแบบนี้จะได้ไม่มีคนมาสนใจและคอยหาเื่พวกเราน่ะสิ วันนี้บ้านเรามีเงินติดตัวตั้ง 20 ตำลึง หากมีคนรู้เข้ามันจะเกิดเื่ได้” หลิวจางิ่เป็ผู้ตอบคำถามแทนหลังจากที่คิดหาเหตุผลอยู่นาน
“เราควรเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าอย่างท่านพ่อด้วยหรือไม่ขอรับ” ฉู่เฟยหรงถามอย่างกังวล
“ไม่ต้องหรอก เสื้อผ้าที่พวกเราใส่ก็ไม่ได้ดีกว่าของท่านพ่อเ้ามากเท่าไหร่”
“ไปขึ้นเรือกันได้แล้วล่ะ” ฉู่อันตัดบทสนทนา
“พี่จางิ่ วันนี้ท่านจะข้ามฟากไปซื้อของด้วยหรือเ้าคะ” หลิวซื่อหนิง ลูกพี่ลูกน้องของนางะโถาม
หลิวจางิ่หันไปมองตามเสียงก็พบว่าเป็หลิวซื่อหนิง บุตรสาวคนสุดท้องของท่านลุงและป้าสะใภ้ ลูกพี่ลูกน้องของนางผู้นี้นิสัยดี ขยัน ไม่เหมือนหลิวซื่อหนี่ผู้เป็พี่สาว หลิวจางิ่ได้รับความช่วยเหลือจากนางอยู่หลายครั้ง
“ข้าจะเข้าไปซื้อของใช้และอาหาร แล้วเ้าล่ะ” หลิวจางิ่ตอบ
“ข้าจะนำผ้าปักไปขาย และจะรับงานใหม่กลับมาทำด้วย” หลิวซื่อหนิงตอบและหันไปพูดกับเด็กชาย “เฟยหรง หากน้าได้รับค่าจ้างแล้ว น้าจะซื้อถังหูลู่ให้เ้าไม้หนึ่ง”
“ขอบคุณขอรับท่านน้าซื่อหนิง” ฉู่เฟยหรงตอบอย่างยินดี
“ไม่ต้องลำบากเ้าหรอก ซื่อหนิงเ้าหัดเก็บเงินไว้เป็ของตัวเองบ้างเถอะ”
“พี่จางิ่ ท่านก็รู้ว่าท่านแม่ข้าเป็คนอย่างไร ผ้าปักมีกี่ผืน ขายเป็เงินได้เท่าใด นำไปซื้อของเท่าใด เหลือเงินเท่าใด แม่ข้ารู้ทั้งหมด แล้วท่านจะให้ข้าเอาเงินส่วนไหนมาเก็บไว้เป็ของตัวเองล่ะเ้าคะ”
“มันก็ถูกของเ้า ถ้าเช่นนั้นข้าไปก่อนนะเดี๋ยวจะสาย”
หลิวจางิ่กับครอบครัวแยกไปเดินสำรวจตลาด อาจเพราะเมืองนี้เป็เมืองท่า ทำให้มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย การค้าขายเป็ไปอย่างคึกคัก
“ท่านพี่ ข้าว่าเราไปซื้อเนื้อหมูก่อนแล้วค่อยไปร้านขายข้าวสารดีหรือไม่เ้าคะ หากเราซื้อของเป็จำนวนมาก เราสามารถให้เขาใช้เกวียนขนของไปส่งเราที่ท่าเรือได้”
“ตามใจเ้าเถอะ”
ฉู่อันพาหลิวจางิ่และบุตรชายเดินไปตลาดขายเนื้อเพื่อซื้อเนื้อหมู ซี่โครงหมู และเครื่องในหมู จนเสร็จจึงเดินต่อไปยังร้านขายข้าวสารและอาหารแห้ง
“พวกท่าน้าซื้อหาสิ่งใดหรือขอรับ” ลูกจ้างร้านค้าเข้ามาต้อนรับพวกเขา
“พี่ชาย ข้าอยากได้ข้าวสาร แป้ง ถั่ว งา เกลือ น้ำตาล และเครื่องปรุงน่ะเ้าค่ะ”
“ท่าน้าจำนวนเท่าใดหรือขอรับ”
“บ้านเรามีกัน 3 คนเ้าค่ะ” หลิวจางิ่ชี้ไปที่สามีและลูกที่ยืนรออยู่หน้าร้าน “ท่านช่วยจัดเตรียมสิ่งของให้พวกเราใช้ได้ประมาณหนึ่งเดือนเถอะเ้าค่ะ หากมีข้าวของอย่างอื่นที่ข้าลืมบอกท่านไป ถ้าราคาไม่สูงมากนัก ท่านช่วยจัดเพิ่มให้เราด้วย ของทั้งหมดข้าจะจ่ายเงินไว้ก่อนครึ่งหนึ่งแล้วฝากของไว้ที่ท่าน พอพวกเรากลับมาเราจะจ่ายส่วนที่เหลือ หลังจากนั้นรบกวนท่านนำของไปส่งให้เราที่ท่าเรือเล็กได้ไหมเ้าคะ”
“ได้ขอรับ หากพวกท่าน้าสิ่งใดเพิ่มอีกก็บอกกับข้าได้เลย เชิญพวกท่านไปเดินเที่ยวได้ตามสบายนะขอรับ” ลูกจ้างกล่าวอย่างยินดี
“ท่านแม่ข้าหิว”
“ท่านพี่เราไปหาอะไรกินก่อนดีหรือไม่เ้าคะ” หลิวจางิ่มองดูการแต่งกายของพวกตนแล้วนึกขึ้นได้ “ท่านพี่เราไปกินบะหมี่ข้างทางก็ได้เ้าค่ะ”
“เฟยหรงเ้าอยากกินสิ่งใดพ่อจะตามใจเ้า” ฉู่อันยิ้มอย่างรู้ทันความคิดของภรรยาว่านางกังวลเื่การแต่งกายของเขา
“ข้าอยากกินบะหมี่ขอรับ” ฉู่เฟยหรงรีบตอบเพราะเข้าใจว่ามารดาของตนอยากกินบะหมี่
ทั้งสามเดินไปที่ร้านบะหมี่ข้างทางร้านหนึ่ง เ้าของร้านเป็คู่สามีภรรยาสูงอายุ
“นั่งก่อนๆ พวกเ้าจะกินอะไรดี” ชายชราเชิญพวกเขานั่ง
“ขอบะหมี่ 3 ชามขอรับ” ฉู่อันตอบ
“วันนี้เ้าพาลูกเมียมากินด้วยหรือ” ชายชราถาม
“วันนี้ตั้งใจจะพาเมียกับลูกมาซื้อของน่ะขอรับ”
สักพักบะหมี่ร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมทั้งสามชามก็มาวางตรงหน้าพวกเขา ทุกคนเริ่มลงมือกินด้วยความหิว
“ท่านพี่ กินเสร็จแล้วข้าอยากไปร้านขายยาเ้าค่ะ”
“เ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือ?”
“ข้าจะไปซื้อสมุนไพรและเครื่องเทศบางอย่างเ้าค่ะ เฟยหรงเดินอีกหน่อยนะลูก ประเดี๋ยวขากลับแม่จะซื้อถังหูลู่ให้เ้าสองไม้”
“ขอบคุณขอรับท่านแม่” ฉู่เฟยหรงดีใจอย่างมาก เขาเคยกินถังหูลู่เพียงไม่กี่ครั้ง เขาจำรสชาติแสนอร่อยได้เป็อย่างดี
เดินมาได้สักพักก็เจอพ่อค้าขายถังหูลู่ ขณะกำลังจะรับของก็มีคนมาแย่งถังหูลู่ไปต่อหน้าต่อตา
“ถังหูลู่สองไม้นี้ถือว่าซื้อให้พี่สาวก็แล้วกัน” หลิวซื่อหนี่พูดขึ้นอย่างได้ใจ
“ท่านแม่” ฉู่เฟยหรงร้องเรียกมารดาอย่างน่าสงสาร
“หลิวซื่อหนี่คืนของข้ามาเดี๋ยวนี้” หลิวจางิ่พูดอย่างสะกดอารมณ์
“ของเพียงเท่านี้ เ้าช่างไม่มีน้ำใจเอาเสียเลย” หลิวซื่อหนี่พูดอย่างไม่ใส่ใจ “พี่ใหญ่ ดูสิเ้าคะ นังเด็กกำพร้านี่มองหน้าข้า”
“เ้าจะยอมหรือไม่ยอมแล้วอย่างไร ของอยู่ในมือพวกข้าแล้ว หรือเ้าอยากลองดี” หลิวซื่อซานทำท่าเหมือนจะเข้ามาทำร้ายหลิวจางิ่
หลิวจางิ่กลอกตาคิดในใจ ท่านลุงกับป้าสะใภ้ช่างเลี้ยงลูกได้ดีจริงๆ หลิวซื่อซานเป็ลูกชายคนโต นิสัยเกเร ทำตัวเป็อันธพาลคอยทำร้ายและรีดไถเงินผู้คนไปทั่วตลาด เพราะคิดว่ามีบุตรชายเ้าเมืองเป็ผู้หนุนหลัง เขาจึงไม่เกรงกลัวผู้ใด
ขณะที่หลิวจางิ่กำลังใช้ความคิดว่าจะจัดการกับสองพี่น้องอย่างไรอยู่นั้น ทำให้นางไม่ได้ระวังตัวถูกหลิวซื่อซานผลักล้มลงไป
“ท่านแม่!!!”
“ฮูหยิน!!!”
“ข้าไม่เป็อะไรเ้าค่ะ” หลิวจางิ่รีบตอบสามีก่อนที่จะรีบลุกขึ้นเดินไปกอดลูกชายไว้ “แม่ไม่เป็อะไร เ้าอย่าใไป”
ฉู่อันโมโหเป็อย่างมาก เขาเดินไปใช้เท้าเตะหลิวซื่อซานลอยไปไกลหลายก้าว ก่อนที่เขาจะหันหน้าไปมองหลิวซื่อหนี่