“เธอไม่ต้องรู้หรอกว่าฉันเป็นใคร รู้แค่ว่าผู้หญิงในชีวิตเกียกกายต้องเป็นฉันคนเดียวเท่านั้น ตรงที่เธอยืนอยู่มันเป็นที่ของฉัน เพราะฉะนั้นออกไปจากที่ของฉันซะ ถ้าเธอยังดึงดันตื้อผู้ชายคนนี้ไม่เลิกอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” เมื่อน้ำฟ้าได้ยินดังนั้นก็ถอยผละออกไปทันที ขอบตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงช้ำ น้ำใส ๆ คลออยู่รอบดวงตา
"พี่กายขา..." สายตาหวาดกลัวส่งไปยังเกียกกายเพื่อหวังให้ช่วย แต่ชายหนุ่มกลับหลบสายตาไปทางอื่น ยิ่งทำให้เข้าทางธาริณีเป็นอย่างมาก
"ทีนี้ก็รู้แล้วใช่ไหมจ๊ะสาวน้อยว่าเขาเลือกใคร" ธาริณีพูดพลางจิ้มไปยังไหล่ของน้ำฟ้า พร้อมแสดงสีหน้าที่ดูเหนือกว่าคู่แข่ง
น้ำฟ้ารู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเกียกกายมีเจ้าของอยู่แล้ว ผู้หญิงที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ตรงหน้าเข้ามาดับความฝันที่จะให้ลูกของตนมีพ่อ มือบางปาดน้ำตาด้วยความเจ็บใจก่อนจะวิ่งหนีออกไป และไม่หันกลับมามองชายหนุ่มที่อยู่บนเตียงอีกเลย
“เหมือนละครชะมัด” ธาริณีพูดออกมาด้วยความรู้สึกปลื้มใจในการกระทำของตัวเองเป็นอย่างมาก พร้อมแสยะยิ้มมองตามหลังน้ำฟ้าที่เพิ่งวิ่งออกไป
“พี่ทำแบบนี้ทำไมเนี่ย พูดแรงไปรึเปล่า น้องน้ำฟ้าร้องไห้ออกไปเลย” ธาริณีหันขวับกลับมาทันที เมื่อสิ่งที่ได้ยินทำให้รู้สึกหงุดหงิด
"พูดแบบนี้หมายความว่าไง แกชอบยัยเด็กนั่นเหรอ ไหนบอกว่าน่ารำคาญ นี่ฉันอุตส่าห์สละตัวเองเพื่อปกป้องแกเลยนะ เห็นอึกอักไม่กล้าพูดอะไรสักที"
“ผมจะชอบหรือไม่ชอบก็ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับพี่สักหน่อย” เกียกกายทำเสียงอ่อย ๆ ตอบหญิงสาว
“ทำไมจะไม่เกี่ยว… ที่ฉันมาดูแลแกทุกวันมันยังแสดงออกไม่พออีกเหรอ” ธาริณีตอบกลับมาด้วยความน้อยใจและหันหน้าหนีไปทางอื่น เกียกกายทำหน้าเหลอหลาลุกขึ้นจากเตียง สิ่งที่ได้ยินทำให้รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทำให้เกียกกายได้มีเวลาคิดเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาระหว่างตนกับธาริณีในช่วงเวลาอันสั้น ความฝันที่อยากจะเป็นคนรักกับเธอคนนี้กำลังจะเป็นจริงแล้วหรือนี่
“อย่าบอกนะว่าก็พี่ชอบผมเหมือนกัน” ธาริณีไม่พูดสิ่งใดออกมา ได้แต่พยักหน้าตอบรับ
“พี่…” เกียกกายโผเข้ากอดหญิงสาวโดยทันทีด้วยความดีใจ ดูเหมือนว่าความเจ็บบนร่างกายจะหายไปชั่วขณะ เมื่อมีความรักเข้ามาแทรก
“ถ้างั้นตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วรึยังครับ” ธาริณียังพยักหน้าตอบรับด้วยสีหน้าที่แดงระเรื่อ พร้อมเผยรอยยิ้มเล็ก ๆ ยิ่งทำให้เกียกกายรู้สึกดีเป็นอย่างมาก อยากจะประทับตราความเป็นเจ้าของบนร่างบางนี้จนแทบจะทนไม่ไหว
“ในเมื่อเราเป็นแฟนกันแล้ว ผมขอจูบได้ไหมครับ” เสียงกระซิบข้างหูธาริณี ทำให้เจ้าตัวรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยบินวนอยู่ในท้อง อาการที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิตแต่ทำให้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ใบหน้ารวมถึงใบหูแดงก่ำตอบรับความต้องการของฝ่ายตรงข้าม
“อือ” เกียกกายใช้มือข้างที่ไม่เจ็บของตนจับไปยังใบหน้าเรียวเล็กได้รูป พวงแก้มของธาริณีมีสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย เมื่อตาทั้งสองเริ่มสบกันใกล้ ๆ ยิ่งทำให้ใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาด้านนอก เรียวปากหยักค่อย ๆ ประทับลงบนริมฝีปากอ่อนนุ่มด้วยความอ่อนโยน เกลียวลิ้นทั้งสองเริ่มลิ้มรสชาติความหวานของกันและกัน ทำให้ความรู้สึกดีแผ่ซ่านออกมาจนไม่อยากจะถอนความหวานนี้ออกจากกาย
มือทั้งสองข้างของหมอสาวกอดเข้าที่คอของผู้ป่วยโดยอัตโนมัติขยับร่างให้แนบชิดยิ่งกว่าเดิม ทั้งสองเอียงคอสลับกันไปมาประหนึ่งโลกนี้มีเพียงแค่เราสองคน เมื่อความต้องการของทั้งสองพาไป ฝั่งเกียกกายเริ่มดันตัวธาริณีให้ชิดติดเตียงผู้ป่วยอย่างช้า ๆ
“ไอ้กาย… ทำอะไรวะ” เสียงทีปกรตะโกนเข้ามาจนทั้งสองสะดุ้ง และรีบผละตัวออกจากกันในทันทีด้วยความตกใจ
“ทำอะไร ไม่เห็นจะทำอะไรเลย” เกียกกายรีบปฏิเสธทันที และกระโดดกลับขึ้นเตียงผู้ป่วยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนธาริณีก็หันหน้าไปทางอื่นด้วยความอายที่น้องชายเข้ามาเห็น
“ฉันเห็นนะว่าแกทำอะไรพี่สาวฉัน”