จอห์นรับหน้าที่เป็คนขับรถด้วยคุ้นเคยกับสถานที่อยู่โดยมีเคย์นั่งเคียงข้างไปตอนหน้าโจอันจึงต้องนั่งอยู่ทางด้านหลังตามลำพังกับเอ็ดและได้พบว่าไม่มีความจำเป็อะไรเลยที่จะต้องสงวนวาจาในเมื่อเขาเป็ผู้ที่ชวนสนทนาอยู่ตลอดเวลา เอ็ดเป็นักพูดที่ดีไม่น่าเบื่อหน่ายเลยแม้แต่น้อยซึ่งทำให้โจอันอดคิดไปถึงความอึดอัดใจเวลาที่ออกนัดกับเพื่อนชายคนอื่นๆ ไม่ได้เขาสามารถทำให้เธอรู้สึกสบายใจที่จะคุยได้ เช่นเดียวกันกับที่ริค แมนวิลล์เคยทำมาก่อน เพียงแต่ประสบการณ์ที่เธอได้รับจากผู้ชายคนนั้นได้สอนให้เธอไม่เผลอใจกับเอ็ดง่ายๆ เท่านั้น
ในโต๊ะอาหารค่ำวันนั้นเอ็ดรับหน้าที่เป็ผู้ชวนสนทนาอยู่เพียงคนเดียว จึงทำให้จอห์นซึ่งเป็คนพูดน้อยอยู่แล้วเงียบเสียงลงกว่าเดิมเขาสามารถทำให้โจอันกับเคย์หัวเราะได้ตลอดเวลาด้วยความแจ่มใสร่าเริงแบบเด็กๆของเขา เมื่อการรับประทานอาหารสิ้นสุดลง ทั้ง 4คนก็มีความเห็นว่าควรจะได้ย้ายเข้าไปนั่งในห้องเครื่องดื่มซึ่งมีบรรยากาศดีกว่าและไม่มีเสียงพูดคุยรอบๆ ตัวมากเกินไป
จนเกือบจะเที่ยงคืนแล้วที่โจอันได้เสนอขึ้นว่าน่าจะถึงเวลากลับกันเสียทีด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเพราะนึกไม่ถึงว่าค่ำวันนี้จะสร้างความรื่นรมย์ให้กับเธอได้อย่างมากมายถึงเพียงนี้
ขณะที่ลุกขึ้นจากโต๊ะนั่นเองที่โจอันได้สังเกตเห็นคนคู่หนึ่งกำลังเต้นรำกันอยู่บนฟลอร์แคบๆฝ่ายหญิงอยู่ในชุดสีชมพู เรือนผมสลวยเป็สีบลอนด์ซึ่งเป็ฝ่ายสร้างความสนใจให้กับเธอก่อนเพราะนั่นคือลักษณะของผู้หญิงอย่างที่โจอันอยากจะเป็และแล้วเธอก็มองเลยไปยังผู้ชายที่รวบร่างสาวสวยคนนั้นอยู่ในวงแขน...แบรนดท์ ไลอ้อนนั่นเอง...ริมฝีปากของเขากำลังแย้มยิ้มอย่างมีความสุข
โจอันรู้สึกปั่นป่วนขึ้นมาทันที ทั้งๆที่เธอรู้อยู่แก่ใจเสมอมาว่าเขาจะต้องมีผู้หญิงคนอื่นอยู่ในชีวิตผู้ชายอย่างแบรนดท์ ไลอ้อน ผู้หญิงคนไหนๆก็ย่อมลุ่มหลงอยากจะเป็คู่ควงของเขาทั้งนั้นและหลายต่อหลายครั้งที่เธอเคยรับโทรศัพท์เื่การนัดหมายต่างๆแต่ก็ยังไม่เคยเห็นเขาอยู่กับผู้หญิงคนไหนตำตามาก่อนเช่นนี้
แม่สาวคนนั้นซบหน้าอยู่กับแผงอกของเขาโจอันเห็นเขากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง ขณะที่ก้มลงกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับเธอแวบหนึ่งที่เขาเงยหน้าขึ้นและประสานสายตากับโจอันเข้าพอดี ในยามนั้นที่เธอเฝ้ารอเวลาด้วยความหวังว่าเขาจะพยักหน้าเป็เชิงทักทายขึ้นแต่แล้วแบรนดท์ ไลอ้อน กลับเบือนสายตาไปหาคู่เต้นของเขา
เธอกัดริมฝีปากแน่นเมื่อตระหนักแน่ว่าเขาจำเธอไม่ได้ รอยยิ้มอย่างแฝงเลศนัยปรากฏขึ้นตรงมุมปากเมื่อเกิดความใคร่รู้ขึ้นมาว่า เขาจะมีปฏิกิริยาเช่นไร ถ้าเธอจะเดินเข้าไปหาตอนนี้เขาจะยังคิดว่าเธอคือเลขานุการผู้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือจะยังสงสัยอยู่ว่าเธอจะสามารถสร้างเสน่ห์ให้ตัวเองได้หรือไม่หนอ?
และแล้ว แขนของเอ็ดก็โอบลงบนไหล่รั้งร่างพาเธอเดินออกไปยังประตู ััของเขาเหมือนจะพาเธอออกจากโลกแห่งความฝันที่สร้างขึ้นกลับเข้าสู่โลกของความเป็จริงความสนใจที่เธอมีต่อแบรนดท์ ไลอ้อน เป็เื่ที่เก่าเกินไปเสียแล้วโจอันบอกตัวเองว่าควรยุติความใฝ่ฝันโง่ๆ นั่นเสียที เพราะความเป็จริงก็คือถึงแม้ว่าเขาจะจำเธอได้และมองเธอเป็เช่นผู้หญิงคนหนึ่ง แต่เธอก็จะไม่อาจนำตัวเข้าไปเปรียบเทียบกับผู้หญิงคนที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาได้อย่างแน่นอน
มันเป็การเปล่าประโยชน์โดยแท้ที่จะไปตั้งอกตั้งใจใฝ่รักคนที่อยู่ไกลเกินคว้าโจอันผลักไสความฝันอันแสนหวานออกไปเสียจากสมองพยายามเรียกร้องความเข้มแข็งให้กลับคืนมา เอ็ด โทมัส ออกเป็คนน่ารักและนิสัยดีกว่าที่เธอคาดคิดไว้มันถึงเวลาที่เธอควรจะยุติการเปรียบเทียบผู้ชายคนใดคนหนึ่งกับแบรนดท์ ไลอ้อนได้แล้ว
ความลุ่มหลงนั้นเป็สิ่งธรรมดาเมื่อยังอยู่ในวัยเยาว์แต่บัดนี้เธอได้เติบโตเป็สาวเต็มตัวแล้ว จึงน่าจะฉลาดขึ้นกว่าเมื่อครั้งกระนั้น
เคย์ยั่วเย้าโจอันอย่างไร้เมตตาในเื่ที่เธอให้สัตย์สาบานไว้ว่าจะไม่รับรองเอ็ดตลอดวันสุดสัปดาห์นั้น แต่โจอันถึงกับไปส่งเอ็ดที่สนามบินเมื่อเขาเดินทางกลับในวันอาทิตย์ โดยมิได้รู้ลึกซึ้งว่า โจอันได้ตัดสินใจแล้วนับแต่การที่ได้เห็นแบรนดท์ ไลอ้อน อยู่กับผู้หญิงคนอื่นทำให้ความหลงใหลในตัวเขาที่เคยมีอยู่ในหัวใจได้สูญสลายไปจนหมดสิ้นและเอ็ดก็ดูจะเต็มใจที่จะก้าวเข้ามาเติมตรงช่องว่างที่เกิดขึ้นแม้จะมิใช่เื่จริงจังอะไรนักก็ตาม
โจอันยังเชื่ออยู่ว่าเอ็ดมีลักษณะของผู้ชายแบบเพลย์บอยแต่เธอก็มิได้รังเกียจอะไร เพียงแต่ยอมรับกับตัวเองว่าออกจะแปลกใจที่เขาได้ส่งช่อดอกไม้มาให้ หลังจากวันที่เดินทางกลับแล้วและยังมีโทรศัพท์ตามมาจากคลีฟแลนด์อีกในวันพุธ ซึ่งเอ็ดก็ได้เล่าให้เธอฟังว่าเขาได้วางแผนไว้แล้วว่าจะบินมาชิคาโกในวันสุดสัปดาห์ก่อนคริสต์มาสซึ่งก็เห็นได้ชัดว่าเขาเริ่มมีความสนใจในตัวเธอเท่ากับเพิ่มความมั่นใจให้กับโจอันมากขึ้น
ภายนอกหน้าต่างของสำนักงานปุยหิมะกำลังโรยตัวลงมาตามสายลม วันสุดสัปดาห์นี้คงจะขาวโพลนกันไปทั้งเมืองแน่และโจอันก็เริ่มฝันกลางวันถึงแผนการในวันสุดสัปดาห์ที่จะมาถึงเธอกับเคย์ได้ตั้งใจแล้วว่าจะออกไปหาซื้อของขวัญวันคริสต์มาสกันและยังไม่แน่ใจอยู่ว่า ควรจะหาซื้อของขวัญชิ้นเล็กๆ ให้กับเอ็ดสักชิ้นหรือไม่แต่จะต้องไม่เป็ของใช้ส่วนตัวที่มีราคาแพงจนเกินไปนัก
เสียงจากเครื่องภายในดังขึ้นตามมาด้วยเสียงสั่งว่า
“คุณซอมเมอร์ส” น้ำเสียงของแบรนดท์ ไลอ้อน ค่อนข้างห้วน “ช่วยเอารายงานงบประมาณของโรงพยาบาลแดนวิลล์ที่เจนสันส่งไว้กับคุณเข้ามาให้ผมทีเถอะ”
“ค่ะ” โจอันตอบพร้อมกับกดปุ่มปิดเครื่องเมื่อลุกขึ้นจากโต๊ะ
เธอเดินไปจนเกือบจะถึงตู้เก็บเอกสารอยู่แล้วตอนที่เสียงเรียกจากเครื่องภายในดังขึ้นอีก
“ช่วยเรียกลิล เบนเนส เข้ามาพบผมด้วยนะรู้สึกว่าตัวเลขที่ประกวดราคางานก่อสร้างโรงพยาบาลจะไม่ถูกต้องผมอยากจะสอบถามเขาให้แน่ใจเสียก่อนที่จะยื่นเสนอไป”
ชั่วโมงแห่งความคิดฝันในยามเช้าหมดสิ้นไปเมื่อโจอันได้พบว่าตัวเองต้องวิ่งกลับไปกลับมาอยู่ระหว่างตู้เก็บเอกสารกับห้องทำงานของแบรนดท์ตลอดเวลาเขาตรวจพบจุดผิดพลาดในการพิมพ์ตัวเลขจำนวนเงินที่จะยื่นซองประกวดราคารับเหมาก่อสร้างโรงพยาบาลซึ่งทำให้ต้องตรวจสอบกันใหม่ทั้งหมด
พอถึงตอนหยุดพักเที่ยงวันเคย์ก็โผล่หน้าเข้ามาพร้อมกับถามโจอันว่าเธอจะออกไปรับประทานอาหารกลางวันหรือไม่โจอันปรายตามองไปทางห้องทำงานของนายจ้างด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ฉันก็ยังสงสัยอยู่นะว่าข้างในนั่นเขาจะรู้กันหรือเปล่าว่านี่มันกี่โมงแล้วช่วยเอาแซนด์วิชมาฝากด้วยก็แล้วกัน”เธอบอกกับเพื่อนสาว
“ตอนนี้น่ะ ฉันกล้าพนันได้เลยว่าไม่มีใครคิดจะมองออกไปข้างนอกด้วยซ้ำ” เคย์พูดยิ้มๆ“พายุหิมะเริ่มแล้วนะเธอน่าจะเข้าไปสะกิดไหล่เ้านาย หรือให้ใครสักคนเข้าไปบอกกับเขาก็ได้ว่าควรจะปล่อยให้พวกเรากลับบ้านกันได้แล้ว” เคย์โบกมืออย่างรื่นเริงก่อนจะผลุบหายไปจากประตูห้อง
โจอันเบือนสายตามองออกไปทางหน้าต่างหิมะที่โปรยปรายบางเบาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนได้เพิ่มความหนาขึ้นด้วยแรงลมแต่กระนั้น ด้วยความสุขุมรอบคอบ เธอจึงไม่รีบสรุปเื่เอาเองง่ายๆเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะหมุนหมายเลขไปยังกองอุตุนิยมวิทยาซึ่งได้มีการทำนายเื่พายุหิมะไว้ล่วงหน้าแล้ว และอีกหมายเลขหนึ่งได้ยืนยันว่าถนนบางสายไม่อาจผ่านได้แล้วด้วย เ้าหน้าที่ของทางเทศบาลให้คำแนะนำว่าถ้าทำได้ควรจะปิดบริษัทให้เร็วขึ้น