หลินเฉียงกับหลินฉีหนิงใช้เวลาไม่นานก็เดินขึ้นมาถึงตีนเขา ที่นี่มีคุณแม่คุณป้าที่ว่างจากการทำนาขึ้นมาเก็บผักป่าเต็มไปหมด
“อ้าว! นี่ไม่ใช่เสี่ยวเฉียงหรอกเหรอ ได้ยินว่าบ้านของเธอกำลังจะถูกยึด เป็เื่จริงหรือเปล่า” คุณป้าหลี่วางงานในมือแล้วเดินมาหาหลินเฉียงถามขึ้นด้วยความห่วงใย “แล้วหลังจากนี้เธอกับแม่ของเธอจะไปอยู่ที่ไหน หรือจะไปอาศัยอยู่ที่บ้านของฉีหนิง แต่ถ้าไม่มีที่ไป เธอพาแม่ไปอยู่ที่บ้านของป้าก็ได้นะ ถึงแม้บ้านของป้าจะเล็กไปหน่อย แต่ก็พอมีที่ให้พวกเธอได้หลับนอน”
“ขอบคุณครับคุณป้าหลี่ แต่ผมเพิ่งได้รับมรดกจากคุณปู่เป็ฟาร์มไก่ร้างที่อยู่ท้ายหมู่บ้านเรานี่เอง ผมไปดูมาแล้วเห็นว่าฐานของบ้านยังแข็งแรงดี ก่อกำแพงอิฐแล้วก็มุงหลังคาขึ้นมาใหม่ เท่านี้ผมกับแม่ก็เข้าไปอยู่ได้แล้วครับ” หลินเฉียงตอบอย่างสุภาพ จากความทรงจำของร่างเดิม คุณป้าหลี่ใจดีกับหลินเฉียงมาก
เพราะตอนอายุสิบขวบ หลินเฉียงเคยช่วยหลี่เถี่ยจู้ลูกชายของป้าหลี่ให้รอดจากการจมน้ำ ั้แ่นั้นมาทั้งคุณป้าหลี่และหลี่เถี่ยจู้ก็ทำดีกับหลินเฉียงมาโดยตลอด ไม่เฉพาะเทศกาลที่สองแม่ลูกจะหาของมาฝาก แต่ในเวลาปกติคุณป้าหลี่ก็จะส่งซาลาเปาหรือไม่ก็หมั่นโถวหวานมาให้หลินเฉียงกับคุณแม่หลินอยู่เป็ประจำ
แม้หลินเฉียงร่างเดิมจะเป็คนี้เีและไม่ชอบทำงาน แต่เขาก็ไม่เคยคิดที่จะเอาเปรียบใคร ทุกครั้งที่คุณป้าหลี่ใช้ให้หลี่เถี่ยจู้นำของมาให้ หลินเฉียงก็จะปฏิเสธไปทุกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นคุณป้าหลี่ก็ไม่ฟัง สุดท้ายหลินเฉียงทำได้แค่ต้องตามใจคุณป้าหลี่
“ที่บ้านเธอเพิ่งจัดงานศพของคุณลุงหลินไปนี่นา แล้วพวกเธอยังมีเงินเหลือพอที่จะสร้างบ้านอยู่เหรอ” คุณป้าหลี่มองหลินเฉียงลำบากใจ “ถ้าเป็เื่อื่นป้ายังพอจะช่วยเธอได้ แต่เื่เงินป้าช่วยเธอไม่ได้จริงๆ ลำพังแค่ป้ากับเถี่ยจู้ เราสองคนแม่ลูกก็แทบจะหาเงินมาไม่พอใช้แล้ว”
“คุณป้าไม่ต้องรู้สึกผิดกับผมหรอกครับ เื่นี้เป็ปัญหาที่ผมจะต้องจัดการเอง อีกอย่างต่อให้คุณป้าจะเอาเงินมาให้ผมยืม ผมก็ไม่กล้ายืมเงินของคุณป้าหรอกครับ ผมรู้ว่านอกจากคุณป้าจะเก็บเงินไว้ซ่อมบ้าน คุณป้ายังจะต้องเก็บเงินไว้ให้เถี่ยจู้แต่งงานด้วยไม่ใช่เหรอครับ แล้วผมจะกล้าไปรบกวนคุณป้าได้ยังไง” หลินเฉียงจงใจพูดเสียงดังเป็พิเศษ ทุกครั้งที่มีโอกาส เขาจะค่อยๆ ทำลายภาพลักษณ์เดิมของหลินเฉียงคนเก่าให้หมดไป หลินเฉียงคนเก่าเป็คนี้เี เขาก็จะทำงานให้หนักขึ้น หลินเฉียงคนเก่าถูกมองว่าเป็คนโง่ เขาก็จะค่อยๆ เผยความรู้ที่มีติดตัวมาจากชาติที่แล้วออกมาให้ทุกคนเห็น ไม่ว่าหลินเฉียงคนเก่าจะถูกมองไม่ดียังไง เขาก็จะทำให้ทุกคนเปลี่ยนความคิดพวกนั้นออกไปให้ได้
ชาวบ้านที่ได้ยินคำพูดของหลินเฉียงต่างมองเขาด้วยสายตาที่แปลกไป เื่ที่หลินเฉียงเคยะโแม่น้ำลงไปช่วยจนหลี่เถี่ยจู้รอดชีวิตจากการจมน้ำ ทุกคนในหมู่บ้านต่างก็รู้กันทั่ว อีกทั้งเื่ที่คุณป้าหลี่มักจะทำอาหารส่งไปให้หลินเฉียงกับคุณแม่หลินเพื่อเป็การตอบแทน ทุกคนก็รับรู้เช่นกัน แต่เมื่อมานึกอีกที การตอบแทนที่ผ่านมาเป็ความตั้งใจของคุณป้าหลี่กับหลี่เถี่ยจู้เอง ซึ่งหลินเฉียงไม่เคยเรียกร้องเลยสักครั้ง ย่อมแสดงให้เห็นว่านอกจากนิสัยี้เีและไม่ชอบทำงาน หลินเฉียงก็ไม่ใช่คนที่ชอบเอาเปรียบคนอื่นแต่อย่างใด
หลินเฉียงเห็นสายตาที่เปลี่ยนไปของชาวบ้านบางคนก็แอบยิ้มอย่างพอใจ ถึงแม้สายตาของคนส่วนใหญ่จะยังมีข้อกังขา แต่เขามีเวลาอีกเยอะแยะที่จะพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็น เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ในวันนี้ก็ถือว่าน่าพอใจที่สุดแล้ว
“คุณป้าครับ ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ” หลินเฉียงบอก
“ป้าตั้งใจจะห่อหมั่นโถวสองลูกนี้มากินเป็มื้อกลางวัน แต่พวกเธอเดินมาตัวเปล่าคงไม่ได้เตรียมมื้อกลางวันมาใช่ไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้นพวกเธอก็รับหมั่นโถวของป้าไปสิ” คุณป้าหลี่ส่งถุงใส่หมั่นโถวให้หลินเฉียง “อย่าปฏิเสธป้าเลย ยังไงวันนี้ป้าก็เก็บผักป่าได้เยอะแล้ว เดี๋ยวป้ากลับไปกินข้าวที่บ้านก็ได้ ผิดกับพวกเธอสองคนที่สายจนป่านนี้แล้วยังไม่ได้ขึ้นเขากันเลย กินหมั่นโถวรองท้องไปก่อนจะได้มีเรี่ยวแรงทำงาน ถ้าหิวขึ้นมาแล้วพวกเธอต้องกลับบ้านไปมือเปล่าจะไม่เสียเวลาเอาเหรอ”
หลินเฉียงไม่คิดจะปฏิเสธเพราะต่อให้เขาปฏิเสธ คุณป้าหลี่ก็ต้องหาวิธีเอาหมั่นโถวสองลูกนี้มาให้เขาอยู่ดี เขาจึงรับถุงใบนั้นมาถือไว้ “ขอบคุณครับคุณป้าหลี่”
คุณป้าหลี่โบกมือแล้วเดินหันหลังไปหยิบตะกร้าขึ้นสะพายก่อนจะเดินลงเขากลับหมู่บ้านไป ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็เริ่มทยอยกันเดินลงเขาเพื่อกลับบ้านเช่นกัน เหลือเพียงส่วนน้อยที่ยังทำงานต่อ แต่คาดว่าอีกไม่นานคนกลุ่มนี้ก็คงจะกลับบ้านกันหมด
หลินเฉียงกับหลินฉีหนิงเดินขึ้นเขาไปได้สักพัก หลินเฉียงก็หันมาพูดกับหลินฉีหนิง “ฉีหนิง ถ้าเรายังเดินอยู่ด้วยกันอย่างนี้ วันนี้เราคงไม่ได้อะไรติดมือกลับบ้านกันหรอก เอาอย่างนี้นะ นายแยกไปเดินด้านซ้าย ส่วนฉันจะเดินไปดูทางด้านขวา ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีของให้เราเก็บ อีกหนึ่งชั่วโมงเราต้องกลับมาเจอกันตรงนี้”
“ไม่เอาหรอก! ถ้าเป็วันอื่นผมคงไม่ปฏิเสธ แต่วันนี้ผมไม่อยากเดินขึ้นเขาคนเดียว” หลินฉีหนิงปฏิเสธเสียงดัง
“ูเาลูกนี้นายคงหลับตาเดินได้แล้วมั้ง แล้วนายยังจะกลัวอะไรอีก” หลินเฉียงเริ่มพูดเสียงดุ ถ้าปล่อยให้หลินฉีหนิงยังตัวติดอยู่กับเขา แล้วแผนการที่เขาวางไว้กับเ้าเสี่ยวเฮยจะสำเร็จได้ยังไง
“ถ้าวันนี้พี่ไม่ชวนผมไปดูฟาร์มไก่ ผมก็ไม่กลัวที่จะขึ้นเขาคนเดียวหรอก ทั้งหมดต้องโทษพี่นั่นล่ะ ผมรู้สึกว่าั้แ่เราสองคนกลับจากฟาร์มไก่ก็เหมือนจะมีใครคอยมองมาที่เราอยู่ตลอดเวลา”
“ทำไมนายชอบคิดอะไรไปเรื่อยอย่างนี้เนี่ย อีกอย่างที่นั่นก็แค่โรงเลี้ยงไก่ไม่ใช่เหรอ แล้วนายจะกลัวอะไร ถ้าฉันพานายไปเก็บของเก่าที่สุสานก็ว่าไปอย่าง” หลินเฉียงไม่อยากเสียเวลา เขาจงใจพูดเสียงเข้มกว่าเดิม “ฉีหนิง! วันนี้ฉันไม่ได้จะขึ้นเขามาเก็บฟืน แต่ฉันกำลังจะทำเพื่ออนาคตของครอบครัวเรา ไม่แน่วันนี้นายกับฉันหรือไม่ก็เราคนใดคนหนึ่งอาจจะหาโสมป่าหรือเห็ดหลินจือเจอก็ได้นะ ถ้าหาของสองอย่างนี้ได้ ฉันจะมีเงินไว้ซ่อมบ้าน ส่วนนายก็จะมีเงินไว้เป็ค่าเรียน หรือว่านายไม่อยากเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว”
“ก็ได้ก็ได้ พี่ไม่ต้องยกเหตุผลทั้งห้ามาพูดแล้ว เดี๋ยวผมจะแยกไปเดินทางซ้ายเอง แต่ผมขอบอกไว้ก่อนนะ ที่ผมยอมไม่ใช่เพราะเงินค่าเรียน แต่ผมอยากช่วยพี่กับคุณป้าสะใภ้หาเงินมาซ่อมบ้าน พี่อย่าเข้าใจเจตนาของผมผิดไปล่ะ”
“ฉันรู้อยู่แล้วว่านายเป็น้องชายที่ดี ฉันขอบใจนายล่วงหน้าไว้เลยก็แล้วกัน” ด้วยความดีใจ หลินเฉียงตบไหล่หลินฉีหนิงไปหลายที “ถ้าอย่างนั้นอีกหนึ่งชั่วโมงเรากลับมาเจอกันที่นี่นะ”
“พูดเหมือนเราสองคนมีนาฬิกาอย่างนั้นล่ะ”
“จริงสินะ เราสองคนไม่ได้ใส่นาฬิกาเสียหน่อย แล้วเราจะเอาอะไรมาจับเวลา เอาอย่างนี้ ถ้าฉันมีเงินเมื่อไหร่ ฉันจะซื้อนาฬิกาให้นายเป็อย่างแรกเลยดีไหม”
“ซ่อมบ้านของพี่ให้เสร็จก่อนเถอะ หลังจากนั้นก็ค่อยว่ากัน” หลินฉีหนิงเดินไปทางทิศด้านซ้าย แต่ก็น่าแปลก ทันทีที่เขาแยกกับพี่ชาย ทำไมความรู้สึกที่ถูกจับตามองก็ไม่มีแล้ว
“ไม่คิดมาก่อนเลยว่าหลินฉีหนิงจะพูดยากขนาดนี้ กว่าจะกล่อมให้เขาเชื่อได้ เล่นเอาฉันพูดจนแทบหมดแรง” หลินเฉียงถึงกับผ่อนลมหายใจ “ออกมาเถอะเสี่ยวเฮย ที่นี่ไม่มีใครแล้ว
เสี่ยวเฮยเดินออกมาจากที่ซ่อน จากนั้นมันก็หันหลังเดินเข้าป่าลึก หลินเฉียงก็เดินตามอย่างว่าง่าย ผ่านไปครึ่งชั่วโมง หลินเฉียงก็เห็นหลุมที่เสี่ยวเฮยขุดไว้ เขาไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไร เวลาอยู่ต่อหน้าเสี่ยวเฮย ต่อให้เสี่ยวเฮยไม่พูด เขาก็เหมือนกับจะรู้ว่ามัน้าให้เขาทำอะไร
หลินเฉียงเดินไปที่หลุมแล้วนั่งคุกเข่า จากนั้นเขาก็ใช้มือค่อยๆ ขุดไปที่หลุมอย่างเบามือ เสียงเสี่ยวเฮยเห่าขึ้นมาสองที เมื่อหลินเฉียงเงยหน้าขึ้นก็เห็นหัวหน้าหมู่บ้านกับลูกชายเดินมา
“เสี่ยวเฉียง เมื่อเช้าที่เจอกันไม่เห็นแกบอกว่าแกจะขึ้นมาบนเขาเลยนี่ ถ้ารู้อย่างนี้ฉันกับลูกชายคงชวนแกขึ้นเขามาด้วยกันแล้ว” หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยทักก่อนจะถามอย่างสงสัย “แล้วนั่นแกกำลังขุดอะไรอยู่”
“ทำไมนายใช้มือขุดดินอย่างนั้นล่ะ ไม่เจ็บมือแย่แล้วเหรอ” ถังเจี้ยนกั๋วยื่นพลั่วอันเล็กส่งให้หลินเฉียง “ยืมพลั่วขุดดินของฉันไหมล่ะ ฉันพกพลั่วอันเล็กมาด้วย”
หลินเฉียงยิ้มพลางใช้มือขุดดินต่อ “ขอบคุณครับพี่เจี้ยนกั๋ว แต่ผมใช้พลั่วขุดดินไม่ได้หรอกครับ เพราะถ้าพลั่วไปโดนของที่ผมขุด มีหวังสินค้าของผมคงขายไม่ได้ราคา”
ถังเจี้ยนกั๋วหัวเราะ “นายพูดเหมือนกับว่านายกำลังขุดหาโสมป่าอย่างนั้นล่ะ”
“แน่สิครับ ผมกำลังขุดโสมป่าอยู่ โสมป่าต้นนี้อายุน่าจะร้อยปีเลยล่ะครับ” หลินเฉียงชี้ไปที่ใบโสมที่โผล่อยู่เหนือพื้นดิน “พี่ดูใบนี่สิครับ นี่มันต้นโสมไม่ใช่เหรอ”
หัวหน้าหมู่บ้านกับถังเจี้ยนกั๋วถึงกับเดินมาดูใกล้ๆ จากนั้นทั้งคู่ก็ต้องใ
“โสมป่า! เสี่ยวเฉียงเอ๋ยเสี่ยวเฉียง ทำไมแกถึงได้โชคดีอย่างนี้ เห็นทีคราวนี้แกกับแม่ของแกคงไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาสร้างบ้านกับปรับปรุงโรงเลี้ยงไก่ร้างนั่นแล้วล่ะ” หัวหน้าหมู่บ้านพูดขึ้นอย่างดีใจ เมื่อเช้าตอนที่หลินเฉียงไปหาเขาเื่พินัยกรรมของคุณปู่หลิน เขาถึงได้รู้ว่าบ้านของหลินเฉียงกำลังจะถูกเ้าหนี้ยึด
เขายังปลอบใจเด็กหนุ่มอยู่เลยว่าถึงแม้จะเสียบ้านหลังเดิมไป แต่อย่างน้อยวันนี้คุณปู่หลินก็ทิ้งมรดกเป็ที่ดินไว้ให้ ขอแค่มีเงินมาสร้างบ้านหลังใหม่ สองคนแม่ลูกก็จะกลับมามีบ้านอีกครั้งแล้ว เขาถึงขนาดกับเสนอให้หลินเฉียงยืมเงินบางส่วนมาสร้างบ้านก่อนด้วยซ้ำ แต่ไม่คิดว่าเ้าหนุ่มหลินเฉียงคนนี้จะโชคดี แค่ขึ้นเขามาได้ไม่นานก็ขุดเจอโสมป่าอายุร้อยปีแล้ว
“เสี่ยวเฉียงรีบขุดต่อเร็วเข้า ฉันอยากเห็นว่าโสมป่าอายุร้อยปีหน้าตาจะเป็ยังไง” ถังเจี้ยนกั๋วพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น
หลินเฉียงมองทั้งสองคนแล้วยิ้ม จากนั้นเขาก็ก้มหน้าลงไปขุดดินต่อ ‘สองคนพ่อลูกช่างเป็คนดีจริงๆ ฉันมองไม่เห็นแววตาของความอิจฉาหรือความโลภเลยสักนิด’
เป็เพราะพื้นดินตรงนี้เสี่ยวเฮยขุดไว้ล่วงหน้าแล้ว ใช้เวลาไม่นานหลินเฉียงก็เจอรากของโสมป่า เขาค่อยๆ เขี่ยดินออกทีละชั้นอย่างพิถีพิถัน
จากนั้นหลินเฉียงก็ประคองโสมป่าไว้ในมือ “คุณลุงหัวหน้าหมู่บ้าน พี่เจี้ยนกั๋ว ผมขุดได้โสมป่าจริงๆ ครับ”