สีหน้าถังชวนแดงอมม่วง ก้มหน้าไม่พูดไม่จาสักคำ
ท่าทางเฉกเช่นเด็กชายคนหนึ่งแบบนี้ของเขากลับถูกโจวฉวินเข้าใจเป็ความหยิ่งในศักดิ์ศรีซึ่งมีความรู้สึกอับอายและโมโหผสมปนเปกันอีกแล้ว
ผู้อื่นบ้านจนถึงขั้นที่กระทั่งวิทยุก็ไม่มีทั้งยังต้องใช้หนี้แทนบิดา จะเอาเงินที่ไหนไปหาหมอกัน ฉันนี่มันโง่จริงๆ !
โจวฉวินแทบอยากจะตบปากตนเองเธอมองถังชวนอย่างเ็ปและกังวล ขณะดึงมือถังชวนเดินไปข้างนอก “ไปพี่สาวจะพาเธอไปหาหมอ ไม่ต้องเครียด ฉันจะช่วยออกค่ารักษาให้เธอเอง!”
ถังชวนตะลึงถ้าไปแล้วแค่ติดค้างน้ำใจก็ช่างเถอะ แต่หากตรวจขึ้นมาแล้วโป๊ะแตกนั่นต่างหากที่เป็เื่ใหญ่! เขาจึงรีบชักมือกลับ
หญิงสาวคนหนึ่งฝืนลากฝืนเหวี่ยงไปข้างนอกชายคนหนึ่งกลับพยายามดึงเข้าไปข้างในสุดชีวิตภาพเหตุการณ์นี้ประหลาดอย่างอธิบายไม่ถูก
แม้ว่าถังชวนจะร่างกายผอมแห้งแต่ก็ทำงานั้แ่ยังเด็ก พลังที่ได้มาย่อมไม่ได้แย่โจวฉวินดึงอยู่นานสองนานก็ดึงไม่ขยับจึงหันไปมองเด็กชายที่เหมือนกับลาดื้อคนนี้ด้วยความโมโห “เธออย่าดื้อรั้นอีกเลยนี่ไม่ใช่เื่เล็กน้อย ป่วยเล็กๆ น้อยๆ แล้วไม่ไปรักษาสะสมเอาไว้จะกลายเป็โรคร้ายแรงได้! เธอดูสภาพตัวเองสิ ลองส่องกระจกดู นี่มันแทบจะสามารถไปถ่ายหนังผีได้แล้วหากบอกว่าไม่ป่วยก็ไม่มีใครเชื่อจริงๆ ! ไป ไม่ว่าอย่างไรวันนี้เธอก็ต้องฟังฉันสักครั้ง!” เอ่ยจบก็ถลึงตาประท้วงใส่เขา และออกแรงดึงอีกครั้ง
ถังชวนโซเซพลันรู้สึกว่าด้านหลังพลันโล่งคลาย และได้ยินเสียง “ตึง” ดังขึ้นด้านหลัง เหมือนมีเสียงของกระแทกลงบนพื้นถังชวนยื่นมือไปลูบด้านหลังตามความเคยชิน ก็เห็นว่ากระดูกขาที่เขาเสียบเอาไว้หายไป
รันทดจริงๆ!!
ถังชวนคล้ายกับกินยาขมเข้าไปมีเื่ทุกข์ใจจนต้องแอบบ่นในใจเงียบๆ
เสียงดังชัดเจนลอยเข้าหูโจวฉวินมองไปที่พื้นด้วยความประหลาดใจ “อะไรน่ะ”
“นี่...นี่มันกระดูกท่อนหนึ่งไม่ใช่เหรอ”โจวฉวินเดินไปหยิบกระดูกขึ้นมา แล้วพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง “ยาวขนาดนี้ ใหญ่ขนาดนี้ทำไมดูแล้วเหมือนกับ...”
ถังชวนที่อยู่ข้างๆเหงื่อไหลไคลย้อย รีบเอ่ยแทรกขึ้นว่า “ครูโจวครับ นี่คือกระดูกหมูที่ผมซื้อกลับมาจากตลาดเตรียมจะเคี่ยวน้ำแกงกินตอนป่วย” เขาแต่งเื่โกหกตาไม่กะพริบแต่ในใจกลับรู้สึกคลื่นไส้จริงๆ
ล้อเล่นน่ะนี่มันกระดูกคนนะ คนคนนี้ตายอย่างไร กระดูกชิ้นอื่นๆ อยู่ที่ไหน ถังชวนล้วนรู้ดีหากว่าดื่มน้ำแกงที่เคี่ยวจากกระดูกนี่แล้วล่ะก็...”
อมิตตาพุทธละเว้นฉันเถอะนะ!
โจวฉวินก็ไม่ได้คิดมากเพียงแต่เห็นว่าเป็กระดูกที่้าไม่มีเนื้อเลยสักนิด ในใจก็อึ้งไปเล็กน้อยหมูตัวไหนที่ขายาวขนาดนี้กัน เกือบจะเข้าร่วมการประกวดสาวงามได้แล้ว!อีกด้านก็อดคิดด้วยความเห็นอกเห็นใจที่เอ่อล้นขึ้นมาไม่ได้ว่า “เด็กคนนี้น่าสงสารเกินไปแล้วซื้อกระดูกชิ้นหนึ่งถึงกับไม่มีเนื้อเลยสักนิดเดียว คงจะไม่ได้เก็บมาหรอกนะ”
โจวหยิบกระดูกชิ้นนั้นขึ้นมาแกว่งเล็กน้อยแล้วเอ่ยยิ้มๆ ว่า “ไปเถอะ พาเธอไปหาหมอก่อน จากนั้นพอกลับมาพี่สาวจะช่วยต้มน้ำซุปกระดูกให้กิน!”
ถังชวนกลัวจนหน้าถอดสีสีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวา
โจวฉวินเห็นสีหน้าเหมือนเห็นผีของเขาแล้วในใจก็ไม่สบอารมณ์ยิ่ง จึงใช้กระดูกเคาะศีรษะถังชวนเบาๆ ทั้งยังหลุดภาษาเสฉวนออกมา“เด็กโง่ คิดอะไรอยู่น่ะ!เธอไม่รู้เหรอว่าฝีมือการทำอาหารของครูยอดเยี่ยมมากนะ อาหารเสฉวนต้นตำรับ! แต่ก่อนตอนอยู่ที่นั่น เมื่อครูลงมือทำอาหารก็ไม่รู้ว่ามีคนอยากกินกันตั้งเท่าไร นั่นเป็อาหารที่มีเงินก็ซื้อไม่ได้หรอกนะเด็กน้อยอย่างเธอมีความสุขอยู่รอบกาย แต่กลับไม่รู้ว่านั่นคือความสุข! ตีหัวสักทีเลยนี่!”
ถังชวนลูบศีรษะที่ถูกกระดูกเคาะแต่ั์ตากลับกรอกมองตามกระดูกที่แกว่งขึ้นแกว่งลงตรงหน้าไปมา จะส่ายหน้าก็ไม่ได้จะพยักหน้าตกลงก็ยิ่งไม่ได้เข้าไปใหญ่ เครื่องหน้าทั้งห้ายับยู่ยี่ราวกับจมอยู่ในห้วงทุกข์แสนสาหัสจนไม่อาจแสดงออกมาเป็คำพูดได้
โจวฉวินเห็นท่าทางเช่นนี้ของเขาแล้วก็เหมือนถูกกระตุ้นเธอย่นจมูกเล็กน่ารัก แล้วแค่นเสียง “เชอะพูดไปตั้งเยอะแยะขนาดนี้ก็ยังไม่เชื่อสินะ ไป ไปหาหมอก่อนกลับมาจะเผยฝีมือการทำอาหารให้เธอได้เห็น!” เธอกำลังจะดึงมือถังชวนแต่กลับได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังตรงมาทางนี้ดังลอยมาจากระเบียงทางเดินด้านนอก
ถังชวนได้ยินแล้วคุ้นหูยิ่งหลายปีมานี้ คนพวกนี้เหมือนกับิญญาที่ตามหลอกหลอน มาหาถึงบ้านโดยไม่มีกำหนดเวลาเสียงฝีเท้าที่ยึดถือตนเองเป็ใหญ่และดุร้ายเช่นนี้ แม้ว่าเขาจะปิดหูเอาไว้ก็ยังสามารถแยกแยะได้
เขาพลันสีหน้าทะมึนขบกรามแน่น แววตาเผยความเกลียดชังลึกซึ้งรุนแรงออกมา
ตึงๆๆ!!!
ประตูเหล็กถูกคนทุบจนสั่นอยู่ครู่หนึ่งเสียงะโเรียกคล้ายกับฆ้องดังลอยมาจากนอกประตู “ไอ้เด็กเปรตออกมานะ! ข้ารู้ว่าแกอยู่ที่นี่! วันนี้ลูกพี่พวกเราบอกแล้วว่า หากแกไม่คืนเงินจะเรียกช่างเชื่อมมาขังแกไว้ข้างใน ให้แกหิวตาย กระหายน้ำตายไปเลย! เงิน ลูกพี่พวกเราก็ไม่้าแล้ว เหลือไว้ให้แกซื้อโลงศพแล้วกัน!เปิดประตู เปิดประตูเดี๋ยวนี้!!”
เอ่ยจบก็ทุบประตูอย่างแรงอีกครู่หนึ่ง หินปูนที่กรอบประตูร่วงกราวราวกับสายฝน
ถังชวนถลึงตาจ้องประตูเขม็งโกรธจนสั่นไปทั้งร่าง สองมือกำหมัดแน่นจนเส้นเืบนหลังมือปูดโปน
โจวฉวินถูกเสียงทุบประตูทำให้ใสะดุ้งอย่างไม่ทันตั้งตัวแต่เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่า “เธอโชคดีที่มาทันเวลาที่พวกดูดเืเหล่านี้มาทวงหนี้ที่บ้านพอดี!”
โจวฉวินมีนิสัยช่วยผู้อ่อนแอผดุงไว้ซึ่งความเป็ธรรมและเกลียดชังความชั่วดุจเกลียดชังศัตรูเธอเลิกคิ้วที่เรียวราวใบหลิวขึ้นสูงทันที พร้อมกระตุกมุมปากยิ้มเคร่งขรึมบางๆพลางแค่นเสียงในจมูกหนักๆ แล้วยกเท้าเตรียมจะเดินไปที่ประตู
เธอกำลังจะขยับแต่กลับถูกถังชวนดึงเอาไว้กะทันหัน แล้วส่ายหน้าให้เธอ “คนพวกนี้ล่วงเกินไม่ได้ครูโจวอย่าไปล่วงเกินพวกเขาเลยครับ!”
โจวฉวินมุมปากกระตุกดวงตาคู่งามมีแววดุร้าย “ล่วงเกินไม่ได้เหรอ ครูจะบอกเธอให้นะถังชวนวันนี้ครูโจวจะสอนบทเรียนให้เธอบทหนึ่งบนโลกใบนี้สิ่งที่ล่วงเกินไม่ได้มีแค่คำเดียวก็คือ คำว่า ‘เหตุผล!’ ครูอยากจะเห็นจริงๆว่า โจรพวกนี้จะต่อต้านอย่างไร ยังมีกฎแห่ง์และกฎหมายอยู่ในสายตาอยู่หรือไม่!!”
ถังชวนกอดแขนโจวฉวินเอาไว้แน่นแล้วออกแรงส่ายหน้า ไม่ยอมปล่อยให้เธอไป
โจวฉวินเป็คนอารมณ์ร้อนเมื่ออารมณ์ขึ้นแล้วจะให้เธอข่มมันเอาไว้นั้นยากมาก ใครขวางก็ด่าคนนั้นตอนนี้เธอโมโหมาก เลยไม่สนใจอะไรอีก จึงหันกลับมาเอ่ยปากด่าว่า “ถังชวนเธอยังเป็ผู้ชายอยู่ใช่ไหม คนที่ไปคือครูไม่ใช่เธอ เธอจะตื่นเต้นอะไรกลางวันสว่างโร่แบบนี้ มีกฎหมาย มีพยาน พวกเขาคิดจะทำอะไร จะฆ่าครูกลางวันแสกๆเหรอไง หากเธอกลัว เธอก็ไม่ต้องไป ครูไม่กลัว!!” เอ่ยจบ เธอก็ออกแรงผลักถังชวนจนเซไปอีกด้านหนึ่ง
ถังชวนถูกผลักจนเซแต่ก็รีบพุ่งเข้าไปกอดหมับอย่างเร็ว พลางเอ่ยด้วยความโมโหว่า “ครูโจว!!”เสียงของเขาที่เปล่งออกมาจากทรวงอกทั้งชัดเจนทั้งกังวานในความโมโหนั้นมีความจนปัญญาซ่อนอยู่
โจวฉวินหันไปมองเด็กหนุ่มคนนี้ถึงกับมองเธอด้วยตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาในแววตามีความตื้นตันใจและโมโห
โบราณกล่าวเอาไว้ว่าลูกผู้ชายไม่เสียน้ำตาง่ายๆโจวฉวินคิดไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มที่ดื้อรั้นราวกับเหล็กกล้าจะถึงกับเสียน้ำตาความเดือดดาลในหัวใจกลายเป็ความอ่อนละมุนทันที
“เธอร้องไห้ทำไมวางใจเถอะ พี่สาวไม่เป็อะไรหรอก!” โจวฉวินหันกลับมาเช็ดน้ำตาให้ถังชวน แล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
ถังชวนเช็ดน้ำตาลำคอคล้ายกับมีอะไรบางอย่างติดอยู่ เขาะโออกมาใช้น้ำเสียงที่แทบจะเป็การวิงวอน “ครูโจว ครูไปไม่ได้จริงๆ ! ขอร้องล่ะครับ หากครูล่วงเกินพวกเขาพวกเราทั้งบนและล่างหลายสิบครอบครัวในตึกก็จบเห่!คนพวกนั้นทั้งโลภทั้งโเี้ ครูล่วงเกินพวกเขา พวกเขาจะไม่ทำอะไรครูต่อหน้าแต่เมื่อพวกเขารู้ว่าครูอาศัยอยู่ที่ไหน ทำงานอะไร ภูมิหลังแบบไหน ครูก็จบเห่แล้ว! ทุกวันที่ออกจากบ้านจะมีคนจับตามองครูโดยเฉพาะ ส่งจดหมายขู่ไปที่บ้านส่งจดหมายร้องเรียนไปที่ทำงาน ในใจหมายจะแต่งเื่มั่วซั่วเกินเลยบางอย่าง พยายามลากครูไปปู้ยี่ปู้ยำในสถานที่สกปรกแต่นี่ยังถือว่าดีนะครับ”
ถังชวนหอบหายใจเมื่อเห็นโจวฉวินฟังด้วยสีหน้าแข็งค้าง ก็ถอนหายใจพลางเอ่ยว่า “หลายวันก่อนหน้าลุงหวังที่อยู่บ้านข้างๆช่วยพูดเรียกร้องความเป็ธรรมให้ผมสองสามประโยคจนล่วงเกินคนเหล่านี้คนเหล่านี้ก็สาดเืเป็ดเืไก่ใส่หน้าประตูบ้านเขาส่งจดหมายข่มขู่ให้บ้านเขาทุกวันและยังถูกพวกเขาให้คนแต่งเื่เขียนจดหมายรายงานไปที่ทำงานกองใหญ่บอกว่าเขาเลี้ยงผู้หญิงไว้นอกบ้าน มีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวไปทั่วเขียนเล่าราวกับว่าเป็เื่จริง แต่ว่าบ้านลุงหวังยากจนเสียจนไม่มีเงินจะจ่ายค่าเทอมให้ลูกสาวจะไปเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงผู้หญิงแบบนั้นกัน! แต่ว่าคนในที่ทำงานเ่าั้กลับเชื่อ เล่ากันปากต่อปากข่าวลือแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ลุงหวังถูกรังแกในที่ทำงานจนทนไม่ไหวเหม่อลอยทุกวัน นับจากวันนั้นลูกสาวสุดที่รักอายุแปดขวบของเขาก็ถูกคนตามก่อกวนอยู่ด้านหลังหลังเลิกเรียนลุงหวังไม่วางใจ ต้องลางานไปรับเธอหลังเลิกเรียนทุกวัน เขาอยู่ที่ทำงานก็รำคาญใจกลับมาบ้านก็อารมณ์เสีย เื่พวกนี้ทำให้เขานอนหลับไม่สนิททุกวันจึงเหมือนคนที่ทำิญญาหล่นหาย สุดท้ายเมื่อครึ่งปีก่อนหน้านี้ ตอนเขาไปรับลูกสาวหลังเลิกเรียนก็เดินเหม่อลอยตอนข้ามถนน จึงถูกรถชนเข้าในวันที่แปดเดือนสิบเอ็ด...”
ถังชวนเอ่ยถึงตรงนี้น้ำตาก็ทะลักออกจากดวงตา ใช้มือตนเองขวางก็ขวางไม่อยู่“ป้าหวังได้ยินข่าวก็กลายเป็บ้า ลุงหวังกับน้องหวัง พวกเขาล้วนเป็คนดีขนาดนั้นปกติยังเก็บข้าวสวยและกับข้าวร้อนๆ ไว้ให้ผมชามสองชามฉลองปีใหม่หรือฉลองเทศกาลก็มักจะเรียกผมไปกินข้าวด้วยแต่ครอบครัวที่ดีขนาดนี้ครอบครัวหนึ่ง อยู่ดีๆ พริบตาเดียวก็กระจัดกระจายเสียแล้ว! นี่มันสังคมแบบไหนกันนี่มันเื่อะไรกัน ครูโจวครับ เป็ผมเอง ล้วนเป็ผมที่ทำร้ายพวกเขาทั้งครอบครัวหากไม่ใช่ผม พวกเขาก็จะไม่เป็แบบนี้! ผมขอร้องครูล่ะครับอย่าได้ไปมีเื่กับพวกเขาเลย คนเหล่านี้ล่วงเกินไม่ได้จริงๆ !!”
โจวฉวินที่ได้ยินก็ตะลึงไปหยาดน้ำตารินไหลออกจากดวงตาโดยไม่รู้ตัว เธอกัดฟันแน่น “ถึง...ถึงกับมีเื่แบบนี้ด้วยเหรอให้ตายเถอะ ระยำจริงๆ ครู...ครู...”เธอที่สภาพอารมณ์ตึงเครียดถึงกับหาคำพูดมาระบายโทสะของตนเองไม่ออกชั่วขณะ
ถังชวนยืนเช็ดน้ำตาอยู่อีกด้านพลางเอ่ยเสียงขรึมว่า “ครูโจว ผมรู้ว่าครูดีกับผม! และเพราะแบบนี้ผมถึงไม่อยากมองครูดึงตนเองเข้าไปเกี่ยวข้องเฉยๆ คนพวกนี้เหมือนปลิงที่ไม่มีวันคลายปากตนเองหากไม่ได้ดูดเืครูจนแห้งผมเกิดมาก็มีชะตาชีวิตต่ำต้อย ทุกคนล้วนเหยียบย่ำผม ผมชินแล้ว ไม่เป็ไร แต่ครูโจวครูไม่เหมือนกัน ครูเป็คนดีคนหนึ่ง ครูไม่อาจถูกคนเหยียบย่ำเป็เพื่อนผมได้...”
เอ่ยจบเขาก็ใช้มือสองข้างลูบบนใบหน้า สีหน้าเปลี่ยนเป็สูงส่งเฉยชา จริงจังสง่างามเขาเอ่ยเสียงต่ำว่า “ผมจะจัดการเื่ของผมเอง! ครูโจว ผมจะออกไปครู่หนึ่ง ครูรอผมอยู่ที่นี่นะครับ!”
โจวฉวินมองเด็กหนุ่มอึ้งๆเธอใช้มือปิดปาก ขณะที่หยาดน้ำตารินไหลและมองแผ่นหลังเหยียดตรงของเด็กหนุ่มที่เดินไปถึงประตู ก็เอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมาอย่างอดไม่ได้“เสี่ยวชวน...”
ถังชวนหยุดเท้ามองไปทางโจวฉวิน
โจวฉวินกลั้นน้ำตาแล้วเอ่ยกับเขาว่า “เธอต้องจำเอาไว้ว่า คนอื่นเหยียบย่ำเธอได้แต่เธอไม่สามารถเหยียบย่ำตนเองได้!”
ถังชวนยิ้มเขาเผยฟันขาวสะอาดออกมา รอยยิ้มนั้นเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์แม้ว่าสีหน้าจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่แผ่นหลังเขาหยัดตรงราวกับกระดูกสันหลังมีกระบี่เล่มหนึ่ง!
โจวฉวินมองส่งเด็กหนุ่มเปิดประตูแสงอาทิตย์เรืองรองนอกประตูส่องลงบนร่างเขา ถังชวนหันหน้ามายิ้มแล้วพลิกมือปิดประตูกั้นแสงอาทิตย์จากด้านนอกเอาไว้
เขาขังโจวฉวินอยู่ในห้องเล็กๆส่วนตนเองก็เดินออกไปคนเดียว