เพียงรพิพรรณผ่องด้าว {วายพีเรียดไทย}

    ๒๕

            “เสด็จพ่อ!”

            คนทุกผู้หันมาจับจ้องดวงพักตร์กริ้วโกรธานั้นด้วยความสั่นระทึก เห็นภาพในอนาคตอันใกล้นี้แน่ชัดว่าคงหนีไม่รอดแล้ว หัวใจของผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกเนรคุณรัวกระตุกเต้น รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งตัว

            “เสด็จฯเพคะ ปล่อยท่านชายไปเถิดเพคะ” หม่อมสร้อยเอ่ยร้องขอพระเมตตาขึ้น แต่เจ้าหล่อนก็ต้องจำหุบปากไป

            “หยุด! ห้ามใครพูดอะไรทั้งนั้น” ตรัสอย่างกราดเกรี้ยว ทอดสายพระเนตรไล่มองทุกคนตรงหน้าอย่างผิดหวังที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนการกระทำอันหยาบช้าของพระโอรสในครั้งนี้ “ฉันผิดหวังมากจริง ๆ ทำไมถึงหยามหัวใจฉันได้ขนาดนี้”

            “เสด็จฯเพคะ”

            หม่อมเอกวิ่งหัวคะมำตามมาติด ๆ หล่อนมั่นใจว่าพระสวามีเสวยน้ำสุธารสชาไปจนเกลี้ยงแล้ว ก่อนจะร่วมนิทราด้วย ทว่าพอรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาอีกที ก็ไม่เห็นเสด็จพระองค์ชายบรรทมอยู่ข้างกายเสียแล้ว เมื่อนั้นหล่อนจึงรู้ว่าแผนแตก

            “ร่วมมือกันทรยศเกียรติและศักดิ์ศรีของตระกูลตัวเอง ชอบให้คนดูหมิ่นนักหรือ คนไม่มีหัวคิด ฝนตกขี้หมูไหลคนจัญไรมาพบกัน”

            “หยุดพยายามเถอะเพคะ ชายเดียวไม่ได้ชอบพอท่านหญิงอ้อ เขาชอบผู้ชาย และมีคนรักแล้ว ท่านจะทรงบีบบังคับจิตใจไปถึงไหน ลูกชายยังเหลืออีกตั้งหกคนนะเพคะ จะเสียดายทำไมกับอีแค่คนเส็งเคร็งคนเดียว” หม่อมเอกว่า หล่อนพยายามอย่างมากที่จะโน้มน้าวพระทัยของเสด็จพระองค์ชายให้คล้อยตาม ด้วยเกรงว่าหากกำจัดท่านชายเดียวคนนี้ออกไปจากวังไม่ได้ จะทำให้ชีวิตของหล่อนและโอรสต้องตกเป็นสองรองเขาตลอดไป

            เสด็จพระองค์ชายไม่ได้ตรัสโต้อะไรกับหล่อน ยังคงส่งพระเนตรไปยังโอรสด้วยพระอารมณ์ทั้งรักและสุดกรุ่นโกรธ ทรงไม่เข้าพระทัยว่าเพราะเหตุใดทำไมคนที่ทรงรักสุดพระทัยถึงต้องเป็นคนเดียวกันกับคนที่ทำให้ผิดหวังด้วว

            “เสียแรงที่ฉันรัก ฉันเฝ้าทะนุถนอมแกมากที่สุด ชายเดียว”

            “เสด็จพ่อ ชายขอประทานอภัย แต่ชายกลับไปทำหน้าที่นี้ไม่ได้จริง ๆ ทรงพระกรุณาปล่อยชายไปมีความสุขในแบบที่ตัวเองเป็นเถิดเกล้ากระหม่อม” ผู้เป็นปิโยรสทรุดกายอ่อนล้าลงบนพื้นหญ้า ประนมมือวอนว่าหาความเมตตาจากพระบิดาผู้บังเกิดเกล้า เขารู้ว่าตนเองช่างทำผิดมหันต์ ยากจะให้อภัยได้ หากแต่ก็สุดจะทนฝืนแล้ว

            “พูดมาได้ไม่อายปาก ปล่อยแกไปมีความสุข แล้วฉันกับญาติพี่น้องของแกล่ะ คิดถึงใจพวกเขาบ้างหรือไม่ จะเอาหน้าไปสู้ใครได้กับสิ่งที่แกก่อไว้ ชายเดียว!”

            ท่านชายปิ๋วทรุดตัวลงนั่งประนมหัตถ์ข้างพี่ชาย ช่วยอ้อนวอนขอความเห็นใจอีกแรง “เสด็จพ่อ พี่ชายเดียวอยู่ที่นี่ฝืนใจแต่งงานกับน้องหญิงอ้อไปก็เหมือนตายทั้งเป็นนะเกล้ากระหม่อม ชายขอเถิด โปรดเห็นใจพี่ชายเดียวด้วยเกล้ากระหม่อม”

            “แกก็เหมือนกันชายปิ๋ว เพราะแกให้ท้ายพี่ชายตลอด มันถึงทำตัวแหลกเหลวอย่างนี้” ทรงโต้พระโอรสองค์เล็ก ก่อนจะรับสั่งกับพวกบ่าวชายหน่วยก้านแข็งแรงดีจำนวนสี่คนที่ตามมา “พวกเอ็งเข้าไปจับตัวชายเดียวกลับไปขังไว้ที่เดิม ประเดี๋ยวนี้!”

            หม่อมเอกเอ่ยค้านขึ้นทันที “เสด็จ! จะให้เขาแต่งงานโดยที่ไม่เต็มใจนะหรือเพคะ ดูสภาพชายเดียวเสียก่อน จะตายแหล่ไม่ตายแหล่ คนในงานเห็นก็จะเป็นที่นินทานะเพคะ”

            “หล่อนไม่ต้องยุ่ง! เสร็จเรื่องนี้ฉันจะสะสางคดีความของหล่อนต่อ แม่นิ่ม” ตรัสตอบกลับภริยา ก่อนจะรับสั่งพวกบ่าวชายอีกคำรบ “อ้าว รีบไปจับตัวชายเดียวเข้าเร็วซี”

            บ่าวชายตัวสูงใหญ่บึกบึนสี่คนปรี่เข้าไปใกล้ยังตัวเป้าหมาย พวกมันเองก็ไม่กล้านักหรอกที่จะประชิดตัวใกล้เจ้านายประหนึ่งนักโทษเช่นนี้ หากแต่ก็เกรงอำนาจบารมีของประมุขแห่งวัง จึงกล้า ๆ กลัว ๆ

            เพียงชั่วอึดใจหนึ่งเท่านั้น พระวรกายสูงของเสด็จในกรมฯก็พลันวูบหล่นลงหมอบกับพื้นหญ้าจนพระพักตร์คว่ำเปื้อนฝุ่น เปลือกพระเนตรปิดสนิทราวกับสิ้นพระชนม์ ทว่านั่นไม่ใช่ ฝ่ายภริยากระหยิ่มยิ้มย่องทันที หล่อนเข้าใจในอาการเช่นนี้

            “เฮ้อ เผื่อยาจะออกฤทธิ์ เกือบไม่รอดแล้ว” ว่าแล้วหล่อนก็ไปประคองพระวรกายพระสวามีขึ้น โดยมีนางเผือกช่วยอีกแรง ก่อนจะประกาศิตกับพวกบ่าวชายทั้งสี่ด้วยอำนาจที่มีว่า “พวกเอ็งหยุด! อย่าแม้แต่จะต้องตัวชายเดียว เสด็จฯทรงเป็นลมไปแล้ว อำนาจในวังนี้ขาดสิทธิ์แต่ข้าผู้เดียว มาพาเสด็จฯขึ้นไปพักที่ห้องบรรทม”

            “แต่ว่า…” อ้ายบ่าวคนหนึ่งกำลังจะขัด

            “ข้าบอกให้ไป!”

            “เดี๋ยวก่อน” อดีตหม่อมเจ้าเรียกร้อง ในขณะที่เคลื่อนกายคลุกคลานตามพื้นหญ้าไปยังผู้เป็นเสด็จพ่อ “ขอฉันกราบทูลลาท่านเสียก่อนเถิด”

            “จะทำก็รีบทำ ก่อนที่ท่านจะฟื้น ประเดี๋ยวจะวุ่นวายกันอีก” หม่อมเอกว่า

            ทางนายด้าวเองก็คลานเข่าเข้ามาใกล้คนรัก ในใจอยากสารภาพผิดและขอประทานอภัยที่ได้ทำการล่วงเกินเช่นนี้ ทั้งสองพนมมือก่อนจะก้มกราบแทบฝ่าละอองธุลีพระบาทเสด็จพระองค์ชายด้วยดวงใจสำนึกผิดอย่างที่สุด แม้รู้ว่าชาตินี้ทั้งชีวิตคงชำระบาปครั้งนี้ไม่หมด แต่อย่างน้อยที่สุด ขอเพียงได้เคารพเบื้องยุคลบาทก็คณานับแล้ว

            “ชายทูลลาเกล้ากระหม่อม ความผิดบาปของชายในชาตินี้ ชายขอน้อมรับไว้ เกิดชาติหน้าฉันใด ขอชายได้ทดแทนพระเดชพระคุณเสด็จพ่อนะเกล้ากระหม่อม ขอประทานอภัยที่ชาตินี้ชายไม่อาจเป็นลูกที่ดีได้” ปลายนิ้วจรดยังปลายพระบาท เป็นสัมผัสสุดท้ายที่ลึกซึ้งของบุตรซึ่งมีต่อบุพการี พลันหยาดน้ำตาอุ่นคลอเจ่อนองออกมาอย่างไม่อาจห้าม แสดงถึงความอาดูรถึงที่สุด

            นายด้าวทูลเสริมว่า “เกล้ากระหม่อมขอประทานอภัยสำหรับทุกสิ่งที่เกล้ากระหม่อมบังอาจกระทำผิด เกล้ากระหม่อมขอสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อท่านชายเดียวเท่าชีวิตของเกล้ากระหม่อม”

            “อะ ๆ พอกันได้แล้ว ร่ำลาเสร็จก็รีบขึ้นเรือกันได้แล้ว” หม่อมเอกแทรกขึ้น หลังจากที่ทั้งสองกราบแทบพระบาทอยู่นานสองนาน พร้อมกำชับอย่างจริงจังว่า “ท่านชายเดียว ไปแล้วไปลับนะเพคะ ไปมีความสุขอยู่ทางฝั่งบ้านหม่อมแม่ของท่านชายน่ะดีแล้ว อย่าได้กลับมาอีกเลยเพคะ ทางนี้หม่อมฉันสัญญาว่าจะดูแลเสด็จฯให้อย่างดี อย่าได้มีห่วงกับคนทางนี้เลยเพคะ ขอให้ตัดขาดกันนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

            เจ้าของนามมองหน้าผู้พูดแต่ไม่ได้ตอบอะไร โคลงศีรษะว่าเข้าใจแล้ว ก่อนจะหันกลับไปยังทางของหม่อมสร้อยและอนุชา “พี่ไปแล้วนะ ชายปิ๋ว ฉันไปแล้วนะหม่อมสร้อย”

            ท่านชายปิ๋วและมารดายิ้มส่งอำลาเป็นครั้งสุด ก่อนจะเข้าสวมกอดมอบความห่วงใย สัมผัสนี้จะจดจำอยู่ในดวงใจของคนไกลบ้านนานแสนนาน

            “ฝ่าบาท” เสียงของโมกและพุดดังขึ้นพร้อมกันก่อน ทั้งสองนั่งชันเข่าอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะค่อย ๆคลานเข้ามากราบแทบบาททำความเคารพผู้เป็นเจ้านายในครั้งสุดของชีวิต “พวกกระหม่อมทั้งสองเสียใจเหลือเกิน ไม่รู้จะได้รับใช้ฝ่าบาทอีกหรือไม่กระหม่อม”

            “โมก พุด ฉันขอบใจมากนะที่อยู่เพื่อนกับฉันมาตั้งแต่เด็ก ฉันเองก็ไม่อยากจาก แต่ไม่มีทางเลือกแล้ว ฉันขอให้โมกและพุดมีความสุขกับชีวิตนะ ทรัพย์สินของฉันที่เหลือในเรือนหลังนั้น ฉันยกให้”

            “ฝ่าบาท…”

            “เอาไปเป็นต้นทุน ไปสร้างครอบครัวเป็นของตัวเองนะ ประกอบสัมมาชีพ ไม่ต้องคอยรับใช้ใครอีก”

            “กระหม่อม” ทั้งสองตอบรับพร้อมกัน ก่อนจะกราบลงอีกครั้ง

            หม่อมเอกแทรกขึ้นอีกคำรบอย่างหงุดหงิดใจ “โอย จะอำลากันเสร็จเมื่อไหร่ รีบไปได้แล้ว ประเดี๋ยวจะเสียงเรื่องหมด”

            “ฉันไปแล้วนะทุกคน”

            เสียงอำลาครั้งสุดท้ายเผยถึงความหม่นไหม้ในหัวใจอย่างถ่องแท้ ทั้งสองประคองเคียงข้างกันเดินไป พลางหันหลังกลับมามองคนข้างหลังเป็นระยะ ไม่อยากจาก แต่ก็ถึงคราวแล้ว หากแต่จากไปก็เพียงตัว หัวใจของพวกเขาทั้งสองจะยังสถิตไว้อยู่ที่ตรงนี้เสมอ

            ณ สยาม นิรันดร์กาล

            เรือจ้างที่หม่อมเอกยอมเสียเงินในกระเป๋ามาคอยรับอยู่ที่ท่าน้ำท้ายวัง จุดหมายปลายทางในค่ำคืนนี้จบลงที่บ้านพักย่านใกล้เคียงสถานีรถไฟหัวลำโพงเพื่อสะดวกต่อการต่อขบวนต่อไป

             

            หนึ่งปีกว่าให้หลัง นับจากวันที่เหตุการณ์ต่าง ๆ ในวังวิจิตราลัย

            เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ของแขกเหรื่อหลายระดับทั้งเจ้านาย ข้าราชการและพลเรือนไปจนถึงบ่าวไพร่ภายในเขตตำหนักใหญ่ระคนไปด้วยเสียงวงมโหรีบรรเลงคลอเคล้าไปในงานพิธีมงคลสำคัญของวังหลังนี้

            หม่อมเอกยืนหน้าชื่นตาบานในขณะต้อนรับแขก หล่อนยิ้มทักทายอย่างสุขล้น โดยเฉพาะวันนี้ที่หล่อนมีโอกาสได้เป็นเจ้าภาพผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นหนที่สี่ในชีวิต นับแต่แต่พิธีเสกสมรสของท่านชายใหญ่ ท่านชายกลาง ท่านชายรอง และปิดท้ายที่ท่านชายเล็ก โอรสของหล่อนทุกองค์เป็นฝั่งเป็นฝามีชายาหรือหม่อมเป็นขององค์เอง และมีหลานชาย-หลานสาวให้หล่อนมาแล้วหลายคน

            “แหม วันนี้หม่อมสวยเชียวเจ้าคะ ยิ้มไม่หุบเลย อีฉันยินดีด้วยนะเจ้าคะหม่อม” แขกหญิงวัยเดียวกันเอ่ยชื่นชมกับหล่อนอย่างเป็นมิตร

            “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านผู้หญิง อีฉันล่ะดีใจเสียจริงวันนี้ ลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝากันทุกคนแล้วน่ะค่ะ”

            “เสด็จฯท่านทรงพระเกษมสำราญดีนะเจ้าคะ หม่อม”

            “เจ้าค่ะ ท่านอารมณ์ดีตลอด ชายเล็กนี่ลูกชายคนโปรดของท่านเชียวนะคะ ท่านปลื้มพระทัยเป็นที่สุดเลยล่ะเจ้าค่ะ ท่านผู้หญิง” หล่อนโอ้อวดด้วยความคิดที่ทึกทักไปเอง ใครคือลูกชายคนโปรดหล่อนย่อมรู้ดี คงไม่อาจแทนกันได้

            และแขกผู้มีอุปการะคุณมากหน้าหลายตาอีกกี่ท่านไม่รู้กี่ท่านที่เข้ามาชื่นชมหล่อน หล่อนจะไม่มีวโรกาสได้ยิ้มแย้มแช่มช้อยอย่างในวันนี้ได้เลย หากสะใภ้ที่จะเข้าร่วมพิธีเสกสมรสกับหม่อมเจ้าชายแจกแสงจ้าเจิดจันทร์ หรือท่านชายเล็กนั้นไม่ใช่หญิงสมฐานะกันดังเช่น ท่านหญิงฉาย หม่อมเจ้าหญิงวิไลกัญญาองค์นี้ ที่หม่อมเอกอุตส่าห์ถ่อไปทาบทามกับพระองค์ชายวังโน้นมาให้ ทั้ง ๆ ที่รู้ทั้งรู้ ว่าท่านชายเล็กทรงมีหม่อมอยู่แล้วถึงสองคน แต่ด้วยความที่เป็นสะใภ้ซึ่งหล่อนไม่ยอมรับ พวกเธอทั้งสองจึงถูกปัดตกกระป๋องไป

            เสด็จพระองค์ชายผู้เป็นประมุขของวังประทับนั่งเรียบนิ่งอย่างไว้พระองค์ตรงพระที่นั่งด้านหน้าสุด ในขณะที่พิธีสงฆ์กำลังดำเนินไป แม้จะทรงไม่แสดงออกถึงความปลาบปลื้มพระทัยเท่าภริยา แต่ก็ทรงพลอยยินดีกับพระโอรสไปด้วยเช่นกัน

            เสียดาย ที่ภาพเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นกับพระปิโยรสองค์นั้น

            เมื่อพิธีทางสงฆ์แล้วเสร็จ ทรงสรงน้ำสังข์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาวเป็นปฐมองค์ ตามด้วยหม่อมเจ้าพี่และพระญาติองค์อื่นในสายราชสกุล กอปรกับบรรยากาศภายในงานชื่นมื่นไปทั่วมณฑลพิธี

            “ชายยินดีด้วยนะกระหม่อม ขอให้พี่ชายเล็กกับท่านหญิงฉายครองรักกันไปเสมอต้นเสมอปลาย มีหลานให้ชายอุ้มอีกสักคนนะกระหม่อม” ท่านชายปิ๋วทรงรดน้ำสังข์ พลางอวยพรโดยไม่ลืมติดตลกในช่วงท้าย

            ทว่าพระวาจาอวยพรนั้นล่องลอยไปเข้าหูของแขกบางประเภทในงานเข้า จึงเกิดการซุบซิบนินทากาเลขึ้นทันใดตามประสามนุษย์

            “ยังจะอวยพรให้มีลูกอีกหรือคะ ได้ข่าวแว่วมาว่าท่านชายเล็กน่ะทรงมีคุณหญิงคุณชายกับหม่อมไปแล้วสองคนนะคะคุ๊ณ” คุณหญิงวัยกลางคนว่าอย่างนั้น พร้อมสะกิดแขนเพื่อนให้มองตามกัน

            คุณหญิงอีกคนจึงต่อเสริมคำพูดว่า “จริงค่ะ หม่อมก็หม่อมมาจากโคมเขียวนะคะ ไม่รู้ว่าอะไรดลพระทัยพระองค์สุข ท่านถึงได้ประทานท่านหญิงฉายให้นะคะนี่ ไม่รู้หรือไร มาเป็นน้อยเขาแท้ ๆ ถึงจะแต่งออกหน้าก็เถอะ ขึ้นชื่อว่ามาทีหลังอยู่ดี เป็นอีฉันไม่ยอมนะคะ”

            “อ้อ อีฉันก็ได้ยินเขาเล่ามาอย่างนี้ล่ะค่ะ ไม่คิดว่าจะจริง”

            คุณหญิงคนเดิมเสริมความ “เจ้าสำราญอย่างท่านชายเล็กนี่อีฉันว่าไม่น่าหยุดแค่นี้นะคะคุณ วันก่อนอีฉันยังเห็นไปรับไปส่งผู้หญิงอีกคนแถววังบูรพาฯอยู่เลยค่ะ จะแต่งงานอยู่แล้วแท้ ๆ”

            “อุ๊ยตาย จริงหรือคะนี่” พวกคุณ ๆ วัยกลางคนทาบอกตกใจ ทำเป็นรับไม่ได้จากคำบอกเล่าของเพื่อนในสมาคม “แต่เอ… อีฉันเคยได้ยินว่าที่วังนี้มีท่านชายลูกครึ่งนี่คะ แต่พักนี้ไม่เห็น งานวันนี้ก็ไม่เห็น แปลก”

            “ใครหรือคะคุณ”

            “เหมือนคุ้น ๆ น่ะค่ะ ท่านชายเดียวใช่ไหมคะคุณ อีฉันก็ไม่เห็นพักตร์ท่านแล้วค่ะ ท่านประชวรหรือคะ”

            “ไม่รู้สิคะ โน่นหม่อมสร้อยมาพอดีเลย ลองเข้าไปถามดูเถอะค่ะ” สามสมาคมคุณหญิงภริยาท่านนายพลว่าแล้ว ก็สาวเท้ายาว ๆ เยื้องไปหาหม่อมสร้อย ผู้ที่น่าจะสอบถามด้วยได้ดีที่สุด ขืนให้ไปสอบถามเอากับหม่อมเอก เผลอ ๆ พวกหล่อนอาจถูกตอกหน้ากลับมาได้

            “หม่อมสร้อยคะ ทางนี้ก่อนค่ะหม่อม”

            “คะ มีอะไรหรือคะ”

            “พวกอีฉันอยากทราบน่ะค่ะ ว่าท่านชายเดียวที่เป็นลูกครึ่งท่านไปไหนหรือคะ ไม่เห็นท่านเลย เมื่อคราวงานเสกสมรสท่านชายปิ๋วก็ไม่เห็น จนบัดนี้”

            คำถามสร้างความหนักใจให้แก่หล่อนไม่น้อย หล่อนรู้คำตอบของคำถามนี้ดี แต่ไม่เห็นถึงความสำคัญว่าจะต้องรายงานให้พวกสมาคมคุณหญิงทราบ จึงขอมุสา ไม่นำไฟในออกไฟนอกเข้า

            “ท่านชายเดียวเสด็จประพาสอีหรอบตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วน่ะค่ะ ท่านน่าจะประทับอยู่กับพระญาติทางโน้นไปอีกสักพักหนึ่ง เห็นว่าทรงเฝ้าไข้ยาย ปีหน้าน่าจะเสด็จกลับค่ะ แต่ท่านก็ส่งจดหมายมาตลอดนะคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว อีฉันขอตัวนะคะ” หม่อมสร้อยขอปลีกตัวออกมาจากการเสวนากับพวกหล่อน ก่อนที่จะโดนไต่ถามเรื่องสัพเพเหระไปมากกว่านี้

            แต่พวกสมาคมคุณหญิงก็ไม่หยุดปากเพียงเท่านั้น กล่าวต่ออีกว่า “ไปอีหรอบนานจริงนะคะ คุณ ๆ ว่าหรือไม่ หรือจะไปติดพันธุ์แหม่มทางโน้นเข้าแล้วกระมัง ถึงไม่เสด็จกลับเสียทีน่ะค่ะ”

            “จริงค่ะ” ตอบอย่างมีความคิดเห็นพ้องกันกับพรรคพวก ก่อนจะเหลียวไปเห็นอำแดงมะลิ จึงเข้าไปทักทายสนทนาพาทีกันต่อ “อ้าว คุณมะลิน่ะเอง มากับลูกสาวหรือคะ”

            “ค่ะ ท่านผู้หญิง นี่หนูมาลัย ลูกสาวของอีฉันเองค่ะ”

            “คนนี้น่ะหรือคะ ที่ว่าออกเรือนกับบุตรชายท่านเจ้าคุณกระทรวงกลาโหม แหม เป็นสาวสวยกุลสตรีเพรียบพร้อมได้แม่อย่างนี้นี่เอง” หนึ่งในสมาคมกล่าวชม ยังผลให้สองแม่ลูกยิ้มร่าหน้าเบิกบาน

            แม่มาลัยค้อมหัวประณตไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่ตามที่มารดาพร่ำสอนให้ประพฤติมารยาทงามยามเมื่อออกงานสังคม เธอยังคงสวยสดงดงามในชุดลูกไม้สีหวานดังเดิมไม่มีเปลี่ยน หากแต่สถานะของไม่ได้เป็นคุณหนูอยู่บนคานอย่างที่ใครหลายคนกล่าวหาแล้ว บัดนี้เป็นถึงภริยาหลวงคุณพระ ที่หญิงหลายคนในพระนครหมายปอง แต่เธอกลับได้ไปครองเพียงคนเดียว ใครต่อใครเป็นต้องอิจฉา เพราะคุณพระมีรูปงามต้องใจสาว ๆ และกำลังรุ่งเรืองอยู่มากในขณะนี้ ซ้ำยังมั่งคั่งจากมรดกและอสังหาริมทรัพย์เก่าที่มี หากแต่ก็ดีเพียงรูปและคุณสมบัติภายนอกเท่านั้น ผู้ชายอย่างไรก็หลายใจอยู่วันยังค่ำ

            “ใช่ค่ะ เพิ่งแต่งไปเมื่อปลายปีที่แล้วนี่เอง ไม่นานคงจะมีลูกชายสืบสกุลให้ท่านเจ้าคุณแล้วล่ะค่ะ” อำแดงมะลิเป็นผู้ตอบแทน หล่อนหุบยิ้มไม่ลงอย่างคนจงใจโอ้อวดว่าบุตรสาวมีวาสนาได้สามีดี

            “ยินดีด้วยนะคะ แต่เอ ไหนอีฉันได้ยินว่าหนูมาลัยหมั้นหมายอยู่คำกับบุตรชายคุณวาดไม่ใช่หรือคะ ทำไมถึงได้ออกเรือนกับอีกคน”

            แม่มาลัยรีบปฏิเสธทันควัน หล่อนเร่งแก้ตัวโดยปัจจุบันทันด่วน “ไม่ค่ะ มาลัยกับลูกชายคุณป้าวาดเราเป็นพี่น้องที่เล่นสนิทกันมาแต่เด็ก ๆน่ะค่ะ มาลัยไม่เคยคิดมากกว่าพี่ชายเลยนะคะ”

            หญิงสาวว่าพร้อมแสดงสีหน้าใสซื่อ ในอดีตหล่อนเคยเสน่หาชายคนนี้ แต่ปัจจุบันมันไม่ใช่ นับตั้งแต่วันที่พันวาจาสิทธิ์หายตัวไปได้เพียงเดือนครึ่ง เธอก็มีใหม่แล้ว ไม่ยอมเสียเวลาคอยนานขนาดนั้นหรอก เมื่อจับคนนี้ไม่ได้ แม่ของหล่อนก็ต้องเปลี่ยนคนใหม่ให้เป็นธรรมดา

            “อ๋อหรือคะ”

            “ค่ะ มาลัยขอตัวนะคะ” เธอจบประโยคลงด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาจากกลุ่มสนทนาพร้อมกับมารดา พอพูดถึงบุตรชายของอำแดงวาดก็พาลให้ทั้งแม่และลูกใจกรุ่นขึ้นมา ยังแค้นไม่หายที่โดนทางนั้นหลอกให้รอตั้งหลายปี พูดว่าจะดองกัน ก็ดีแต่พูด สุดท้ายก็หนีไปถึงไหนต่อไหนแล้วไม่รู้

            หายเงียบไปนาน หรือสาบสูญไปแล้ว ถึงไม่เห็นกลับมาเยี่ยมบ้านเลยสักหน

             

            “เด็ก ๆ จ้ะ เข้าร่มกันได้แล้ว ฝนตกแล้วจ้ะ”

            เสียงหม่อมเอกร้องบอกคุณหญิง-คุณชายผู้เป็นหลานซึ่งวิ่งเล่นหยอกล้อกันอยู่บริเวณพื้นหญ้านอกชายคาตำหนักใหญ่ กลุ่มที่จับกลุ่มเล่นกันอายุประมาณสามถึงสี่ขวบ ส่วนอีกกลุ่มนั้นโตพอรู้ความแล้วก็นั่งอ่านหนังสือหรือเล่นเปียโนอยู่ด้านใน ที่วังนี้ล้วนเต็มไปด้วยเด็ก ๆ

            หม่อมราชวงศ์ชาย-หญิงทั้งหลายเหล่านี้กำเนิดมาไล่เรี่ยกันจึงเล่นประหนึ่งเพื่อนได้ ช่วยนำเสียงหัวเราะคลายความเหงาให้กับเสด็จปู่และหม่อมย่าได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นหลานของหม่อมเอกหรือทางหม่อมสร้อยก็ตาม ล้วนมีสายเลือดศรีวิจิตรกุลอยู่ครึ่งหนึ่งทั้งนั้น รวม ๆ แล้วมีหม่อมราชวงศ์วัยเยาว์ไม่ต่ำกว่าสามสิบคนเห็นจะได้ นี่ยังไม่นับที่อยู่ในครรภ์อีกด้วย

            ทว่าเสียดาย ที่ไม่มีหลานคนใดกำเนิดจากพระปิโยรสองค์โปรด

            “เสด็จพ่อ” ท่านชายปิ๋วตรัสเรียกพระบิดาที่ประทับนั่งมองภาพพระนัดดาวิ่งเล่นกันตามประสาอยู่เบื้องพระพักตร์

            ท่านทรงหันมาแล้วคลี่รอยสรวลส่งให้ “หืม ว่าอย่างไรชายปิ๋ว”

            “หลาน ๆ น่ารักหรือไม่เกล้ากระหม่อม เดี๋ยวจะมีมาวิ่งซนเพิ่มอีกคนแล้วเกล้ากระหม่อม” ท่านชายปิ๋วทูล พลางเอื้อมหัตถ์ไปลูบคลำครรภ์ที่นูนป่องของหม่อมเจ้าหญิงศศิวิมล ชายาเพียงองค์เดียว

            ท่านหญิงอ้อทรงครรภ์ได้สามเดือนเศษแล้ว ครรภ์ยังไม่โตมาก นี่ก็ผ่านมาหนึ่งปีกว่าได้ที่ท่านหญิง-ท่านชายเสกสมรสด้วยกัน เพียงหนึ่งวันทันทีที่ท่านชายเดียวเสด็จหนี วันต่อมาท่านชายปิ๋วก็ทรงทำหน้าที่รับผิดชอบแทนเชษฐาทุกอย่าง ท่านหญิงอ้อไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหม้ายขันหมาก ท่านชายปิ๋วทรงยกย่องเธอให้เป็นชายาเพียงองค์เดียวของท่าน ไม่คิดมีสอง

            ในคราแรกนั้น เสด็จฯวังโน้นและหม่อมแม่ของท่านหญิงอ้อไม่พึงพอใจเป็นอย่างมากที่ทางวังวิจตราลัยเกิดปัญหาอะไรขึ้นแล้วไม่ยอมบอกกล่าว เปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวกะทันหันในวันแต่ง เกือบทำให้เสื่อมพระเกียรติของราชสกุลอมรราช แต่เมื่อท่านหญิงอ้อทรงยืนยันด้วยองค์เองว่าจะเสกสมรสกับท่านชายปิ๋ว  ท่าน ๆ ผู้หลักผู้ใหญ่ก็ไม่ทรงขัดอะไร

            แม้จะเป็นเสียงเล่ากระฉ่อนกันในวงกว้างว่าท่านชายปิ๋วทรงฉุบมือเปิบฉวยโอกาสเสกสมรสกับว่าที่พี่สะใภ้องค์เองในขณะที่ท่านชายเดียวเสด็จประพาสยุโรปก็ตาม แต่ก็เป็นเสียงลือเสียงเล่าอ้างเพียงชั่วคราวเท่านั้น นานวันไปก็เสื่อมลง

            ท่านชายปิ๋วยิ้มมองภาพแห่งความสุขในครอบครัวตามพระบิดา ก่อนจะตรัสถ้อยวาจาที่เผลอไผลออกมาอย่างไม่รู้สึกองค์ “ครอบครัวของเราอบอุ่นเหลือเกินฝ่าพระบาท นี่หากพี่ชายเดียวอยู่ด้วย…”

            “หยุดนะชายปิ๋ว! อย่าพูดถึงคนคนนี้ให้พ่อได้ยินเชียว”

            ท่านชายปิ๋วทรงรู้องค์ก็เมื่อโดนบริภาษแล้ว ไม่นึกว่าพระบิดาจะยังทรงขุ่นเคืองเรื่องเดิมนี้อยู่ “ขอประทานอภัยเกล้ากระหม่อม ชายแค่คิดถึง…”

            ยังอธิบายเหตุผลไม่จบ เสด็จฯท่านก็ตรัสแทรกขึ้นก่อน “จะไปคิดถึงเขาทำไม เขายังทิ้งพวกเราไปได้ จิตใจทำด้วยอะไรกัน!”

            ท่านชายต้อยผู้เป็นพี่ประทับยืนอยู่ใกล้ทรงเกรงว่าสถานการณ์ท่าจะไม่ดีพาลจะพาบรรยากาศแย่ไปด้วย จึงช่วยตรัสเลี่ยงไปประเด็นอื่น “เสด็จพ่อ ทูลเชิญฉายพระรูปหมู่เกล้ากระหม่อม” แล้วหันไปรับสั่งกับทางท่านชายอีกสององค์ “ชายรองชายเล็ก เรียกพระญาติองค์อื่น ๆ มาฉายรูปด้วยกันที”

            ช่างกล้องฝีมือดีกดฉายภาพบันทึกความทรงจำแห่งราชสกุลศรีวิจิตรกุล เป็นภาพที่ปรากฏความสุขสมหวัง ความเปรมปรีดา ความสมัครรักใคร่ของคนในตระกูลพร้อมเพรียงเรียงกันทั้งพระญาติชั้นผู้ใหญ่ หม่อมเจ้าชั้นบุตร และหม่อมราชวงศ์ชั้นหลาน

             

            ณ วัดแห่งหนึ่งฝั่งธนบุรี

            “อ้ายเกริก รีบถือของถวายตามข้ามาเร็ว ๆ เข้า มัวชักช้านะเอ็ง ข้าจะรีบไปทำบุญให้ลูกข้า” เสียงนั้นดังมาพร้อมกับอาการเดินไปบ่นไปของอำแดงวาด หล่อนมักจะมาทำบุญที่วันแห่งนี้เป็นประจำทุกวันมาตลอดหนึ่งปีได้หลังจากทราบข่าวของบุตรชายคนเล็ก เว้นก็แต่ตอนป่วย โดยจะมีอ้ายเกริก บ่าวคนสนิทของบุตรขายที่ล่วงลับไปคอยติดตามมาด้วยเสมอ

            อ้ายเกริกทราบความจริงจากโมกและพุดเกี่ยวกับการหายตัวไปของนายมัน มันไม่โกรธที่คุณด้าวทำเช่นนั้น ซ้ำยังเห็นใจและเฝ้าคิดถึง คอยวันจะได้พบอีกครั้ง เพราะปัจจัยสำคัญหลายข้อทำให้มันไม่สามารถบอกความจริงที่ว่านี้กับอำแดงวาดได้ มันจึงโกหกคนที่เรือนทุกคนไปเสีย ว่าคุณด้าวนั้นจากไปแล้วเมื่อตอนไปราชการที่หัวเมืองใต้

            อำแดงวาดยังไม่ปักใจเชื่อในช่วงแรก ที่พอบุตรชายหายไปไม่มีวันกลับ หล่อนก็เริ่มปลงใจเชื่อ แม้จะไม่อยากให้เป็นจริงก็ตาม ทุกวันนี้หล่อนยังห่วงหาอาทรเป็นเนืองนิตย์ ช่วงเวลาเหงาจิตก็พอมีหลานหญิงชายที่เกิดจากบุตรชายคนโตคอยคลายเหงาเป็นเพื่อนย่า

            หล่อนภาวนาให้บุตรชายไปสู่แดนสุขาวดีพบเจอกับเจ้าคุณพ่อของเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน


    คล้ายกับเรื่องเพียงรพิพรรณผ่องด้าว {วายพีเรียดไทย} ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371