รักนะยายจอมแก่น

    ใกล้ชิด

    ตอนเย็นปรินก็พาแคทไปที่บ้านของเขา แล้วสักพักปราง ชยา มายด์กับเอกก็ตามมา หลังจากที่มากันครบแล้วแม่ก็เรียกให้ไปกินข้าวกันก่อน 

    หลังจากกินข้าวแล้วก็ไปนั่งคุยกันที่ห้องรับแขก 

    “แม่มีอะไรจะคุยกับหนูเหรอคะ”แคทถาม 

    “จริงๆแล้วแม่จะถามแคทกับปรินทั้งคู่แหละ”แม่บอก 

    “แม่มีอะไรเหรอคับ”ปรินมองหน้าแม่ 

    “แม่จะถามว่าเรื่องเรือนหอของเราไปถึงไหนแล้ว”แม่ถาม

    “ผมพาแคทไปดูที่ๆผมคิดจะซื้อไว้ปลูกบ้านแล้วล่ะคับ แคทเขาชอบที่นั่นผมก็เลยตกลงว่าจะซื้อ ติดต่อไปทางเจ้าของแล้วอีก2วันจะนัดเจอกันคับ”ปรินบอก 

    “แล้วแบบบ้านล่ะลูก เอายังไง”พ่อถาม 

    “ผมว่าจะให้แคทเป็นคนตัดสินใจคับ ว่าจะเอาแบบไหน”ปรินหันไปบอกพ่อ 

    “แล้วหนูแคทได้ดูแบบบ้านไว้บ้างหรือยังลูก”แม่ถามแคท

    “แม่คับ จริงๆแล้วเรื่องบ้านผมยังไม่ได้คุยกับแคทเลย เพราะตอนนี้แคทค่อนข้างยุ่งมากทั้งเรื่องงานและเรื่องเรียนนี่ก็ใกล้สอบไฟนอลแล้วด้วย”ปรินบอกกับแม่ 

    “ปรินนี่ก็จริงๆเลย แม่บอกแล้วว่าอย่าให้หนูแคททำงานมาก แล้วเดี๋ยวถ้าใกล้งานแต่งจะทำยังไง จะเอาเวลาที่ไหนไปเข้าคอร์ทเจ้าสาวล่ะ แม่ว่าให้คนอื่นทำงานแทนดีกว่านะ”แม่บ่น 

    “เอ่อ! แม่คะ หนูว่าไม่เป็นไรหรอกค่ะ งานมันไม่ได้หนักอะไรแล้วพี่ๆที่อยู่ในทีมก็ช่วยงานได้มาก อีกอย่างมันก็ยุ่งๆแค่บางช่วงค่ะ”แคทบอก

    เธอหันไปดุปรินทางสายตา 

    “แม่เป็นห่วงกลัวว่าบ้านจะเสร็จไม่ทันงานแต่งของเราสองคน อีกอย่างหนูเองก็ยังต้องเข้าคอร์ทเจ้าสาวถ้ายังทำงานอย่างนี้จะเอาเวลาที่ไหนไปเตรียมตัวล่ะ”แม่บอก

    “ไม่เป็นไรหรอกค่ะแม่ ถ้าบ้านยังไม่เสร็จก็เลื่อนงานแต่งออกไปก่อนก็ได้ค่ะ ไม่เห็นต้องรีบเลยนี่คะ ที่จริงแล้วหนูว่าเรียนจบแล้วสัก2-3ปีก่อนแล้วค่อยแต่งก็ได้ค่ะ”แคทยิ้ม

    “ไม่ได้ พี่ไม่ยอมให้เลื่อนงานแต่งแน่ แม่ครับก็ถ้าบ้านเสร็จไม่ทันงานแต่ง ผมก็ใช้ที่นี่เป็นเรือนหอก่อนได้นี่คับ”ปรินท้วงทันทีที่แคทพูดจบ 

    “ใจร้อนจังนะเรา ตามใจถ้าจะเอาอย่างนั้นก็ได้”พ่อกับแม่พากันยิ้ม 

    “จะไม่ให้ผมใจร้อนได้ยังไงคับ ทุกวันนี้เวลาไปไหนก็แทบจะต้องถือปืนคุมไปด้วยอยู่แล้ว พ่อกับแม่ไม่เห็นตอนที่ผมไปงานแต่งไมเคิลนี่คับ มีแต่คนมองจ้องแคทตาไม่กระพริบ ทั้งที่งานและก็ที่โรงแรมด้วย ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่ยอมเลื่อนงานแต่งแน่”ปรินพูดท่าทางไม่พอใจนิดๆ 

    ทุกคนพากันขำกับคำพูดของเขา 

    “พี่ปรินก็พูดเกินไปค่ะ ไม่มีใครเขาทำแบบนั้นสักหน่อย คิดมากอ่ะ”แคทบอก 

    “พี่ไม่ได้คิดมาก ก็พี่เห็นจริงๆ ผมบอกตรงๆนะคับพ่อกับแม่ ผมอยากให้คนอื่นเห็นว่าคู่หมั้นของผมสวยแค่ไหน แต่ถ้าเขาเห็นแล้วจะมองกันขนาดนั้นผมก็ไม่อยากให้ใครเห็นแล้วล่ะ”ปรินทำหน้าบึ้ง

    “อยากมีแฟนสวยก็ลำบากอย่างนี้ล่ะเพื่อน 55555”ชยากับเอกขำ 

    “ใช่ค่ะ ถ้าไม่อยากลำบากก็ต้องหาแฟนใหม่นะคะ”ปรางหันมาแซวบ้าง

    “ตกลงว่าไม่มีใครเห็นใจเลยใช่มั้ยเนี่ย”ปรินพูดงอนๆ

    “พ่อกับแม่คับ ผมจะบอกว่าผมกับมายด์จะหมั้นกันเดือนกันยานี้นะคับ”เอกบอก 

    “จริงเหรอ ดีเลยลูกแล้วจัดงานที่ไหนล่ะ มาจัดที่โรงแรมของพ่อก็ได้”พ่อกับแม่ยิ้ม

    “ผมก็ว่าจะปรึษาพ่ออยู่พอดีเลยคับ เพราะพ่อแม่ผมกับมายด์ได้คุยกันแล้ว ก็ตกลงว่าจะจัดงานที่นี่ ส่วนแขกคงไม่มากเท่างานของปรินหรอกคับ”เอกบอก 

    “ได้เลยตาเอก จะหมั้นวันไหนก็บอกตาปรินจะได้ให้ที่โรงแรมเขาเตรียมจัดงานให้ ไม่ต้องเกรงใจนะเรากับหนูมายด์ก็เหมือนลูกของพ่อกับแม่”พ่อพูด

    “ผมขอบคุณพ่อกับแม่มากคับ”เอกยกมือไหว้ 

    “ส่วนมายด์นะลูกเรื่องชุดที่จะใส่วันหมั้นเดี๋ยวแม่จัดการให้เอง แม่ก็รักมายด์เหมือนปรางกับแคทนะ ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกนะตาเอก”แม่ยิ้ม 

    “แหม มายด์จะหมั้นนี่ไม่คิดจะบอกเราเลยเหรอ งอนนะเนี่ย”แคทพูด 

    “ใช่ๆ เจอกันทุกวัน แต่ไม่ยอมบอกอ่ะ”ปรางว่า 

    “ขอโทษจ้า ไม่ได้จะไม่บอกเราเองก็เพิ่งจะรู้เมื่อวานนี้เอง พ่อโทรมาบอก อย่างอนเลยนะ”มายด์บอก 

    เธอเดินไปกอดปรางกับแคท 

    “แล้วพี่ชยาล่ะคะ เมื่อไหร่จะหมั้นกับปราง”แคทหันไปถาม 

    “พี่คงรอให้ปรางเรียนจบก่อนแล้วถึงจะหมั้น เพราะปรางเขามีพี่ชายที่ใจร้อนรีบจะแต่งงาน พี่เลยต้องรอไปก่อน”ชยาบอกขำๆ 

    “งานหมั้นของมายด์ปรางกับแคทต้องไปเป็นเพื่อนให้เรานะ”มายด์บอก

    “แน่นอนจ้า”แคทกับปรางบอกพร้อมกันแล้วยิ้ม

    “แล้วเรื่องที่ต้องไปสัมมนาที่เชียงใหม่ ปราง แคทกับมายด์รู้หรือยังว่าพี่ๆเขาจะให้พวกเราไปด้วย ได้บอกน้องกันหรือยัง”พ่อถาม 

    “บอกแล้วคับ ก็เอาตามที่คุยกับพ่อไว้นั่นแหละคับ”ปรินบอก

    “ดีแล้ว งั้นลูกก็บอกลินดาให้จองตั๋วเครื่องบินกับโรงแรมไว้ให้พร้อมล่ะ”พ่อกำชับ

    “คับพ่อ ผมบอกลินดาไปแล้ว” 

    “งั้นพวกเราก็นั่งคุยกันไปก่อน พ่อกับแม่ไปพักผ่อนก่อนแล้ว”พ่อบอก

    “คับ/ค่ะ” 

    “อ้อ! ปราง มายด์ เราว่าจะเริ่มติวหนังสือเร็วหน่อยนะ เพราะรู้สึกว่าเราจะไม่ว่างหลายเสาร์-อาทิตย์เลยอ่ะ”แคทบอก 

    หลังจากที่พ่อกับแม่ลุกขึ้นไปแล้ว

    “ยุ่งมากเลยเหรอ ไปไหนบ้างล่ะเนี่ย”มายด์ถาม น้ำเสียงเป็นห่วง

    “ก็ไม่มากหรอก อย่างเสาร์หน้าไปลาว เสาร์ต่อไปก็สิงคโปร์ เสาร์ถัดไปก็สัมมนาที่เชียงใหม่ เพราะอย่างนั้นก็เหลืออีกแค่3อาทิตย์ก็สอบแล้ว เรากลัวว่าจะติวให้ไม่ทัน เทอมนี้ยิ่งเนื้อหามากจัด และอาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงได้อีกนะ”แคทพูดเสียงเรียบๆ 

    “เดี๋ยวนะแคท นี่ไม่มากเหรอ พี่ปรินคะทำไมคู่หมั้นพี่ทำงานมากขนาดนี้เลยเหรอ”ปรางหันไปโวย 

    “แล้วเราจะให้พี่ทำยังไงล่ะ คู่หมั้นพี่ เพื่อนเราน่ะเคยยอมฟังพี่ด้วยเหรอ เขาไม่เคยยอมพี่ มีแต่พี่ที่ยอมเขาอ่ะ”ปรินบอก

    “เข้าใจล่ะ อนาคตนี่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครจะเป็นคนนำ ใช่มั้ยชยา”เอกแซว 

    “ไม่ต้องมาแซวเลย มันก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ หรือไม่จริง”ปรินว่าแล้วหันไปมองหน้าเพื่อน 

    “จริงว่ะ ยอมรับ”ชยาบอก

    “เหมือนกัน”เอกบอก 

    คำพูดของหนุ่มๆทำเอาสาวๆพากันขำ 

    “งั้น เราก็จะเริ่มติวกันตอนเย็นหลังเลิกเรียนเลยนะ ถ้าติวทุกวันน่าจะทันอยู่”แคทบอกเพื่อน 

    “ตามใจเธอเลยจ้า ว่าไงปราง”มายด์พูด

    “ว่าไงว่าตามกันอยู่แล้ว”ปรางยิ้ม

    หลังจากนั้นตอนบ่ายหลังเลิกเรียนสาวๆก็นั่งติวหนังสือกันตอนนั่งรอหนุ่มๆมารับกลับบ้าน เป็นอย่างนั้นทุกวัน

    วันนี้เป็นวันเสาร์ปริน แคท ปรีชากับลูกทีมนั่งเครื่องบินไปลาว เมื่อไปถึงก็เช็คอินพักที่โรงแรมตามปกติ เมื่อได้ห้องพักต่างก็พากันเข้าไปเก็บของในห้องพักของตน ตอนเที่ยงก็ลงไปกินข้าวพร้อมกัน ตอนบ่ายก็ออกไปที่โรงแรมที่จะส่งมอบในวันพรุ่งนี้เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของงาน หลังจากตรวจงานแล้วตอนเย็นก็กลับมากินข้าวที่โรงแรมแล้วก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนในห้อง 

    แคทอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็เอาเอกสารของงานที่จะส่งมอบมานั่งตรวจรายละเอียดที่เก้าอี้หน้าทีวี 

    ก๊อกๆมีเสียงเคาะประตู แคทจึงเดินไปมองที่ตาแมว เธอเห็นว่าเป็นปรินจึงเปิดประตูออกไป 

    “พี่ปรินมีอะไรคะ จะเข้ามาก่อนมั้ย”แคทถาม 

    เธอไม่ได้คิดอะไรเพราะเขาเป็นคู่หมั้นของเธอ 

    “ขอบใจนะ”ปรินเดินเข้ามาในห้อง 

    “เรายังทำงานอีกเหรอ ทำไมไม่พักบ้างล่ะ”ปรินเห็นเอกสารวางอยู่ที่โต๊ะหน้าทีวี 

    “แค่ตรวจรายละเอียดนิดหน่อยค่ะ ไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด”แคทยิ้ม 

    “จะไม่ให้สมองได้พักเลยใช่มั้ย วันธรรมดาก็เรียนแถมติวกันจนเย็น เสาร์-อาทิตย์ก็ทำงาน พี่จะทำยังไงดีนะ เราเป็นคู่หมั้นของพี่แต่ทำงานมากกว่าพี่อีกมั้ง”

    ปรินเดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าทีวี เขามองเธอแบบห่วงๆ

    “สมองได้พักตอนนอนไงคะ อย่าห่วงเลยค่ะ มันไม่ได้หนักหนาอะไรสักหน่อย”แคทบอก 

    เธอไม่อยากให้เขากังวล 

    “มานั่งนี่เลยเรา”ปรินกวักมือเรียกให้เธอไปนั่ง

    แคทจึงเดินไปจะนั่งที่เก้าอี้ข้างๆเขา

    “อุ้ย! พี่ปริน ให้แคทนั่งเก้าอี้เถอะค่ะ เดี๋ยวพี่ปรินจะปวดขาเอา”แคทร้อง

    ปรินดึงแขนเธอจนล้มมานั่งอยู่บนตักของเขา 

    “นั่งนี่แหละ พี่ชอบ อีกอย่างตัวเราเบาอย่างกับนุ่นจะทำให้พี่ปวดขาได้ไง”ปรินบอก 

    เขาเอาสองแขนกอดเอวเธอไว้ แล้วเอาหัวของเขาวางไว้ที่ไหล่ของเธอ

    “นั่งอย่างนี้แล้วแคทจะอ่านเอกสารยังไงล่ะคะ” 

    แคทเริ่มจะขัดเขินเพราะเขากอดตัวเธอไว้กับอก และหัวเขาวางอยู่บนไหล่มันก็ทำให้หน้าของเขาอยู่ข้างแก้มเธอ ลมหายใจของเขาเป่ารดข้างแก้มเธอ มันทำให้ใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก 

    ปรินรู้ว่าเธอเขินเพราะแก้มเริ่มมีสีระเรื่อขึ้น แต่เขาอยากกอดเธอมากจนต้องมาเคาะประตูห้อง เขาไม่ได้จะฉวยโอกาสอะไรแค่อยากกอดเท่านั้น 

    “อ่ะ เอกสารนั่งอ่านไป พี่จะได้ดูไปด้วย”ปรินหยิบเอกสารวางบนตักของเธอ 

    แคทจึงหยิบขึ้นมาอ่าน เพราะเธอรู้ว่าต่อให้พูดยังไงเขาก็ไม่ปล่อยอยู่ดี 

    แคทเปิดเอกสารดูไปเรื่อยๆ เธอพยายามให้ตัวเองสนใจแต่ข้อความในนั้น แต่คนที่กอดอยู่รบกวนสมาธิของเธอมาก เพราะปรินก้มหน้ามาดูเอกสารไปหอมแก้มเธอไปอยู่ตลอด 

    แคทถอนหายใจ เธอตีแขนเขาหลายครั้งแต่ก็เหมือนเดิม ก็เลยต้องปล่อยไปอย่างนั้นจนกระทั่งแคทอ่านเอกสารจนหมด

    แคทเอื้อมมือเอาเอกสารไปวางบนโต๊ะ มือของเธอที่วางเอกสารเริ่มจะสั่นหน่อยๆ ก็ปรินเล่นเอาจมูกกับปากของเขามาอยู่แถวๆใบหูของเธอ และทำท่าว่าจะลงไปที่ซอกคอด้วย 

    แคทจึงหันหน้าไปหาเขา เธอจะบอกให้เขาพอได้แล้ว แต่พอเธอหันไปจะพูดปรินก็เอาปากจูบลงมาบนปากเธอก่อน เขาจูบเธอเหมือนทุกครั้งที่จูบ

    ปรินใช้แขนรัดตัวแคทไว้แนบอกจนหน้าอกของเธอชนกับอกเขา ปากของเขาควานหาความหวานในปากเธออย่างไม่เบื่อ มือของเขาสอดไว้ที่ท้ายทอยของแคทเพื่อดันให้เธอรับจูบของเขา 

    พอแคทตัวออ่นเขาก็อุ้มตัวเธอเดินไปที่เตียง วางตัวเธอลงบนเตียงแล้วถอนปากออกจากปากเธอ เขานั่งลงข้างๆตัวเธอ 

    ปรินจ้องตาแคทนิ่งๆนัยต์ตาที่มองมาหวานซึ้งมาก 

    แคทมองเขาหน้าแดงจัด 

    “หลับตาได้แล้ว ไม่อย่างนั้นพี่คงอดใจไม่ได้จริงๆ”ปรินบอกเสียงหวาน 

    แคทหลับตาลงทันที 

    “ฝันดีนะคับ คนดี แล้วต้องฝันถึงพี่คนเดียวเท่านั้นนะ”ปรินก้มไปจูบหน้าผากเธอ 

    “ไม่ต้องลุกขึ้นมานะ เดี๋ยวพี่ปิดไฟกับล็อคประตูเอง”ปรินห่มผ้าให้แคทจนถึงหน้าอก

    ปรินเดินไปปิดไฟกลางห้อง แล้วก็เดินไปที่ประตู ก่อนจะออกไปเขามองแคทที่นอนบนเตียงแล้วยิ้ม จากนั้นก็ปิดประตูแล้วล็อคให้เธอ

    แคทได้ยินเสียงประตูเปิดแล้วก็ปิด เธอลืมตาขึ้นมามองไปที่ประตูแล้วยิ้ม เขาแค่อยากมาคลอเคลียกับเธอก่อนนอนเท่านั้นไม่ได้คิดจะล่วงเกินอะไร ปรินไม่เคยผิดคำพูดที่บอกจะไม่ล่วงเกินเธอมากกว่ากอดและจูบ จริงๆแคทคิดว่าเขาคงอยากนอนกับเธอที่นี่ แต่คงกลัวว่ามันจะดูไม่ดีนักเพราะยังมีพี่ๆในทีมมาด้วย เขาให้เกียรติเธอเสมอแค่นี้แคทก็มีความสุขที่สุดแล้ว งานที่ลาวเรียบร้อยดี 

    วันเสาร์ต่อมาปริน แคทกับทีมก็ไปสิงคโปร์ต่อ ปรินก็ทำเหมือนตอนที่ไปลาว เขาจะมาคลอเคลียกับแคทก่อนที่จะกลับไปนอนที่ห้องของเขา งานที่สิงคโปร์ก็เรียบร้อยดี 

    ส่วนเรื่องออกแบบตกแต่งโรงแรมของไมเคิลที่อังกฤษ แคทกับทีมก็เริ่มลงมือทำบ้างแล้ว แต่ไม่ได้รีบมากนัก ที่ต้องรีบคือเรื่องติวหนังสือเพื่อเตรียมสอบไฟนอล 

    พี่ๆในทีมพอรู้ว่าแคทต้องเตรียมตัวสอบก็บอกให้เธอหยุดการออกแบบโรงแรมไปก่อน เอาไว้หลังสอบแล้วค่อยมาดูกันอีกที ช่วงที่แคทจะต้องสอบพวกพี่ๆจะทำกันไปก่อนเอง 

    วันศุกร์ตอนเช้าปริน ชยา กับเอกขึ้นเครื่องบินไปเชียงใหม่แต่เช้ามืด

    แม่เลยให้ลุงยอดขับรถมาส่งสาวๆที่มหาลัยและคอยรับไปส่งที่สนามบินในตอนบ่ายด้วย สาวๆเตรียมสัมภาระใส่ไว้ในรถแล้ว พอเลิกเรียนลุงยอดก็ขับรถไปส่งพวกเธอที่สนามบินเพื่อไปเชียงใหม่ แคทโทรบอกปรินก่อนที่เธอจะขึ้นเครื่อง 

    เมื่อพวกเธอไปถึงสนามบินก็มีรถของทางโรงแรมมารับ เพราะหนุ่มๆติดธุระมารับไม่ได้ 

    เมื่อมาถึงโรงแรมที่พักปริน ชยากับเอกมารออยู่แล้วที่ลอบบี้ของโรงแรม และเมื่อเห็นสาวๆเดินเข้ามาพวกเขาก็เดินเข้าไปหาและพาไปเช็คอินเข้าพัก แต่โรงแรมมีกฎว่า 1ห้องพักได้ 2คนเท่านั้น สาวๆจึงมองหน้ากัน ส่วนหนุ่มๆมองหน้ากันยิ้มๆ แล้วก็ตกลงกันว่าจะพักกันคู่ละห้อง เพราะหนุ่มๆต่างก็ให้สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรพวกเธอแน่นอน เมื่อตกลงกันแล้วก็พากันไปที่ห้องพัก 

    ในห้องพักแคทกำลังเอาเสื้อผ้าของเธอออกแขวนในตู้เสื้อผ้า และเธอก็เอาของปรินมาจัดให้เขาด้วย 

    ปรินเห็นเธอยืนจัดเสื้อผ้าของเขากับของเธอเข้าตู้เสื้อผ้าก็อมยิ้ม แล้วเดินเข้าไปกอดเอวเธอเอาไว้หลวมๆ

    “อุ้ย! ปล่อยค่ะ แคทจัดของอยู่นะคะ”แคทเอามือตีมือของเขาที่กอดเอวอยู่ 

    “น่ารักดีนะ เหมือนภรรยากำลังจัดของให้สามีเลย”ปรินยิ้ม 

    เขาก้มไปหอมแก้มเธอเบาๆ แล้วปล่อยตัวแคท จากนั้นก็เดินไปนั่งมองเธอที่เตียงนอน 

    “ขี้โกงตลอด จะไว้ใจได้มั้ยเนี่ย”แคทส่ายหน้ายิ้มๆ

    “งั้นก็ต้องพิสูจน์ดูว่าพี่ไว้ใจได้มั้ยนะ”ปรินเดินเข้ามาหาแคท 

    “ไม่เอานะคะ ไม่ต้องพิสูจน์เลยค่ะ”แคทถอยหนีเขา 

    ปรินแกล้งเดินเข้าไปใกล้แคทเรื่อยๆ เธอก็ถอยหนี เขาก็ตามไป จนเหมือนเล่นไล่จับกันในห้องพัก 

    ในที่สุดปรินก็จับตัวแคทได้ เขากอดตัวเธอไว้กับอกแล้วก้มมองหน้าเธอที่หายใจแรง ไม่รู้ว่าเหนื่อยหรือเพราะถูกเขากอด แล้วเขาก็ก้มมาจูบหน้าผากเธอ 

    “เหนื่อยเหรอเรา”ปรินยิ้มใส่ตาเธอเขายังกอดเธออยู่ 

    “ก็เพราะพี่ปรินนั่นแหละ”แคทหน้าแดง 

    เธอยืนนิ่งๆให้เขากอดเพราะถึงบอกให้ปล่อยเขาก็ไม่ยอมอยู่ดี 

    “นั่งพักก่อนมั้ย แล้วจัดเสื้อผ้าเสร็จหรือยังคับ”ปรินถาม

    เขาดันตัวแคทออกจากออ้มแขนแต่ยังจับตัวเธอไว้ 

    “จัดเสร็จแล้วค่ะ”แคทบอก 

    เธอก้มหน้าไม่มองปริน 

    “หิวหรือป่าว ให้พี่สั่งอะไรมาให้กินมั้ยคับ” 

    “ไม่หิวค่ะ”

    ก๊อกๆเสียงเคาะประตูห้อง 

    ปรินปล่อยมือจากตัวแคท เขาเดินไปเปิดประตู

    ปราง มายด์ ชยากับเอกยืนอยู่ที่หน้าประตู พอปรินเปิดทุกคนก็เดินเข้ามาในห้อง 

    “พี่ปรินกับแคท ลงไปว่ายน้ำกันที่นี่มีสระว่ายน้ำด้วยค่ะ”ปรางบอก 

    เธอเดินไปนั่งที่เตียง

    “แล้วชุดว่ายน้ำล่ะ จะเอาที่ไหน”มายด์ถาม

    “ที่ร้านค้าข้างล่างน่าจะมีนะคับ พี่เห็นตอนที่คอยพวกเราน่ะ”ชยาบอก 

    “นะแคท ไปสระว่ายน้ำกัน”ปรางออ้น 

    เธอเดินไปจับมือแคท 

    “ขอเป็นคนดูได้มั้ย ถ้าได้ไป”แคทต่อรอง

    เธอไม่เคยว่ายน้ำอีกเลยนับตั้งแต่ที่เพื่อนร่วมทีมของเธอตายตอนที่เป็นนักกีฬาว่ายน้ำและอีกอย่างเธอไม่อยากใส่ชุดว่ายน้ำ โดยเฉพาะต่อหน้าปรินยอมรับว่าเธออายเวลาที่ถูกเขามอง 

    “ก็ได้ แต่ต้องไปเลือกชุดว่ายน้ำด้วยกันนะ”ปรางยิ้ม 

    “จ้า งั้นก็ไปกันเลย”แคทบอก 

    แคทจะเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายแต่ปรินเดินมาบอกว่าไม่ต้องเอาไป ถ้าจะซื้ออะไรเดี๋ยวเขาจ่ายให้ แคทหันไปยิ้มให้เขาแล้วก็เดินออกประตูไปพร้อมกับปรางและมายด์ 

    เมื่อไปถึงร้านค้าข้างล่างสาวๆก็พากันไปดูชุดว่ายน้ำ แคทไปยืนคุยกับคนขายถึงได้รู้ว่าถ้าใครจะเข้าไปที่สระว่ายน้ำจะต้องสวมชุดว่ายน้ำเท่านั้น

    แคทจึงไปบอกกับปรางว่าเธอจะไม่เข้าไป แต่ปรางไม่ยอมง่ายๆเธอออ้นจนในที่สุดแคทก็ต้องยอมจนได้ ปรางเดินไปบอกให้ปริน ชยากับเอกรู้ หนุ่มๆจึงเข้ามาเลือกกางเกงว่ายน้ำด้วย 

    แคทเดินเลือกได้ชุดว่ายน้ำที่ค่อนข้างมิดชิดที่สุดสีดำทั้งชุด เธอถามถึงเสื้อคลุมว่ามีขายมั้ย คนขายจึงหยิบออกมาให้เธอเลือก แล้วบอกว่าที่ไม่ได้เอาออกมาโชว์เพราะไม่มีใครเคยถาม แคทจึงยิ้มแล้วเธอก็เลือกมาตัวหนึ่งเป็นเสื้อคลุมที่ไม่หนามากเท่าไหร่แต่ก็ไม่บางเกินไปสีชมพู 

    เมื่อได้ชุดว่ายน้ำกันแล้วก็แยกย้ายกันไปเปลี่ยนชุด หลังจากเปลี่ยนชุดแล้วก็พากันเดินออกมารวมกันที่หน้าห้อง 

    ปรางสวมชุดว่ายน้ำวันพีชสีส้มแล้วมีผ้าผูกเฉียงๆไว้ที่เอว 

    มายด์สวมเป็นวันพีชสีครีมมีผ้าผูกเอวเหมือนปราง 

    ส่วนแคทสวมวันพีชสีดำแต่ชายบานเหมือนกระโปรงแล้วสวมเสื้อคลุมทับไว้อีกที คนที่มองมาจึงไม่มีใครรู้ว่าเธอสวมชุดว่ายน้ำแบบไหน มองเห็นรางๆว่าเป็นสีดำเท่านั้น 

    สาวๆรวบผมสูงเหมือนกัน พอพวกเธอเดินออกมาสามหนุ่มก็มองตาไม่กระพริบ ต่างพากันเดินประกบแฟนของตัวเองไปที่สระว่ายน้ำ

    ที่สระว่ายน้ำมีคนเล่นน้ำอยู่พอสมควร ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่มาเที่ยวที่เชียงใหม่ และก็มีนักท่องเที่ยวคนไทยทั้งชายและหญิงที่กำลังเล่นน้ำ และบางคนก็นอนอยู่ที่เก้าอี้ข้างสระว่ายน้ำ 

    “นี่ตกลงจะไม่เล่นน้ำจริงๆใช่มั้ยแคท”ปรางถาม 

    เธออมยิ้มเมื่อเห็นแคทสวมเสื้อคลุมมิดชิด

    “ก็บอกแล้วว่าจะมานั่งดูอ่ะ”แคทบอก 

    “รูปร่างก็ดีเหมือนนางแบบ แล้วเอาเสื้อคลุมมาสวมทับทำไมเนี่ย”ปรางแซว 

    เธออยากจะขำจริงๆถ้าไม่กลัวว่าแคทจะโกรธ

    “ก็บอกว่าไม่เล่นไง ถ้าไม่เลิกพูด เรากลับแล้วนะ”แคททำท่าหันหลังกลับ 

    “โอ๋ๆ อย่างอนนะ ไม่ล้อแล้วจ้า”ปรางรีบดึงแขนของแคท 

    ปรินได้ยินที่ปรางกับแคทคุยกัน เขามองไปที่แคทเธอสวมเสื้อคลุมทับชุดว่ายน้ำที่น่าจะเป็นสีดำ เสื้อคลุมยาวปิดเลยชุดว่ายน้ำมาแค่ขาออ่น แต่นั่นมันก็ไม่ได้ช่วยปกปิดเรือนร่างของเธอได้เท่าไหร่ 

    แคทรูปร่างเหมือนนางแบบอย่างที่ปรางบอก เธอผิวขาวอยู่แล้วจึงยิ่งเด่นเมื่อสวมเสื้อคลุมสีชมพู แต่นั่นไม่เท่ากับขาที่โผล่พ้นเสื้อคลุมมาที่มันทั้งเรียวทั้งกลมกลึงมาก และที่สำคัญที่สุดคือมันขาวและเนียนจนเขาเองยังอดมองไม่ได้ โดยปกติแล้วแคทไม่เคยสวมกางเกงที่ขาสั้นกว่าเข่าเลย นี่จึงเป็นครั้งที่สองปรินเห็น ครั้งแรกก็ตอนที่แคทลงไปแข่งวอลเล่ย์บอลให้มหาลัยแต่คราวนั้นเขาไม่ทันได้สังเกตุมากนัก

    ปรินสังเกตุว่าตั้งแต่พวกเขาและสาวๆเดินเข้ามาที่สระว่ายน้ำจนมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างสระ มีคนมองมาที่กลุ่มของเขามากจนผิดปกติ 

    กลุ่มของปรินเลือกนั่งเก้าอี้ข้างสระที่ห่างจากคนอื่นพอสมควร ทุกคนนั่งเก้าอี้กันคนละตัวที่วางอยู่ติดๆกัน

    แคท ปรางกับมายด์พลัดกันทากันแดดให้กัน 

    ปรินเรียกบริกรที่เดินอยู่มาสั่งน้ำส้มกับผลไม้มาให้สาวๆ และเบียร์กับกับแกล้มสำหรับพวกเขา 

    สักพักหนึ่งบริกรก็เอาของที่ปรินสั่งมาเสิร์ฟและบริกรก็เดินไปที่แคทที่นั่งอยู่ข้างปรางกับมายด์ แล้วส่งมะพร้าวสดที่เปิดฝามาแล้วมีหลอดเสียบมาด้วยให้แคท

    แคทมองหน้าปรินแล้วมองบริกร บริกรจึงชี้มือไปที่ผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเธอ บอกว่าเป็นคนสั่งให้ 

    แคทมองตามมือของบริกรไปก็เห็นเขามองมา เขายกแก้วในมือของเขาขึ้นชูให้เธอ แคทพยักหน้าแล้วรับมะพร้าวมาจากบริกรวางไว้ที่โต๊ะข้างที่เธอนั่ง 

    แคทเห็นสีหน้าปรินมองมาที่เธอและมองไปที่ชายคนนั้นแล้วพลางคิดในใจว่าคงไม่สนุกแล้วล่ะ เพราะปรินทำหน้าหงุดหงิดมากๆ

    ปรางกับมายด์เองก็ดูออกรวมไปถึงชยากับเอกด้วย 

    แคทนั่งคิดอะไรสักพัก เธอก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งข้างๆปรินบนเก้าอี้ตัวเดียวกัน เธอเอามือไปจับมือเขา สีหน้าของปรินจึงดีขึ้น 

    พอปรางกับมายด์เห็นแคททำแบบนั้นก็รู้ว่าเธอกำลังพยายามทำให้ปรินอารมณ์ดีขึ้น ซึ่งมันก็ไม่แปลกอะไรเพราะไม่ว่าแคทจะทำอะไรที่มากกว่านี้กับปรินก็ไม่เป็นไรเพราะเธอเป็นคู่หมั้นของเขา 

    พอทุกคนเห็นว่าปรินอารมณ์ดีขึ้นก็พากันลงไปว่ายน้ำในสระ เหลือแค่แคทกับปรินที่นั่งอยู่ข้างสระ 

    เมื่อแคทรู้สึกว่าปรินใจเย็นแล้ว เธอก็ลุกขึ้นจะไปนั่งที่เก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามเขา 

    ปรินพอเห็นแคทลุกขึ้น เขาก็ดึงมือของเธอให้นั่งลงบนตักของเขา แล้วก็เอาแขนกอดรอบเอวไว้แคทหันไปมอง เขาก็หอมแก้มเธอซะงั้น แคทตีแขนของเขาหน้าเธอแดงจนถึงหู โดยปกติเธอก็ขี้อายอยู่แล้วและนี่ต่อหน้าคนมากมาย 

    ปรินไม่สนใจใครที่มองมา เขามองแต่คนที่นั่งหน้าแดงอยู่บนตัก เธอหันหน้าหนีไปทางอื่น 

    ปรินกอดแล้วดึงตัวเธอให้เอนมาพิงอกของเขา แคทก็เอนมาแต่โดยดี ตอนนี้หัวของแคทอยู่ที่ปลายคางของปริน เขาเอาคางวางบนผมแล้วก้มหน้าดมผมของเธอ

    “หอมจัง”ปรินก้มไปกระซิบข้างหูแคท 

    เสียงหวานจนคนฟังหน้าแดงจัด 

    ปรินยิ้มแล้วเขาก็หยิบน้ำส้มมาให้เธอ แคทรับมาดื่ม แล้วปรินก็จิ้มผลไม้มาป้อนที่ปากของแคท เธอก็กินเพื่อให้เขาสบายใจ 

    ปรินนั่งกอดแคทและป้อนผลไม้ให้เธอจนกระทั่งปราง มายด์ ชยากับเอกขึ้นมาจากสระ 

    พอทุกคนเห็นปรินทำก็พากันแซว 

    “ปรางไม่เคยรู้เลยนะคะ ว่าพี่ปรินจะขี้หึงเหมือนกัน”ปรางยิ้ม 

    “พวกพี่ก็ไม่เคยเห็นนะ แต่หลังๆนี่เห็นบ่อย”เอกแซว

    “ไม่ต้องมาแซวกันเลย ไม่เจอกับตัวก็ไม่รู้หรอก”ปรินพูด 

    เขายังกอดแคทไม่ปล่อย 

    “แคทเป็นเป้าสายตาใครๆอยู่ตลอดเวลานั่นแหละค่ะไม่ว่าที่ไหน และเมื่อไหร่ พี่ปรินต้องทำใจนะ ไม่ต้องระวังยายแคทหรอกแต่ต้องระวังคนที่จะเข้ามาจีบต่างหาก”ปรางว่ายิ้มๆ 

    “ใช่จริงๆค่ะ นี่ขนาดมาด้วยกันเป็นกลุ่มนะ แล้วแคทก็แต่งตัวรัดกุมออกอย่างนี้ยังไม่วาย”มายด์พูดยิ้มๆ

    “ปรางว่า ถ้าแคทถอดเสื้อคลุมออกสงสัยจะมีคนมาเข้าคิวจีบยาวแน่ๆ”ปรางขำ

    “พอเลยปราง มายด์ด้วย ไม่ขำนะ เพราะเราพี่ปรินเลยไม่มีความสุขเลย ”แคทบ่น สีหน้าบอกว่าจริงจัง

    “ใครบอกว่าพี่ไม่มีความสุข แค่ได้นั่งกอดเราอย่างนี้ พี่ก็มีความสุขมากแล้ว”ปรินก้มมาพูดกับแคท 

    “แคทไม่ใช่ความผิดของเธอ ชอบโทษตัวเองอยู่เรื่อย มีคนชอบดีกว่ามีคนเกลียดนะ”มายด์บอก 

    เธอรู้ว่าแคทโทษตัวเอง 

    “ใช่ พี่ว่าดีนะที่มีคนทำให้พี่หึง เพราะไม่อย่างนั้นแคทก็ไม่มีทางมานั่งกับพี่หรอก จริงมั้ยปราง”ปรินยิ้ม

    “แน่นอนค่ะ แล้วตกลงว่าแคทกับพี่ปรินจะไม่เล่นน้ำกันจริงๆใช่มั้ยคะ”ปรางถาม 

    “พี่ปรินก็ไปเล่นน้ำกับเขาสิคะ ไม่ต้องห่วงแคทหรอก”แคทหันหน้าไปบอกปริน 

    “ถ้าเราไม่เล่น พี่ก็ไม่เล่นหรอก”ปรินบอกจริงจัง 

    “แคทไปเล่นด้วยกันนะ ไม่มีอะไรหรอกอย่าคิดมาก”มายด์บอกจริงจัง 

    “แต่ว่า…”แคทหันไปมองปริน 

    ปรินพยักหน้าให้เธอ

    “ก็ได้”แคทถอนหายใจยาว 

    หลายปีแล้วที่เธอไม่เคยว่ายน้ำ

    ปรินปล่อยแคทออกจากแขน 

    แคทลุกขึ้นยืนช้าๆ ปรินยืนขึ้นตามเธอ เขาคอยจับตามองเธออยู่ตลอดเพราะเขารู้เรื่องในอดีตที่ทำให้เธอไม่ยอมว่ายน้ำอีกเลย 

    แคทค่อยๆถอดเสื้อคลุมออกแล้วเอาเสื้อคลุมวางไว้ที่เก้าอี้

    ปรินมองแคทที่ตอนนี้ถอดเสื้อคลุมออกแล้ว เธอเป็นคนซ่อนรูปมากๆ หุ่นของเธอนี่นางแบบยังอายเลยมั้ง เพราะชุดว่ายน้ำของเธอเป็นสีดำจึงทำให้ตัวเธอยิ่งขาวเด่นมากกว่าเดิม ผิวของแคทขาว เรียบเนียนไปทั้งตัว เขาชักไม่อยากให้เธอลงว่ายน้ำแล้วสิ ก็มันยิ่งโคตรเด่นตอนนี้คนมองกันแทบทั้งสระแล้ว 

    ชยากับเอกไม่มองแคทมากเพราะเกรงใจแฟนและเพื่อนจึงพากันลงน้ำไปก่อน 

    ปรางกับมายด์เดินไปที่สระพร้อมแคทโดยมีปรินเดินมาทีหลังสุด 

    ปรางกับมายด์ลงน้ำไปก่อน 

    แคทยืนมองน้ำในสระสักครู่แล้วจึงค่อยๆไต่บันไดสระลงไป 

    ปรินโดดลงน้ำแล้วไปยืนรอรับเธอหน้าบันได เขายืนยิ้มและยื่นมือให้เธอ 

    แคทมองหน้าปรินก็รู้ว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเธอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แคทส่งมือไปจับมือเขาแล้วลงไปในน้ำ เธอลงไปยืนอยู่หน้าปริน เขายังจับมือของเธออยู่ใต้น้ำแล้วบีบให้กำลังใจเบาๆ 

    แคทยิ้มแล้วพยักหน้าให้เขา ปรินปล่อยมือเธอ

    แคทว่ายน้ำออกไปทันทีที่ปรินปล่อยมือของเธอ แคทว่ายไปจนสุดขอบสระและว่ายกลับมาที่ทุกคนรออยู่ เธอว่ายน้ำได้เร็วมากสมกับที่เป็นนักกีฬาว่ายน้ำมาก่อน 

    “โอเคมั้ย”ปรินเข้าไปจับตัวเธอ 

    “ค่ะ รู้สึกเกร็งไปหน่อย ไม่ได้ว่ายมาหลายปีมาก”

    แคทขยับหัวไปมา เป็นการวอร์มทั่วไปของนักว่ายน้ำ 

    “นี่ขนาดเกร็งนะ แคทว่ายน้ำเร็วมาก สมแล้วที่เคยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ”ชยาชม 

    “มันไม่พริ้วเหมือนตอนนั้นแล้วล่ะค่ะ อีกอย่างข้อเท้าแคทก็ไม่เหมาะจะว่ายน้ำมากนักด้วย”แคทยิ้ม 

    “ใช่ การว่ายน้ำใช้ข้อเท้ามาก ต้องระวังให้ดี”เอกบอก 

    “พี่ดีใจที่เรายอมกลับมาว่ายน้ำอีกครั้ง”ปรินเอามือขยี้ผมเธอ 

    ผมของแคทที่ขมวดไว้หลุดลงมาทันที ผมเธอร่วงมาข้างหลังทั้งที่เปียก 

    “พี่ปรินอ่ะ ทำผมหลุดจนได้”แคทเอามือไปจับผม 

    “ปล่อยไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวก็ต้องสระ”ปรินบอก 

    เขามองหน้าเธออย่างอึ้งๆก็มันสวยและน่ารักจริงๆ แล้วถ้าเขายังมองว่าสวยและน่ารักแล้วคนอื่นล่ะปรินคิด

    “มาว่ายกันอีกสักรอบก็ขึ้นได้แล้ว จะได้ไปกินข้าวกัน”ชยาชวน

    “เออ รอบเดียวนะ ไม่งั้นกูว่าคงมีคนลงมาว่ายด้วยอีกมากเลยว่ะ”ปรินพูด สีหน้าไม่ค่อยสบนัก 

    ทำเอาชยากับเอกยิ้ม

    แล้วทุกคนก็ออกตัวว่ายน้ำไปวนรอบสระหนึ่งรอบแล้วก็กลับมาที่บันไดที่จะขึ้นสระ 

    ปรางขึ้นไปก่อน ตามด้วยมายด์และตอนที่แคทกำลังจะขึ้นบันได ปรินก็ไปเกาะขอบสระและกระโดดขึ้นไปก่อน เขาเดินไปหยิบเสื้อคลุมของแคทที่ถอดวางไว้ที่เก้าอี้ แล้วเดินมายืนรอคลุมตัวให้แคทแทบจะทันทีที่ตัวของเธอพ้นน้ำ

    ชยากับเอกที่มองตั้งแต่ปรินไปเกาะขอบสระจนถึงตอนนี้ หันมามองกันแล้วยิ้มนี่เพื่อนเขามันหวงคู่หมั้นขนาดนี้เลย มันคงไม่อยากให้ใครมองรูปร่างคู่หมั้นของมัน ที่แม่งโคตรน่ามองแต่พวกเขาไม่ได้คิดอะไรกับแคท ปรินรู้ดีแต่ที่หวงคงเป็นสายตาผู้ชายแถวนี้ที่มีทั้งหนุ่มและแก่ ที่พากันมองมาที่คู่หมั้นของมันเป็นแถวเลย 

    ปรินเอาเสื้อคลุมมาคลุมให้แคทแล้วก็เดินพาเธอไปนั่งที่เก้าอี้ เขาส่งน้ำส้มให้แต่เธอส่ายหัว ตอนนี้ผมของเธอเปียกลู่ไปข้างหลังทั้งหมดแต่มันก็ทำให้เธอดูน่ามองไปอีก

    ปรางกับมายด์เดินมาจะหยิบน้ำกินแต่แคทโบกมือไม่ให้กิน การกระทำของแคททำให้ทุกคนมองมาอย่างมีคำถาม

    “ของกินที่เราวางทิ้งไว้ในสถานที่แบบนี้โดยไม่มีใครที่วางใจได้เฝ้าไว้ ไม่ควรจะกินอีก ปราง มายด์กับพี่ๆจะว่าแคทคิดมากก็ได้นะคะ แต่แคทว่าปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าค่ะ”แคทบอกยิ้มๆ 

    “แคทนี่รอบคอบและระมัดระวังตัวดีนะ เป็นผู้หญิงที่เอาตัวรอดเก่งไม่ต้องกลัวว่าจะถูกใครหลอกได้ พี่ยอมรับเลย”ชยาบอก 

    “คิดอย่างนั้นมันก็ถูกค่ะ แต่บางทีก็เหมือนเป็นคนขี้ระแวง ไม่เชื่อใจใครและไม่ไว้ใจใคร ที่แคทเป็นแบบนี้อาจเป็นเพราะเจออะไรมามากจนไม่ค่อยอยากเชื่อใจใครง่ายๆ กวางบอกว่าแคทเป็นคนที่เข้าถึงยาก มองไม่ออกว่าคิดอะไร บางทีมองว่าเป็นน้ำนิ่งๆ แต่จริงๆแล้วพายุอาจกำลังก่อตัวอยู่ก็ได้ พี่ๆรู้จักแคทมาก็นานแล้วคิดยังไงล่ะคะ”แคทถามหนุ่มๆ 

    “พี่เองก็คิดเหมือนกวางนะ”ชยาบอก 

    “พี่ก็ด้วย แต่ขอเสริมว่าแคทน่ากลัวมากด้วย โดยเฉพาะเวลามองแล้วทำหน้าเฉยๆ ตาโคตรน่ากลัวอ่ะ”เอกบอก

    “แต่พี่ว่า พวกเราไปจากที่นี่กันดีกว่า แล้วค่อยคุยกันตอนกินข้าว”ปรินบอก 

    เขามองไปรอบๆถึงตอนนี้แคทจะสวมเสื้อคลุมแล้ว แต่หน้าของเธอตอนปล่อยผมก็สะดุดสายตาอยู่ดี 

    “งั้นก็ไปกันเลย ก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้นก่อน”เอกบอก เขาว่ามีแน่ถ้าขืนยังอยู่ต่อ 

    แล้วกลุ่มของปรินก็พากันเดินออกไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า