หมวย
“กี้กูกลับก่อนนะ มึงกลับกับกูไหม” ฉันรู้สึกมึนๆ เลยขอตัวกลับ พี่อิงกับเต้ก็ไม่ได้กลับเข้ามาในร้าน
“กลับแล้วเหรอ” ฉันมองเพื่อนที่เริ่มจะเมา
“ง่วงแล้วอ่ะ” ฉันรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมึนๆ หัว ง่วงนอนแล้วด้วย
“มึงขับรถไหวเหรอ”
“ไหว กูไม่เมามาก” เื่แค่นี้ฉันสบายมาก ขอแค่อย่างเดียวอย่ามีด่านแค่นั้นแหละ ถ้าฉันรู้ตัวว่าไม่ไหวฉันไม่มีทางฝืนตัวเองแน่นอน ฉันก็รักชีวิตตัวเองเหมือนกัน
“งั้นกลับเถอะ กูขออยู่ต่ออีกหน่อยให้ไอ้สองคนนี้ไปส่งก็ได้” มันชี้ไปที่วินเนอร์กับรามสูร
“กูยังไม่ได้บอกว่าจะไปส่งมึง”
“มึงต้องไปส่งกู” ฉันส่ายหัวให้กับพวกมัน
“งั้นหมวยกลับก่อนนะทุกคน ไปนะคะพี่โดม”
“พี่เดินไปส่งที่รถ” ฉันพยักหน้ารับเมื่อพี่โดมบอกจะเดินไปส่งที่รถ ฉันไม่ปฏิเสธความหวังดีของพี่เขาหรอก เพราะรู้ว่าพี่โดมเป็ห่วง
“เรารู้เื่อิงใช่ไหม” อยู่ๆ พี่โดมก็ถามขึ้นระหว่างเดินออกมา
“เื่อะไรคะ”
“กับน้องรหัสเรา” ฉันเม้มปากเข้าหากัน ไม่คิดว่าพี่โดมจะรู้เื่นี้ด้วย
“พี่โดมรู้เื่ของสองคนนั้นเหรอคะ หมวยพึ่งจะรู้วันนี้เองว่าพวกเขารู้จักกัน”
“เห็นมาสักพักแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเป็น้องรหัสเรา”
“แล้วพวกเขาเป็อะไรกันคะ แฟน”
“พี่ก็ไม่รู้นะ เพราะไม่ได้ถามอิง แต่ดูท่าทางแล้วก็เหมือนแฟนกันอยู่นะ แต่่หลังๆ ไม่ค่อยเห็น พึ่งจะมาเห็นก็วันนี้” ฉันคิดไม่ผิดว่าทั้งสองคนต้องมีอะไร แต่ทำไมฉันพึ่งจะรู้เนี่ยว่าน้องรหัสตัวเองมีซัมติ่งกับพี่รหัส
“เต้ลากพี่อิงออกไปั้แ่ตอนที่บอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำแล้วค่ะ หมวยว่าจะเข้าไปห้ามแต่ก็ไม่ทัน” ฉันไม่ได้เล่าให้ทุกคนในโต๊ะฟัง แค่บอกว่าเต้มีธุระกลับก่อนส่วนพี่อิงก็ที่บ้านโทรตาม ไม่ได้บอกว่าทั้งสองคนออกไปด้วยกัน
และถ้าพี่เวย์ไม่มาขัดจังหวะสะก่อนฉันคงไปห้ามเต้ทัน
“เขาคงไปเคลียร์กัน” ฉันหยุดเดินเมื่อมาถึงรถ หันหน้ากลับไปหาพี่โดม
“ขับรถไหวแน่นะ”
“ไหวค่ะ พี่โดมกลับเข้าไปข้างในเถอะค่ะ”
“ถึงแล้วไลน์บอกพี่ด้วยนะ”
“คร๊า คุณลุง” ฉันโบกมือบายบ๊ายลุงรหัส แต่ในจังหวะที่ฉันจะหันหลังกลับไปเปิดประตูรถฉันเห็นใครบางคนเดินออกมาจากในร้าน ฉันเห็นเขาหยุดยืนคุยกับพี่โดมเห็นชี้มาทางฉันด้วย ฉันขมวดคิ้วมองการกระทำของทั้งสองคน และพี่โดมก็เรียกฉันไว้
อะไรอีกเนี่ย ฉันไม่น่าหันไปมองพวกเขาเลย
แล้วทั้งสองคนก็เดินเข้ามาหาฉัน
“หมวย พี่ฝากเพื่อนพี่กลับด้วยคนสิ คอนโดมันอยู่ใกล้เรา” ฉันอ้าปากเหวอ เมื่อได้ยินพี่โดมพูดแบบนั้น เขาสองคนเป็เพื่อนกัน
“พี่โดมไว้ใจเขาเหรอคะ”
“อ้าว เราไม่ได้รู้จักกับมันเหรอ พี่เห็นรูปในเพจเมื่อวันก่อน เราไม่ใช่เหรอที่ให้มันนอนตักใต้ต้นไม้ พี่ว่าจะถามอยู่เหมือนกัน ลืม” ฉันกลอกตาไปมา หันไปมองคนเ้าเล่ห์ เขาก็กระตุกยิ้มให้ฉัน
“พี่เขาไม่ได้เอารถมาเหรอคะ”
“ไม่” ไม่บ้าอะไรตอนเจอกันอยู่หน้าห้องน้ำยังบอกอยู่เลยว่าขับรถมา
“แล้วเพื่อนล่ะ”
“มึงไปเถอะโดม กูจัดการเอง” แล้วอยู่ๆ พี่เวย์ก็หันไปไล่พี่โดม
“งั้นพี่ไปก่อนนะ คุยกันดีๆ ล่ะ อย่ารุนแรงกับน้องกูนะเว้ย แล้วกูจะมาซักฟอกมึงวันหลัง” ฉันมองตามหลังพี่โดมตาปริบๆ ทำไมเขาทิ้งฉันแบบนี้
“พี่โดม” ฉันร้องตาม
“เอากุญแจรถมา” ฉันรีบซ้อนกุญแจรถไว้ข้างหลังทันที
“ฉันไม่ให้พี่กลับด้วย และฉันไม่เชื่อด้วยว่าพี่ไม่ได้เอารถมา พี่บอกเองว่าขับรถมา”
“นี่ยังไม่หายโกรธ” เขาเสยผมตัวเองจ้องฉันเขม็ง นี่ไม่ฟังที่ฉันพูดเลยใช่ไหม
“ฉันไม่มีสิทธิ์โกรธพี่หรอกค่ะ” ฉันสะบัดหน้าหนี
“เมาแล้วอย่าดื้อ” เขาเดินเข้ามาหาฉัน แล้วดันฉันให้ติดกับตัวรถ ฉันเองที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ยกมือขึ้นดันหน้าอกเขาทันที เล่นอะไรของเขาเนี่ย
“อย่าเข้ามานะ” เขามันเป็ผู้ชายหล่อที่ไว้ใจไม่ได้
“นี่” ฉันอ้าปากเหวอมองการกระทำของเขาที่ฉกกุญแจรถออกไปจากมือฉันหน้าตาเฉย
“ไปขึ้นรถ” เขาดันฉันออกจากประตูรถแล้วเปิดเข้าไปนั่งที่คนขับ
“พี่เวย์ ลงมาเลยนะ” ฉันดันประตูรถค้างไว้ แต่เขาก็หน้ามึนเกินไปจริงๆ บอกแล้วยังนั่งเฉย
“ขึ้นมาบนรถ” เขาหันมาสั่งฉันเสียงเข้ม ฉันได้แต่ฮึดฮัดทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เดินไปนั่งอีกฝั่งอย่างจำใจ
“ทำไมพี่ถึงเป็คนแบบนี้ ไม่เห็นเหมือนที่เขาลือกันสักนิด”
“ลือว่าอะไร”
“ก็ที่เขาบอกว่าพี่ไม่ค่อยสุงสิกับใครไม่สนใจใคร แล้วที่มาวุ่นวายกับฉันนี่มันคนล่ะเื่กันเลย” ถึงฉันจะสนใจเขาในตอนแรก แต่ฉันไม่ชอบคนโกหก มันเลยทำให้ฉันมีอคติกับเขา ไม่คิดจะสนใจเขาอีก แต่นี่อะไรเขากับทำแบบนี้
“แล้วเธอเหมือนที่เขาลือกันไหมล่ะ” เขาไม่ตอบคำถามฉันแต่หันมาถามฉันแทน คำถามของเขาทำให้ฉันชะงัก เม้มปากเข้าหากัน
“ถ้าจะกลับก็กลับเถอะค่ะ ฉันง่วงแล้ว” ฉันตัดบท เพราะไม่อยากพูดเื่ของตัวเอง ปล่อยให้เขาคิดไปแบบที่คนอื่นเขาลือนั่นแหละ
“หึ” ฉันได้ยืนเสียงหัวเราะออกมาจากคอเขา แต่ก็ไม่พูดอะไร จนเขาออกรถแล้วขับมาถึงคอนโด
“ขอบคุณค่ะที่ขับรถให้ ฉันไม่ให้พี่เอารถไปหรอกนะ เดินกลับเองแล้วกัน” เมื่อลงรถฉันก็แบมือขอกุญแจรถจากเขา เขาก็ส่งให้ดีๆ เราสองคนจ้องตากัน
“โกรธมากเหรอเื่คอนโด” แต่อยู่ๆ เขาก็พูดเื่ที่ทำให้ฉันเคือง
“ขอโทษ” และยิ่งทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ เมื่อเขาเอ่ยคำขอโทษ ม่านตาฉันขยายแล้วชะงักอยู่ในท่านั้น ไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากเขา
“พี่ไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรแบบนี้ไม่ใช่เหรอคะ” ฉันพูดตรงๆ
“รู้จักฉันดีแล้วเหรอ” ใช่ ฉันไม่รู้จักเขาดี แค่ได้ยินคนอื่นเขาพูดมา เพื่อนฉันมันก็เล่าให้ฟังว่าเขาเป็คนยังไง
“ถ้าไม่รู้จักฉันดี ก็อย่าตัดสินเพียงเพราะคนอื่นพูด” ฉันเข้าใจทันทีในสิ่งที่เขาพูด เพราะตัวฉันเองก็เป็แบบนั้น ภายนอกคนอื่นมองฉันในทางที่ไม่ดี แต่ฉันก็รู้ตัวเองดีว่าเป็แบบไหน
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”
“เข้าใจว่า” เขาก้มหน้าลงมาหาฉันใกล้ๆ จนลมหายใจเป่าลดใบหน้าทำให้ได้กลิ่นแอลกอฮอล์ที่เขาดื่มเข้าไป และฉันคิดว่าเขาก็คงได้กลิ่นจากฉันเหมือนกัน
ผมยาวๆ ของเขาลงมาปกกรอบหน้า ทำให้ฉันได้มองจมูกโด่งๆ ของเขาชัดเจน
แล้วทำไมต้องก้มลงมาใกล้ขนาดนี้ด้วยเนี่ย
“ก็..ยอมรับคำขอโทษของพี่” ฉันพูดอ้อมแอ้ม เบี่ยงหน้าหลบสายตาของเขา ไม่รู้รึไงว่าตอนนี้ใจฉันเต้นแรงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็ครั้งแรกที่ฉันเจอเขาหรือทุกครั้งหัวใจฉันก็เต้นแรงตลอด ฉันพยายามเลี่ยงเขาแต่เขากลับเป็ฝ่ายเข้าหา
“งั้นก็หยุดดื้อด้วย” หน้าฉันต้องแดงมากแน่ๆ ตอนนี้ ฉันเม้มปากแล้วหันหลังให้เขา กลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่พยายามรวบรวมสติ ฉันไม่ชินกับเขาเวอร์ชันนี้เลย
ความรู้สึกเขินอายเหมือนตอนแรกๆ ที่ฉันแอ๊บเข้าไปอ่อยเขามันกลับเข้ามา
“ฉันขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ ง่วงแล้ว” ฉันวิ่งขึ้นห้องตัวเองทันที อยากออกจากสถานการณ์แบบนี้เต็มที ตัดสินใจวิ่งหนีขึ้นห้องสะเลย
“บ้า ทำไมเขาถึงเป็คนแบบนี้ไปได้” ฉันพูดกับตัวเองเมื่อเข้ามาในห้อง ยกมือขึ้นสางผมตัวเองแรงๆ แล้วฉันควรทำตัวยังไงถ้าเจอเขาอีก จากที่มึนๆ ตอนนี้สร่างเป็ปลิดทิ้ง