ท่ามกลางอากาศอันหนาวเย็นซูเหม่ยถิงกำลังนอนเนื้อตัวหนาวสั่นอยู่ภายใต้ผ้าห่มที่ทั้งเก่าและทั้งบางแม้ว่าอากาศรอบกายจะหนาวเย็นจนบาดลึกไปถึงกระดูกแต่ยามนี้เนื้อตัวของนางกลับร้อนระอุและเ็ปรวดร้าวไปทั้งร่างนางรู้ตัวดีว่าหากไม่ได้รับการรักษาในตอนนี้ ชีวิตน้อยๆของนางก็คงจะไม่อาจจะรักษาเอาไว้ได้แล้วแต่ด้วยฐานะของนางในตอนนี้อย่าว่าแต่การรักษาเลยแค่น้ำอุ่นสักแก้วนางก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ร้องขอในยามนี้สิ่งที่ทำได้ก็คือนั่งรอให้ความตายคืบคลานเข้ามาตนเองด้วยความทุกข์และทรมานเพียงเท่านั้น
“นางเป็อย่างไรบ้าง” เสียงพูดคุยเบาๆที่อยู่นอกห้องทำให้ซูเหม่ยถิงได้แต่ยิ้มเยาะออกมาอย่างบางเบานางจดจำเสียงที่อยู่ด้านนอกได้ดีว่าคือเสียงของจ้าวเสวี่ยชิงสหายรักั้แ่วัยเยาว์ของนางเองหลายปีมานี้สหายผู้นี้ของนางใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจที่นางมอบให้มาทำลายและทำร้ายนางครั้งแล้วครั้งเล่ากลว่าจะรู้ตัวนางก็สูญสิ้นทุกอย่างทั้งลูกทั้งสามีและยามนี้ก็กำลังจะสูญเสียชีวิตอยู่รอมร่อแล้วเพียงแต่คิดไม่ถึงว่านางตกต่ำจนถึงขั้นนี้แล้วจ้าวเสวี่ยชิงจะยังติดตามมาสร้างความลำบากให้ถึงที่นี่
“คงจะไม่พ้นคืนนี้แล้วล่ะเ้าค่ะฮูหยินจะเข้าไปดูหรือไม่เ้าคะ”เสียงสาวใช้ที่เฝ้าหน้าห้องถามด้วยความน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอาอกเอาใจทำให้ซูเหม่ยถิงยิ้มบางๆออกมาอีกครั้ง ในกาลก่อนสาวใช้คนนี้ยังเคยล้อมหน้าล้อมหลังเอาอกเอาใจนางอยู่เลยคิดไม่ถึงว่าตอนนี้จะกลับกลายเป็เช่นนี้แล้วคนที่ทำให้นางย่ำแย่จนกำลังจะตายเช่นนี้สาวใช้ที่มีนามว่าปี้หลันผู้นี้ก็นับว่ามีส่วนอยู่ไม่น้อย
“เข้าไปดูสักหน่อยก็ดีเหมือนกันข้าเองก็อยากจะดูให้เห็นกับตาว่านางกำลังจะตายจริงหรือไม่”เมื่อได้ยินเช่นนี้นั้นซูเหม่ยถิงก็พยายามขยับเนื้อตัวอันหนักอึ้งจัดท่าทางของตนเองให้ดูน่าอนาถาน้อยที่สุดแต่น่าเสียดายที่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรนางก็คงไม่อาจจะดูดีได้มากไปกว่านี้แล้ว
สุดท้ายภาพที่จ้าวเสวี่ยชิงเดินเข้ามาเห็นก็คือภาพสตรีผู้มีร่างกายผอมบางและซูบซีดกำลังนอนขดตัวอยู่บนพื้นหันหน้ามาทางนางและกำลังจับจ้องนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
“จะตายอยู่แล้วความผยองของเ้าก็ยังคงสูงเสียดฟ้าเท่าเดิมอยู่สินะเหม่ยถิงในฐานะที่เราสองคนเคยเป็สหายกันสภาพเช่นนี้ของเ้าทำให้ข้าอดรู้สึกสมเพชไม่ได้จริงๆ”คำพูดของจ้าวเสวี่ยชิงทำให้ซูเหม่ยถิงมอบรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันให้แก่นาง
“ต้องขอบคุณเ้าแล้วที่ทำให้ข้าตกมาอยู่ในสภาพนี้”แม้ว่าจะไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อสู้แต่ซูเหม่ยถิงก็ยังคงไม่ยอมแพ้ยังคงพยายามปะทะฝีปากกับคู่อริของตนแม้ว่าสภาพของนางในตอนนี้จะย่ำแย่มากเต็มที
“ที่เ้าเป็เช่นนี้ใช่เป็เพราะข้าแต่เื่ทั้งหมดล้วนเป็เพราะเ้าเองทั้งสิ้นชายอื่นในใต้หล้ามีอยู่มากมายเ้าไม่หมายตากลับคิดมาหมายตาคนที่ข้าชื่นชอบอยู่”
“คนที่เ้าชื่นชอบอยู่ ฮ่าฮ่าเสวี่ยชิงหากเ้าบอกกับข้ามาสักคำว่าเ้าชอบเขามีหรือที่ข้าจะแต่งกับเขาถ้อยคำแสดงความยินดีท่าทีดีอกดีใจของเ้าที่แสดงออกมามันทำให้ข้าหลงเข้าใจว่าเ้ารู้สึกยินดีกับข้าจากใจจริงข้าไม่ใช่ผู้วิเศษเสียหน่อยจึงจะล่วงรู้ความคิดภายในใจของเ้าได้”คำพูดของซูเหม่ยถิงทำให้จ้าวเสวี่ยชิงหันไปส่งสายตาขับไล่สาวใช้ออกไปเมื่อเหลือกันเพียงลำพังสองคนแล้วนางจึงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดูแคลน
“ไม่ใช่ผู้วิเศษหรือ หึหึแม้ว่าเ้าจะไม่ใช่ผู้วิเศษแต่เ้าที่มีฐานะเป็ถึงท่านหญิงมีศักดิ์และฐานะสูงส่งกว่าข้ามากต่อให้ข้าบอกกับเ้าตามตรงว่าชอบเขาข้าในตอนนั้นก็คงยากที่จะได้เข้าใกล้ตำแหน่งฮูหยินของติ้งหย่วนโหวเื่นี้ต้องขอบคุณเ้าที่ช่วยปูทางให้ข้า หากไม่มีเ้าข้าก็คงยากที่จะได้เข้าออกจวนติ้งหย่วนโหวแต่ตอนนี้หากยังมีเ้าอยู่ก็จะกลายเป็สิ่งที่กีดขวางทางข้าจึงเป็เื่แน่นอนแล้วที่เ้าจะต้องถูกกำจัดให้พ้นทางของข้า”คำพูดของจ้าวเสวี่ยชิงทำให้ซูเหม่ยถิงได้แต่ส่ายหน้า
“เ้าช่างเป็สหายที่ดีของข้าจริงๆจ้าวเสวี่ยชิงข้าแค่อยากจะรู้ว่าเ้าใช้วิธีไหนจึงได้ซื้อตัวสาวใช้และแม่นมของข้าได้เ้าทำอย่างไรคนเ่าั้ที่อยู่กับข้ามาเนิ่นนานั้แ่ข้ายังเล็กรวมตัวกันหักหลังข้า”
ซูเหม่ยถิงถามพลางคิดถึงชิวอี๋และแม่นมกุ้ยที่ร่วมมือกันให้ร้ายนางทำให้สามีของนางเข้าใจว่านางพึงใจผู้อื่นอีกทั้งยังช่วยกันเป็พยานว่านางเป็คนวางแผนทำร้ายจ้าวเสวี่ยชิงด้วยการวางยาในน้ำแกงบำรุงครรภ์ผลสุดท้ายนางไม่เพียงถูกจ้าวเสวี่ยชิงแย่งตำแหน่งฮูหยินเอกของจวนติ้งหย่วนโหวไปนางยังถูกโบยตีจนได้รับาเ็เจียนตายแล้วก็ถูกส่งตัวมาคุมขังในศาลบรรพชนสกุลเซี่ยของติ้งหย่วนโหวผู้เป็สามีของนางอีกด้วยในใจของนางก็ได้แต่คิดว่าจ้าวเสวี่ยชิงผู้นี้ใช้วิธีไหนหรือมอบผลประโยชน์อะไรให้ทั้งชิวอี๋และแม่นมกุ้ยที่อยู่กับนางมาั้แ่นางจำความได้จึงได้ยินยอมให้ความร่วมมือกับจ้าวเสวี่ยชิงทำร้ายนางจนสูญสิ้นทุกอย่างเช่นนี้
“ทุกอย่างบนโลกใบนี้มักจะซื้อได้ด้วยเงินแม้ว่าฐานะของข้าคนนี้จะต่ำต้อยแต่สิ่งที่ข้ามีไม่ด้อยไปกว่าเ้าเลยก็คือเงินทองเ้าคิดว่าคนของเ้าถูกเ้าซื้อใจด้วยคำว่าความผูกพันและน้ำใจแล้วก็จะเพียงพอหรือพวกนางสองคนรวมถึงคนอื่นๆ ที่อยู่รอบกายของเ้าก็ล้วนถูกซื้อได้ด้วยเงินทั้งนั้นแหละ”จ้าวเสวี่ยชิงพูดพลางก้มหน้าลงไปมองดวงหน้างามที่แม้ว่าจะซูบซีดและผอมตอบไปบ้างแต่ก็ยังคงมีเค้าความงามอยู่
“ท่านพี่เองก็เช่นกันต่อให้รักเ้ามากเพียงใดแต่เมื่อเห็นเงินของข้าก็ยังอดตาลุกไม่ได้เขารีบรับข้าเข้าไปเป็ภรรยาอีกคนเพื่อจะได้จับจ่ายเงินของข้าได้อย่างสบายใจที่สำคัญยามที่ข้าพูดสิ่งใดเขาก้ล้วนเชื่อข้าทั้งสิ้น”คำพูดของจ้าวเสวี่ยชิงทำให้ซูเหม่ยถิงได้แต่พยักหน้า
“เป็ข้าที่โง่งมเองคิดว่าเขาชอบพอข้าจากใจจริง ที่แท้ก็คาดหวังในสินเดิมของข้าพอรู้ว่าแตะต้องสินเดิมของข้าไม่ได้เขาก็เลยหันไปหาเ้าที่อยู่ใกล้มือและคว้าจับได้อย่างง่ายดายแต่เ้าอย่าได้ลืมเล่าหากวันใดที่เงินของเ้าหมดสังขารของเ้าเริ่มโรยราถึงยามนั้นสภาพของเ้าก็อาจจะไม่ต่างจากข้าในยามนี้ก็เป็ได้”เมื่อได้ยินคำพูดของซูเหม่ยถิง จ้าวเสวี่ยชิงก็หัวเราะเยาะออกมา
“ข้าน่ะหรือที่จะมีสภาพเช่นเ้าข้าไม่ใช่คนโง่งมเช่นเ้าเสียหน่อย หึหึนี่เ้ายังไม่รู้อีกหรือว่าเพราะอะไรเ้าจึงไม่ตั้งครรภ์เสียที”จ้าวเสวี่ยชิงพูดพลางจ้องมองซูเหม่ยถิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสาแก่ใจเมื่อได้เห็นว่าดวงตาของซูเหม่ยถิงมีร่องรอยของความเ็ปจากการถูกหักหลังปรากฏขึ้นมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน
“แค่สร้อยคอเพียงไม่กี่เส้นปิ่นปักผมเพียงไม่กี่อันแม่นมของเ้าก็พร้อมที่จะทำทุกทางให้เ้าไม่อาจจะตั้งครรภ์ได้เ้าคงคิดไม่ถึงกระมังว่าน้ำแกงบำรุงที่แม่นมของเ้าต้มด้วยมือของตนเองในทุกเช้าจะใส่ยาบางอย่างที่ทำร้ายร่างกายของเ้าอยู่”
“จ้าวเสวี่ยชิง!ชาตินี้ข้าคงจะหมดโอกาสได้แก้แค้นเ้าแล้วหากชาติหน้ามีจริงข้าขอสาบานเอาไว้ตรงนี้เลยว่าข้าจะต้องทวงคืนความเป็ธรรมให้ตนเองและแก้แค้นคนอย่างเ้าให้ได้”เมื่อซูเหม่ยถิงพูดเช่นนี้จ้าวเสวี่ยชิงก็พยักหน้า
“ถ้าเ้ามีความสามารถก็เชิญลงมือได้เต็มที่ค่ำคืนในวันนี้คงจะหนาวเป็อย่างมากไม่ต้องกลัวนะข้าจะสั่งให้คนเพิ่มความอบอุ่นให้เ้าเอง”จ้าวเสวี่ยชิงพูดพลางหัวเราะออกมาแล้วจึงได้เดินจากไป ทิ้งให้ซูเหม่ยถิงนอนรอความตายอยู่ในห้องเพียงลำพัง