"องค์หญิงใหญ่เพคะ ท่านราชบุตรเขยกลับมาถึงแล้วเพคะ"
เสียงของคนรับใช้ที่ดังมาจากด้านนอกทำให้สตรีร่างบางเ้าของใบหน้าแสนอ่อนหวานและอ่อนโยนรีบหันไปมองยังต้นเสียง
องค์หญิงเล่อเย่ว พระธิดาองค์แรกในจินป๋อฮ่องเต้ที่เกิดจากฮองเฮา ถูกส่งมาตบแต่งเป็ภรรยาของแม่ทัพแดนเหนือิลูซือหลายปีแล้ว แต่ทว่านางก็ยังไม่มีทายาทสืบสกุลให้แก่สกุลิเลยแม้แต่คนเดียว
ด้วยภาระหน้าที่แม่ทัพแดนเหนือทำให้ผู้เป็สามีต้องใช้เวลาส่วนมากรักษาความสงบอยู่ที่ชายแดน เขาต้องจากนางไปทำหน้าที่ั้แ่เพิ่งจะแต่งงานได้สามวันด้วยซ้ำ นานทีถึงจะกลับมา กลับมาก็เอาแต่ขลุกอยู่ในจวนของตนเพื่อจัดการงานต่อ ทำให้สองสามีภรรยาแทบไม่ค่อยมีเวลาได้ใช้ร่วมกันเลยแต่องค์หญิงเล่อเย่วก็เข้าใจผู้เป็สามีดี
"ท่านพี่กลับมาแล้วงั้นหรือ"
รอยยิ้มหวานประดับประดาอยู่บนใบหน้างามก่อนที่ร่างบางภายใต้อาภรณ์เนื้อดีและเครื่องประดับแสนมีค่าสมฐานะองค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นอิงจะรีบลุกขึ้นออกไปหาสาวใช้คนสนิทที่รออยู่ด้านนอก
"เพคะ หม่อมฉันแอบได้ยินบ่าวในเรือนไป่พูดกันว่าจะจัดเตรียมอาหารและยาไปให้ท่านราชบุตรเขย"
แม้จะแต่งออกมาแล้ว แต่นางยังคงเป็องค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นอิง จึงมีนางกำนัลติดตามมาจากวังหลวงไม่ต่ำกว่ายี่สิบนาง ทั้งยังมีองครักษ์และทหารอีกจำนวนหนึ่งที่ตามมาคอยดูแลอยู่ที่จวนตระกูลิด้วย
"ท่านพี่าเ็งั้นเหรอ รีบไปเอายาในหีบของข้าออกมาและจัดสำรับให้ท่านราชบุตรเขยเอาไปที่เรือนไป่เร็วที่สุด"
เมื่อได้ยินว่าสามีาเ็ คนเป็ภรรยาก็นึกห่วงขึ้นมาทันที รีบเดินตรงไปยังเรือนไป่อันเป็เรือนที่สามีของนางทำงานและพักผ่อนเป็หลักอย่างเร่งรีบแต่ก็ไม่วายสั่งให้บ่าวรับใช้ไปเตรียมอาหารและยาพิเศษที่นางได้มาจากหมอหลวงในวัง
"ถวายบังคมองค์หญิงใหญ่พ่ะย่ะค่ะ!"
อู๋เจ๋อที่ออกมาข้างนอกหลังจากปล่อยให้ผู้เป็นายพักผ่อนรีบทำความเคารพฮูหยินน้อยของจวน
"ไม่ต้องมากพิธี ตอนนี้เราเป็ฮูหยินของจวนิ เป็ฮูหยินน้อยแล้ว ไม่ใช่องค์หญิงอีก พูดกับเราตามสบายเถอะ"
น้ำเสียงแสนอ่อนโยนและความไม่ถือตัวของสตรีสูงศักดิ์ทำให้อู๋เจ๋อยิ่งชื่นชมสตรีตรงหน้าไม่น้อย องค์หญิงผู้นี้นิสัยใจคออ่อนโยน งดงาม อ่อนหวาน และมีเมตตาต่างกับคนน้องตอนนี้ลิบลับ
รายนั้นแม้จะงดงามยิ่งกว่าคนพี่ เพราะในบรรดาธิดาทั้งสามพระองค์ของจินป๋อฮ่องเต้ องค์หญิงหนิงหลงถือว่างดงามที่สุด นางงดงามปานล่มแคว้น แต่ทว่ากลับภายใต้ความงดงามกลับเต็มไปด้วยความน่ากลัวจนแม้แต่อู๋เจ๋อที่เป็ชายชาตินักรบยังนึกเกรงั้แ่แรกเห็น
"ขอรับ"
"ท่านพี่เป็ยังไงบ้าง ข้าได้ยินว่าท่านพี่าเ็ เกิดเหตุอะไรขึ้น ข้าขอเข้าไปดูได้หรือไม่?"
คำถามจากฮูหยินน้อยทำให้อู๋เจ๋อถึงกับชะงัก เขาก็อยากบอกอยู่หรอกว่าสามีของนางโดนน้องสาวต่างมารดาของนางนั่นแหละทำร้าย แต่ก็ไม่สามารถพูดมันออกมาได้
"ระหว่างกลับเราโดนลอบโจมตี เลยปะทะกันขอรับ แต่ท่านแม่ทัพไม่ได้เป็อะไรมาก ท่านหมอบอกว่าพักอีกสองสามวันก็จะดีขึ้น ตอนนี้ท่านแม่ทัพกำลังหลับอยู่ขอรับ"
การหลีกเลี่ยงไม่เจอกับฮูหยินของตนเองคือสิ่งที่ผู้เป็นายของอู๋เจ๋อทำมาตลอด คนเป็บ่าวก็เลยต้องไหลตามน้ำไปด้วย
"งั้นเราขอฝากยานี้ไว้ให้ท่านพี่ก็แล้วกัน อีกเดี๋ยวจะให้เด็กยกสำรับมาให้ ไว้ท่านพี่พักผ่อนเต็มที่ก่อนข้าจะมาเยี่ยมใหม่"
องค์หญิงใหญ่ไม่ดึงดันจะเข้าไปด้วยเข้าใจว่าอีกฝ่ายเจตนาให้ตนกลับมากกว่าจะเข้าไป
"ขอรับฮูหยินน้อย"
อู๋เจ๋อทำความเคารพก่อนจะมองตามแผ่นหลังบางไปด้วยความสงสาร องค์หญิงผู้นี้อยู่ที่นี่อย่างสงบ ไม่เคยมีปากมีเสียง ไม่เคยใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกคนที่นี่เลย มิหนำซ้ำยังดูแลคนในจวนิเป็อย่างดี
อู๋เจ๋อเองก็ไม่เข้าใจนางของตนว่ามีฮูหยินที่ดีและเพียบพร้อมขนาดนี้ เหตุใดถึงไม่รักษาไว้ให้ดี เอาแต่คิดจะหนีหน้าเมียตัวเองอยู่ตลอด แต่พอกับคนที่คิดอยากอยู่ใกล้ก็ดันเป็คนที่ไม่ควรเข้าใกล้เสียนี่
"ความรักช่างเข้าใจยากแท้"
"เ้าตบแต่งเข้าจวนิมาหลายปีแล้วนะ เล่อเอ๋อร์ เหตุใดถึงยังไม่มีเ้าก้อนแป้งน้อยให้แม่เชยชมเสียที"
สุรเสียงจากมารดาของแผ่นดินเอ่ยถามบุตรสาวที่เข้าวังมาเยี่ยมเยือนหลังจากที่เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในจวนของสามีของนางมาหลายปี น้อยครั้งที่บุตรสาวของนางจะกลับเข้าวังมาหานาง นอกเสียจากนางให้คนไปตามหรือมีพิธีการสำคัญเท่านั้น
"เสด็จแม่ ท่านพี่มีงานมากมายในมือ ตอนนี้ลูกได้ยินมาว่าทัพเฮยหลงแข็งแกร่งยิ่งนัก ท่านพี่เองคงกำลังเคร่งเครียดอยู่กับเื่นี้"
เพราะทุกครั้งที่มาก็ถูกเร่งเร้าให้มีบุตรเสียที องค์หญิงเล่อเย่วที่ยังไม่ปรารถนาจะมีบุตรจึงไม่อยากมานัก นางใฝ่ฝันอยากเลี้ยงดูก้อนแป้งั้แ่อยู่ในครรภ์กระทั่งคลอดออกมาโดยมีผู้เป็สามีเคียงข้าง ช่วยกันประคบประหงมพยานรัก แต่ภาระหน้าที่ของสวามีนางในตอนนี้ไม่เอื้อให้ทำแบบนั้นได้
"เ้ารู้เื่ทัพเฮยหลงได้ยังไง?"
น้ำเสียงที่เข้มขึ้นและใบหน้าที่แปรเปลี่ยนขึงขังของมารดาทำให้องค์หญิงใหญ่แปลกใจ
"ลูกเป็ฮูหยินแม่ทัพย่อมต้องรู้อยู่แล้วเพคะ ทำไมเสด็จแม่ถึงดูใละเพคะ?"
เฟิ่งหรั่นฮองเฮา พยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติกลับมายิ้มแย้มให้บุตรเมื่อรู้ตัวว่านางออกอาการมากเกินไป
"ไม่มีอะไรหรอก ช่างเถอะ เ้าไปหาน้องเ้าเถอะ"
"เพคะ"
ลับแผ่นหลังของบุตรสาว ใบหน้างามที่ไม่ได้ล่วงเลยตามวัยของฮองเฮาก็กลับมาเคร่งเครียดอีกครั้ง
"เื่ที่ให้สืบไปถึงไหนแล้ว ทำไมยังไม่มีใครยืนยันต่อข้าได้อีกว่าองค์หญิงผู้นั้นใช่นางหรือไม่?"
"ทูลฮองเฮา คนของเราที่แฝงตัวไปในงานฉลองพระราชสมภพของฮ่องเต้แคว้นจ้านคาดว่าน่าจะถูกฆ่าตายทั้งหมดแล้วเพคะ"
ความล้มเหลวคือสิ่งที่เฟิ่งหรั่นฮองเฮาได้รับมาตลอดหลายปี ครั้งแรกนางล้มเหลวกับการเขี่ยสนมต่ำต้อยที่สวามีของนางหลงใหลจนแทบไม่เห็นหัวนาง ครั้งที่สองก็ล้มเหลวกับการทำให้มารหัวขนในท้องหญิงแพศยานั้นไม่ให้ได้ลืมตาดูโลก
ครั้งที่สามก็ล้มเหลวกับการพยายามผลักไสสองแม่ลูกออกไป ครั้งที่สี่ก็ล้มเหลวกับการส่งเด็กที่เป็เหมือนหนามทิ่มแทงใจของนางไปตาย มาครั้งนี้ก็ยังล้มเหลวซ้ำๆ
"์ ท่านจะกลั่นแกล้งข้าไปถึงไหน ข้าคือแม่ของแผ่นดิน เหตุใดท่านถึงปล่อยให้นางสนมต่ำต้อยนั่นชนะข้าอยู่ร่ำไป!"
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นเอ่ยวาจาลุแก่โทษต่อสรวง์ที่เหมือนจงใจแกล้งนางให้พ่ายแพ้ต่อนางสนมต่ำต้อยอยู่เสมอ นางมีแรงสนับสนุนจากตระกูลของบิดาที่กุมอำนาจไม่น้อยในราชสำนัก มีอำนาจเหนือวังหลัง มีตำแหน่งฮองเฮาที่สูงส่ง แต่ทว่ากลับไปเคยได้เฉียดกายเข้าไปััหัวใจของบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็สามีแม้เพียงเสี้ยว
"หากมันยังมีชีวิตอยู่ ข้าให้สาบานจะส่งมันลงนรกตามไปอยู่กับเ้าแน่ ชิงเหลียนฮวา!"
"ถวายพระพรกู้หลุนเฟยหลงกงจู่พ่ะย่ะค่ะ!"
น้ำเสียงเข้มที่เต็มได้ด้วยความยียวนกวนประสาททำให้สตรีภายใต้อาภรณ์บุรุษที่นั่งตรวจฎีกากองใหญ่ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ในแคว้นจ้านนี่ นอกจากคนสนิทของนางแล้วไม่มีใครที่กล้ามาล้อเล่นกับนางแบบนี้หรอกนอกจากจิ้งจอกเ้าเล่ห์ตัวนี้
"ข้าเรียกเ้ามาที่นี่งั้นเหรอ?"
น้ำเสียงหวานแสนราบเรียบเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาไปมองผู้มาใหม่
"ไม่พ่ะย่ะค่ะ"
"แล้วเสนอหน้ามาทำไม?"
"ช่างใจร้ายเสียจริง เหตุใดองค์หญิงผู้ทรงเมตตาและคุณธรรมถึงได้ใจร้ายกับราษฎรตัวเล็กๆ เช่นกระหม่อมขนาดนี้กัน"
คำพูดตัดพ้อแต่ทว่าน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยการล้อเลียนทำให้ดวงตาคู่สวยช้อนมองผู้มาใหม่อย่างดุดัน
เป็เพียงราษฎรตัวเล็กๆ อย่างนั้นหรือ หากไท่หย่งอี้ รองแม่ทัพแดนใต้ บุตรชายเพียงคนเดียวของแม่ทัพแดนใต้แห่งแคว้นจ้านคนนี้เป็เพียงราษฎรตัวเล็กๆ คนอื่นก็คงเป็เพียงเศษฝุ่นกระมัง
บุรุษวัยฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่กำยำ ใบหน้างามไม่แพ้เทพเซียนแต่ทว่ากลับเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์อย่างไม่น่าไว้ใจ
"ออกไป!"
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเด็ดขาดทำให้ผู้มาใหม่รู้ตัวว่าเขาควรเลิกเล่นได้แล้วก่อนที่จะโดนัตัวนี้ขย้ำด้วยขี้ความรำคาญ
"กระหม่อมเพียงเย้าพระองค์เล่นเอง มาวันนี้แค่มาแจ้งข่าว ในเขตแดนใต้ติดกับแคว้นอิงมีเื่ประหลาดเกิดขึ้น เราพบชาวบ้านเป็โรคประหลาด"
เมื่อเห็นว่าเป็เื่สำคัญจริงๆ มือบางจึงยอมวางพู่กันในมือลงและฟังข่าวจากผู้มาใหม่
"โรคนี้ทำให้ชาวบ้านอ่อนแรง ไร้กำลัง แล้วก็ค่อยๆ อ่อนแอลง มันไม่ได้เกิดขึ้นภายในเวลาอัดรวดเร็วแต่มันค่อยๆ ออกฤทธิ์ ท่านหมอที่องค์หญิงให้ประจำอยู่ที่นั่นบอกว่าโรคนี้เกิดจากยาพิษที่ถูกปล่อยผ่านแหล่งน้ำ"
"แล้วท่านหมอจิ้งหาทางรักษาได้หรือยัง?"
"กำลังหาทางพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้เราแยกคนป่วยกับคนไม่ป่วยและปิดเขตแดนไม่ให้มีการเคลื่อนที่ของชาวบ้านแล้ว และกำลังหาคนที่ทำอยู่พ่ะย่ะค่ะ"
ไท่หย่งอี้เอ่ยรายงานสถานการณ์ในเขตของตน พรางมองสตรีตรงหน้าที่เหมือนกำลังพิเคราะห์อะไรบางอย่างอยู่ แม้ตรงนั้นจะเป็เขตที่เขาและบิดาเป็คนดูแล แต่ทว่าอำนาจเต็มกลับไม่ได้เป็ของพวกเขาแต่เป็ของฮ่องเต้ที่ตอนนี้มอบมันให้สตรีผู้นี้แทน
"ห่าวเกอ!"
"พ่ะย่ะค่ะองค์หญิง"
"ให้มู่เกอนำหมอจากทัพของเรา อาหารและยาที่จำเป็ไปพร้อมกับรองแม่ทัพ ช่วยดูแลคนที่นั่นจนกว่าข้าจะเปลี่ยนคำสั่ง ส่งสาส์นไปยังวังหลวง บอกว่าข้าขอหมอหลวงจากที่นั่นที่มีความรู้เื่ยาพิษส่งไปที่แดนใต้โดยเร็วที่สุด"
ซีห่าวรับคำสั่งจากผู้เป็นายก่อนจะรีบออกไปจัดการ เพราะคำว่าเร็วที่สุดขององค์หญิงของเขานั่นหมายความว่าต้องเดี๋ยวนั้น
"องค์หญิงคิดว่าเป็ใครกันหรือพ่ะย่ะค่ะ ที่กล้าทำแบบนี้กับเรา"
ไท่หย่งอี้แสร้งหยั่งเชิงทั้งที่พอเดาได้ว่าการที่นางส่งคนสนิทของตนเองไปกับเขาด้วยนั่นแปลว่านางก็ไม่ได้ไว้ใจพวกเขานัก
"นั่นเป็หน้าที่ของเ้าที่ต้องไปสืบหาว่ามันเป็ใคร!"
ไม่มีคำไล่แต่การที่ใบหน้าสวยก้มลงกลับไปอ่านฎีกาในมือหมายความว่านางไม่้าพูดคุยกับเขาอีกแล้วและเขาควรไสหัวไปจากกระโจมของนางให้เร็วที่สุด
"เช่นนั้นกระหม่อมทูลลา"
ไม่มีเสียงตอบรับเช่นเดิม ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้ไท่หย่งอี้แปลกใจนักกับความเ็าของสตรีผู้นี้ ใบหน้าแสนหล่อเหลามีรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะละสายตาจากใบหน้าแสนงดงามและเดินจากมา
"เ้าจะมองข้ามข้าแบบนี้อีกกี่หนกัน องค์หญิงผู้ถูกลืม!"
"พวกเขาดูจะมีความเคลื่อนไหวบ้างแล้ว คงเป็เพราะเื่ที่ฝ่าาแต่งตั้งเ้าเป็กู้หลุนกงจู่กระมัง"
ซีห่าวที่ออกไปจัดการตามที่ได้รับคำสั่งเรียบร้อยแล้ว กลับมารับสำรับพร้อมกับน้องสาวของเขา หัวข้อที่ถูกพูดถึงก็หนีไม่พ้นเื่ที่แม่ทัพแดนใต้เริ่มเคลื่อนไหวบางอย่าง
"แม่ทัพแดนใต้ไม่ใช่คนที่สนใจเื่อำนาจ เขาคงเพียงแค่กังวลเื่ที่ข้าทำกับราชบุตรเขย"
แม่ทัพแดนใต้ถือเป็สหายสนิทของฮ่องเต้คนปัจจุบันที่ค่อนข้างตงฉินและเห็นแก่ประโยชน์ของแคว้นจ้านเป็ที่หนึ่ง
"เขาเป็แม่ทัพที่มีคุณธรรม ที่ผ่านมาหากข้าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับทัพหลวงเขาก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับข้า สิ่งเดียวที่เขากลัวคือสักวันข้าจะนำภัยมาสู่แคว้นจ้านก็เท่านั้น"
เฟยหลงเองก็รู้จักแม่ทัพคนนี้ดีและหยั่งเชิงกันอยู่หลายครั้ง ั้แ่นางวันที่นางช่วยเหว่ยหยางฮ่องเต้ไว้เมื่อห้าปีก่อนด้วยความบังเอิญ จับพลัดจับพลูมาเป็องค์หญิงในเหว่ยหยางฮ่องเต้ จนตอนนี้ต่างคนก็ต่างหยั่งเชิงกันอยู่ตลอด
"แล้วเื่นั้น?"
ซีห่าวพยักหน้ารับ เพราะรู้ว่าน้องสาวเป็เด็กฉลาด หัวไวและอ่านคนได้ขาดเสมอ
"อยู่ที่ตัวไท่หย่งอี้ว่าเขาจะเลือกทางเดินแบบไหน ถึงตอนนั้น หากเขาไม่ได้เป็ภัยต่อเรา ก็ไม่มีเหตุอะไรให้ต้องหันดาบเข้าใส่กัน"
'เื่นั้น' ที่เป็ความลับของแม่ทัพและรองแม่ทัพแดนใต้คืออะไร เฟยหลงแม้รู้นานมากแล้วแต่ก็ไม่เคยก้าวก่าย
ชาติกำเนิดที่แท้จริงของจิ้งจอกเ้าเล่ห์ตัวนั้นไม่ได้มีผลอะไรกับนาง ตราบใดที่ไม่คิดร้ายต่อพี่น้องทัพเฮยหลง นางก็จะปล่อยให้ชะตาเป็ผู้ลิขิตชีวิตของเขา!
"แล้วเ้าคิดว่าเป็นางหรือเปล่า?"
คำถามจากผู้เป็นายเหนือหัวทำให้คิ้วของแม่ทัพหนุ่มที่พ่วงตำแหน่งราชบุตรเขยกระตุกเล็กน้อย คำถามแรกที่ฮ่องเต้ของตนถามเป็เื่นี้แทนที่จะเป็เื่อื่นที่เกี่ยวข้องกับแคว้นจ้านและแคว้นอิง นั่นหมายความว่าพระองค์ทรงตั้งใจแต่แรกให้เขาไปพิสูจน์เื่นี้
"กระหม่อมไม่แน่ใจพ่ะย่ะค่ะ แม้ใบหน้าของนางจะคล้ายคลึงกับองค์หญิงหนิงหลงแต่อย่างอื่น นางไม่ใช่"
น้ำเสียงราบเรียบไม่มีร่องรอยใดให้ผู้ฟังได้จับสังเกตว่าคำพูดที่ถูกเอ่ยออกมาไม่ใช่ความจริงทั้งหมด
"หมายความว่ายังไง!"
บุรุษผู้ทรงอำนาจถามด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นเมื่อคำตอบที่ได้มันไม่ตรงกับสิ่งที่คาดการณ์เอาไว้
"ทูลฝ่าา องค์หญิงหนิงหลงสุภาพ อ่อนโยน และไม่เคยคิดร้ายต่อใคร แต่องค์หญิงเฟยหลงผู้นั้นสุขุมเยือกเย็น โเี้ และเด็ดขาด รอบตัวนางมีไอสังหารแผ่ออกมาตลอดเวลา"
"กระหม่อมไม่รู้สึกเลยว่านางคือคนที่กระหม่อมเคยรู้จัก"
ดวงตาเรียวรีจากผู้เป็เ้าแห่งแผ่นดินจ้องมองบุตรเขยของตนเอง พรางใช้ความคิดพิเคราะห์
"งั้นก็ช่างเถอะ นางคงไม่อยู่แล้วจริงๆ เื่ที่องค์หญิงเฟยหลงทำร้ายเ้า เจิ้นจะหาทางจัดการให้ความเป็ธรรมแก่เ้า"
"ขอบพระทัยฝ่าา เช่นนั้นกระหม่อมทูลลา"
คล้อยหลังแม่ทัพแดนเหนือ ดวงตาเรียวรีดุจพญาเหยี่ยวก็จ้องมองไปที่หยกรูปัแสนสง่างามและสงบนิ่งที่พระองค์พกติดตัวไว้ตลอด ด้วยแววตาที่อ่อนแสงลง
"หลายวันก่อนราชบุตรเขยไปร่วมงานชู้รักของเ้าที่แคว้นจ้าน"
ร่างแสนบอบบางของสตรีบนเตียงที่นอนหันหลังให้ผู้มาเยือนเม้มปากแสนซีดเซียวเข้าหากัน เมื่อได้ยินคำส่อเสียดที่นางได้ยินมาตลอดหลายปีนับั้แ่ถูกคนใจชั่วพากลับมายังแคว้นอิงและกักขังนางเอาไว้
"มันเพิ่งแต่งตั้งลูกสาวบุญธรรมขึ้นเป็กู้หลุนกงจู่ ให้อำนาจกับเด็กหญิงผู้นั้นยิ่งกว่าฮองเฮาของมันเสียอีก มอบอำนาจให้มากมายขนาดนั้น เ้าคิดว่ามันรับนางเป็ลูกบุญธรรมหรืออย่างอื่นกันแน่"
ชิงเหลียนฮวาไม่ตอบรับและไม่หันกลับไปมองบุรุษที่นางเกลียดแสนเกลียดแม้เพียงเสี้ยว นางไม่อยากแม้กระทั่งหายใจร่วมกับชายผู้นี้ด้วยซ้ำหากแต่นางไม่อาจจะไปจากที่นี่ได้ นางเองก็ยังเชื่อว่าบุตรสาวคนเดียวของนางจะยังคงมีชีวิตอยู่ เชื่อว่าลูกสาวผู้แสนดีของนางจะต้องได้รับความคุ้มครองจะเทพ์
ชั่วชีวิตนับแต่อยู่ในครรภ์จนลืมตาดูโลกลูกสาวตัวน้อยของนางช่างอาภัพนัก เกิดมาเพราะมารดาถูกขืนใจไม่พอ ยังถูกบิดาของตนเองตราหน้าว่าเป็ลูกชู้อยู่ทุกคืนวัน
ทุกครั้งที่หลงเอ๋อร์ของนางเรียกหาพ่อ ทุกครั้งที่ลูกตัวน้อยแอบออกจากจวนร้างท้ายวังเพื่อไปแอบดูบิดาของตัวเองนั่งเล่นกับบุตรคนอื่นๆ แล้วร้องไห้กลับมา พร่ำถามนางว่าอ้อมกอดของผู้เป็บิดามันอบอุ่นหรือไม่ นางเองก็เ็ปจนหัวใจแทบสลายเช่นกัน
หลงเอ๋อร์ของนางพยายามจะเป็เด็กดีด้วยเชื่อว่าบิดาจะมาหาแต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่านางจะเป็เด็กดีเพียงไร ผู้เป็บิดาก็ไม่เคยมาหานาง ไม่เคยเลี้ยงดู ไม่เคยอุ้มชู ไม่เคยััตัวนางแม้เพียงเสี้ยว กระทั่งคำว่าพ่อ ชายสารเลวผู้นี้ก็ไม่ยอมให้ลูกของนางเรียกขาน
นางเองทำได้เพียงพร่ำขอโทษบุตรที่ทำให้นางต้องเกิดมาแบกรับปัญหาของผู้ใหญ่แบบนี้ นางได้แต่รอคอยเวลาให้ลูกเติบใหญ่เพื่อที่จะได้หนีไปจากชายใจร้ายด้วยกัน แต่สุดท้ายนางมาป่วยหนักเสียก่อน ลูกสาวของนางพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้หมอมารักษานาง ทว่าผู้ชายสารเลวนี้กลับฉวยโอกาสใช้มันเป็ข้อแลกเปลี่ยนส่งลูกของนางไปตาย
ชายสารเลวนี่กักขังนางไว้เหมือนสัตว์ ตราหน้านางว่ามีชู้ทั้งๆ ที่เขาเป็คนข่มเหงนางและบังคับให้นางมาเป็สนม แล้วยังส่งลูกของนางไปตายอีก
ชาตินี้ต่อให้ตายเหลือเพียงเศษเถ้าธุลีนางก็จะไม่มีวันให้อภัยต่อชายผู้นี้อย่างเด็ดขาด!
"สตรีนางนั้นชื่อเฟยหลง เฟยหลงที่แปลว่าัที่ทะยานบิน คล้ายกับชื่อของลูกสาวเ้าเลยนะ ว่าไหม?"
ชิงเหลียนฮวาที่กำมือตัวเองแน่นเพื่อระบายความเคียดแค้นในใจชะงักเล็กน้อย เพราะชื่อของบุตรสาวของนางนั้นหมายถึง ัแห่งความสงบ
"นอกจากความหมายของชื่อจะคล้ายแล้ว ใบหน้าก็คล้ายด้วย!"
ร่างบางที่นอนซมแทบกลายเป็ซากมนุษย์ผุดลุกขึ้นไปมองอีกฝ่ายทันทีด้วยหัวใจที่เหมือนต้นไม้ขาดน้ำมาแรมปีได้รับไอฝน
"เ้ารู้สึกยังไงบ้างฮวาเอ๋อร์ ลูกสาวของเ้าวันนี้ได้อยู่กับชู้รักของเ้าแล้ว คงสมใจเ้ามากสินะ"
ชิงเหลียนฮวาไม่ได้สนใจวาจาแสนร้ายกาจ ตอนนี้นางดีใจเหลือเกินที่ลูกสาวยังมีชีวิตอยู่ อาจจะต้องขอบคุณตัวนางที่อดทนมาถึงห้าปี หากวันนั้นนางชิงตายไปเสียก่อน นางคงไม่มีโอกาสได้พบหน้าลูกอีกแล้ว
พรึบ ขวับ!
"ปล่อย!"
พอได้เห็นรอยยิ้มแสนหวานที่ตนไม่เคยได้รับมันเลยมานานมากแล้ว ก็พลันนึกไปว่าสตรีที่ได้ชื่อว่าภรรยายิ้มเพราะชายชู้รักของนาง ความเกรี้ยวกราดพุ่งมาโจมตีจนเผลอกระชากร่างแสนบอบบางจนลอยลิ่วมานั่งอยู่บนตักแกร่ง
"เ้าเป็สมบัติของข้า อย่าได้หวังว่าเ้าจะไปจากข้าได้ วันใดที่เ้าคิดกลับไปหาไอ้ชู้รักนั่น ข้าจะบั่นคอลูกของเ้า แล้วควักหัวใจมันออกมาให้ดู!"
"คนสารเลว ข้าเกลียดเ้า จินป๋อ ข้าเกลียดทะ..อืออ!"
???? ???? ???? ???? ???? ???? ???? ???? ???? ???? ???? ???? ???? ???? ????
สปอยว่าทุกคนจะได้สาปอิพ่อั้แ่ต้นเื่ยันจบเื่เลยค่ะ
นางเอกของเราเป็ลูกคนรอง รองมาจากองค์หญิงใหญ่นะคะ อิพ่อมันไปเจอแม่หลังจากแต่งฮองเฮาแล้ว