หลี่ลั่วเดินเข้าไปยังชั้นใต้ดินของหอซ่อนตำราใช้เืหยดหนึ่งเปิดประตูเหล็กหนาที่สร้างขึ้นจากโลหะพิเศษ
เื้ัประตูเป็ห้องบำเพ็ญอันสว่างไสว
ห้องบำเพ็ญแห่งนี้ไม่ธรรมดาวัสดุที่ใช้สร้างนั้นเป็ทองคำ์บริสุทธิ์ทองคำ์เป็ทองคำชนิดหนึ่งที่ฝังซ่อนอยู่ใต้พื้นดินเป็โลหะพิเศษที่จะเกิดขึ้นจากการหล่อหลอมขัดเกลาจากพลังงานฟ้าดินเป็เวลานานหลายปีเท่านั้น
ดังนั้นทองคำ์จึงไม่เพียงแต่ถูกใช้เป็เงินตราในการซื้อขายแลกเปลี่ยนเท่านั้นแต่เพราะมันมีคุณสมบัติในการดูดกลืนพลังงานฟ้าดินได้อย่างดีเยี่ยมด้วยจึงส่งผลให้ห้องบำเพ็ญที่สร้างจากทองคำ์กลายเป็เป็สิ่งที่ขุมอำนาจใหญ่ทั้งหลายจำเป็ต้องมีเอาไว้
“ช่างหรูหราจริงๆ”
หลี่ลั่วใช้เท้าลูบพื้นแข็งๆพลางส่งเสียงชื่นชมจากที่เขาได้ยินมานั้นตอนที่พ่อแม่เขาสร้างห้องบำเพ็ญแห่งนี้ขึ้นมานั้นได้ใช้ทองคำ์ไปหลายแสนเหรียญเลยทีเดียวการบำเพ็ญที่นี่สามารถเห็นผลได้เร็วกว่าข้างนอกหลายเท่าตัวในอดีตมีเพียงพ่อกับแม่และเจียงชิงเอ๋อร์เท่านั้นที่เคยมาบำเพ็ญที่นี่ส่วนหลี่ลั่วนั้นเพิ่งจะเคยมาเป็ครั้งแรก
นี่มันบ้านทองคำของจริงชัดๆ
ต้องยอมรับว่าของแพงย่อมมีดีทองคำ์เหล่านี้ไม่ได้ถูกใช้ไปอย่างเปล่าประโยชน์เลยเพราะแค่เพียงหลี่ลั่วยืนอยู่ตรงนี้เขาก็สามารถััได้แล้วว่าพลังงานฟ้าดินของที่นี่มันหนาแน่นยิ่งกว่าข้างนอกอย่างเห็นได้ชัด
ในขณะที่กำลังชื่นชมอยู่นั้นหลี่ลั่วก็เดินมาถึงใจกลางห้องบำเพ็ญ ที่นี่มีแท่นหินอยู่สองแท่นบนแท่นมีเบาะรองนั่งอย่างดีวางไว้อย่างละอันเห็นได้ชัดว่าเป็ของที่พ่อกับแม่ของเขาใช้บำเพ็ญในอดีต
หลี่ลั่วจึงนั่งลงบนเบาะรองนั่งอันหนึ่งจากนั้นก็หยิบคัมภีร์ผลึกออกมา หลับตาลงท่องบทบำเพ็ญที่อยู่ในจินตภาพทะเลครามนั่น
ขณะเดียวกันลมหายใจของเขาก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนจังหวะไปตามจินตภาพทะเลคราม
สูดเข้าสามส่วนผ่อนออกหกส่วน หนักสี่เบาเก้า… จากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่าการทดลองใน่แรกๆนั้นย่อมต้องล้มเหลวไปหลายครั้งแต่ไม่นานนักพร์อันโดดเด่นของหลี่ลั่วก็เผยออกมาให้เห็นเขาสามารถจับเคล็ดสำคัญบางอย่างของจินตภาพทะเลครามได้อย่างรวดเร็วจากนั้นก็เริ่มเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง
หลี่ลั่วที่นั่งหลับตาบนเบาะรองนั่งจิตใจสงบนิ่งก็เริ่มค่อยๆ รู้สึกราวกับว่ามีเสียงน้ำทะเลไหลเอื่อยๆ ดังขึ้นข้างๆหู
คำว่าทะเลครามนั้นหมายถึงความยิ่งใหญ่และเย็นเยียบของสมุทรหลี่ลั่วจินตนาการว่าตัวเองกำลังนั่งสมาธิอยู่กลางทะเลปล่อยให้เกลียวคลื่นซัดสาดเข้าใส่อยู่อย่างนั้น
จากนั้นเขาก็ค่อยๆััได้ว่าพลังงานฟ้าดินรอบข้างเริ่มไหลเวียน ในบรรดาพลังงานเ่าั้มีพลังงานน้ำที่ทรงพลังที่สุดภายในนั้นยังแฝงไว้ด้วยพลังงานแห่งแสงสว่างอีกเล็กน้อยด้วย
พลังงานเหล่านี้ได้ไหลเข้าสู่ร่างกายของหลี่ลั่วอย่างช้าๆผ่านรูขุมขนและลมหายใจเข้าออก
ความอ่อนโยนของพลังงานน้ำความบริสุทธิ์ของพลังงานแสงสว่าง…
พลังงานทั้งสองสายไหลเวียนอย่างร่าเริงภายในร่างกายของหลี่ลั่วภายใต้การหล่อเลี้ยงของพวกมันร่างกายของหลี่ลั่วที่เดิมทีอ่อนแอเพราะเืลมแห้งเหือดก็ค่อยๆฟื้นฟูกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
หลังจากที่พลังงานทั้งสองสายไหลเวียนภายในร่างกายครบหนึ่งรอบแล้วสุดท้ายก็ไหลกลับไปรวมกันที่วิหารอัตลักษณ์ที่เปล่งประกายสีฟ้าครามกลายเป็พลังอัตลักษณ์ของหลี่ลั่ว
เมื่อพลังอัตลักษณ์ภายในวิหารอัตลักษณ์ค่อยๆเพิ่มมากขึ้น หลี่ลั่วก็เริ่มเคลิบเคลิ้มไปกับมันทุ่มสมาธิทั้งหมดไปกับการบำเพ็ญที่ได้มาอย่างยากลำบาก
เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัวชั่วพริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งวันแล้ว
สิ่งที่ทำให้หลี่ลั่วตื่นขึ้นจากการบำเพ็ญคือความรู้สึกเจ็บแปลบที่ส่งออกมาจากภายในร่างกาย
นั่นเป็สัญญาณเตือนจากร่างกายบอกกับเขาว่าการบำเพ็ญในวันนี้ถึงขีดจำกัดแล้ว
การใช้วิชาชักนำพลังงานมาดูดกลืนพลังฟ้าดินเช่นนี้จะสร้างภาระให้กับเส้นลมปราณของมนุษย์ด้วย ว่ากันว่ายิ่งเป็วิชาชักนำพลังระดับต่ำภาระที่เกิดขึ้นก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
และเมื่อถึงขีดจำกัดแล้วก็จะต้องหยุดการบำเพ็ญชั่วคราวรอพักฟื้นระยะหนึ่งก่อนจึงจะสามารถเริ่มบำเพ็ญต่อได้
ซึ่งตอนนี้หลี่ลั่วก็กำลังอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เอง
การหยุดชะงักกะทันหันเช่นนี้ทำให้หลี่ลั่วรู้สึกไม่เต็มใจเท่าไรนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะ “จินตภาพทะเลคราม”ที่เขาใช้บำเพ็ญนั้นเป็เพียงแค่วิชาระดับขุนพลเท่านั้นการที่สามารถบำเพ็ญได้นานขนาดนี้ก็นับว่าถึงขีดจำกัดแล้ว
ดูจากจุดนี้ก็พอจะแสดงให้เห็นได้แล้วว่าวิชาชักนำพลังงานระดับสูงนั้นมีความสำคัญต่อการบำเพ็ญพลังอัตลักษณ์มากเพียงใด
หากสามารถใช้วิชาชักนำพลังงานระดับสูงได้ั้แ่เริ่มบำเพ็ญใหม่ๆเลยละก็เมื่อสะสมไปนานวันเข้าย่อมต้องพัฒนาไปได้ไกลกว่าผู้อื่นหลายเท่าอย่างแน่นอน
แต่น่าเสียดายที่วิชาชักนำพลังงานระดับสูงนั้นหาได้ยากยิ่งอีกทั้งยังมีเงื่อนไขในการฝึกฝนที่เข้มงวดอย่างมาก อย่างน้อยๆแค่ระดับขั้นของอัตลักษณ์อย่างเดียวก็เพียงพอที่จะกีดกันผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่ออกไปแล้วซึ่งย่อมต้องรวมถึงหลี่ลั่วในตอนนี้ด้วย
ภายในคฤหาสน์ลั่วหลานของเขาเองก็ใช่ว่าจะไม่มีวิชาชักนำพลังงานระดับขุนนาง…แต่เท่าที่เขารู้ มันจำเป็ต้องใช้อัตลักษณ์ระดับเจ็ดเป็อย่างต่ำ
แต่โชคดีที่“จินตภาพทะเลคราม” ในตอนนี้เป็เพียงแค่ทางเลือกชั่วคราวของหลี่ลั่วเท่านั้นรอให้เขายกระดับขั้นของอัตลักษณ์ของตัวเองขึ้นไปได้แล้วค่อยเปลี่ยนไปฝึกฝนวิชาชักนำพลังงานระดับสูงกว่านี้ก็ยังไม่สาย
และเมื่อคิดจากเื่นี้แล้วการยกระดับขั้นของอัตลักษณ์นั้น มันก็ยิ่งเร็วยิ่งดีจริงๆ
หลี่ลั่วถอนหายใจออกมาจากนั้นก็ยื่นฝ่ามือออกมา ได้มีพลังอัตลักษณ์สีฟ้าครามสายหนึ่งค่อยๆปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา
นี่คือพลังอัตลักษณ์ที่เขาบำเพ็ญขึ้นมาได้
พลังอัตลักษณ์น้ำ...ขณะเดียวกันภายในยังมีพลังอัตลักษณ์แสงสว่างปะปนอยู่ด้วย
พลังของอัตลักษณ์ทั้งสองชนิดได้หลอมรวมเข้าด้วยกันหากเทียบกับพลังอัตลักษณ์น้ำเพียงอย่างเดียวแล้วมันย่อมต้องบริสุทธิ์กว่าอย่างไม่ต้องสงสัย
“พลังอัตลักษณ์ของข้าน่าจะถึงระดับสามตราแล้ว” หลี่ลั่วพึมพำกับตัวเอง
หลี่ลั่วในอดีตแม้ว่าจะมีปัญหาเื่ไร้อัตลักษณ์ทำให้การสะสมพลังอัตลักษณ์เป็ไปอย่างยากลำบาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีรากฐานเลยดังนั้นหลังจากการบำเพ็ญในครั้งนี้แล้วพลังอัตลักษณ์ของเขาจึงพุ่งขึ้นไปถึงระดับสามตราได้ในทันที
ดูจากความเร็วในการบำเพ็ญในตอนนี้แล้วหลี่ลั่วค่อนข้างมั่นใจว่าภายในหนึ่งสัปดาห์นี้เขาจะสามารถยกระดับพลังอัตลักษณ์ขึ้นไปได้ถึงระดับห้าตรา
ถึงแม้ว่าอัตลักษณ์ระดับสี่จะไม่ได้สูงส่งอะไรมากมายนักแต่หลี่ลั่วนั้นเป็ถึงคุณชายน้อยแห่งคฤหาสน์ลั่วหลานด้วยทรัพยากรบำเพ็ญมากมายมหาศาลแล้วเขาเชื่อมั่นว่าพัฒนาการของเขาจะต้องเหนือกว่าคนอื่นๆ ในวิทยาลัยอย่างแน่นอนรวมไปถึงเหล่าอัจฉริยะในตึกหนึ่งด้วย
“แต่แค่นี้มันยังไม่พอเนี่ยสิ”
หลี่ลั่วพึมพำกับตัวเองเพราะเดือนหน้าก็เป็วันสอบใหญ่ของวิทยาลัยแล้วเป้าหมายของเขาคือการเข้าเรียนในวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงซึ่งเงื่อนไขในการรับสมัครของวิทยาลัยระดับสูงสุดของอาณาจักรต้าเซี่ยแห่งนี้มันก็เข้มงวดอย่างมากเลยด้วย
ในแต่ละปีไม่รู้ว่ามีเด็กหนุ่มที่คิดว่าตัวเองโดดเด่นมากมายเพียงใดที่สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถข้ามผ่านมาตรฐานอันสูงส่งของวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงไปได้ต่อให้เ้าเอาหัวโขกประตูจนเืตกยางออก มันก็ไม่ยอมเปิดออกให้เข้าไปอยู่ดี
ดังนั้นหากหลี่ลั่ว้าไล่ตามให้ทันความเร็วในตอนนี้ก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี
“สุดท้ายแล้วยังไงข้าก็ต้องยกระดับขั้นของอัตลักษณ์ให้สูงขึ้นก่อนอยู่ดีสำหรับข้าแล้วระดับสี่มันต่ำเกินไป!”
หลี่ลั่วครุ่นคิดจากนั้นก็ลุกขึ้นยืน เดินออกจากห้องบำเพ็ญไป และในตอนที่เขาก้าวออกจากหอซ่อนตำราก็มีคนมารอเขาอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งก็ตรงเข้ามากล่าวกับเขาอย่างสุภาพทันที “คุณชายน้อยผู้จัดการไช่ให้ข้าน้อยมารายงานว่า ของที่ท่านให้เตรียมเอาไว้ได้ถูกส่งไปที่ห้องของท่านเรียบร้อยแล้ว”
เมื่อหลี่ลั่วได้ยินเช่นนั้นก็แอบชื่นชมในใจผู้จัดการไช่เวยผู้นี้สมกับเป็ผู้ช่วยฝีมือดีของพี่ชิงเอ๋อร์จริงๆทำงานได้มีประสิทธิภาพอย่างมาก เดิมทีเขาคิดว่าอย่างน้อยๆก็น่าจะต้องรอถึงพรุ่งนี้ถึงจะได้ของทั้งหมด
เขาโบกมือให้คนส่งสารคนนั้นถอยออกไปจากนั้นจึงเดินกลับไปที่ห้อง
ทันทีที่เข้าไปในห้องเขาก็เห็นกล่องไม้จันทน์ที่ถูกตกแต่งอย่างประณีตที่วางอยู่บนโต๊ะทันทีภายในกล่องบรรจุขวดแก้วใสสะอาดหลายสิบขวดเอาไว้อย่างเป็ระเบียบ
หลี่ลั่วหยิบขวดแก้วสองขวดขึ้นมาดูด้วยความสงสัยภายในขวดใบหนึ่งบรรจุของเหลวสีน้ำเงินเอาไว้ เมื่อเขย่าเบาๆก็ราวกับได้ยินเสียงสายน้ำไหลเอื่อยๆ
ส่วนขวดแก้วอีกขวดหนึ่งนั้นแปลกประหลาดยิ่งกว่าเดิมเพราะภายในนั้นราวกับบรรจุแสงสว่างเอาไว้ แสงสว่างนั่นมีลักษณะเป็เส้นๆราวกับเส้นไหม แต่บางครั้งก็ดูราวกับเป็ควันจางๆ
แต่ถึงแม้ว่าทั้งสองอย่างจะเป็ของเหลวกับแสงสว่างทว่าพวกมันกลับให้ความรู้สึกบริสุทธิ์เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน
“นี่ก็คือน้ำยาแสงวิเศษ?”
หลี่ลั่วส่งเสียงประหลาดใจเ้าสิ่งนี้ก็คือของที่มีเพียงนักเกลาอัตลักษณ์ที่มีทั้งอัตลักษณ์น้ำหรืออัตลักษณ์แสงสว่างเท่านั้นถึงจะสามารถหลอมสร้างขึ้นมาได้ซึ่งพวกมันก็เป็เหมือนกับยาโอสถเป็สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการบำเพ็ญของเหล่าผู้บำเพ็ญทุกคน
หลี่ลั่วหมุนขวดแก้วจากนั้นก็เห็นป้ายที่แปะอยู่บนนั้น
“น้ำยาผลึกครามระดับสี่ ประสิทธิภาพการขัดเกลา ห้าจุดแปด”
น้ำยาผลึกครามนับเป็สูตรน้ำยาระดับสี่ที่พบเห็นได้ทั่วไปในท้องตลาดส่วนประสิทธิภาพการขัดเกลาในที่นี้เพราะในขณะที่น้ำยาแสงวิเศษแต่ละขวดถูกดูดกลืนเข้าไปจะมีบางส่วนที่ถูกวิหารอัตลักษณ์ปฏิเสธและสลายทิ้งไปด้วยโดยส่วนที่สามารถผ่านการปฏิเสธตามธรรมชาติของวิหารอัตลักษณ์เข้าไปได้และสามารถสำแดงประสิทธิภาพในการขัดเกลาออกมาได้ก็จะถูกเรียกเป็ประสิทธิภาพการขัดเกลาของน้ำยาแสงวิเศษ
พูดง่ายๆก็คือ ยิ่งน้ำยาแสงวิเศษบริสุทธิ์มากเพียงใดประสิทธิภาพการขัดเกลาก็จะยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้นผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะยิ่งดีมากขึ้นไปด้วย
ประสิทธิภาพการขัดเกลาห้าจุดแปดของน้ำยาผลึกครามนี้หมายความว่าในระหว่างการใช้จะมีน้ำยาสี่จุดสองส่วนถูกสลายทิ้งไปทันทีกลายเป็ส่วนที่ไร้ประโยชน์
แต่การที่มีประสิทธิภาพถึงห้าจุดแปดได้ก็นับว่าผ่านเกณฑ์แล้วน้ำยาแสงวิเศษระดับสี่ในท้องตลาดส่วนใหญ่จะมีประสิทธิภาพการขัดเกลาอยู่ที่ประมาณห้าจุดหกน้ำยาแสงวิเศษที่สามารถมีประสิทธิภาพการขัดเกลาเกินกว่านี้ได้ล้วนแล้วแต่เป็ของชั้นเลิศทั้งสิ้นราคาก็ย่อมต้องแพงกว่ามากด้วย
เพราะสำหรับคนส่วนใหญ่แล้วการยกระดับขั้นของอัตลักษณ์มักจะมีขีดจำกัด ส่วนน้ำยาแสงวิเศษที่มีคุณภาพสูงนั้นภายในจะมีสิ่งเจือปนน้อยการใช้น้ำยาแสงวิเศษคุณภาพสูงเหล่านี้ก็จะทำให้วิหารอัตลักษณ์ของพวกเขาถูกสิ่งเจือปนกัดกร่อนจนปิดตัวลงช้ากว่าเดิม
หลี่ลั่วมองดูขวดแก้วใสสะอาดน่ารักตรงหน้าด้วยรอยยิ้มอันที่จริงตอนนี้ถือเป็่เวลาที่ความไร้อัตลักษณ์แต่กำเนิดของเขามันมีประโยชน์มากที่สุดแล้วเพราะคนอื่นๆต้องคอยกังวลว่าหากใช้น้ำยาแสงวิเศษมากเกินไปอาจจะทำให้สิ่งเจือปนไปกัดกร่อนวิหารอัตลักษณ์จนปิดผนึกตัวเองเร็วกว่าที่ควรจะเป็จึงต้องใช้น้ำยาแสงวิเศษอย่างรอบคอบ แต่เขา...กลับสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องกังวลเื่พวกนี้เลย
อัตลักษณ์แบบไร้อัตลักษณ์แต่กำเนิดทำให้เขาสามารถใช้มันได้อย่างไม่ต้องกังวล
ตอนนี้เขาจึงคิดจะลองดูว่าหากดูดกลืนน้ำยาแสงวิเศษทั้งห้าสิบขวดนี้เข้าไปทั้งหมดแล้วอัตลักษณ์ระดับสี่ของเขาจะสามารถยกระดับขึ้นไปได้อีกมากน้อยเพียงใด
เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้วหลี่ลั่วก็เริ่มใจเต้นเร็วขึ้นทันที