“เขาไม่สบายมากเลยนะพี่” พ่อของเธออธิบายให้พี่ชายฟัง “จะให้เขาอยู่เฉยๆไม่มีงานทำ ไม่มีเงินค่าจ้างเขาอยู่ไม่ได้แน่อีกอย่างหนึ่งเมียเขาก็ใกล้คลอดลูกอีกคนหนึ่งอยู่แล้ว สองคนผัวเมียนี่มีลูกเล็กๆตั้งสามคนนะครับ”
แต่ท่านเอิร์ลไม่ยอมฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น..
“ฉันมอบหมายหน้าที่ทั้งหมดให้กับผู้ดูแลที่ดินไปแล้วเขาจะจัดการยังไงมันก็เื่ของเขา ฉันไม่้าเข้าไปข้องเกี่ยว”
ซึ่งก็พ่อของเธอนั่นเองที่ช่วยให้ผู้ชายคนนั้นกับครอบครัวของเขาดำรงชีวิตอยู่ต่อมาได้ด้วยเงินจากกระเป๋าของพ่อเอง และจะเป็ด้วยปาฏิหาริย์หรือเหตุบังเอิญก็ตาม แต่ในที่สุดพ่อก็ช่วยหางานใหม่เท่าที่เขาทำได้ เงินค่าจ้างที่เขาได้รับนั้นอย่างน้อยก็ช่วยไม่ให้ครอบครัวอดตาย..
เฮอเมียรู้ว่านี่เป็เพียงตัวอย่างเดียวที่มักจะเกิดขึ้นกับผู้คนที่ทำมาหากินอยู่ในที่ดินเสมอและพ่อของเธอ..ซึ่งแม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมา ..แต่ก็ไม่เห็นด้วยเลยกับการที่พี่ชายไม่เคยเอาใจใส่ในทุกข์สุขของผู้คนที่อยู่ในปกครองของตน
“ถึงยังไงฉันก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดีว่าเธอจะให้ฉันทำอะไร..มาริลีน”เฮอเมียตอบไปตามความจริง
“ฉันน่ะคิดเื่นี้ไว้หมดแล้วละ”มาริลีนตอบ “และสิ่งที่เธอจะต้องทำก็เพียงแค่ปฏิบัติไปตามที่ฉันบอกเท่านั้น”
“ถ้าทำได้ฉันก็พร้อมอยู่แล้วละ”เฮอเมียว่า
“มันเป็เื่ที่ง่ายมากแล้วก็มีความเป็ไปได้อย่างมากด้วย..เอ้า..ฟังให้ดีนะ..”
หล่อนโน้มตัวเข้ามาหาเฮอเมียลดเสียงให้เบาลงราวกับเกรงว่าจะมีใครแอบมาได้ยินเข้า..
“ฉันตั้งใจแล้วว่า พรุ่งนี้เช้าตอนที่มาร์ควิสออกไปขี่ม้า ฉันจะไปกับเขาด้วยฉันรู้นี่ว่าทั้งปาป้าและวิลเลียมไม่มีใครยอมตื่นแล้วก็ลุกขึ้นไปขี่ม้าแต่เช้าตรู่ขนาดนั้นหรอกแต่ท่านมาร์ควิสน่ะชอบออกไปขี่ม้าเล่นก่อนกินอาหารเช้าอยู่แล้ว”
“เดี๋ยวก่อน มาริลีน..” เฮอเมียเลิกคิ้วสูง “ฉันไม่เคยเห็นเธอตื่นนอนก่อนเวลาอาหารเช้าสักที..”เฮอเมียว่า
“ถ้ามีเหตุผลที่ดีรับรองว่าฉันสามารถตื่นั้แ่ย่ำรุ่งได้ด้วยซ้ำ” มาริลีนยืนยัน“ฟังที่ฉันกำลังจะพูดให้ดี..”
“ฉันก็กำลังฟังอยู่นี่แล้วไง”
“ฉันจะเข้าไปหาเขาที่คอกม้าแล้วก็จะแนะนำว่าเราควรจะขี่ม้าเข้าไปในป่าบลูเบลล์ซึ่งเธอก็รู้อยู่แล้วนีว่าบรรยากาศในป่านั้นมันโรแมนติกขนาดไหน..!”
“ใช่..ฉันรู้” เฮอเมียตอบอย่างคล้อยตามความคิดของอีกฝ่ายหนึ่ง
“ฉันจะอยู่ที่นั่นตอนประมาณเจ็ดโมงครึ่ง”มาริลีนกล่าวต่อ “จากนั้นเราก็จะขี่ม้าช้าๆออกมาจากป่า ตอนนั้น
ละที่ฉันอยากจะให้เธอควบม้าเข้าไปที่นั่นทำเป็ว่าไปตามหาฉัน”
“ฉันน่ะเรอะ..?” เฮอเมียร้องลั่น
“ฟังก่อนสิ..” มาริลีนเสียงเกรี้ยวขึ้นมาทันที “เธอจะต้องควบม้าเข้าไปหาฉันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้พอเจอฉันก็ให้เธอพูดว่า โอ..มาริลีน..ฉันตามหาเธอเสียแทบแย่แน่ะ..คือมิสซิสทินกูมาบ๊อบ..แกใกล้จะตายเต็มที่แล้วแต่แกบอกว่าแกยังตายไม่ได้จนกว่าจะได้กล่าวคำอำลาแล้วก็ขอบคุณที่เธอมีน้ำใจดีต่อแกมาโดยตลอดเสียก่อน..!”
เฮอเมียได้แต่จ้องมองหน้าญาติสาวตาค้าง..ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองกำลังได้ยินอยู่เลย..!
เธอบังเกิดความรู้สึกอยู่ว่ามันเป็วิธีการแปลกมากที่มาริลีนเลือกนำมาใช้เพื่อสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้น
กับมาร์ควิส ซึ่งโดยใจจริงแล้วเฮอเมียไม่อยากเชื่อว่ามันจะเป็ความคิดที่ดีเลยด้วยซ้ำ..
และราวกับญาติสาวผู้นั้นจะอ่านความคิดของเธอได้มาริลีนกำลังกล่าวต่ออยู่ว่า
“เอาเถอะ..เธอจะเลือกใช้คำพูดยังไงก็ได้ แต่จะต้องพูดให้น่าเชื่อถือที่สุดแล้วก็เร่งด่วนที่สุด ทำให้เหมือนกับว่ายายแก่นั่นกำลังร้องหาฉันก่อนตายจริงๆก็แล้วกัน”
“เอาเถอะ..ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน”เฮอเมียว่า “แต่หลังจากนั้น..จะให้ทำยังไงต่อไปล่ะ?”
“ฉันน่ะวางแผนมาอย่างรอบคอบแล้วละ”มาริลีนบอก “พอฉันได้ยินเธอพูดอย่างนั้นฉันก็จะร้องว่า..โถ..มิสซิสทินกูมาบ๊อบ ที่น่าสงสาร..!ฉันเห็นจะต้องรีบไปดูใจแกเดี๋ยวนี้แล้วละ..พอฉันพูดจบฉันก็จะรีบขี่ม้าออกจากตรงนั้นแต่ว่าถ้ามาร์ควิสเกิดอยากจะตามฉันไปด้วย ฉันก็จะหันมาบอกเธอว่านี่เธอ..ช่วยพาท่านกลับไปบ้านก่อน..และจากนั้น
ก่อนที่เขาจะทันตามฉันไปซึ่งฉันรู้ว่ายังไงเขาก็ต้องอยากทำอย่างนั้นแน่ ฉันก็ควบม้าหายไปจากสายตาเขาแล้ว”
“แล้วสมมุติว่าถึงยังไงเขาก็ยืนยันที่จะไปกับเธอให้ได้ล่ะ?” เฮอเมียยังอยากรู้
“เธอก็มีหน้าที่ที่จะต้องป้องกันไม่ให้เขาทำอย่างนั้นได้สิ..”มาริลีนพูดหน้าตาเฉย “ส่วนฉันจะขี่ม้ามุ่งหน้าเข้าไปทางหมู่บ้าน จากนั้นถึงจะวิ่งม้าช้าๆ กลับบ้านอีกทางหนึ่งเพื่อที่ใครๆ จะไม่เห็นฉันไงล่ะ”
ริมฝีปากของมาริลีนคลี่ออกเป็รอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจในแผนการของตน
“หลังจากนั้นฉันจะเล่าให้มาร์ควิสฟังว่ายายแก่นั่นตายอย่างมีความสุข เพราะฉันจับมือแกไว้ตลอดเวลา
และตอนนั้นแหละที่เขาจะต้องนึกขึ้นมาได้ว่าฉันน่ะเหมือนแม่เขาที่สุด ชอบช่วยเหลือคนทุกข์ยากดูแลเอาใจใส่ผู้คนที่อยู่อาศัยในที่ดินของเราอย่างดี”
ความเงียบตกลงปกคลุมบรรยากาศภายในห้องนั้นไว้เป็ครู่มาริลีนจึงได้พูดต่อ
“เธอคิดว่าแผนการฉันเข้าท่าดีไหมล่ะ..มันไม่ใช่เื่ยากเลยนะที่เธอจะเล่นไปตามบทบาทที่ฉันขอให้เธอช่วย
เล่นด้วย จริงไหม?”
“มะ..ไม่..หรอก..” เฮอเมียตอบตะกุกตะกัก “ฉันเพียงแต่..หวังว่าท่าน..ท่านมาร์ควิส..จะเชื่อเธอเท่านั้น..!”
“ทำไมเขาจะต้องสงสัยด้วยล่ะ..?”มาริลีนถามอย่างเย่อหยิ่ง “และถ้าเขาเกิดสงสัยขึ้นมามันก็ต้องเป็ความผิด
ของเธอ..!”
“นี่..ได้โปรดเถอะ..อย่าพูดอะไรแบบนั้นหน่อยเลย”เฮอเมียขอร้อง “เธอก็ย่อมรู้ดีว่าฉันจะต้องใช้ความพยายามทุกวิถีทางที่จะทำเสียงให้เหมือนกับว่า..ใครสักคนกำลังนอน..รอความตายจริงๆ..เหมือนตอนที่พวกชาวบ้านส่งคนมาตามมาม่า..แต่...” หางเสียงของเธอขาดหายไป
เฮอเมียรู้ว่าเธอไม่อาจพูดออกไปตรงๆ ได้ ว่าเธอรู้สึกอยู่ว่าไม่มีผู้ชายคนไหน นอกจากว่าจะโง่จนมองอะไรไม่เห็น.. จะปักใจเชื่อในทันทีว่ามาริลีนมีความรักใคร่ คอยดูแลเอาใจใส่คนอื่นๆ นอกเสียจากตัวเอง..
แต่แล้วเธอก็รู้สึกละอายใจขึ้นมาอีกที่คิดถึงญาติผู้นี้อย่างคนใจร้ายใจดำเต็มที่..
เธอบอกกับตัวเอง ว่าเธอจะต้องใช้ความพยายามอย่างที่สุดที่จะเกลี้ยกล่อมให้มาร์ควิสเชื่อว่า ผู้คนที่อาศัยอยู่ในที่ดินล้วนแล้วแต่เฝ้ารอญาติสาวของเธอคนนี้ เพื่อที่จะให้ช่วยปลุกปลอบ ให้กำลังใจยามที่พวกเขาตกอยู่ในห้วงแห่ง
ความทุกข์
แต่ขณะเดียวกันเธอก็ยังรู้สึกอยู่นั่นเองว่าเื่นี้ไม่ใช่เื่ง่ายๆ เลยแต่เนื่องจากมันเป็อะไรบางอย่างที่เธอไม่อาจเอ่ยออกมาเป็คำพูดได้เฮอเมียจึงเพียงตอบรับง่ายๆ ว่า
“เอาเป็ว่าฉันจะทำตามที่เธอขอก็แล้วกันนะมาริลีน แต่เธอก็คงรู้อยู่ว่าฉันไม่มีม้าขี่สักตัวและมันคงดูเป็เื่แปลกมากถ้าฉันจะไปเอาม้าสักตัวมาจากคอกของเธอ”
“ไม่ต้องห่วงเื่นั้นหรอกเดี๋ยวตอนเย็นวันนี้ ฉันจะให้บ่าวเอาม้ามาให้เธอที่บ้านนี่พ่อของเธอจะได้ไม่รู้เื่นี้ด้วย” มาริลีนบอก
“ฉันชอบขี่ม้าอยู่แล้วละ” เฮอเมียตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
เมื่อเธอจับตามองหน้าญาติสาวอีกครั้งเฮอเมียก็ได้เห็นแววอะไรบางอย่างที่ฉายแสงอยู่ในดวงตา อย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“สำหรับตัวเธอเองไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องอยู่กับมาร์ควิสให้นานจนเกินไปนักหรอกนะ” มาริลีนออกคำสั่งเสียงเข้ม “เอาแค่ว่าให้ฉันลับตาไปก็พอแล้วเธอกชี้ทางกลับบ้านให้เขา เสร็จสรรพแล้วเธอก็ค่อยควบม้าตามฉัน
“ฉันทำได้อยู่แล้ว” เฮอเมียตอบ
“และที่สำคัญกว่านั้นก็คือเธอไม่จำเป็ต้องแต่งตัวให้มันสวยงามอะไรเพราะคิดว่าตัวเองกำลังจะได้พบกับสุภาพบุรุษจากวงสังคมผู้ดีของกรุงลอนดอนผู้ชายแบบที่เธอจะไม่มีวันได้พบเห็นในลิตเติ้ล บรู๊คฟิลด์ หรอกนะ”
“ฉัน..ไม่ทำอยู่แล้วละ” เฮอเมียรับคำ
“บอกตามตรงนะว่าถ้ายังมีคนอื่นที่ฉันพอจะไว้ใจได้ละก็ ฉันจะไม่มีวันไว้ใจเธอเด็ดขาด..!”มาริลีนพูดหน้าตาเฉย
“เธอใจร้ายมากเลยนะที่พูดแบบนี้”
“มันช่วยไม่ได้นี่” ญาติของเธอตอบ “เธอน่ะมันสวยเกินไปเฮอเมียและเพราะความสวยสวยของเธอนี่แหละที่ทำให้ฉันเกลียดเธอ ั้แ่รู้ว่าไม่ว่าฉันจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าราคาแพงสักแค่ไหน เธอก็ยังดูสวยกว่าฉันอยู่นั้นเอง”
เฮอเมียโบกมือปฏิเสธที่จะยอมรับในคำพูดของมาริลีน
“เมื่อครั้งยังเด็กเราเคยมีความสุขสนุกสนานร่วมกันมากนะ ทุกวันนี้ฉันยังคิดถึง่เวลานั้นอยู่เลยมาริลีน..บอกตามตรงว่าคิดถึงมากทีเดียว”
“ถ้าการพูดแบบนี้เป็ความพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมให้ฉันชวนเธอไปร่วมงานปาร์ตี้ที่เราจัดขึ้นเมื่อปาป้ากับมาม่าเห็นว่าฉันโตเป็สาวแล้วละก็เสียใจด้วยนะ..เพราะฉันไม่มีวันชวนเธอไปหรอก ฉันเคยเห็นทั้งสีหน้าและแววตาของพวกสุภาพบุรุษทั้งหลายเวลาที่พวกเขามองเธอมาแล้วและฉันก็ไม่โง่ถึงขนาดจะจะยอมให้ใครเอาฉันไปเปรียบเทียบกับเธอแน่..”
“เื่นั้นน่ะฉันรู้อยู่แล้ว..”เฮอเมียตอบเสียงเบา “แต่เื่รูปร่างหน้าตามันเป็เื่ที่ช่วยไม่ได้นี่เธอน่ะเป็คนที่สวยมากคนหนึ่งนะมาริลีน ฉันถึงได้แน่ใจไงล่ะว่าในที่สุดแล้วเธอจะต้องจับท่านมาร์ควิสคนนี้ได้แน่”
“นั่นเป็สิ่งที่ฉันตั้งใจทำอยู่แล้วละ”อีกฝ่ายหนึ่งตอบหยิ่งๆ