เื่ที่ไช่ซุนหลันตามหึงหวงหลี่เหวินไคกับลูกสาวของผู้บังคับบัญชานั้นก็เป็เพราะว่าเธอยังไม่มีตัวเลือกใหม่ในการจะทิ้งหลี่เหวินไคฉะนั้นแล้วเก้าอี้ภรรยาทหารของเขา เธอจะต้องกอดมันเอาไว้ให้แน่นๆจุดประสงค์ของไช่ซุนหลันในการมาค่ายทหารครั้งนี้มิใช่แค่เื่ที่ซูเจี๋ยส่งโทรเลขมาเท่านั้นอันที่จริงเธอยังมีเื่ราวที่แอบรักแอบชอบกับซ่งหมินทหารหนุ่มหน้าตาดีผู้ที่ได้รับความนิยมอยู่ไม่แพ้หลี่เหวินไค
ซ่งหมินเป็ชายหนุ่มที่ยิ้มมีเสน่ห์อัธยาศัยดีจึงเป็ที่ชื่นชอบของบรรดาสาวๆ ในค่ายทหาร ส่วนหลี่เหวินไคนั้นก็มีทั้งผลงานและรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นไม่แปลกใจเลยที่จะมีหญิงสาวมากมายมาจับจ้องและเฝ้าฝันถึงแต่หญิงสาวเ่าั้ก็ทำได้เพียงแค่มอง เพราะความเ็าจนน่ากลัวของหลี่เหวินไคทำให้ไม่มีใครสามารถทะลุกำแพงน้ำแข็งเข้ามาได้เลย
ไช่ซุนหลันคนเดิมตกหลุมรักในความอัธยาศัยดีของซ่งหมินที่มันช่างแตกต่างจากสามีของเธอเื่นี้ซ่งหมินรับรู้และอึดอัดเป็อย่างมาก ยังดีที่นานๆทีไช่ซุนหลันถึงจะมาที่ค่ายทหารแห่งนี้ ซ่งหมินจึงได้แต่อดทน
แต่แล้วฝันร้ายอีกครั้งของเขาก็มาเยือนเพราะตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาไช่ซุนหลันพยายามที่จะมาพบหน้าเขาตลอดจนตัวเขาเองจากที่เคยส่งยิ้มกระชากใจให้เธอก็เริ่มกลายเป็ชักสีหน้าใส่ไช่ซุนหลันแทน พร้อมกับสรรหาคำพูดมากล่าวทิ่มแทงใจอยู่เป็เนืองนิจ
เื่ราวของไช่ซุนหลันและซ่งหมิน มีเพียงเสียงลือเสียงเล่าอ้างเท่านั้น แม้หลี่เหวินไคจะรับรู้ผ่านหูมาบ้างแต่ก็ยังไม่ค่อยปักใจเชื่อนักว่าภรรยาของเขาจะกล้าเล่นหูเล่นตากับซ่งหมินทหารยศต่ำกว่าเขา
เวลา 23.30 น.
ไช่ซุนหลันเผลอฟุบหลับบนโต๊ะอาหารในระหว่างที่รอสามีกลับมาเธอนำอาหารส่วนหนึ่งเก็บไว้ในมิติเพื่อที่จะได้ไม่ต้องอุ่นซ้ำ และขณะนั้นที่ไช่ซุนหลันยังคงฝันหวานอยู่เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น หลี่เหวินไคจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดแล้วขมวดคิ้วเป็ปมแน่นเมื่อเห็นว่าภรรยามานอนหลับอยู่ตรงนี้
‘ให้ตายสิผู้หญิงคนนี้ถึงกับมานอนรอที่นี่เพื่อจะหาเื่ชวนทะเลาะเลยหรือ?’
หลังจากที่สังเกตร่างหญิงสาวตรงหน้าและประนามเธอจนพอใจแล้วสายตาของหลี่เหวินไคก็ต้องหยุดนิ่งเพราะเห็นอาหารบนโต๊ะและอาหารบนโต๊ะนี้ดูเหมือนว่าจะยังไม่ถูกกินไปเลยแม้แต่น้อย
‘ฮ่าๆมันจะดีแค่ไหน ที่มีคนมาเตรียมอาหารไว้ให้เรา’
แต่แล้วหลี่เหวินไคก็ต้องส่ายหัวไล่ความคิดไร้สาระออกไปเื่นี้ไม่มีทางเป็ไปได้เลย ปกติแล้วหากมีอาหารดีๆ เช่นนี้ ไช่ซุนหลันคงไม่เหลือเผื่อใครเป็แน่แต่มันก็น่าสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมเธอยังคงไม่กินอาหาร และอาหารพวกนี้มาจากที่ไหนกันจะว่าไช่ซุนหลันเป็คนทำอาหารก็ไม่ใช่ เพราะั้แ่แต่งงานกันเขาไม่เคยได้ชิมอาหารฝีมือเธอเลย
หลี่เหวินไคมองอาหารบนโต๊ะสลับกับหญิงสาวที่ฟุบหลับบอยู่อย่างพินิจพิเคราะห์ตัวเขาทำงานหนักตลอดทั้งวันและกะว่าจะไปกินมื้อเย็นที่โรงอาหารของค่ายแต่กว่างานที่ค้างอยู่จะทำเสร็จก็มืดค่ำเสียแล้วทำให้อาหารของโรงอาหารนั้นหมดเกลี้ยงหลี่เหวินไคจึงจำใจต้องกลับบ้านเพื่อจะมาทำอาหารกินเองจากวัตถุดิบที่มีเหลือติดบ้านเพียงน้อยนิดเพื่อประทังความหิวทว่าในตอนนี้กลับมีอาหารมาวางไว้ตรงหน้า หากจะดันทุรันทำเพิ่มก็คงไม่ใช่เื่ตัวเขามิใช่คนมีทิฐิและดื้อรั้นขนาดนั้น
เมื่อคิดได้แล้วหลี่เหวินไคก็ถือจานอาหารบนโต๊ะกลับไปที่ครัวเพื่อทำการอุ่นมันเพราะจากการลองชิมดูเมื่อครู่นี้ อาหารพวกนี้มันเย็นชืดเพราะมันคงถูกปรุงทิ้งไว้ั้แ่ตอนเย็นข้าวผัดและหมูสามชั้นอบผักดองแห้งนี้คงจะต้องมีคนเอามาให้เป็แน่ แต่มันก็น่าแปลกเพราะตอนนี้ขาดแคลนอาหารอย่างหนักใครกันที่จะนำเอาของดีๆ มาแบ่งปันให้บ้านหลังน้อยของเขา หลี่เหวินไคได้แต่ครุ่นคิดขณะที่รออาหารที่อุ่นอยุ่
กลิ่นของอาหารจากในครัวหอมโชยออกมาทำให้ไช่ซุนหลันที่กำลังนอนหลับอยู่ต้องตื่นขึ้นมา เธอมองเข้าไปที่ครัวอย่างลนลาน
‘ฟุดฟิดๆอย่าบอกนะว่าตาทึ่มนั่นเพิ่งจะกลับมาในเวลานี้น่ะ!’
ไช่ซุนหลันค่อยๆ ย่องเข้าไปที่ครัวเพื่อแอบดูปฏิกิริยาของหลี่เหวินไคเธอค่อนข้างมั่นใจว่าเขาไม่เห็นเธอแน่ ไช่ซุนหลันจึงแอบมองตรงนั้นอย่างย่ามใจ
แต่แท้จริงแล้ว..สายตาเหยี่ยมเฉี่ยวคมพร้อมกับประสาทััที่ดีเยี่ยมของทหารอย่างหลี่เหวินไคมีหรือที่การกระทำอันน่าขบขันของไช่ซุนหลันจะรอดพ้นสายตาของหลี่เหวินไคไปได้ แต่ในเมื่อเ้าตัวไม่อยากให้เขารับรู้เขาก็จะแกล้งปล่อยผ่านไป ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างลอบสังเกตและเฝ้าระวังกันและกัน
เมื่อไช่ซุนหลันเห็นว่าหลี่เหวินไคอุ่นอาหารเสร็จแล้วเธอก็รีบถอยหลังหนีออกมาแล้วแกล้งหลับที่เดิมก่อนจะฟังเสียงฝีเท้าเพื่อรอจังหวะให้หลี่เหวินไคเดินมาที่โต๊ะอาหารจากนั้นเธอก็แกล้งสะลืมสะลือบิดี้เีและขยี้ตาพลางปิดปากหาวเล็กน้อย ให้ดูเหมือนว่าเธอนั้นเพิ่งจะตื่นและเห็นว่าสามีกลับบ้าน
และเพื่อความเนียนไช่ซุนหลันจึงแกล้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงใว่า
“อุ๊ย!คุณกลับมานานหรือยังคะ ฉันนี่แย่จังเลยหลับเพลินไปหน่อย”
“อืมผมเพิ่งกลับมาไม่นานหรอก”หลี่เหวินไคตอบกลับอย่างเ็าเหมือนเช่นทุกทีเขาใช้หางตามองเธอเพื่อดูว่าเธอนั้นจะแกล้งทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร
และเมื่อถูกคำพูดที่แสนจะเ็าพูดใส่ไช่ซุนหลันก็ได้แต่ยิ้มแห้ง
‘แหมพ่อคนหล่อคนอะไร๊ สงวนคำพูดขนาดนี้ นี่ฉันสู้อุตส่าห์ทำอาหารรอกินมื้อเย็นพร้อมนายเชียวนะยะ!!!’
สถานการณ์เช่นนี้ทำให้เกิดบรรยากาศชวนอึดอันใจมากทั้งสองคนไม่รู้จะสนทนาเื่อะไรกันดีทำให้ทั้งโต๊ะมีเพียงเสียงตะเกียบกระทบกับจานชาม
“เอ่อแล้วนี่คืนนี้คุณจะนอนค้างที่บ้านหรือไปนอนที่อื่นคะ?” ไช่ซุนหลันไม่อยากจะยอมแพ้เธอจึงต้องสรรหาเื่มาพูดคุยกับมนุษย์หินตรงหน้า
มือที่กำลังใช้ตะเกียบคีบอาหารของหลี่เหวินไคหยุดนิ่งทันทีเมื่อได้ยินคำถามเช่นนั้นจากผู้เป็ภรรยา
‘ก็นึกว่าเธอจะเปลี่ยนความคิดแล้วเสียอีกเหอะ! ก็ยังเหมือนเดิมอยู่วันยังค่ำ’
“ซุนหลันคุณเลิกกังวลเื่ไร้สาระพวกนี้สักทีได้ไหม! ต้องให้ผมบอกอีกกี่ครั้งกัน?”
“เหวินไคคะคุณ..คุณหมายถึงอะไร ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูด? ฉันเพียงแค่ถามเท่านั้นเอง” ไช่ซุนหลันมองหลี่เหวินไคด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
‘ตานี่บ้าไปแล้วหรือเปล่า?แค่ถามเองนะ คนอะไรอารมณ์ฉุนเฉียวได้ตลอดเวลา’
“ฟังนะ...ผมจะพูดเื่นี้เป็ครั้งสุดท้าย ผมกับคุณหม่านหยูไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบที่คุณคิดทุกครั้งที่ไม่ได้กลับมานอนที่นี่ มันเป็เพราะผมต้องทำงาน ผมนอนที่ทำงานและไม่เคยคิดที่จะไปนอนกับคุณหม่านหยูเลย” หลี่เหวินไคพยายามระงับสติอารมณ์และอธิบายให้ไช่ซุนหลันฟัง
ไช่ซุนหลันถอนหายใจยาวก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า“ดูเหมือนว่าคุณจะเข้าใจผิดไปไกลแล้วนะคะที่ฉันถามว่าคืนนี้คุณจะค้างที่ไหน นั่นเป็เพราะว่าเมื่อคืนคุณไม่ได้กลับมานอนที่นี่ฉันไม่มั่นใจเลยถามออกไป เพราะหากคุณค้างที่นี่ ฉันจะได้เตรียมที่นอนและอาหารเช้าไว้สำหรับคุณเื่มันก็มีแค่เท่านี้เอง ฉันไม่ได้คิดอะไรเื่คุณกับลูกสาวท่านผู้บังคับบัญชาแล้วล่ะค่ะหวังว่าเราจะไม่พูดเื่นี้กันอีกนะคะ”