นิสัยข้าเปลี่ยนยาก

    บทที่ ๑๓ ฆาตกรน้อยพลัดถิ่น

            บทที่ 13 ฆาตกรน้อยพลัดถิ่น 

             

            ไม่ใช่ว่าแค่กระบี่ไร้พลังของเด็กหนุ่มใกล้ตายผู้หนึ่งหรอกหรือเหตุใดจึงทำให้เขาขยับถอยหลังได้ถึงขนาดนี้!

            ซูเจี๋ยโซซัดโซเซไปมากว่าจะยืนได้อย่างมั่นคง ทำเอาเขารู้สึกประหลาดใจอย่างมาก

            หลินหลานหรูก้มหน้านิ่งริมขอบเหวนางมองไม่เห็นเงาร่างของหลินหลงอู่แล้ว

            "ตามลงไปซะสิ"ซูเจี๋ยหัวเราะหยัน สำหรับเขาแล้วไม่มีอะไรเจ็บแค้นไปมากกว่าการถูกครอบครัวทอดทิ้งความปรารถนาเดียวคือคำชื่นชมจากบิดาทั้งหมดนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเขาไม่ใช่คนไร้ประโยชน์ขอสักครั้งให้ท่านพ่อชายตามองเขาไม่เสียใจเลยแม้แต่น้อยกับสิ่งที่ทำลงไปในครั้งนี้

            หลินหลานหรูกำหมัดกับพื้นลอบชกอกในใจอย่างเงียบเชียบ

            "ข้าต่างหากจะส่งเจ้าไป"นางลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ขณะเดียวกันก็หยิบกระบี่บนพื้นขึ้นมาด้วย

            กระบี่เล่มนี้น้ำหนักของมันไม่ใช่เล่นๆเพียงแต่หลินหลานหรูตอนนี้ ไม่เหลือเค้าความเป็นมนุษย์แล้ว นางยิ้มอย่างเลือดเย็นดวงตาสาดไปด้วยรังสีสังหาร ค่อยๆ หนุนตัวหันกลับมาหาซูเจี๋ย

            ยามลมพัดผ่านชั่วขณะนั้นกลุ่มผมดำขลับที่ร่วงหลุดก็ปลิวสยายไปทั้งแผ่นหลังทั่วทั้งร่างของนางราวกับมีประกายดำมืดรายล้อม

            ซูเจี๋ยตะลึงงันเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความตายรอบๆ ตัวหลินหลานหรูได้อย่างชัดเจน

            "เจ้า!"เจ้าได้คำเดียวซูเจี๋ยก็กระอักเลือดไปคำใหญ่เข่าสองข้างทรุดตามมาอย่างไร้เรี่ยวแรง ราวกับต้องสาปวิชามารบางอย่างเข้าให้ก้มหน้ามองกองเลือดบนพื้นอย่างฉงน

            ทั้งที่ร่างกายของเขาไม่ได้รับบาดแผลฉกรรจ์ใดทำให้รู้สึกอ่อนแรงได้ถึงขั้นนี้มิหนำซ้ำยังรู้สึกว่าลมปราณภายในร่างสับสนไม่สามารถเคลื่อนลมปราณเพื่อโคจรกำลังภายในได้

            "เจ้ายังไม่รู้ตัวอีกหรือ"หลินหลานหรูจับกระบี่ด้วยมือเดียว แล้วใช้มันแตะไปที่ปลายคางของซูเจี๋ยก่อนเอ่ยขึ้นอย่างเนิบช้า "ก่อนหน้านี้เจ้าเองก็อยากรู้ไม่ใช่รึว่าข้าที่มีดีแค่สติปัญญาจะเอาตัวรอดอย่างไร หึๆซูเจี๋ยถ้าข้าไม่ใช้วิธีสกปรกเล่นงานเจ้า ผู้ใดจะเอาชนะเจ้าได้ ...เอาเถิด ก่อนตายเจ้าอยากสั่งเสียสิ่งใดหรือไม่"

            "เจ้า!" ซูเจี๋ยโกรธจัดเส้นเลือดบนขมับปูดขึ้นจนกลัวว่าจะแตกกระนั้นแล้วเขาจะทำสิ่งใดได้นอกจากกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง และอีกครั้ง

            จวบจนตอนนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าบนปิ่นเงินอันนั้นเคลือบไปด้วยพิษ

            ต่อให้รับรู้ได้ถึงชะตากรรมของตนแล้วอย่างไรจนถึงที่สุดเขาก็ยังไม่คิดยอมจำนน "หึๆ คุณหนูหลิน เจ้าแพ้แล้ว"

            หลินหลานหรูหลุบตามองเล็กน้อยใบหน้ายังคงไร้ความรู้สึกเช่นเดิม "เจ้าคิดถ่วงเวลาข้าหรือคนที่แพ้คือเจ้าต่างหาก"

            "คนใกล้ตายมักพูดความจริงเสมอเจ้าไม่เคยได้ยินประโยคนี้หรือ" ซูเจี๋ยพูด

            "แต่คำพูดเจ้าแม้ตายไปแล้วยังยากเชื่อถือ ไยไม่ไปเอ่ยให้ผีในปรโลกฟังเล่า"

            ยามนั้นสีท้องฟ้ามืดลงทุกขณะ

            "เจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตามแต่เจ้าเวลานี้แผนการของข้าสำเร็จแล้ว บิดาเจ้า...ไม่รอด"ซูเจี๋ยหัวเราะขึ้นอย่างสะใจ

            เดิมหลินหลานหรูก็โกรธจัดอยู่แล้วถูกยั่วยุเช่นนี้จึงแทงกระบี่ตัดขั้วหัวใจคนหัวเราะอย่างแม่นยำหมายให้อีกฝ่ายหุบปากไปซะ!

            ทว่าซูเจี๋ยกลับยังขยับปากยิ้ม"เจ้า...แพ้แล้ว"

            ดั่งน้ำมันราดรดกองไฟนางพลิกกระบี่คว้านหัวใจซูเจี๋ย ทั้งร่างสั่นเทิ้มด้วยความโกรธเกรี้ยวก่อนส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างเคียดแค้น ทันทีที่ดึงกระบี่ออกมาได้ก็จับตวัดตัดคอซูเจี๋ยในคราวเดียว!

            ร่างซูเจี๋ยล้มตึงตามด้วยเสียงปลายกระบี่แตะพื้น เลือดสีแดงไหลนองทั่วทั้งลานหิน

            ...รอบข้างพลันเงียบกริบแม้แต่หนอนยังไม่กล้าขยับส่งเดช

            ทางด้านหนึ่งของป่าเกาฟังหยุดม้าลงก่อนข้ามพ้นเงาไม้

            ตั้งแต่เห็นหลินหลานหรูหยิบกระบี่บนพื้นขึ้นมาความเห็นแก่ตัวของเขาก็บอกให้หยุดรอก่อน รอจนกระทั่งนางตัดคอซูเจี๋ยอย่างบ้าคลั่ง...ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว

            ต่อให้นึกถึงคำพูดของเฉิงอิ้นขึ้นมาเวลานี้...จะมีประโยชน์ใดกัน

            'ข้าเคยรับปากคนผู้หนึ่งไว้อย่าให้คุณหนูฆ่าคน อย่าให้นางเดินซ้ำรอยเดิม...' เฉิงอิ้น

            หลังได้ยินเฉิงอิ้นฝากฝังเรื่องนี้เขายังคิดอยู่เลยว่า เด็กอย่างหลินหลานหรูจะอำมหิตถึงขั้นฆ่าคนได้หรือจำได้ว่าวันนั้นเขาถึงกับหัวเราะ จวบจนเมื่อครู่ได้เห็นกับตาตัวเองนางที่แทงกระบี่ตัดขั้วหัวใจซูเจี๋ยอย่างแม่นยำไม่คล้ายเด็กน้อยเก้าขวบผู้อ่อนต่อโลกแต่อย่างใด

            นี่คงเป็นด้านมืดของหลินหลานหรูที่เขาไม่เคยเห็นเหอะๆ ถึงตอนนี้อยากหัวเราะ...ก็หัวเราะไม่ออกเสียแล้ว

            "เจ้ามาช้า..."ประโยคแรกที่หลินหลานหรูเอ่ยหลังได้ยินเสียงเกาฟังควบม้าเดินมาใกล้และเป็นเสียงเอ่ยที่เบาหวิวไม่ต่างจากสายลมในยามนี้

            "เจ้ามาช้า..."นางเอ่ยซ้ำด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา

            เกาฟังพลิกตัวลงจากหลังม้าเขาย่อตัวลงตรงหน้าหลินหลานหรู นางยังคงก้มหน้าตั้งแต่ปลายกระบี่สัมผัสพื้นมือข้างขวาที่นางใช้จับอาวุธสังหารสั่นเบาๆเขาจึงแย่งกระบี่เล่มนั้นมาถือไว้เสียเอง ก่อนเชยคางนางขึ้นเล็กน้อย

            "ชะ... " เกาฟังถึงกับชะงักแววตาของนางเลื่อนลอยไปแล้ว ยามนั้นเขาคิดได้อยู่อย่างเดียวคือดึงนางเข้ามากอดกดศีรษะเล็กแนบไหล่ซ้าย หมายปลอบให้นางหายหวาดกลัวขณะเดียวกันใจของเขาก็สั่นระรัวด้วยความตระหนก

            กระนั้นหลินหลานหรูก็เอาแต่พึมพำว่า"เจ้ามาช้า..."

            เกาฟังรู้สึกจุกในอกเป็นโจรมาตลอดชีวิตไม่เคยรู้สึกผิดเท่านี้มาก่อนความปวดร้าวในใจนี้เสียดแทงรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่ได้ยินนางเอ่ยประโยคเดิมซ้ำๆ"ข้าขอโทษ ข้ารีบมาแล้ว"

            รอบข้างมืดสลัวลงทุกขณะ หลินหลานหรูยังคงนิ่งไม่ไหวติงไร้เสียงไร้น้ำตา ซุกหน้ากับไหล่ผู้ติดตามโดยไม่เอ่ยอะไรอีก

            พลันเสียงเด็กหนุ่มผู้หนึ่งดังขึ้นจากด้านข้าง"ข้าจะพาคนเจ็บกลับไปก่อน พวกเจ้ารีบตามมาแล้วกัน"

            แรกเริ่มเดิมทีเกาฟังก็ไม่ได้มาคนเดียวมิหนำซ้ำตอนนี้ยังปล่อยให้คนนอกเข้ามารับรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้อีก

            "รบกวนคุณชายจ้าวเป็นธุระจัดการแทนข้าด้วย"เกาฟังเอ่ยเสียงขรึม

            จ้าวมู่อวิ๋นเหลือบมองแผ่นหลังหลินหลานหรูในอ้อมแขนเกาฟังแวบหนึ่งและเป็นแวบเดียวที่ทำให้เขารู้สึกกระวนกระวายในใจไม่หยุด ความหงุดหงิดที่จู่ๆก็ผุดขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุนี้ ช่างน่ารำคาญยิ่ง

            เกาฟังอุ้มหลินหลานหรูขึ้นหลังม้าควบออกจากสถานที่อันมืดมนแห่งนี้ โดยสั่งให้คนนำศพของซูเจี๋ยและคนอื่นๆ กลับไปด้วย

            คุณชายใหญ่สกุลหลินตกเหวเป็นตายไม่แน่ชัดส่วนคุณชายรองบาดเจ็บสาหัส เป็นหรือตายยากสรุป

             

             

            กลิ่นคาวเลือดของมนุษย์อาจนำสัตว์ป่าฝูงใหญ่มาหาได้

            ห่างออกไปราวห้าลี้ขบวนสกุลหลินเปลี่ยนจุดค้างแรมกลางป่า ตอนที่เกาฟังมาถึงจุดรวมขบวนท้องฟ้าในยามนั้นได้มืดสนิทลงแล้ว

            "บิดาข้าเล่า!"หลินหลานหรูรีบร้อนถลาลงจากหลังม้า เดินไปได้สองสามก้าวก็หยุดกึก

            เกาฟังกำลังผูกเชือกม้ากับต้นไม้เห็นนางหยุดจึงเอ่ยถาม "เป็นอะไร?"

            "ข้าจำได้ว่าแต่ไหนแต่ไรไม่เคยเห็นค่ายพักแรมสกุลหลินเป็นค่ายทหารสักครั้ง"นางหันกลับไปหาเกาฟัง ก่อนชี้มือไปที่สิ่งนั้นเพื่อเน้นย้ำประโยคที่พูดให้ชัดขึ้น"แน่ใจว่าเจ้าไม่ได้พาข้ามาผิดที่ ...ค่ายทหาร?"

            กลางคืนฟ้ามืดสนิทภายในค่ายพักแรมสกุลหลินจึงสว่างไสวด้วยกองไฟหลายจุดทั้งหมดนั้นถูกจุดขึ้นเพื่อใช้ขับไล่สัตว์ป่า และกระถางไฟเล็กๆบางส่วนถูกวางสลับระหว่างกระโจมเกือบสามสิบหลังซึ่งเพียงพอให้คนติดตามขบวนสกุลหลินได้ใช้พักผ่อน พร้อมทั้งจัดเวรยามเดินรอบๆอย่างแน่นหนา

            เนื่องจากทิวเขาแถบนี้ยังอยู่ในเขตโจรป่าจำเป็นต้องระวังภัยไว้อยู่ตลอด ลักษณะจึงไม่ต่างจากค่ายทหาร

            "ไม่ผิดหรอก เข้าไปเถอะบิดาเจ้าบาดเจ็บเล็กน้อย" เกาฟังกล่าวจบก็เดินนำเข้าไปก่อน

            หลินหานฉีบาดเจ็บที่แขนเล็กน้อยได้ท่านหมอที่ติดตามขบวนมาด้วยรักษาแผลให้แล้ว

            "เหรินอันอันอยู่ที่ใด"หลินหลานหรูเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา หลังจากยืนอยู่หน้ากระโจมของหลินหานฉีมาได้สักพัก

            "พวกเขาจับนางมัดไว้ในกระโจมด้านหลังรอบิดาเจ้าออกคำสั่ง" เกาฟังตอบ

            เกี่ยวกับเรื่องนี้หลังจากที่ซูเจี๋ยพาตัวหลินหลานหรูหลบหนีไปหลินหานฉีได้สั่งให้คนคุ้มกันครึ่งหนึ่งออกตามไล่ล่าด้วยเหตุนี้คนคุ้มกันอีกครึ่งที่เหลืออยู่จึงมีแต่คนบาดเจ็บจากลูกธนูแม้แต่เกาฟังยังไม่สามารถขยับตัวได้รอเสี่ยวจิงเอายาถอนพิษร้อยชนิดให้เขาและพักฟื้นกำลังภายในไปอีกครู่ใหญ่

            ทว่าในยามนั้นไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเหรินอันอันจะลงมือนางคงถูกซูเจี๋ยฝังความคิดบางอย่างให้เป็นแน่ ถึงได้คิดสังหารหลินหานฉีให้สำเร็จ

            และนี่คงเป็นอีกเหตุผลที่ซูเจี๋ยเอ่ยกับหลินหลานหรูว่า'เจ้าแพ้แล้ว'

            วรยุทธ์ของเหรินอันอันไม่ใช่เด็กเล่นแม้อายุแค่สิบสามแต่ก็ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งด้านพละกำลังสามารถล้มชายฉกรรจ์สิบคนพร้อมกันยังไหวมิหนำซ้ำนางยังใช้ป้ายคำสั่งของเจ้าสำนักระดมศิษย์สำนักคุ้มภัยหนานเหรินเกือบสิบคนในขบวนร่วมก่อเหตุ...แต่ไม่สำเร็จ

            จ้าวมู่อวิ๋นไม่รู้โผล่มาจากที่ใดชักกระบี่นำกำลังคนราวยี่สิบเข้ายับยั้งได้ทันคุณชายผู้นี้จึงกลายเป็นผู้มีพระคุณของสกุลหลินไปโดยปริยายหลินหานฉีให้เกียรติเขายิ่ง

            คิดมาถึงตรงนี้แล้วการที่ซูเจี๋ยวางตัวหมากอย่างเหรินอันอันไว้หลินหลานหรูยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในความคาดหมายของนางจริงๆกระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าซูเจี๋ยฉลาดกว่านาง

            "อ้างคำสั่งข้าเรียกใช้คนของฮวาสิบสองกลีบที่แฝงตัวอยู่รอบนอกขบวนทั้งหมดคุมตัวเหรินอันอันกลับเจียงซู พร้อมกับนำศพซูเจี๋ยกลับไปด้วยส่วนเหล่าเหรินข้าจะเขียนจดหมายอธิบายเรื่องทั้งหมดนี้กับเขาเอง"

            หลินหลานหรูกล่าวจบก็หันไปมองกระโจมของหลินหานฉีอย่างใช้ความคิดเวลานี้ข้างในนั้นมืดสนิท คงเพราะได้ยาเม็ดหนึ่งจากท่านหมอบิดาของนางจึงหลับไปอย่างง่ายดาย ต่อมานางจึงเอ่ยต่ออีกว่า "ไปจัดการเงียบๆให้เสร็จก่อนฟ้าสว่าง"

            เกาฟังพยักหน้ารับ

            ทว่าหลินหลานหรูก็ยังไม่วางใจ"จะให้ท่านพ่อของข้าหรือใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด"

            ด้วยนิสัยของหลินหานฉีคงไม่ปล่อยให้เหรินอันอันมีชีวิตรอดเพื่อไม่ให้นางและเจ้าสำนักคุ้มภัยหนานเหรินขัดแย้งด้วยเรื่องของเหรินอันอันแล้วนางจำเป็นต้องเก็บชีวิตของเหรินอันอันไว้ก่อน

            ยิ่งกว่านั้นสำนักคุ้มภัยหนานเหรินในเวลานี้คือรากฐานที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มฮวาสิบสองกลีบดังนั้นจะให้เกิดปัญหาในช่วงที่ผู้นำสูงสุดถูกปลดไม่ได้

            "เจ้าวางใจเถิดข้าจะรีบจัดการทันที" เกาฟังหมุนตัวจากไปแล้ว

            ต่อมาคล้อยหลังผู้ติดตามของนางไปได้ไม่นานเด็กหนุ่มผู้หนึ่งก็เดินออกมาจากมุมมืด

            "ให้เจ้า" เขาเอ่ย

            หลินหลานหรูหันขวับไปหาอย่างตกใจจ้าวมู่อวิ๋นกำลังยื่นกล่องยาทำแผลมาตรงหน้าของนางใบหน้าเขาเรียบเฉยราวกับตอไม้ไร้ความรู้สึก

            จ้าวมู่อวิ๋นได้กล่องยานี้มาจากท่านหมอเขารอให้ท่านหมอรักษาอาการของหลินหลงอวี้เสร็จจึงขอมาทั้งกล่องเพราะไม่รู้ว่าต้องใช้ยาใดในการรักษาแผล หากจะเอ่ยปากถามท่านหมอก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ไร้สาระเกินกว่าจะถามออกไป

            หลินหลานหรูไม่ได้ยื่นมือไปรับนางเพียงมองเขาอย่างสงสัยครึ้มอกครึ้มใจสิ่งใดขึ้นมากันถึงมีน้ำใจเอากล่องยามาให้นางกับมือแท้ที่จริงแล้วคนผู้นี้มีเจตนาใดแอบแฝง

            นางหรี่ตาลงเล็กน้อยมองจ้าวมู่อวิ๋นอย่างระแวง

            เมื่อครู่เขาได้ยินเรื่องที่นางคุยกับเกาฟังหรือไม่หากได้ยิน แล้วได้ยินมากน้อยเพียงใด เขาจะสงสัยอะไรหรือไม่...ไม่ได้การแล้วข้าต้องลอบหยั่งเชิงเขาสักหน่อย

            จ้าวมู่อวิ๋นกะพริบตาปริบๆรู้สึกอับอายขายหน้าชอบกล นี่เขาถูกเด็กหญิงปฏิเสธหรือ

            คุณชายจ้าวจะมีเจตนาใดได้ เขาเพียงยืนนิ่งๆก็คิดถึงนาง คุยธุระกับผู้ติดตามก็คิดถึงนาง เดินไปเดินมาก็ยังคิดถึงนางช่างน่า…บัดซบ

            เมื่อเห็นว่าหลินหลานหรูไม่ยอมขยับทั้งยังไม่รับกล่องยาไปจากมือเขา จ้าวมู่อวิ๋นจึงถือวิสาสะคว้ามือซ้ายของนางมาจับแล้วพาไปนั่งบนตั่งไม้ข้างกองไฟ

            "ปล่อยข้า!" หลินหลานหรูเพิ่งเจอเรื่องเลวร้ายมาการถูกจับมือแล้วพาไปเช่นนี้จึงสร้างความหวาดระแวงให้นางอย่างที่สุด

            นางสะบัดมือหลุดไปแล้วจ้าวมู่อวิ๋นจึงเก็บมือกลับมาอย่างไม่สบอารมณ์

            เขาเผยสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยทว่าแค่เพียงแวบเดียวหลังจากนั้นสีหน้าของเขาก็กลับมาเป็นปกติ ยิ้มให้นางแล้วเอ่ยขอโทษอีกทั้งยังอธิบายเจตนาทั้งหมดของเขาให้นางฟังนางถึงได้ยอมนั่งลงบนตั่งและรับกล่องยาไป

            หลินหลานหรูนั่งทำแผลให้ตัวเองเงียบๆ

            เปลวไฟบนพื้นไหววูบยามลมพัดผ่านมาเอื่อยเฉื่อยจนเกิดเงาสะท้อนวูบไหวบนใบหน้าของนาง ขับให้ดวงหน้าจิ้มลิ้มงดงามขึ้นอีกถนัดตา

            จ้าวมู่อวิ๋นนั่งห่างออกไปยังฝั่งตรงข้ามของกองไฟเขาขี้เกียจพูดถึงได้เงียบมาตลอด

            ดังนั้นรอบกายพวกเขาจึงมีแค่เสียงถ่านไฟแตกบางช่วงแทรกด้วยเสียงสัตว์ป่าคำรามจากที่ไกลๆขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดรายล้อม

            คุณชายจ้าวมองเด็กหญิงใส่ยาบนบาดแผลด้วยความชำนาญเท่าที่เขาประเมินจากสายตามีแค่บาดแผลบริเวณต้นแขน และที่ฝ่ามือมีรอยบาดจากของมีคมบนลำคอของนางยังมีสีเขียวช้ำขึ้นรอยนิ้วมืออย่างชัดเจนส่วนอาภรณ์สีน้ำเงินมีรอยเข้มขึ้นหย่อมๆ คาดว่าคงเป็นเลือดของผู้อื่นกระมัง

            ดูไปแล้วร่างกายคุณหนูหลินช่างบอบบางอ่อนแอยิ่งถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีทางสละเสื้อคลุมแล้วยกให้นางอย่างแน่นอน

            หลินหลานหรูไม่ได้ใส่ใจจ้าวมู่อวิ๋นมากนักจึงไม่ได้รักษามารยาทเพื่อเอ่ยสิ่งใดกับเขา นางใส่ยาไปอย่างราบรื่นซึ่งไม่พบปัญหากลับกันปัญหาของนางคือการพันแผลต่างหาก ช่างยากเย็นแสนเข็ญแท้

            จ้าวมู่อวิ๋นเห็นแล้วรู้สึกหงุดหงิดกำลังขยับก้นลุกหมายจะช่วยนางพันแผล แต่กลับยกก้นค้างเสียอย่างนั้น

            "ข้าทำเองได้"นางเอ่ยทำลายความหวังดีของเด็กหนุ่มอย่างไม่ไว้หน้า

            ครั้งที่สองกับความรู้สึกอับอายจ้าวมู่อวิ๋นจำต้องทิ้งตัวลงนั่งบนตั่งตามเดิม ทั้งๆที่ตั้งแต่แรกพบก็รู้สึกไม่ชอบนาง ถึงอย่างนั้นก็ไม่รู้เพราะเหตุใดเช่นกันไยเขาต้องคิดถึงนางอยู่ตลอด ยิ่งได้รู้ว่านางตกอยู่ในอันตรายยิ่งรู้สึกกังวลใจสวรรค์! ... ไม่ใช่เขาป่วยเป็นโรคประหลาดแล้วหรือ

            ตอนที่ผ่านเส้นทางบนเขาแถบนี้จ้าวมู่อวิ๋นได้รับรายงานจากผู้ติดตามว่าไม่ไกลจากจุดที่พวกเขาพักมีการต่อสู้กันของกลุ่มคนขนาดใหญ่เดิมทีเขาแค่ฟังผ่านหูไม่ได้คิดสนใจ ทว่าอีกใจก็เกิดความลังเลไม่อาจปล่อยผ่านไปหน้าตาเฉย อีกทั้งเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับธุระที่เขากำลังทำอยู่ก็ได้ดังนั้นจึงตัดสินใจควบม้าตามไปสังเกตการณ์

            เมื่อมาถึงกลับพบว่า...พวกเขาหักหลังกันเอง

            จ้าวมู่อวิ๋นก็เลยยืนดูอยู่เฉยๆคิดว่ารอให้ฆ่ากันตายใกล้หมดเมื่อไร เหลือไว้ให้เขาสักคนสองคน แล้วจะช่วยเพื่อเก็บไปซักถามว่าแท้จริงแล้วเกิดสิ่งใดขึ้นกับพวกเขา

            เดิมทีจ้าวมู่อวิ๋นมีเจตนาจะทำเช่นนั้นหากไม่ใช่เพราะสายตาบังเอิญสะดุดเข้ากับบุรุษชุดดำผู้หนึ่งเสียก่อนคนผู้นี้เคยอยู่กับเด็กน้อยที่ชนเขาในโรงเตี๊ยมเมื่อสามวันก่อนมิผิดแน่จากนั้นจึงสั่งให้ผู้ติดตามด้านหลังเข้าไปช่วยเหลือ

            รอจนเหตุการณ์ทุกอย่างสงบลงถึงพบว่าเด็กน้อยผู้นั้นที่คอยกวนใจเขาอยู่ตลอด คือคุณหนูสกุลหลิน ชื่อหลินหลานหรูและนางกำลังตกอยู่ในอันตราย

            เพียงแต่ต่อให้รู้เช่นนั้นแล้วอย่างไรลึกๆ เป็นง่วงนางอย่างที่สุดแต่ปากหนักเกินกว่าจะเอ่ยปากยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

            เป็นเกาฟังเสนอขึ้นก่อนเขาขอยืมม้า จ้าวมู่อวิ๋นเลยได้ข้ออ้าง ติดตามไปด้วยเสียเลยเช่นนี้แล้วรู้สึกสบายใจอย่างมาก

            แต่ไม่คาดคิดว่าสิ่งที่ได้เห็นจะเปิดหูเปิดตาเขาได้ถึงขนาดนี้เด็กหญิงเก้าขวบผู้หนึ่งถึงกับจับกระบี่สังหารบุรุษร่างใหญ่ได้โดยไม่กะพริบตาเขาจึงอดเกิดคำถามขึ้นมาในหัวไม่ได้ว่า 'นางเป็นใคร?'

            จ้าวมู่อวิ๋นราวกับตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง...ข้าอยากรู้จักเจ้ามากขณะเดียวกันข้าก็รู้สึกเกลียดเจ้ามากด้วย

            หลินหลานหรูใช้ปากกัดผ้าพันแผลแล้วดึงให้แน่นก่อนช้อนสายตาขึ้นมองคุณชายจ้าว เขาจ้องนางอยู่อย่างนั้นมาได้สักพักแล้วนางไม่พูดเขาก็ไม่พูดหรือไร เพราะอย่างนั้นถึงได้ใช้สายตากดดันมองนาง

             

    คล้ายกับเรื่องนิสัยข้าเปลี่ยนยาก ที่คุณอ่าน

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801