เสียงประกาศเที่ยวบินดังแว่วทั่วสนามบินสุวรรณภูมิ ผู้คนเดินขวักไขว่ แต่สายตาหลายคู่กลับจับจ้องไปยังขบวนรถ SUV Land Rover คันหรูที่จอดเด่นอยู่หน้าอาคารขาเข้า
ประตูรถถูกเปิดออก พร้อมรับการปรากฏตัวของ อริสรา วงศ์กานต์ นักการทูตสาวจากออสเตรีย ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ผมยาวสีน้ำตาลเข้มถูกเกล้าเก็บอย่างเรียบร้อย ทุกย่างก้าวของเธอสง่างามและเต็มไปด้วยความมั่นใจ ราวกับศิลปะที่สาวยงามที่ถูกสร้างขึ้นโดยเทพเ้า
รอบตัวเธอเต็มไปด้วยทีมงานคณะทูต ทุกคนดูมีความเป็มืออาชีพ แต่ถึงอย่างนั้น ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าจุดสนใจทั้งหมดถูกดึงไปที่อริสราแต่เพียงผู้เดียว
รถเคลื่อนตัวออกจากสนามบิน ตรงไปยังสถานที่ประชุมระดับสูงที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดีสำหรับการเจรจาทางการค้าและการเมืองระหว่างประเทศ สถานที่แห่งนี้ได้รับการตระเตรียมเพื่อต้อนรับคณะทูตจากออสเตรียอย่างอบอุ่น ทุกการตกแต่งสะท้อนถึงความหรูหราและเป็ทางการ แต่ก็ไม่ขาดความใส่ใจในรายละเอียด
อริสรา วงศ์กานต์ นักการทูตหญิงจากออสเตรีย ก้าวลงจากรถยนต์คันหรู หน้ากระทรวงการต่างประเทศของไทย แม้อากาศจะร้อนอบอ้าว แต่น้ำเสียงของเ้าหน้าที่ที่ออกมาต้อนรับก็ยังเป็ทางการและเรียบร้อยตามแบบฉบับของกระทรวง
แต่มีเสียงหนึ่งที่ทำให้อริสราชะงัก เสียงที่เธอไม่คิดว่าจะได้ยินอีก
และทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอประสานเข้ากับใครบางคนที่ยืนรออยู่เบื้องหน้า…
“ท่านอัครราชทูต ขอต้อนรับกลับประเทศไทยค่ะ”
อริสราจองมองต้นเสียงนั้นอีกครั้งจนทำให้ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปชั่วครู่
"พิมพ์นารา ชัชวาลโยธิน" หญิงสาวที่เคยเป็เพียงเด็กสาววัย 19 ที่เธอจากมาเมื่อห้าปีก่อน ตอนนี้เติบโตเป็หญิงสาวเต็มตัว อายุ 24 ปี ดวงตากลมโตกะพริบมองเธออย่างมั่นใจ พร้อมรอยยิ้มที่ดูเ้าเล่ห์เล็กน้อย
“พิม...” อริสราเอ่ยชื่ออีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว
“ดีใจจัง ที่พี่ปรางค์ยังจำกันได้นะคะ” พิมพูดพลางก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยประกายความท้าทาย
“เพราะต่อจากนี้...เราต้องทำงานร่วมกันค่ะ”
อริสรากระพริบตาเล็กน้อย พยายามรักษาสีหน้าที่สงบนิ่ง “เธอทำงานที่นี่เหรอ?”
พิมยิ้มก่อนตอบอย่างมั่นใจ
“เปล่าค่ะ ตำแหน่งของพิมคือ ‘ที่ปรึกษาพิเศษของรัฐบาล’ ถูกส่งมาทำงานร่วมกับพี่ปรางค์โดยตรง”
ที่ปรึกษาพิเศษงั้นเหรอ...?
แม้จะไม่แสดงออก แต่อริสราก็อดสงสัยไม่ได้ว่าอีกฝ่ายได้ตำแหน่งนี้มาได้อย่างไร เพราะตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษในโครงการสำคัญเช่นนี้ไม่ใช่เื่ที่จะได้มาง่าย ๆ
และเธอคิดถูก
หนึ่งเดือนก่อนงานประชุม
“หนูอยากทำงานในฐานะที่ปรึกษาพิเศษของรัฐบาลค่ะ”
พิมพ์นาราพูดขึ้นอย่างหนักแน่น ขณะที่นั่งตรงข้ามกับบิดาของเธอ ท่านรัฐมนตรีชัชวาล
ชายวัยกลางคนเงยหน้าจากเอกสาร หรี่ตามองบุตรสาวคนโต
“เหตุผล?”
“เพราะหนูมีความสามารถ และหนูเข้าใจเื่การค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป” พิมตอบ “แล้วหนูก็อยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างออสเตรียกับไทย”
รัฐมนตรีชัชวาลขมวดคิ้ว
“พูดตรง ๆ เลยดีกว่ามั้ยว่าเพราะใคร
พิมพ์นาราชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้ม “หนูเคยพลาดไปแล้วค่ะพ่อ...”
“...พลาด?”
“ใช่ค่ะ ห้าปีก่อนหนูพลาดปล่อยให้พี่ปรางค์เดินจากไป” พิมพ์นาราพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “คราวนี้หนูจะไม่ทำพลาดอีก”
ท่านรัฐมนตรีชัชวาลถอนหายใจหนัก ๆ มองบุตรสาวอย่างพิจารณา เขารู้ว่าพิมเป็คนฉลาดและเด็ดเดี่ยว แต่ก็ไม่ได้คาดคิดว่าลูกสาวของเขาจะยังไม่ละทิ้งความรู้สึกที่มีต่อรุ่นพี่คนนั้น
ปัจจุบัน
“งั้นเรามาเริ่มงานกันเลยดีกว่า” พิมพ์นาราพูดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเดินนำเข้าไปในห้องประชุม
อริสรามองตามร่างเพรียวระหงของอีกฝ่าย ก่อนจะพยายามปรับอารมณ์ตัวเองให้กลับมาเป็นักการทูตที่เยือกเย็นและเป็มืออาชีพ
เธอรู้ดีว่าการทำงานครั้งนี้ไม่ง่าย ไม่ใช่เพียงเพราะต้องจัดการเื่เศรษฐกิจและการเมือง แต่เพราะเธอต้องรักษาระยะห่างจากหญิงสาวที่พยายามทำทุกทางเพื่อเข้ามาใกล้เธอ
พิมไม่ใช่เด็กขี้อ้อนที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไป...
และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ—
อริสราไม่แน่ใจว่าตัวเองจะรักษาระยะห่างจากพิมได้อีกนานแค่ไหน
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นห้องโถงหรูหราเป็จังหวะสม่ำเสมอ พิมพ์นาราเดินนำหน้า อริสราก้าวตามมาอย่างสง่างาม เธอใช้สายตาคมกริบของนักการทูตมองไปรอบ ๆ อย่างประเมินสิ่งแวดล้อมรอบตัว
“ห้องประชุมหลักอยู่ชั้นบนค่ะ พี่ปรางค์” พิมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่ซ่อนความตื่นเต้นไว้ลึก ๆ
อริสรายิ้มบาง ๆ พยักหน้ารับ
พิมมองหญิงสาวตรงหน้า ด้วยสายตาที่ใครบางคนอาจมองว่าเป็แค่ความชื่นชม แต่สำหรับเธอ…มันคือมากกว่านั้น
เมื่อทั้งสองมาถึงห้องประชุม พิมแนะนำอริสราให้กับผู้ร่วมประชุม ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์ นักลงทุน และนักการทูตฝ่ายไทย ทุกคนให้เกียรติอริสราในฐานะตัวแทนจากออสเตรีย เธอเป็นักการทูตที่มีบทบาทสำคัญต่อการเจรจาครั้งนี้
วันที่ 1 – กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ & การร่วมลงทุนไทย-ออสเตรีย
หลังจากพิธีเปิดการประชุม เสียงบรรยายเกี่ยวกับกรอบกฎหมายการค้าระหว่างประเทศเริ่มต้นขึ้น อริสราแสดงความเชี่ยวชาญในการพูดคุยและตอบคำถามได้อย่างเฉียบคม ทำให้ผู้ร่วมประชุมหลายคนประทับใจ พิมที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ไม่อาจละสายตาได้ เธอรู้ว่าอริสราเก่ง…แต่ไม่ได้คาดว่าหญิงสาวจะน่าหลงใหลได้ถึงเพียงนี้ เมื่ออยู่บนเวที
“ประเทศไทยและออสเตรียสามารถร่วมมือกันได้ในด้านการส่งเสริมการลงทุนที่ยั่งยืน” อริสรากล่าว พร้อมนำเสนอแผนงานที่เธอเตรียมมาอย่างดี
พิมอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา พี่ปรางค์…สมบูรณ์แบบเสมอ
การประชุมดำเนินไปจนถึง่ค่ำ บรรยากาศผ่อนคลายลงเมื่อเข้าสู่่พัก พิมเดินเข้ามาหาอริสราพร้อมรอยยิ้ม
“พี่ปรางค์เก่งมากเลยนะคะ”
อริสราหันมามอง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“ทำไม? ไม่คิดว่าพี่จะทำได้เหรอ?”
“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ แต่…พิมรู้สึกว่าพี่ปรางค์เป็คนที่มีเสน่ห์ ใครก็ปฏิเสธไม่ได้”
อริสราชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“พิมก็พูดเกินไปหน่อยแล้วละคะ”
“ไม่เกินไปหรอกค่ะ” พิมมองเข้าไปในดวงตาของอริสรา
“แต่ถึงพี่ปรางค์จะเก่งแค่ไหน…ถ้าพิมจะจีบพี่ปรางค์ พี่ปรางค์ก็ไม่มีทางปฏิเสธพิมได้เหมือนกัน”
อริสราถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ…
เด็กคนนี้…ร้ายกว่าที่คิดจริง ๆ
วันที่สองของการประชุมเริ่มต้นขึ้น หัวข้อหลักของวันนี้คือ “อุตสาหกรรมที่เป็มิตรกับสิ่งแวดล้อม” ซึ่งเป็ประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ
พิมพ์นาราได้รับโอกาสให้เป็ตัวแทนฝ่ายไทยในการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน เธอยืนอยู่หน้าจอพรีเซนเทชัน ท่าทางมั่นใจ น้ำเสียงหนักแน่นและเปี่ยมด้วยพลัง
“ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็มิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านพลังงานสะอาด การลดของเสีย และการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่…” พิมกล่าวพร้อมฉายภาพตัวอย่างโรงงานที่ดำเนินการตามแินี้สำเร็จ
อริสราที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาของเธอฉายแววทึ่งและชื่นชมโดยไม่รู้ตัว
นี่คือพิมพ์นารา… คนเดียวกับเด็กสาวเอาแต่ใจเมื่อห้าปีก่อนจริง ๆ เหรอ?
เธอจำได้ว่าเมื่อก่อน พิมเป็เด็กที่ชอบทำตามใจตัวเอง แม้จะฉลาด แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความเยาว์วัยที่ไม่ทันโลก แต่วันนี้… หญิงสาวตรงหน้าของเธอกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง พิมสุขุมขึ้น มีเหตุผล และสามารถรับมือกับการประชุมระดับสูงได้อย่างไม่หวั่นเกรง
เมื่อการนำเสนอจบลง เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วห้อง พิมพ์นาราหันไปสบตากับอริสราเล็กน้อย ราวกับ้าหาคำตอบว่า…
พี่ปรางค์คิดว่ายังไงบ้าง?
อริสราไม่ได้พูดอะไรออกมาในทันที เธอเพียงแต่ยิ้มบาง ๆ และพยักหน้าให้
หลังจากการประชุมใน่เช้าสิ้นสุดลง ทั้งสองเดินออกมาพร้อมกัน พิมที่ยังมีพลังเหลือล้นหันมายิ้มให้พี่สาวที่เธอหลงรักมาตลอด
“พี่ปรางค์… เป็ไงคะ? พิมทำได้ดีไหม?” อริสรามองพิม ก่อนจะพยักหน้า
“ดีมากคะ พิมโตขึ้นเยอะเลย” เพียงคำสั้น ๆ แต่กลับทำให้หัวใจของพิมเต้นแรง
“แล้วพี่ปรางค์ชอบพิมแบบนี้ไหมคะ?” อริสราชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“อย่าหาโอกาสจีบพี่กลางงานประชุมสิ”
พิมยิ้มเ้าเล่ห์ “ถ้าอย่างนั้น พิมขอจีบหลังประชุมก็แล้วกัน”
อริสราส่ายหน้าพลางหัวเราะเบา ๆ … เด็กคนนี้ ไม่เคยถอดใจจริง ๆ
วันที่ 3 ด้านการเมืองที่ส่งผลต่อการลงทุน ปัญหาด้านการเมือง ที่มีมายาวนาน ทำใหการประชุยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน อาจจะต้อง กลับ ออสเตรียเพื่อหารืออีกครั้งในหัวข้อนี้ จะสรุปทีมที่ตามกลับออสเตรียในวันพรุ่งนี้
วันที่สามของการประชุมดำเนินไปอย่างเข้มข้น ภายใต้หัวข้อ “การเมืองที่ส่งผลต่อการลงทุน” บรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด แม้ว่าฝ่ายไทยและออสเตรียจะมีแนวทางร่วมกันในหลายประเด็น แต่ปัญหาด้านเสถียรภาพทางการเมืองของไทยที่สืบเนื่องมาหลายปี ยังคงเป็ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเจรจายังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้
อริสรานั่งฟังผู้แทนแต่ละฝ่ายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ดวงตาของเธอนิ่งลึก แม้ภายนอกจะดูสงบ แต่ภายในเต็มไปด้วยการวิเคราะห์หลักและผลอย่างละเอียดที่จะเกิดขึ้น
“บางที เราอาจต้องกลับไปหารือที่ออสเตรียก่อน” หนึ่งในตัวแทนฝ่ายออสเตรียเอ่ยขึ้น
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนในห้องประชุมเงียบลง ก่อนที่ผู้แทนไทยจะพยักหน้าเห็นด้วย
พิมพ์นาราที่นั่งอยู่ข้างอริสราลอบมองพี่สาวคนสวยของเธอ เธอรู้ว่าเื่นี้คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่เธอคิดมากกว่านั้นคือ…
พี่ปรางค์จะต้องกลับไปออสเตรียอีกแล้ว
เมื่อการประชุมจบลง ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าจะมีการหารือเพิ่มเติมที่ออสเตรียในเร็ว ๆ นี้ และต้องมีการสรุปรายชื่อทีมงานที่จะเดินทางไปด้วยภายในวันพรุ่งนี้
ขณะที่ทุกคนทยอยออกจากห้องประชุม พิมเดินเคียงข้างอริสรา เธออยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ลังเล
“พี่ปรางค์…”
“หืม?” อริสราหันมามอง
พิมเม้มปากแน่น ก่อนจะถามออกไปตรง ๆ “ถ้าพิมจะขอไปออสเตรียด้วย…พี่ปรางค์จะว่าอะไรไหมคะ?”
อริสราชะงัก หันไปสบตากับหญิงสาวรุ่นน้องตรงหน้า แววตาของพิมเต็มไปด้วยความตั้งใจ แต่ก็แฝงด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่อยากอ่านมันออก
“…ทำไมถึงอยากไป?”
“พิมเป็ที่ปรึกษาพิเศษของโปรเจกต์นี้นะคะ ถ้าจะมีการหารือต่อที่ออสเตรีย พิมก็ควรจะไปด้วย”
อริสรายิ้มบาง ๆ ก่อนจะส่ายหน้า “พิมแน่ใจนะ ว่ามีเหตุผลแค่นั้น?”
พิมเม้มปากอีกครั้ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีแล้วตอบเสียงเบา “เหตุผลแค่นั้น…ก็พอแล้วค่ะ”
อริสราเผลอหลุดหัวเราะเบา ๆ เด็กคนนี้ ยังไงก็ยังเป็พิมพ์นารา… เด็กที่ไม่เคยยอมแพ้ในความรู้สึกของตัวเอง
และบางที… เื่ราวของทั้งสองคน อาจเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
“ทุกการตัดสินใจมีเหตุผล แต่ไม่ใช่ทุกเหตุผลจะเอาชนะหัวใจได้”