หลังจากสะบัดตัวน่ารำคาญทิ้งไปได้ แทคจึงออกไปทำงานแล้วกลับเข้ามาใน่บ่ายแก่ๆพร้อมกับของมากมาย และไม่ลืมแวะซื้อห่วงยางให้ยัยนั่นด้วย
ภายในบ้านเงียบเชียบคล้ายกับไม่มีคนอยู่ หากแต่ได้กลิ่นหอมฟุ้งของเนยลอยมาจากทางห้องครัว
เอาของทั้งหมดวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวแล้วเดินเข้าไปดูว่ามีใครกำลังทำอะไรอยู่
"คุณป้าอย่าลืมห่อใส่กล่องไปแบ่งทานกับคุณลุงนะคะ เดี๋ยวตะวันเอาคุกกี้ใส่โหลให้ด้วยดีกว่า"
"ขอบคุณค่ะคุณน้องตะวัน"
"ทำอะไรกัน"
ทั้งป้าแม่บ้านทั้งทานตะวันพากันหันมามองเขา หญิงสาวยกยิ้มพลางยกถาดขนมโชว์ผลงาน
"ขนมปังเนยกรอบค่าาา คุกกี้ก็มีน้าาา" อยู่บ้านเฉยๆก็เบื่อ เลยหาอะไรทำ เช่นอบขนมเป็ต้น
"หอมฟุ้งไปทั่วบ้าน" เขาว่า
"ลองชิมดูไหม อร่อยมากเลย"
ยิ้มน่ารักชะมัด กำลังใจเพียงหนึ่งเดียวของเขา แค่เห็นหน้าก็อารมณ์ดีแล้ว
ยื่นมือไปบีบแก้มนุ่มก่อนจะหยิบขนมปังเนยกรอบมาชิมหนึ่งชิ้น แววตาบอกชัดเลยว่ารักใคร่อีกฝ่ายแค่ไหน
และใครมันจะไปทนทานต่อสายตานั้นได้ ทานตะวันแสร้งทำเป็วางถาดขนมไว้บนเคาน์เตอร์แล้วหันไปก้มดูขนมที่อบอยู่ในเตา
หัวใจเ้ากรรมเต้นแรง แสดงออกชัดเจนเลยว่าเขินอาย ผู้ชายคนนี้มันอะไรกันเนี่ย เปิดเผยความรู้สึกโต้งๆ สมกับที่แอบรักกันมานาน ทานตะวันลอบถอนหายใจ กดดันเล็กน้อยถึงปานกลาง
ทางด้านแทคเองก็ลอบยิ้ม นาทีนี้ไม่มีอะไรต้องกั๊กไว้อีกแล้ว เป้าหมายมีไว้พุ่งชน รุกจนกว่าอีกฝ่ายจะให้ใจ!
"ป้าช่วยไปดูที่โต๊ะหน่อยนะ ผมซื้ออาหารเข้ามาด้วย ยังไงใส่จานแล้วจัดไปไว้ที่หาดให้ที"
"จะทานที่นั่นกันใช่ไหมคะ"
"อืม ปูเสื่อเอา ไม่ต้องตั้งโต๊ะหรอก"
"ได้ค่ะ"
พรึ่บ!
"จะได้เล่นน้ำทะเลอีกไหมคะ" ทานตะวันยืดตัวขึ้นมาถาม แววตาสุกใส
"ฉันซื้อห่วงยางมาแล้ว ไปดูสิว่าถูกใจหรือเปล่า"
"จริงเหรอคะ"
คนตัวเล็กทำหน้าตื่นเต้นก่อนวิ่งออกไปดูที่ห้องอาหาร พอเห็นห่วงยางสีสันสดใสก็ะโเหยงๆด้วยความดีใจ
"ขยันทำตัวน่ารักจังโว้ย!"
แทคเห็นแบบนั้นจึงะโลั่น ขายาวก้าวเดินออกไปจากพื้นที่นั้นเพราะกลัวจะอดใจไม่ไหวดึงอีกฝ่ายมาหอมแก้ม
ขณะที่ทานตะวันยืนแก้มแดงมองคนตัวสูงเดินออกไป คนบ้า... เป็เอามาก ขยันทำให้คนอื่นรู้สึกกดดันอยู่นั่นแหละ
แทคว่ายน้ำตามหญิงสาวไม่ห่าง ด้วยห่วงด้วยกลัวไปหมด ทั้งที่ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง ลมพัดเย็นสบาย คลืนก็ไม่แรง
"ไม่ต้องออกไปไกล"
มีห่วงยางแล้วเก่งไง คนห้ามเองก็เริ่มมีน้ำโหนิดๆ
"ไม่เป็ไรค่ะ ไปได้" คนดื้อว่างั้น
แน่นอนเขาเองก็ไม่ยอม จึงเกิดการดึงรั้งห่วงยางไว้ ขณะที่อีกคนออกแรงว่ายไปข้างหน้า
"ทานตะวัน" เสียงดุเอ่ยเรียก
"อะไรค่ะ ไม่ต้องดึง ๆ ตะวันทรงตัวได้ คุณแทคปล่อยเถอะ"
"ก่็มาเล่นใกล้ๆตรงนี้มันเป็อะไร"
"ไม่ได้เป็อะไร ตะวันแค่อยากไปอีกหน่อย"
แทคถอนหายใจ ทำไมวันนี้ถึงดื้อเป็พิเศษ ปล่อยมือจากห่วงยางแล้วกลับขึ้นฝั่ง อยากเล่นก็เชิญตามสบาย
ฮึดฮัดฟึดฟัดมานั่งที่เสื่อ อาหารถูกจัดวางรอไว้แล้วเรียบร้อย สายตาจับจ้องดูแลความปลอดภัย กระทั่งร่างสมส่วนเกาะห่วงยางลอยออกไปไกลจนผิดสังเกต
เขาเลยรีบวิ่งลงไปในทะเลอีกครั้ง ว่ายไปหาจนคว้าตัวของเธอเอาไว้ได้
"ทำบ้าอะไร!"
เขาตวาดลั่นด้วยความโมโห ใจเสียแบบสุดๆ ทำเอาหญิงสาวนิ่งอึ้ง เบะปากคล้ายจะร้องไห้
"จะออกไปไกลทำไม"
"ตะวันว่ายน้ำได้"
"ว่ายได้? แล้วจะใช้ห่วงยางทำห่าอะไรวะ! เธอรู้ว่าฉันเป็ห่วงแต่ก็ยังดื้อรั้น คิดจะกวนอารมณ์กันใช่ไหม"
"..."
แทคโกรธมาก โมโหที่เธอไม่สนใจความรู้สึกของเขา มีแต่เขาที่บ้าไปเองคนเดียว
"ไปเล่นตรงที่มันตื้นๆซะ"
พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเอง ว่ายประกบพากลับไปเล่นตรงที่ขาพอจะแตะถึงพื้น จากนั้นก็กลับขึ้นไปนั่งกินข้าว โดยไม่รออีกฝ่ายมากินด้วยกัน
ทางด้านของทานตะวัน... เธอมองไปยังชายหนุ่มที่นั่งกินข้าวอยู่ เมื่อครู่นี้ตั้งใจจะออกไปไกล ๆ มั่นใจเพราะมีห่วงยาง แต่ลืมนึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายที่ดูจะเป็ห่วงมาก
ลอยคออยู่บริเวณตื้นๆ ซึ่งสุดท้ายตัดสินใจเลิกเล่น ถือห่วงยางเดินไปหา พอเขาเห็นว่าเธอเดินมาก็ลุกหนีทันที ทำเอาหน้าชาไม่กล้าขยับตัวทำอะไร
โดนโกรธเข้าให้แล้ว
.
.
.
กลายเป็ว่าตื่นมาไม่ค่อยสดชื่นเหมือนทุกที ลงมาข้างล่าง บ้านเงียบไร้เงาเ้าของ เดาว่าคงออกไปทำงานและน่าจะกลับมาใน่บ่าย
เพื่อเป็การขอโทษที่ทำตัวเอาแต่ใจ ทานตะวันเลยให้คุณลุงคนดูแลพาไปตลาด ทำอาหารอร่อย ๆ เพื่อง้อเขา
ซึ่งสิ่งที่คิดไว้ไม่เป็ไปตามแผนทั้งหมด เพราะนอกจากจะโกรธมากแล้วเขายังไม่กลับมาอีกด้วย
นั่งรอจนดึกดื่นก็ไม่มีวี่แววว่าได้ยินเสียงรถขับเข้ามาจอด เลยตัดสินใจโทรไฝหาแต่เขาก็ไม่รับสาย ส่งข้อความก็ไม่เปิดอ่านอีก ทานตะวันว้าวุ่นใจยิ่งนัก
สุดท้ายคุณเขาไม่ได้กลับมาบ้านและทานตะวันทนรอไม่ไหว จึงเก็บของขึ้นห้องนอน
.
.
.
เช้าวันต่อมาสิ่งแรกที่ทานตะวันตื่นมาเช็คก่อนเลยก็คือรถยนต์... ซึ่งเธอลงมาดูที่โรงจอดรถ
"มีอะไรหรือเปล่าครับคุณหนู" คุณลุงที่กำลังกวาดใบไม้อยู่เอ่ยถาม
"คุณแทคยังไม่กลับมาเลยเหรอคะ"
"กลับนะครับ ตอนตีห้าแล้วก็ออกไปใหม่ตอนหกโมงเช้า ก่อนที่คุณน้องตะวันจะลงมาราว ๆ สามสิบนาทีนี่เอง"
"อ่อ... เหรอค่ะ"
"เป็ปกตินะครับ เวลาที่มาก็มักจะยุ่งกับงาน ไม่ค่อยมีเวลาพักจริง ๆ จัง ๆ หรอก แต่ผมบอกคุณหนูไปแล้วว่าเมื่อวานคุณน้องตะวันทำอาหารรอ"
"แล้วเขาไม่พูดอะไรเลยเหรอคะ"
"แค่ตอบว่าเหรอแล้วก็ขับรถออกไป"
"ไม่รู้ว่าได้กินข้าวปลาไหมนะคะ เดี๋ยวตะวันรบกวนคุณลงช่วยพาไปตลาดอีกรอบได้ไหม"
"จดรายการมากก็ได้ครับ เดี๋ยวลุงไปซื้อให้ จะได้ไม่เหนื่อยแล้วก็ร้อนด้วย"
"เอางั้นก็ได้ค่ะ ตะวันว่าจะอบขนมก่อนด้วย ยังไงเดี๋ยวเขียนรายการให้นะคะ"
"ครับ"
สรุปทั้งวันทานตะวันขลุกอยู่แต่ในครัว ทั้งกลิ่นขนมกลิ่นอาหารคละคลุ้งเรียกน้ำย่อย
เธอจัดแบ่งให้คุณป้าเอาไปกินกับคุณลุง ส่วนตัวเองขึ้นมาอาบน้ำชำระล้างเหงื่อไคล เสร็จก็ลงมานั่งรอเขา...
ขณะเดียวกันแทควุ่นกับการเก็บหนี้แต่ละที่ ซึ่งแต่ละคนก็มีเื่ราวที่ต้องรับฟังเพื่อพิจารณาว่าจะเอายังไงต่อ เพราะหลายเ้าประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ทำให้ไม่มีเงินมาจ่ายหนี้
กว่าจะเสร็จก็เย็นย่ำ นี่แค่แถบ ๆ นี้นะ คือพ่อของเขาขยันซื้อที่เก็บไว้เสียด้วย ทั่วประเทศอย่างน้องต้องมีที่ดินสักหนึ่งแปลงไว้เกร็งกำไรหรือปล่อยให้เช่าในแต่ละจังหวัด
กลับมาถึงบ้านเดินผ่านห้องนั่งเล่นเห็นทีวีเปิดอยู่ ส่วนทานตะวันนอนหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟา เขาหยุดยืนมองเธอครู่หนึ่งก่อนขึ้นห้องไปอาบน้ำ
ใช้เวลาสักพักถึงลงมา เื่โกรธเคืองยังหลงเหลืออยู่บ้าง อย่างน้อยเขาก็อยากให้เธอง้อเขาสักนิด
"นี่" เสียงดุเอ่ยเรียกพลางสะกิดแขนเรียว
ทานตะวันสะดุ้งตื่น ลุกขึ้นนั่งพลางมองชายหนุ่มที่ยืนกอดอกอยู่
"กลับมาแล้วเหรอคะ"
"ฉันหิวข้าว"
เขาพูดแค่นั้นแล้วเดินไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารและมองเธอที่เดินผ่านเข้าไปในครัวอย่างเร่งรีบ
บรรยากาศอึดอัดทำให้หญิงสาวกินอะไรไม่ลง เขี่ยข้าวในจานพลางก้มหน้าไม่มองอะไรทั้งนั้น ส่วนเขานั่งกินไปเรื่อยๆราวกับไม่รู้สึกอะไร
"ถ้าจะทำแบบนี้ก็ลุกออกไป"
พอเจอเสียงดุพูดคล้ายกับไล่เข้าให้ ไม่กี่วินาทีต่อมาน้ำตาก็ไหลอาบแก้มสองข้าง สะอื้นฮึกฮักไม่กล้าลุกเพราะใจก็อยากง้อเขาก่อน
"คิดจะยั่วโมโหกันหรือไง น้ำตาไม่ช่วยให้น่าสงสารขึ้นหรอกนะ"
แทคหงุดหงิดที่อีกฝ่ายร้องไห้ หงุดหงิดที่จะทำอะไรก็ไม่ทำ เช่นแค่เอ่ยขอโทษออกมาเขาก็หายโกรธแล้ว
"เป็อะไร ร้องไห้ทำไม"
น้ำเสียงดุดันยิ่งทำให้ทานตะวันใจเสีย
"ฮะ ฮึก!"
"ถ้าการกระทำของฉันมันทำให้เธออึดอัดต่อไปก็ต่างคนต่างอยู่ หมดเดือนนี้ก็ไม่ต้องทำงานใช้หนี้แล้วกัน ถือว่าฉันยกให้"
ยิ่งเขาพูดแบบนี้ยิ่งใจไม่ดีเข้าไปใหญ่เลย ทั้งที่ควรจะดีใจแท้ ๆ ในที่สุดก็ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีกแล้ว ส่วนเื่ที่เขารักเธอก็ให้มันเป็เื่ของเขาคนเดียวเธอไม่เกี่ยว
"ฮึก! ตะวันขอโทษค่ะ ตะวันไม่ได้้าให้มันเป็แบบนี้เลย"
"แล้วยังไง"
"ตะวันไม่ดีที่มองข้ามความเป็ห่วงของคุณ ดื้อรั้นเอาแต่ใจ เพราะคุณใจดีตะวันเลยลืมตัว"
"แล้วยังไงอีก"
"ตะวันขอโทษค่ะ ฮึก ขอโทษจริง ๆ"
"..."
"ตะวันอยากให้เราเป็แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่อยากให้มันจบลงเลย"
"เธออาจแค่จะชินก็ได้"
"ก็ด้วย...แต่จริง ๆ ตะวันชอบที่มีคุณมากกว่า"
เพราะความเคยชินทำให้รู้ตัวว่าขาดเขาไม่ได้ กึ่งชอบกึ่งไม่แน่ใจ ซึ่งเธอให้น้ำหนักไปทางชอบมากกว่า
"ฮึก ตะวันคิดตะวันชอบคุณเข้าแล้วนั่นเอง"
Tbc.