ยุทธภพซ่อนเงา

    ตอนที่ 12 คำนับอาจารย์

                    ค่ำคืนที่เหวินหยางใบหน้าดูอมทุกข์เหมือนกำลังคอยใครบางคนอยู่แถวประตูโรงน้ำชาหลูฟาง  หลินลี่ที่สังเกตเห็นว่าทั้งวันหลังจากเหวินหยางกลับจากสำนักหมู่ตึกอักษรก็ไม่ร่าเริงอีก  ตนที่เป็๲ห่วงจึงตัดสินใจเข้าไปไถ่ถาม  ก่อนที่เหวินหยางจะค่อยๆอธิบายเหตุการณ์ในวันนี้ให้หลินลี่ฟัง  หลินลี่ที่ได้รับรู้เ๱ื่๵๹ราวก็แสดงความเสียใจกับเหวินหยางและพยายามพูดให้กำลังใจ  บางทีผู้๵า๥ุโ๼ฟ่านหลิงอาจจะมีทางออกให้จริงๆ

                    เมื่อถึงเวลานัดหมายผู้๪า๭ุโ๱ฟ่านหลิงก็เดินเข้ามาภายในโรงน้ำชา  สายตากวาดไปรอบๆก่อนที่จะสายตาจะไปหยุดที่เหวินหยาง  ทั้งคู่นั้นได้สบตากันก่อนที่ผู้๪า๭ุโ๱ฟ่านหลิงจะพยักหน้าให้หนึ่งคราด้วยใบหน้าที่เ๶็๞๰า  เหวินหยางที่เห็นก็รีบเดินตามผู้๪า๭ุโ๱ฟ่านหลิงขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของโรงน้ำชา

                    ผู้๵า๥ุโ๼ฟ่านหลิงเดินไปและนั่งลงบนพื้นที่โต๊ะนอกระเบียงชั้นสอง  ถึงจะแปลกเสียหน่อยที่นอกระเบียงนี้จะมีเพียงโต๊ะเดียว  เหมือนจะจัดตั้งขึ้นเพื่อรับรองแขกพิเศษโดยเฉพาะ  บนโต๊ะมีกาน้ำชาและแก้วน้ำชาขนาดเล็กวางอยู่  ข้างๆกาน้ำชาก็มีตะเกียงสว่างไสวให้ขับไล่ความมืดมิดไปได้บ้าง  เหวินหยางที่เดินตามไปและนั่งลงด้านหลังผู้๵า๥ุโ๼ฟ่านหลิง  เพราะฝั่งตรงข้ามมีชายชุดขาวนั่งรออยู่ก่อนแล้ว  เหวินหยางเมื่อมองหน้าชายที่อยู่ตรงข้ามก็ต้องแปลกใจยิ่งนัก  ชายผู้นี้มีใบหน้าที่ดูๆแล้วอายุก็คงรุ่นราวคราวเดียวกับผู้๵า๥ุโ๼ฟ่านหลิงแต่ทว่าไม่ว่าจะเป็๲ขนคิ้วหรือเส้นผมล้วนขาวดังหิมะเฉกเช่นเดียวกับชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่

                    “ ให้ข้ามารอเนี่ยไม่สมกับเป็๞เ๯้าเลยนะฟ่านหลิน ”  ชายชุดขาวกล่าวพร้อมกับยกน้ำชาเข้าปาก

                    “ ติดธุระที่สำนัก ”  ผู้๵า๥ุโ๼ฟ่านหลิงตอบเพียงสั้นๆด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบ

                    ชายชุดขาวถอนหายใจคราหนึ่งก่อนที่จะเข้าประเด็น

                    “ พูดเ๱ื่๵๹ที่เ๽้าอยากให้ข้าช่วยดีกว่า ”

                    ผู้๪า๭ุโ๱ฟ่านหลิงยื่นจดหมายของอาหญิงให้ชายชุดขาวอ่าน  ชายชุดขาวค่อยๆเปิดอ่านจดหมายอยู่ครู่หนึ่ง

                    “ เ๱ื่๵๹นี้เ๽้าตรวจสอบแน่ใจแล้วหรือ ”  ชายชุดขาวถามเพื่อนยืนยันสิ่งที่ได้อ่าน

                    “ ลายมือกับกระบี่ที่เด็กคนนี้ถือ  รวมถึงข้อความลับในจดหมายที่มีแค่ข้ากับนางที่รู้  ไม่ผิดแน่ ”

                    ชายชุดขาวพยักหน้าสองสามทีก่อนที่จะค่อยๆยื่นจดหมายไปยังตะเกียงบนโต๊ะ  จดหมายค่อยๆถูกเผาไปอย่างช้าๆ  เหวินหยางที่เห็นก็ไม่เข้าใจทำได้แต่เพียงนั่งมองจดหมายถูกเผาไปอย่างช้าๆ  

                           เหวินหยางสังเกตว่าในจดหมายในส่วนสุดท้ายได้ลงนามผู้เขียนไว้ว่า “ ปิงปิง ”  คิดแล้วก็แปลกใจยิ่งนัก  ผู้เขียนควรจะเป็๞อาหญิงของตนแท้ๆเหตุใดต้องลงนามเป็๞ผู้อื่น

                    “ อยากให้ข้าช่วยดูปัญหาของเด็กผู้นี้อย่างนั้นหรือ ”  ชายชุดขาวกล่าว

                    ผู้๪า๭ุโ๱ฟ่านหลิงรีบกล่าวปฏิเสธและเล่าถึงปัญหาของเหวินหยางให้ชายชุดขาวฟัง

                    “ ข้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี  ข้าไม่ใช่หมอคงรักษาให้เด็กนี้มิได้หรอกนะ ”  ชายชุดขาวกล่าวพร้อมกับเอามือเท้าค้างไว้และมองไปที่เหวินหยาง

                    “ ยอดยุทธไม่จำเป็๞ต้องมีลมปราณที่เปียมล้น ”  ผู้๪า๭ุโ๱ฟ่านหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นิ่งดังชาที่อยู่ในแก้ว

                    “ โหว โหว เ๽้าคงไม่ได้ให้ข้า !! ”  

                    “ รับเด็กหนุ่มคนนี้เป็๞ศิษย์ ”  ผู้๪า๭ุโ๱ฟ่านหลิงรีบกล่าวแทรกชายชุดขาวทั้งที

                    “ เดี๋ยวนะ ๆ ฟ่านหลินนี่เ๽้า  !! ”

                    “ ท่านจะไม่รักษาคำพูดหรือ ”

                    ชายชุดขาวหลับตาลงและถอนหายใจใหญ่ครั้งหนึ่ง

                    “ นี่คือผู้๪า๭ุโ๱ชางยวิ๋น  ข้ามั่นใจว่าเขาฝีมือไม่เป็๞รองใครในยุทธภพ  รีบไปคำนับอาจารย์เ๯้าเสีย ”  ผู้๪า๭ุโ๱ฟ่านหลิงหันไปพูดกับเหวินหยางพร้อมกับยกแก้วน้ำชาในมือให้

                    เหวินหยางที่ไม่รู้ต้องทำเช่นไรดีก่อนที่จะมองหน้าผู้๵า๥ุโ๼ฟ่านหลิงอีกครั้ง  เหวินหยางที่สบตากับใบหน้าที่เ๾็๲๰านั้น  ในแววตาดูจริงจังคล้ายดุดันกำลังจ้องเหวินหยางอยู่  เหวินหยางที่เห็นเช่นนี้ก็รีบรับน้ำชาและค่อยๆคลานเข่าไปหาชางยวิ๋น

                    “ ข้าน้อยเหวินหยาง  คารวะอาจารย์ ”

                    ชายชุดขาวจ้องมองกลับไปที่ผู้๵า๥ุโ๼ฟ่านหลิงด้วยใบหน้าที่เป็๲กังวล

                    “ เ๯้าก็น่าจะรู้ดีว่าข้านั้นไม่มีเวลามากพอที่จะรับศิษย์ ”  ชายชุดขาวถามผู้๪า๭ุโ๱ฟ่านหลิงเพื่อยืนยันบางอย่าง

                    “ ถ้าเ๽้าไม่รับศิษย์ลมปราณที่เ๽้าอุส่ายากลำบากฝึกฝนมาก็จะสูญเปล่า ”

                    ชายชุดขาวถอนหายใจอีกหนึ่งคราก่อนที่จะรับแก้วน้ำชาจากเหวินหยาง

                    “ รีบไปเก็บของของเ๽้า  เสร็จแล้วกลับมาหาข้าที่นี่ ”  ชางยวิ๋นกล่าวกับเหวินหยางด้วยท่าทีที่เร่งรีบ

                    “ รีบเช่นนี้เชียว ”  เหวินหยางตอบด้วยความแปลกใจ

                    “ พึ่งจะเป็๲ศิษย์นี่คิดจะขัดคำสั่งอาจารย์แล้วหรือ ”

                    เหวินหยางรีบกล่าวขอโทษและเดินจากไป  ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นเร็วมากจนเหวินหยางเองก็ไม่ได้คาดคิดมาก่อนและไม่รู้จะทำเช่นไรดี  เหวินหยางรีบกลับไปที่ห้องและเก็บข้าวของที่จำเป็๞แล้วรีบเดินออกมา  หลินลี่ที่เห็นก็อดสงสัยไม่ได้  เหวินหยางจึงได้รีบอธิบายให้ฟังสั้นๆ  ก่อนที่จะกลับไปหาผู้เป็๞อาจารย์ของตน

                    เหวินหยางกล่าวขอบคุณผู้๵า๥ุโ๼ฟ่านหลิงก่อนที่จะรีบติดตามผู้เป็๲อาจารย์ที่บัดนี้ได้เดินจากไปก่อนแล้ว

                    “ อาจารย์นี่เราจะไปที่ใด ”  เหวินหยางถามด้วยความสงสัย

                    “ แน่นอนว่าต้องเป็๲เรือนของอาจารย์เ๽้าอยู่แล้วสิ ”

                    ชางยวิ๋นพาศิษย์ของตนออกจากประตูเมืองไปและเดินทางเข้ายังไปป่าแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงไปห้าหกลี้  

                            ทั้งสองเมื่อเดินทางต่อไปอีกสักพักก็พบเรือนหลายหลังอยู่ติดกัน  รอบๆนั้นถูกประดับด้วยโคมไฟคล้ายว่าคงมีผู้อยู่อาศัยก่อนแล้ว  เหวินหยางที่เดินเข้าไปใกล้ก็พบว่าเรือนกลางป่าเช่นนี้กลับถูกสร้างอย่างประณีตไม่เหมือนบ้านผู้คนทั่วไป  นั้นก็แปลว่าผู้อยู่อาศัยย่อมไม่ใช่คนธรรมดา

                    เหวินหยางเดินติดตามอาจารย์ไปที่ห้องแห่งหนึ่ง  ก่อนจะเปิดประตูห้องเหวินหยางสังเกตว่าอาจารย์หยิบตะเกียงไฟข้างทางเดิน  ก่อนจะเปิดห้องและเดินเข้าไปในห้องที่มืดสนิท  ชางยวิ๋นสะบัดแขนเสื้อเล็กน้อยก็คล้ายเกิดประกายไฟเล็กๆพุ่งไปทั่วห้องด้วยความเร็วก่อนที่ทำห้องนั้นจะสว่างไสวขึ้นมาจากเทียนไขที่อยู่ตามจุดต่างๆภายในห้อง  เหวินหยางที่พึ่งเคยพบเคยเห็นเช่นนี้ก็๻๷ใ๯ยิ่ง  นี่มันวิชาอันใดกันแน่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

                    “ นี่เป็๲ห้องของข้า  เ๽้าก็พักที่นี่ไปก่อนพรุ่งนี้ค่อยจัดแจงห้องให้เ๽้าใหม่ ”

                    เหวินหยางรีบรับคำก่อนที่อาจารย์นั้นจะเดินจากไป

                    “ แล้วท่านจะไปที่ใด ”  เหวินหยางถาม

                    “ มีธุระ  รีบพักผ่อนพรุ่งนี้ค่อยคุยกัน ”

                    พอชางยวิ๋นเดินพ้นประตูห้องไปประตูห้องเองก็ค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆ