“หัวหน้าหวัง นี่คือรายงานผลตรวจหาร่องรอยบนรถเก๋งซานตาน่าปีสองพันของโหวจวิ้นเยี่ยนที่ฝ่ายเทคนิคเพิ่งส่งมาครับ ไม่พบร่องรอยเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับคดีของพวกเรา รายละเอียดเพิ่มเติมหัวหน้าอ่านดูนะครับ” พูดเสร็จ จ้าวหยุนก็วางรายงานไว้บนโต๊ะของหวังย่าหนาน แล้วเดินออกไป
หวังย่าหนานนึกขึ้นมาได้ รีบเรียกเขาไว้ “คนที่ส่งไปสอดแนมติงหรงได้เื่อะไรบ้างไหม”
จ้าวหยุนพยักหน้า “ตอนนี้ติงหรงอยู่ในความควบคุมของพวกเราตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ขอเพียงแค่หลักฐานพร้อม พวกเราสามารถเข้าจับกุมได้ทันที!”
“โอเค ถ้ามีความคืบหน้ารายงานฉันทันที”
“ไม่มีปัญหาครับ!” จ้าวหยุนเดินออกจากออฟฟิศ
หวังย่าหนานมองผ่านกระจกกั้นห้องทำงานของตัวเองเห็นจ้าวหยุนเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเขา และเปิดคอมพิวเตอร์ทำงานต่อ เธออดถอนหายใจไม่ได้ ชายคนนี้เป็คู่หูกับตนเองมาสองปีแล้ว ถึงแม้จะมีตำแหน่งเป็ถึงรองหัวหน้าหน่วย ยศต่ำกว่าตนเองหนึ่งขั้น แต่เขากลับไม่มีความเ้ายศเ้าอย่าง เต็มอกเต็มใจเป็ผู้ช่วยของหล่อน หวังย่าหนานอธิบายความรู้สึกแบบนี้ไม่ถูก
หล่อนส่ายหน้าและรวบรวมสมาธิไปที่รายงานผลตรวจในมือ ไล่อ่านไปทีละบรรทัดอย่างตั้งใจ
เป็ไปตามที่จ้าวหยุนรายงานไว้ก่อนหน้า รถทั้งคันสะอาดเรียบร้อยไร้รอยตำหนิ ไม่มีแม้แต่รอยนิ้วมือสักรอย ไม่เหมือนรถที่จอดทิ้งไว้โดยไม่มีคนใช้เป็เวลาสามปีเลยสักนิด ถึงแม้จะบอกว่าจุดนี้เป็จุดที่น่าสงสัยของรถคันนี้ แต่ถ้ายังหาหลักฐานที่เชื่อมโยงติงหรงกับรถเข้าด้วยกันไม่ได้ หวังย่าหนานก็ไม่มีทางที่จะเชิญหล่อนมาที่กรมตำรวจได้เลย หวังย่านานคิ้วขมวดเป็ปม ทันใดนั้นเหมือนหล่อนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบร้อนลุกเดินไปเปิดประตูห้องทำงาน ะโถามเสียงดัง
“จ้าวหยุน ตอนที่พวกนายตรวจสอบรถของโหวจวิ้นเยี่ยน ประตูรถอยู่ในสภาพไหน”
“ปิดอยู่ครับ”
“ปิดสนิทเลยเหรอ”
“ใช่ครับ!”
“ตอนนี้รถอยู่ที่ไหน”
“ที่โกดังเก็บรถของฝ่ายเทคนิคที่กรมครับ พวกเราเพิ่งไปลากมาเมื่อ่บ่ายนี่เอง!”
“ดีมาก! รีบไปบอกให้คนของฝ่ายเทคนิคปิดรถให้แ่า แล้วรอฉัน” พูดจบ หวังย่าหนานก็เก็บความตื่นเต้นบนใบหน้าไว้ไม่มิด หล่อนพุ่งออกจากห้องทำงานไปด้วยความดีใจ และตรงไปยังห้องนิติเวชที่อยู่ชั้นใต้ดิน
“เสี่ยวถง! เสี่ยวถง!”
เสียงของหวังย่าหนานลอยมาตามระเบียง พานเจี้ยนขมวดคิ้ว เงยหน้ามองจางถงที่กำลังขะมักขเม้นตรวจสอบชิ้นเนื้ออยู่ที่สเตชั่นฝั่งตรงข้าม “คุณหมอจาง เหมือนมีคนเรียกคุณหมอนะครับ”
จางถงพยักหน้า ถอดถุงมือและแว่นตานิรภัยออก
“นายดูต่อที เดี๋ยวฉันกลับมา” พูดเสร็จหล่อนก็เดินออกจากห้องนิติเวชไป
“ย่าหนาน เกิดเื่อะไรขึ้น ดูเธอรีบร้อนจัง”
หวังย่าหนานตบรายงานในมือ “ยังจำคดีฆ่าภรรยาที่ะเืขวัญไปทั่วอเมริกาเมื่อครึ่งปีก่อนที่เธอเคยเล่าให้ฉันฟังได้ไหม”
จางถงพยักหน้างงๆ “ทำไมเหรอ”
“ฉันจำที่เธอบอกได้ว่าในตอนแรกไม่มีวิธีที่จะยืนยันได้ว่าเป็สามีของหล่อน หรือผู้ต้องสงสัยที่เป็ฆาตกรเคยปรากฏตัวขึ้นในรถคันนั้นมาก่อน ต่อมาเป็เพราะการทดสอบอย่างหนึ่ง จึงพบร่องรอยดีเอ็นเอที่สดใหม่ของสามีหล่อนบนพวงมาลัยรถ แล้วก็ที่เกียร์รถ ไหนเธอเล่าให้ละเอียดอีกรอบซิว่าเจอได้ยังไงกัน เร็วเข้า! ฝ่ายเทคนิคกำลังรอฉันอยู่ที่โกดังเก็บรถ!”
เห็นสีหน้าร้อนรนของหวังย่าหนาน จางถงก็เข้าใจทันที “หนังที่หุ้มพวงมาลัยรถมีลักษณะยังไง”
“เป็ปุ่มนูนไม่สม่ำเสมอ! ”
“ฉันไปกับเธอด้วย!”
ไม่เปิดโอกาสให้พูดอะไรอีก หล่อนลากหวังย่าหนานวิ่งไปที่โกดังเก็บรถทันที
ที่มุมหนึ่งในโกดังเก็บรถขนาดไม่ใหญ่มาก มีห้องกั้นพิเศษขนาดยี่สิบตารางเมตรอยู่หนึ่งห้อง ปกติแล้วถ้าเจอหลักฐานน่าสงสัยที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุรถชน ตลอดจนอุบัติเหตุทางจราจรต่างก็จะถูกลากมาตรวจสอบที่นี่ ด้วยเหตุผลที่ง่ายมาก นั่นเพราะว่าหน่วยตำรวจจราจรกับกรมตำรวจแห่งเมืองเทียนฉางใช้อาคารเดียวกัน เนื่องจากเ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญขาดแคลนอย่างหนัก ทีมตรวจพิสูจน์หลักฐานที่มีสมาชิกเพียงแค่ห้าคนต้องวิ่งไปทั้งจุดที่เกิดอุบัติเหตุทางจราจร แถมยังต้องรับหน้าที่สืบสวนคดีในที่เกิดเหตุอีกด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงถูกขนานนามด้วยความปรารถนาดีว่า ‘นักดับเพลิง’
และเวลานี้ ‘นักดับเพลิง’ สองนายกำลังคุ้มกันรถเก๋งซานตาน่าปีสองพันคันนั้นอย่างแ่า รอบตัวรถมีแผ่นพลาสติกหนาๆ ล้อมไว้อีกหนึ่งชั้นอย่างแ่า
จางถงตามหวังย่าหนานมาที่รถ เธอรีบสวมถุงมือแล้วหยิบขวดบรรจุของเหลวใสที่ดูธรรมดาๆ ออกมาจากกล่องเครื่องมือของเ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์หนึ่งขวด จากนั้นหยิบคัตตอนบัตอีกสองอันและหลอดทดลองเบอร์สองอีกสองหลอด พลางส่งสัญญาณให้เปิดผ้าพลาสติกออก จากนั้นเธอจึงเปิดประตูรถแล้วมุดเข้าไปนั่งด้านใน
ไม่นานนักจางถงก็มุดออกมา แล้วส่งหลอดทดลองสองหลอดที่ปิดฝาเรียบร้อยให้ทีมตรวจพิสูจน์ที่ยืนอยู่ด้านข้าง พร้อมออกคำสั่ง “รีบตรวจหาดีเอ็นเอ!”
“สำเร็จแล้ว?”
จางถงพยักหน้ายิ้ม ถอดถุงมือไปพูดไป “ถึงแม้ด้านในรถจะถูกเช็ดไปหนึ่งรอบ แต่รอยตะปุ่มตะปั่มเล็กๆ บนพวงมาลัยรถจะยังคงรักษาคราบเหงื่อของผู้ใช้ไว้ ตอนนี้เป็ฤดูร้อน คงจะไม่มีใครสวมถุงมือขับรถหรอก แล้วมือของมนุษย์อย่างเราก็ขับเหงื่อออกมาอยู่ตลอดเวลา เมทาบอลิซึ่มของิัก็เกิดขึ้นตลอดเวลา ฆาตกรไม่ทันได้คิดถึงตรงจุดนี้ รอบคอบยังไงก็ต้องมีช่องโหว่ เมื่อครู่ฉันใช้สารละลายฟีนอลเช็ด ยืนยันได้ว่ามีร่องรอยดีเอ็นเอ ถ้าเป็ร่องรอยของเมื่อสามปีก่อนที่เหลือทิ้งไว้ ฉันว่าตอนนี้น่าจะตรวจไม่เจอ ถึงแม้จะตรวจเจอแต่ตัวอย่างก็เกิดการออกซิเดชั่นจนอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์แล้ว รถคันนี้ปิดแ่า ขอเพียงพวกเรายืนยันความบริสุทธิ์ของตัวอย่างที่เก็บได้เมื่อครู่ แล้วสกัดดีเอ็นเอออกมาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอตัวอย่าง เพียงเท่านี้ทุกอย่างก็สามารถคลี่คลายได้แล้ว!”
แน่นอนว่าหวังย่าหนานเข้าใจ ‘ดีเอ็นเอตัวอย่าง’ ที่จางถงพูดถึง เธอพยักหน้าแล้วเดินออกไป