กู้หยูม่านจูงมือลูกฝาแฝดทั้งสามออกมาด้านนอก ถึงแม้รูปร่างของนางจะผ่ายผอมและิัดูแห้งคล้ำน่าเกลียด แต่ท่วงท่าการเดินที่เต็มไปด้วยความมั่นใจทำนางดูน่าเกรงขามอย่างบอกไม่ถูก
หลิ่วซานกั๋วมองภรรยาอย่างนึกแปลกใจ แต่มันก็แค่ชั่วขณะเดียวเท่านั้น เพราะภารกิจสำคัญของเขาคือต้องไล่ภรรยากับลูกชายทั้งสามคนออกจากบ้านให้ได้ ไม่เช่นนั้นท่านพ่อตาอาจจะเลิกสนับสนุนให้เขาเข้ารับราชการในอำเภอก็ได้
“เ้าออกมาแล้วหรือ” หลิ่วซานกั๋วแสร้งทำหน้ารู้สึกผิด “เ้าอย่าได้โทษข้าเลยนะแม่นางกู้ หากไม่เพราะภรรยากับลูกๆ ของข้าเสียใจจนล้มป่วยที่รับรู้ถึงการมีอยู่ของพวกเ้า ข้าคงไม่พูดความจริงออกไปให้ทุกคนรู้ ขอโทษที่ข้าปิดบังความจริงให้เ้าไม่ได้อีกแล้ว เ้าไปเสียเถอะ”
กู้หยูม่านมองหลิ่วซานกั๋วอย่างรังเกียจ นางอยากพูดออกไปเหลือเกินว่าเป็ไอ้แซ่หลิ่วผู้นี้ที่ทำลายความบริสุทธิ์ของเ้าของร่างเดิม แต่เวลานี้หลิ่วซานกั๋วเป็ถึงซิ่วไฉ ทุกคนย่อมเชื่อคำพูดของเขา ส่วนสตรีที่ไม่รู้ที่มาที่ไปเช่นนาง ใครเขาจะมาเชื่อ
“กู้หยูม่าน เสียแรงที่ข้าสงสารและเอ็นดูเ้ากับลูกชายของเ้ามาหลายปี ที่แท้เ้ามันก็แค่ผู้หญิงมีราคีและเ้าเด็กแฝดทั้งสามก็เป็แค่มารหัวขนที่เกิดมาจากความไม่ตั้งใจ หมู่บ้านของเราไม่ต้อนรับพวกเ้าแล้ว พวกเ้าออกไปจากหมู่บ้านของเขาเสีย” ยายหลิ่วสามะโขึ้นเป็คนแรก “ถ้าเ้ายังดื้อดึงก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย”
หลังจากนั้นชาวบ้านอีกหลายคนะโขับไล่กู้หยูม่านอย่างไม่ปรานี ไม่เท่านั้น...พวกเขายังหาผักเน่าและก้อนหินขว้างใส่นางกับลูกๆ โดยที่หลิ่วซานกั๋วยืนมองด้วยความพอใจ
“แม่นางกู้ เื่มาถึงขั้นนี้แล้วเ้าก็ไปเสียเถอะ ครอบครัวของข้าดูแลพวกเ้าแม่ลูกมาหลายปี ถึงเวลาที่เ้าจะตอบแทนบุญคุณพวกเราได้แล้ว” หลิ่นซานกั๋วพูดขึ้น
กู้หยูม่านกอดลูกชายไว้อย่างปกป้อง นางไม่สนใจว่าตนเองจะได้รับาเ็ จนเมื่อชาวบ้านเริ่มหยุดมือ นางจึงหันหน้าไปมองหลิ่วซานกั๋วอย่างโมโหเพราะไม่คิดว่าเขาจะยุยงให้ชาวบ้านมาทำร้ายลูกชายรุนแรงถึงเพียงนี้ “หลิ่วซานกั๋ว เ้าไม่กลัวว่าวันหนึ่งฟ้าจะผ่าเพราะคำโกหกของเ้าบ้างหรือ หรือเ้ากลัวว่าเ้าจะตายสบายเกินไป”
“เ้ากล้ามาแช่งลูกชายข้าหรือนังสารเลว” แม่เฒ่าหลิ่วเดินไปตบหน้ากู้หยูม่านเต็มแรง
กู้หยูม่านที่คอยปกป้องเด็กๆ จึงไม่ทันได้ระวังตัว แรงตบของแม่เฒ่าหลิ่วทำให้เืซึมขึ้นที่มุมปาก แต่กู้หยูม่านไม่ตอบโต้แต่กลับยิ้ม “โกหกหรือไม่ทำไมเ้าไม่ไปถามลูกชายเ้าเองเล่า”
“คนที่ทำให้ลูกชายของข้าต้องโกหกก็คือเ้า หากเ้าไม่เอาแต่คอยตามติดลูกชายข้าเพื่อจะอยู่กับเขาให้ได้ เขาจะต้องอดทนรับเ้าให้เข้ามาอาศัยในบ้านของเราได้อย่างไร” แม่เฒ่าหลิ่วชี้หน้ากู้หยูม่านอย่างโมโห “หากไม่เพราะตอนนั้นข้ากับตาเฒ่ากลัวว่าชื่อเสียงของซานกั๋วจะเสียหายจนเข้าสอบซิ่วไฉไม่ได้ ข้าคงไล่เ้าออกจากบ้านไปนานแล้ว”
“แม่นางกู้ ข้ารู้ว่าเ้าอยากอาศัยชื่อเสียงของซานกั๋วเพื่อยกฐานะของตัวเอง แต่ซานกั๋วก็ช่วยเหลือเ้ามามากขนาดนี้แล้ว เ้ากับลูกของเ้าก็ปล่อยเขาไปเถอะ ปล่อยให้ซานกั๋วของเราไปมีครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อม หากเ้ากลัวว่าเ้าจะลำบาก ข้าจะเอาเงินค่าทำศพทั้งหมดของข้ากับยายเฒ่าให้เ้าไปตั้งตัว นั่นคือสมบัติทั้งหมดที่เรามีแล้ว คนชราเช่นเรายินดียกมันให้เ้า ขอแค่เ้าปล่อยซานกั๋วของเราไปได้หรือไม่” ผู้เฒ่าหลิ่วพูดออกมาอย่างเป็หลักการและน่าสงสาร เงินค่าทำศพของคนชรามีค่ามากขนาดไหน แต่พวกเขายังยอมสละให้สตรีมีราคีผู้นี้ได้ คำพูดของผู้เฒ่าหลิ่วทำให้ชาวบ้านมองไปที่กู้หยูม่านอย่างเกลียดชัง
“ออกไปซะ หมู่บ้านหลิ่วเจียไม่ต้อนรับพวกเ้า”
เสียงชาวบ้านะโขับไล่กู้หยูม่านดังขึ้นอีกครั้ง หัวหน้าหมู่บ้านหลิ่วเจียยกมือห้ามก่อนจะพูดกับกู้หยูม่านด้วยท่าทางจริงจัง
“แม่นางกู้ ในเมื่อความจริงทุกอย่างปรากฏ และเ้าก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหมู่บ้านหลิ่วเจียมาั้แ่ต้น เห็นแก่บุญคุณที่เราให้ที่อยู่อาศัยและให้อาหารพวกเ้ามาหลายปี เ้าพาลูกๆ ของเ้าออกจากหมู่บ้านเราไปเถอะ” หัวหน้าหมู่บ้านหลิ่วเจียบอก แม้เขาจะเห็นใจนางและลูกชาย แต่เขาก็ไม่อยากทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ เขายังอยากรักษาตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านเอาไว้ อย่างน้อยเงินเดือนของหัวหน้าหมู่บ้านก็มีถึงสองตำลึง เขาไม่ยอมเสียเงินสองตำลึงนี้ไปเป็อันขาด
อีกทั้งหลิ่วซานกั๋วสอบได้เป็ซิ่วไฉและยังเป็ลูกเขยของเศรษฐีในอำเภอ ไม่แน่วันหน้าหลิ่วซานกั๋วอาจจะได้เข้ารับราชการ เมื่อถึงเวลานั้นหมู่บ้านหลิ่วเจียก็จะมีชื่อเสียง บุรุษไปสมัครงานที่ไหนก็จะไม่มีผู้ใดดูแคลน สตรีที่กำลังจะออกเรือนก็จะมีแต่ครอบครัวที่ดีมาสู่ขอ ส่วนเด็กที่อยู่ในวัยเข้าเรียนก็จะถูกพิจารณาให้เข้าสำนักศึกษาที่ดีที่สุด ความเจริญมั่งคั่งของหมู่บ้านที่มากมายถึงเพียงนี้ เขายังจะไปสนใจกับสตรีไร้ค่าและลูกๆ ของนางทำไมกัน
“ข้ากับลูกๆ ออกจากหมู่บ้านก็ได้เ้าค่ะ แต่หลิ่วซานกั๋วต้องคืนเงินและสมบัติของข้ากลับมาเสียก่อน” กู้หยูม่านคลี่กระดาษให้ทุกคนอ่าน ทั้งหมดเป็รายการเครื่องประดับและเงินจำนวนห้าสิบตำลึงที่เ้าของร่างเดิมมอบให้หลิ่วซานกั๋วไปใช้ระหว่างศึกษา ซึ่งสมบัติเหล่านี้เป็สมบัติส่วนตัวของเ้าของร่างเดิม
ทีแรกเ้าของร่างเดิมไม่คิดจะเปิดเผยว่าตนเองมีสมบัติติดตัว แต่พ่อเฒ่าหลิ่วกับแม่เฒ่าหลิ่วมักจะเข้ามารื้อค้นของในห้องของนางจนเห็นสมบัติที่นางซ่อนเอาไว้ เมื่อหลิ่วซานกั๋วรู้ว่านางมีสมบัติ เขาใช้คำหวานหลอกล่อและอ้างว่าเมื่อเขาสอบเป็ซิ่วไฉได้ เขาจะมารับนางกับลูกย้ายไปอยู่ที่อำเภอ อีกทั้งการที่สตรีเก็บสมบัติไว้กับตัวก็มีแต่อันตราย เขาจะเป็คนเก็บสมบัติไว้ให้เอง
แต่เ้าของร่างเดิมไม่ยอม นางบอกกับหลิ่วซานกั๋วว่านางจะเก็บสมบัติเหล่านี้ไว้ให้ลูก หลิ่วซานกั๋วไม่ใช่คนมีน้ำอดน้ำทน เมื่อถูกขัดใจก็ทำร้ายเ้าของร่างเดิมจนลุกจากเตียงไม่ได้อยู่หลายวัน เมื่อเห็นว่าตนเองไม่สามารถรักษาสมบัติไว้ได้ เ้าของร่างเดิมจึงจดบันทึกรายการสมบัติและเงินทั้งหมดที่หลิ่วซานกั๋วเอาไป
หลิ่วซานกั๋วไม่คิดว่ากู้หยูม่านจะจดบันทึกทรัพย์สินและเงินที่เขาขอจากนางไว้อย่างละเอียดปานนี้ แต่แล้วอย่างไร ถึงนางจะมีรายการทรัพย์สิน แต่ใครจะบอกได้ว่าทรัพย์สินเ่าั้มีจริงหรือไม่ “ทีแรกข้าก็ตั้งใจจะให้โอกาสเ้า แต่ตอนนี้ข้าคงต้องหันไปพึ่งทางการแล้ว”
“เ้าหมายความว่าเ้าจะไปแจ้งทางการว่าข้าสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาใส่ร้ายเ้าสินะ” กู้หยูม่านส่งยิ้มเย็นให้หลิ่วซานกั๋ว “ไปสิ เพราะข้ารู้ว่าเ้าเอาเครื่องประดับของข้าไปขายที่ร้านไหนบ้าง ขอแค่ข้าพาเ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ความจริงทุกอย่างก็จะปรากฏ อีกอย่างเ้าคงไม่รู้ว่าเครื่องประดับทุกชิ้นมีชื่อของข้าสลักไว้”
หลิ่วซานกั๋วใจนพูดไม่ออก ตอนที่เขาเอาเครื่องประดับของนางไปขาย เขาก็จะพานางไปด้วยเสมอ ไม่ใช่ว่าเขาอยากให้นางเห็นถึงความซื่อสัตย์ แต่เพราะตอนนั้นเขาตั้งใจจะเอานางไปขาย แต่ไม่รู้เป็เพราะโชคดีของนางหรือเป็ความโชคร้ายของเขากันแน่ ทุกครั้งที่มีคนมาเจรจาซื้อขายนาง ก็มักจะเกิดเื่ซวยๆ ขึ้นกับเขาเสมอ ส่วนเื่ชื่อที่สลักไว้บนเครื่องประดับ นางไม่เคยบอกเขามาก่อน ‘เหอะ อยากแจ้งเอาผิดข้าเช่นนั้นรึ เ้าฝันไปเถอะกู้หยูม่าน’
หลิ่วซานกั๋วเปลี่ยนสีหน้าเป็ความกล้ำกลืน “แม่นางกู้ เหตุใดเ้าถึงทำกับข้าเช่นนี้ ตอนนั้นเ้าเป็คนให้ข้าพาเ้าเอาสมบัติไปขายเอง เ้าบอกว่าอยากซื้ออาหารดีๆ มาบำรุงให้ลูกของเ้า ข้าใจดีจึงพาเ้าไป แต่ตอนนี้เ้ากลับมาบอกว่าเป็ข้าที่ยึดเอาสมบัติของเ้า ที่เ้าทำอย่างนี้เพราะไม่อยากแยกจากข้าและอยากเป็ภรรยาของข้าใช่หรือไม่ เอาเถอะ...หากเ้าอยากใช้ชีวิตร่วมกับข้าจริงๆ ข้าก็จะไปบอกกับภรรยาให้รับเ้ามาเป็อนุ เท่านี้เ้าพอใจแล้วหรือยัง”
“ใครอยากเป็อนุภรรยาของเ้ากัน ข้าแค่อยากได้เงินของข้าคืนเท่านั้น ขอแค่เ้าคืนเงินมาให้ข้าหนึ่งร้อยตำลึงข้าก็จะไปทันที” กู้หยูม่านมองความหน้าด้านของหลิ่วซานกั๋วก็อยากจะฟาดแม่ไม้มวยไทยใส่เขาสักครั้ง แต่นางต้องทำใจเย็น เพราะนางยังไม่รู้เงื่อนไขของมิติวิเศษว่าจะให้ประโยชน์อะไรกับนางบ้าง มีเงินติดตัวไว้ก่อนจะดีที่สุด “หลิ่วซานกั๋ว เ้าอย่ามัวแต่พูดเพื่อทำลายชื่อเสียงของข้า ั้แ่ที่เ้าพาข้ามาอยู่กับเ้า ชื่อเสียงของข้าก็ไม่เหลือแล้ว แต่ข้าจะไม่รื้อฟื้นถึงเื่เดิมให้เสียเวลาหรอก เพราะตอนนี้ข้าอยากไปจากเ้าจะแย่อยู่แล้ว รีบเอาเงินมาก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ เ้าคิดดูให้ดีว่าหากข้านำเื่นี้ไปแจ้งทางการ ตำแหน่งซิ่วไฉของเ้ายังจะมั่นคงอยู่ไหม เมื่อมีคดีต้องขึ้นศาล แม่นางเจียงภรรยาสุดที่รักของเ้ายังจะ้าเ้าอยู่หรือ”
หลิ่วซานกั๋วโมโหจนควันออกหู เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าผู้หญิงโง่ๆ ที่ไม่เคยมีปากมีเสียงอย่างกู้หยูม่านจะพูดยากถึงเพียงนี้ แต่ที่นางพูดมาก็น่าคิด หากเขามีคดีต้องขึ้นศาลในข้อหาฉ้อโกง ตำแหน่งซิ่วไฉก็อาจจะถูกเรียกคืน งานราชการที่หวังไว้ก็จะหายไป ภรรยากับลูกๆ ก็คงจะทิ้งเขาไปเช่นกัน
หลิ่วซานกั๋วกัดฟันล้วงเอาเงินหนึ่งร้อยตำลึงที่มีอยู่ออกมาให้กู้หยูม่าน“เห็นแก่ที่เ้าดูแลท่านพ่อท่านแม่ของข้ามาหลายปี ข้าจะจ่ายให้เ้าหนึ่งร้อยตำลึงแล้วเ้าก็ไสหัวไปซะ”
กู้หยูม่านรับเงินมาถือไว้อย่างพอใจ “ไปกันเถอะเด็กๆ ในที่สุดเราก็หลุดพ้นจากนรกขุมนี้แล้ว หลังจากนี้แม่จะพาพวกเ้าไปใช้ชีวิตให้สุขสบาย”
“ขอรับท่านแม่” ฝาแฝดทั้งสามขานรับอย่างดีใจ ต่อให้วันหน้าพวกเขาจะมีชีวิตที่ลำบากกว่านี้พวกเขาก็ไม่สนใจ ขอแค่พวกเขากับท่านแม่ได้ออกจากบ้านหลังนี้ก็พอ
ผู้เฒ่าหลิ่วกับแม่เฒ่าหลิ่วอยากจะวิ่งตามกู้หยูม่านแล้วแย่งเงินก้อนนั้นคืนมา เงินหนึ่งร้อยตำลึงซื้อที่ดินได้ถึงสิบหมู่เชียวนะ แต่เมื่อเห็นสายตาตักเตือนของลูกชาย พวกเขาทำได้แค่ยืนมองสี่คนแม่ลูกเดินจากไป
ส่วนหลิ่วซานกั๋วได้แต่แอบโล่งใจที่กู้หยูม่านไม่ได้พูดถึงเื่ที่เขาข่มเหงนางและไม่ได้บอกความจริงว่าเด็กทั้งสามคนคือลูกชายแท้ๆ ของเขา สี่ชีวิตที่ไร้ค่าจะสู้กับอนาคตสดใสที่รออยู่ได้อย่างไรกัน ‘ไม่มีพวกเ้ามาคอยถ่วงแข้งถ่วงขา ชีวิตของข้าก็จะมีแต่ความรุ่งโรจน์ ต่อจากนี้พวกเ้าจะเป็ตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับข้าแล้ว’