@ โรงแรมหรูติดหาดส่วนตัวที่พัทยา
“โห ของขวัญจับฉลากของเธอกล่องใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอพัดชา?”
เสียงทักจากด้านหลังทำเอาฉันสะดุ้งนิดๆ ก่อนจะหันไปเจอใบหน้าคุ้นเคยเขาคือหัวหน้าแผนกที่เคยเป็นรุ่นพี่สมัยมหา’ลัยของฉันนี่เอง
“อ้าว รุ่นพี่! ลงมาเร็วจังเลยค่ะ จัดของเสร็จแล้วเหรอคะ?” ฉันยิ้มกว้าง รู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นมาเฉยๆ นั้นเพราะฉันชอบเขายังไงล่ะ
“เรียบร้อยแล้วล่ะ พี่รีบลงมาจองโต๊ะดีๆ ไว้ให้แล้วนะ”
เขาพูดยิ้มๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาช่วยยกกล่องของขวัญใบใหญ่จากมือฉันไป
“อุ๊ย ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูถือเองก็ได้…” ฉันรีบร้องห้าม แต่มือเขาก็แน่นซะยิ่งกว่าอะไร
“ไม่ต้องห่วง พี่ถือเข้าไปให้เองเดี๋ยวเล็บสวยๆ ของเธอพังหมด”
น้ำเสียงเขาทั้งอบอุ่นทั้งขี้เล่นจนฉันเผลอยิ้มตามออกมาแบบไม่รู้ตัว
เราสองคนเดินเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงด้วยกัน ห้องจัดเลี้ยงที่ถูกตกแต่งไว้อย่างหรูหราสุดๆ ไม่แพ้ห้องพักที่โรงแรมเตรียมไว้ให้พวกเราเลย
หลังจากทำงานที่บริษัทนี้มาเกือบครบปี วันนี้แหละ…
ฉันตัดสินใจแล้ว ว่าจะไม่เก็บความรู้สึกนี้ไว้คนเดียวอีกต่อไป
ฉันจะสารภาพรักกับเขาที่เป็นทั้งรุ่นพี่และหัวหน้าแผนกคนนี้ ที่ฉันแอบชอบมานานหลายปี
เสียงเพลงในงานเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ อาหาร เครื่องดื่ม และเสียงหัวเราะครึกครื้น ฉันเองก็กินดื่มจนเริ่มหน้ามืดนิดๆ
เลยขอตัวไปเช็กหน้า เติมแป้งให้เนียนสวยก่อนดีกว่าเวลาสารภาพรักจะได้ดูดีในสายตารุ่นพี่
“พัดชา จะหายไปไหนนานๆ ไม่ได้นะ ไม่งั้นโต๊ะนี้คงเหงาแย่ถ้าไม่มีคนช่างพูดอย่างเธอค่อยชวนคุย”
เสียงแซวของเพื่อนในแผนกคนอื่นๆ ในโต๊ะดังไล่หลังมา ฉันหันไปแลบลิ้นใส่เขาเบาๆ อย่างหมั่นไส้ ก่อนรีบเดินไปห้องน้ำด้วยใจเต้นตึกๆ เมื่อเห็นว่ารุ่นพี่ที่ฉันชอบหันมายิ้มให้
หลังเติมสติและกำลังใจเต็มที่ ฉันก็เดินกลับออกมาที่โซนงานเลี้ยงอีกครั้ง
คืนนี้เป็นงานกินเลี้ยงใหญ่ของบริษัท มีทั้งแจกโบนัส ของขวัญ และการจับฉลากทองคำที่ทุกคนตั้งตารอ
ฉันแอบภาวนาในใจ…
ถ้าจะดวงดีหน่อย จับได้ทองสักบาทก็คงดีไม่น้อย เอาไปเก็บเป็นทุนแต่งงานกับรุ่นพี่เลยดีไหมนะถ้าจับได้ทอง
แต่ก่อนจะคิดไกลขนาดนั้น ฉันต้องกล้าพอจะบอกเขาก่อนว่าฉันชอบเขา…
ฉันดื่มอีกนิด เสียงหัวใจดังกว่าดนตรีในงานด้วยซ้ำเพราะตื่นเต้นมากเกินไป
สายตาฉันคอยไล่มองเขาตลอด แค่รอจังหวะเดียวเท่านั้น ถ้าเขาลุกเดินออกไปจากงานเมื่อไหร่ ฉันก็จะตามไปทันที
“พัดชา”
เสียงเรียกเบาๆ ข้างหูทำฉันสะดุ้งอีกครั้ง
“คะ!?” ฉันรีบหันไปมองเขาตาโต
“หน้าแดงหมดแล้ว รู้ตัวไหม?”
เขายิ้มขำๆ เอื้อมมือมาเกลี่ยเส้นผมที่หล่นลงมาบังแก้มฉันเบาๆ
“ปะ…เปล่าสักหน่อย” ฉันปฏิเสธเสียงสั่น ทั้งที่หน้าแทบไหม้แล้ว
“งั้นดี ไปเดินเล่นกับพี่หน่อยไหม? รับลมกันซักหน่อยแก้เมา”
เขาชวนพร้อมยื่นมือมาให้
ฉันลังเลอยู่เสี้ยววินาที ก่อนจะวางมือบนมือเขามือที่อบอุ่น และทำให้หัวใจฉันสั่นระรัวไม่หยุด
คืนนี้แหละ…
ไม่ว่ายังไง ฉันจะบอกความในใจให้เขารู้ให้ได้
ฉันเดินตามรุ่นพี่ออกจากห้องงานเลี้ยง งานยังคงครึกครื้นอยู่ด้านใน แต่ตรงทางเดินด้านนอกเริ่มมืดสลัว มีแค่แสงไฟหัวเสาเรืองๆ ส่องเป็นระยะๆ
หัวใจฉันเต้นแรงยิ่งกว่าตอนขึ้นนำเสนอหน้าชั้นเรียนเป็นครั้งแรก มันตึกตักจนรู้สึกได้ชัด มือเย็นเหงื่อแตก ทั้งตื่นเต้น ทั้งประหม่าไปหมด
“ขะ…ขอเข้าห้องน้ำแป๊บเดียวได้ไหมคะ เดี๋ยวฉันรีบกลับมา” ฉันรีบโพล่งออกมา เพราะรู้ตัวว่าถ้าปล่อยให้ตัวเองพูดตอนนี้ มีหวังคำพูดพันกันแน่นอน
“ได้สิ พี่รออยู่ตรงนั้นนะ” รุ่นพี่ยิ้มอ่อนโยนให้ แล้วชี้ไปที่ม้านั่งไม้ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ เป็นจุดนัดหมาย
ฉันรีบพยักหน้าแล้วหมุนตัวหนีรีบเดินไปเข้าห้องน้ำแทบจะทันที
ในห้องน้ำ ฉันพยายามตั้งสติเต็มที่ ล้างหน้าเบาๆ แต่เมาๆ แบบนี้ ล้างยังไงก็ยังมึนอยู่ดี
โอเค พัดชา สูดหายใจลึกๆ สู้ๆ เราทำได้!
ฉันให้กำลังใจตัวเองหน้ากระจกอีกสักรอบ ก่อนจะเดินตัวปลิวออกมาอย่างมั่นใจ (ทั้งๆ ที่ยังคงความเบลอเอาไว้อยู่)
ฉันกวาดตามองหาจุดนัดหมายที่รุ่นพี่รออยู่ อ่า นั่นไง เงาคนยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้กับม้านั่งพอดี
ฉันรวบรวมพลังทั้งหมด เดินตรงปรี่เข้าไปหาร่างสูงใหญ่นั้น
หัวใจเต้นแรงเหมือนดนตรีในคอนเสิร์ต
“รุ่นพี่คะ!” ฉันเรียกออกไปด้วยเสียงสั่นนิดๆ
ฉันสูดหายใจลึกๆ แล้วพูดออกไปอย่างมุ่งมั่นที่สุดในชีวิต
“ฉันชอบพี่ค่ะ ชอบมาตั้งแต่สมัยมหา’ลัยแล้ว… ถึงตอนนี้เราจะทำงานด้วยกัน แต่ความรู้สึกนั้นก็ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะคะ!”
ฉันโค้งศีรษะลงนิดๆ อย่างเขินสุดขีดไม่กล้ามองหน้าเขาตรงๆ
แต่แทนที่จะได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ หรือคำตอบอ้อมๆ แบบที่คาดไว้
เสียงที่ตอบกลับมากลับเป็นเสียงทุ้มต่ำ… หนักแน่นแต่เต็มไปด้วยความขบขันนิดๆ น้ำเสียงที่ไม่คุ้นเคยสุดๆ
“หืม… งั้นเหรอ?”
ฉันเงยหน้าขึ้น และทันใดนั้นเอง…
ภาพตรงหน้าที่ค่อยๆ ชัดขึ้นจากความเบลอ ก็ทำให้ฉันแทบอยากมุดดินหนี!
คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันไม่ใช่รุ่นพี่ที่ฉันแอบชอบ
แต่เป็นหนึ่งใน ประธานบริษัทฝาแฝดคุณอีวานชายหนุ่มในสูทดำหรูหรา ดวงตาคมกริบ และรอยยิ้มมุมปากที่ดูทั้งขี้เล่นทั้งอันตรายในเวลาเดียวกัน
“อะ…เอ่อ…” ฉันทำอะไรไม่ถูก มือไม้เกะกะไปหมด
“ชอบผมตั้งแต่สมัยมหาลัยเลยเหรอ?” อีวานเอียงคอถาม ขณะที่สายตาเขาเหมือนกำลังกลั้นขำสุดชีวิต
“ไม่นะคะ! คือ… คือฉันหมายถึง…”
ฉันพยายามจะแก้ตัว แต่สมองที่มึนงงจากแอลกอฮอล์บวกกับความเขินอายขั้นสุดทำให้พูดอะไรไม่ออกสักคำ
“ไม่เป็นไรๆ ผมรับคำสารภาพรักไว้ก่อนละกัน”
คุณอีวานยิ้มกว้าง แล้วเอื้อมมือมาแตะไหล่ฉันเบาๆ
“แต่คราวหน้าถ้าจะสารภาพรักกับใคร ก็ดูหน้าให้ชัดกว่านี้หน่อยนะคนสวย”
เขากระซิบข้างหู ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ยืนมองฉันที่ทำตัวไม่ถูก
ตายแน่พัดชา… นี่ฉันเพิ่งสารภาพรักผิดคนไปจริงๆ เหรอเนี่ย!!!
ฉันยืนตัวแข็งทื่อ หน้าแดงก่ำด้วยความอายจนแทบไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกตรงไหน
“บ้าเอ๊ย…” ฉันพึมพำเบาๆ กับตัวเอง อยากจะกรีดร้องให้สุดเสียง นี่ฉันทำบ้าอะไรลงไป
ฉันค่อยๆ ก้าวถอยหลังช้าๆ หวังจะหนีกลับไปที่งานเลี้ยง แต่แล้ว…
สายตาฉันก็เผลอมองไปยังมุมมืดข้างๆ ลานต้นไม้ และภาพที่เห็นทำเอาฉันเหมือนโดนตบกลางสี่แยกเข้าอย่างจัง…
รุ่นพี่ที่ฉันเฝ้าฝันถึงมาตลอด กำลังก้มจูบอย่างดูดดื่มกับรุ่นน้องสาวในแผนกเดียวกับฉัน คนที่แต่งตัวเซ็กซี่สุดในงานวันนี้นั่นแหละ
เสื้อสูทของเขาหลุดลุ่ย กระดุมเสื้อเชิ้ตถูกปลดกระจุย ผมเผ้ายุ่งเหยิง มือของเขาลูบไล้ตามตัวเธอแบบไม่สนโลกแม้แต่นิดเดียว พวกเขาไม่เห็นไม่สนใจพวกเราที่อยู่ไม่ไกลเลยด้วยซ้ำ
ฉันยืนช็อก… เหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้างไปหมด
ไม่จริงใช่ไหม…
รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะทรุดลงไปกองกับพื้น ขาไม่มีแรง หัวใจเหมือนโดนบีบจนแทบขาดอากาศหายใจ
นี่พวกเขามีความสัมพันธ์แบบนี้กันมาตั้งแต่เมื่อไร ถึงจะเสียหน้า และผิดหวังแต่ฉันคิดว่ามันดีแล้วแหละที่ฉันดันสารภาพรักผิดคนแบบนี้