ตอนที่ 18 ผูกพันผูกกันทีละนิด
เช้ามืดวันนี้ รินนรีหัวเสียไม่น้อยเนื่องจากลุงยงค์ที่จะขับรถไปให้เธอที่บ้านของปานรุ้งซึ่งเป็ลูกพี่ลูกน้องเพื่อนำดอกมะลิที่เตรียมไว้ไปให้เธอร้อยนั้นดันถูกตะขาบกัดเข้าที่ขาจนบวมเป่งเสียก่อน จึงไม่สามารถขับรถได้ใน่นี้ สร้อยระย้าจึงจำต้องให้เรวัตรพาบุตรสาวไปส่งที่บ้านของปานรุ้งโดยมีฤดีไปด้วย
ในขณะเดียวกันนั้น ปานรุ้งก็กำลังร้อยมาลัยเพื่อที่จะให้คุณป้าในตลาดเ้าเดิมมารับ จนกระทั่งเธอได้ยินเสียงกริ่งมากดหน้าบ้าน
“ทำไมวันนี้ป้าแกมาเร็วจัง ยังทำไม่เสร็จดีเลย” หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจก่อนจะวางกระด้งที่ในนั้นมีพวงมาลัยวางกันอย่างไม่เป็ระเบียบเท่าไหร่ลงบนโต๊ะทานข้าว
เมื่อเดินออกมาที่หน้าบ้าน ดวงตาหวานมองไปที่ประตูรั้วก็ได้เห็นชายคนนึงยืนอยู่
‘ใครน่ะ หรือจะเป็คนที่ตลาดที่คุณป้าฝากมารับของแทน แต่ปกติคุณป้าจะมารับเองนี่นา’ เมื่อเห็นแบบนั้นหญิงสาวก็ตัดสินใจถามออกไปด้วยเสียงอันดัง
“คุณเป็ใครน่ะ”
“พอดีป้ามาลีไม่ว่าง เลยให้ผมมารับพวงมาลัยไปก่อนน่ะครับ”
เมื่อมองดี ๆ ปานรุ้งก็สังเกตเห็นรถกระบะประจำของป้ามาลี จึงไม่นึกสงสัยอะไร ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบกระด้งใส่บรรดาพวงมาลัยออกมา แต่แล้วลางสังหรณ์บางอย่างก็ทำให้เธอหยุดชะงักก่อนจะเปิดประตูรั้ว
“ฉันไม่เคยเห็นหน้าคุณเลยนะ”
“พอดีผมเพิ่งมาทำน่ะครับ”
‘ให้เด็กใหม่มาคนเดียวเนี่ยนะ สงสัยคงไม่ว่างจริง ๆ’
หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ พร้อมกับวางกระด้งใส่พวงมาลัยไว้ที่พื้น ก่อนจะเปิดประตูออกไป แล้วก้มลงหยิบกระด้งเพื่อมอบให้ชายคนดังกล่าวแต่ในจังหวะที่เธอไม่ทันระวังตัวนั้นเอง ก็ได้มีชายอีกคนจากข้างหลังแอบเข้าประชิดรวบตัวเธอไว้ หญิงสาวกรีดร้องลั่นด้วยความใ ก่อนจะเอายาสลบโปะเข้าที่จมูกของเธอเต็มๆ
ไม่นาน รถของรินนรีก็ได้เลี้ยวเข้ามาในซอยเพื่อจอดหน้าบ้านปานรุ้ง แต่กลับมีรถคันหนึ่งวิ่งสวนแซงไปอย่างรวดเร็วจนหักหลบเกือบไม่ทันเล่นเอาฤดีกับรินนรีร้องลั่นเพราะหวิดเกือบจะชนเมื่อครู่
“ขับบ้าอะไรของมัน ยังกับจะรีบร้อนไปไหน”
“นั่นสิคะ คุณหนู” ฤดีว่าเสริมอย่างเห็นด้วยกับคุณหนูของเธอ
“ไม่เป็อะไรกันใช่ไหมครับ”
“ไม่เป็อะไร นายขับต่อเถอะ”
จนเมื่อไปถึงที่หน้าบ้านของปานรุ้ง กลายเป็ว่าภาพที่ทั้งหมดเห็นกลับกลายเป็ว่ามีชายฉกรรจ์อยู่ 2 คนยืนอยู่ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ข้าง ๆ มีกระด้งพวงมาลัยตั้งไว้ ส่วนประตูบ้านเปิดค้างอยู่
หญิงสาวทั้งสองมองไปที่ชายพวกนั้นด้วยความใ
“ใครกันน่ะ พวกนั้น”
“เดี๋ยวผมลงไปเองครับ” เมื่อเห็นท่าทางของชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่หน้าบ้านปานรุ้งเขาก็ชักไม่ไว้ใจ “คุณสองคนหลบอยู่ในรถ อย่าให้พวกเขาเห็นนะครับ”
จนเมื่อทั้งคู่ตกปากรับคำเรวัตรก็ได้เปิดประตูรถออกไป สูดหายใจลึกก่อนจะสาวเท้าออกไปอย่างไว
“นี่พวกคุณเป็ใคร มาทำอะไรที่บ้านคุณปานรุ้งเอ๊ะ ทำไม พวกคุณถึงมาอยู่นี่”
“อ้าว คุณเรย์ พวกผมเป็คนของคุณเจษฎาไงครับ” ชายคนหนึ่งคือคนที่ไปส่งของที่โรงแรมบ่อยๆ นั่นเอง
“แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันครับ”
ทันทีที่สิ้นคำถาม สีหน้าของชายทั้งสองก็หม่นลงด้วยความกังวลใจ
“พวกเรามาช้าไป คุณรุ้งถูกลักพาตัวครับ”
“ว่าไงนะ”
เรวัตรหันขวับไปมองอย่างรวดเร็วจึงเห็นว่าเป็รินนรีกับฤดีนั่นเองที่มีสีหน้าใสุด ๆ
“รถของพวกผมเองก็โดนเจาะยางจนแบนเลยตามไปช่วยคุณปานรุ้งไม่ได้ครับ แต่นี่พวกเรากำลังติดต่อให้คนที่บ้านคุณเจษฎามารับอยู่ครับ”
“ใครกันที่ทำแบบนี้” ฤดีแทรกตัวเข้ามาถามในบัดดล
“พวกของเสี่ยเฉลิมศักดิ์ครับหลายวันมานี้มันเทียวไปเทียวมาจะลักพาตัวคุณรุ้งอยู่หลายทีแล้วคุณเจษเลยส่งพวกผมมาจับตาดู”
“แล้วนี่เราจะทำยังไงกันดีนี่”รินนรีหันไปมองพี่เลี้ยงสาวอย่างร้อนใจ “ใช่ ต้องโทรหาตำรวจ”
“ไม่ได้นะครับ พวกมันเป็พวกมีอิทธิพล”ลูกน้องห้าม “ตอนนี้ผมโทรประสานไปที่ไร่แล้ว เดี๋ยวคงกำลังมากัน”
และในตอนนั้นเอง คนสวนหนุ่มก็ได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“ขอโทษนะครับ คุณหนู ผมขออนุญาตใช้รถคุณหนูไปช่วยคุณรุ้งได้ไหมครับ ผมว่ามันคงไปได้ไม่ไกลแน่ ๆ เพราะเราก็เพิ่งขับผ่านมันมา”
ด้วยเหตุนี้ ลูกน้องเจษฎาคนหนึ่งจึงนั่งไปกับเรวัตร โดยให้ฤดีกับรินนรีอยู่ที่บ้านพร้อมกับลูกน้องอีกคนหนึ่งของเจษฎาเฝ้าด้วย
ใน่เช้ามืดเช่นนี้ ขณะที่ขับตามรถคนร้ายไป ลูกน้องของเจษฎาก็คอยบอกทางไปตลอด
“เดี๋ยวคุณลองขับไปทางนี้ดู มันน่าจะออกไปถนนหลัก”
เมื่อขับรถผ่านไปออกถนนใหญ่ ริมทางที่เป็ป่ารกชัฏก็ได้มีรถยนต์คันนึงจอดไว้แบบดับเครื่องโดยมีต้นไม้หลายต้นบังอยู่มิดชิด ร่างบอบบางของหญิงสาวที่สลบอยู่ถูกจับมัดไว้หลังรถ จนเมื่อคนร้ายทั้งสองแน่ใจแล้วว่าพวกนั้นขับผ่านไปแล้ว จึงได้สตาร์ทรถก่อนจะพากันขับออกไป
“ดีนะ ที่ไอ้ดำมันเอะใจย้อนกลับไปดู ถึงรู้ว่ารถคันนั้นไปรับลูกน้องไอ้เจษฎามา”ว่าจบ ชายที่นั่งข้างคนขับก็โยนมือถือลงในช่องเสียบข้างตัว
“คราวนี้แหละ เสี่ยแกจะได้สมหวังเสียที”
หลังจากได้ยินเื่ราวที่เกิดขึ้นกับปานรุ้งจากปากของลูกน้องคนนึงของเจษฎา ฤดีก็ถอนหายใจก่อนจะทรุดนั่ลงบนเก้าอี้ไม้หินอ่อนหน้าบ้าน
“เฮ้อ คุณรุ้งนะคุณรุ้ง คุณนายก็เตือน ใครก็เตือน เฮ้อ ความสวยทำพิษเข้าจนได้ นี่ดีนะได้คุณเจษช่วยไว้”
“แล้วคนร้ายไปไหนไม่รู้แบบนี้ แถมแจ้งตำรวจก็ไม่ได้อีก แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะคะ”
แต่ชายคนนั้นกลับยิ้มออกมาแทน
“ไม่ต้องห่วงครับ เวลาคุณเจษคิดจะทำอะไร เขามักมีแผนสองแผนสามรองรับเสมอ”
“แล้วว่าแต่ ทำไมคุณเจษถึงยอมมาช่วยคุณรุ้งขนาดนี้ล่ะคะ”ฤดีหันไปมองลูกน้องคนดังกล่าวด้วยความสงสัย “เขาเป็อะไรกัน”
“เอ่อ ผมเพียงแต่รับงานมาจากนายน่ะครับ”ชายคนดังกล่าวไม่กล้าเอ่ยอะไรต่อเพราะยิ่งพูดเดี๋ยวยิ่งมากความเปล่า ๆ อีกอย่างนี่ก็ไม่ใช่เื่ของตนด้วยแต่เป็เื่ส่วนตัวมาก ๆ ของเ้านาย
ในขณะที่รถเก๋งสีดำของเสี่ยเฉลิมศักดิ์กำลังจะออกจากซอยอยู่ดี ๆ ก็ได้มีรถคันนึงขับปาดหน้ามาอย่างไว ทำเอาเบรคเกือบไม่ทัน
“ไอ้บ้านี่มันขับรถภาษาอะไรมันวะ เฮ้ย เอ็งลงไปดูซิ” พลขับเอ่ยอย่างหัวเสีย
แต่ในขณะที่กำลังจะเปิดประตูรถลงมานั้นเอง ก็ได้มีชายคนหนึ่งเปิดประตูข้างคนขับ ก่อนจะกระชากตัวเขาออกมาและเมื่อเห็นว่าเป็ใคร คนขับที่นั่งข้าง ๆ ก็ร้องลั่นด้วยความใ
“ไอ้ยอด” ไอ้ยอดที่ว่าก็คือมือขวาของเจษฎานั่นเอง
ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็ตรงมุมปากยิ้มหยัน
“ฉันว่าแล้วว่าพวกแกต้องเล่นอะไรสกปรก” ทันทีที่พูดจบ เขาก็ชักปืนขึ้นมาขู่ “ส่งตัวคุณรุ้งมา”
จนในตอนนั้นเอง รถของเรวัตรก็ได้ย้อนกลับมาสมทบในที่สุดชายที่นั่งมากับเขาจัดการล็อคตัวคนขับที่กำลังจะหนีไปได้อย่างทันท่วงที
“คุณเรวัตร คุณรุ้งอยู่ในนี้” ยอดว่าขึ้นเขาไว้ใจชายตรงหน้าเนื่องจากรู้ว่าเป็คนที่เคยช่วยปานรุ้งไว้นั่นเอง
เมื่อเข้าไปในรถ เขาก็กวาดสายตามองหาร่างของหญิงสาวไปทั่วรถ จนเมื่อมองไปที่หลังรถ เขาก็ได้เห็นร่างของหญิงสาวที่ถูกจับมัดนอนสลบอยู่อย่างไม่รู้เื่รู้ราว มือหนาจัดการช้อนร่างของเธอขึ้นมาอุ้มก่อนจะขึ้นรถไป
“แล้วนี่คุณเจษล่ะ ไปไหน”
“อ๋อ แกติดประชุมที่กรุงเทพฯครับ”
“แล้วเขารู้เื่นี้หรือยัง”
“รู้แล้วครับ แล้วก็กำลังเดินทางกลับ”ยอดว่าขึ้นด้วยท่าทางสุขุม
ในยามนี้ ลูกน้องทั้งสองของเสี่ยเฉลิมศักดิ์โดนจับมัดหลังรถกระบะที่ยอดขับมา โดยให้มีลูกน้องเฝ้าอีกคนเหมือนเดิม
“แล้วนี่จะเอาเธอไปไว้ไหน ถ้าเป็บ้านเธอล่ะไม่ปลอดภัยแน่”
พอลูกน้องที่เหลือบอกว่าจะเป็บ้านรินนรีดีไหม แต่เรวัตรค้านเพราะในบ้านมีแต่เด็ก ผู้หญิงกับคนแก่ จนสุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่าต้องที่บ้านของเจษฎาเพื่อความปลอดภัย
“พวกมันใช้รถที่เลียนแบบรถของป้ามาลีขายดอกไม้ที่ตลาดมาใช้ครับทำให้คุณรุ้งหลงเชื่อว่าเป็ลูกน้องของป้ามาลีครับนาย” ยอดโทรหาผู้เป็นายที่ตอนนี้กำลังขับรถซิ่งกลับจากกรุงเทพฯ พร้อมกับรายงานสถานการณ์ไปด้วย
“ไอ้เวรตะไลเอ้ย” เจษฎาสบถขึ้น “ถึงว่าเงียบหายไปหลายวันก็เพราะอยากให้เราตายใจนี่เองแต่พอเราไม่ไว้ใจก็มาเจาะยางรถพวกเรา แต่เอาเถอะ ถ้าตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมไปส่งของเสี่ยแกให้เรียบร้อยล่ะ”
“ครับ” ยอดยิ้มรับ ก่อนจะเหล่มองร่างของลูกน้องเสี่ยเฉลิมศักดิ์ที่ถูกจับมัดไว้ที่ท้ายกระบะ
ส่วนรินนรีเอง เมื่อได้ทราบว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอปลอดภัยจากลูกน้องของเจษฎาเธอก็โล่งใจ ก่อนจะถามหาเรวัตร เพราะเธอไม่มีอารมณ์จะให้ทำดอกไม้ตอนนี้แล้ว เธอ้ากลับบ้าน
“แล้วนี่นายเรย์จะมาหรือยัง”
“ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไร่ครูสะอาดกันแล้วสักพักคงจะกลับล่ะครับ”
“โอ๊ย คุณพระคุณเ้าโล่งไปที” ฤดีถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะพนมมือท่วมหัว
“อ้าว ทำไมไม่พาพี่รุ้งกลับบ้าน”
“แบบนั้นไม่ปลอดภัยครับ เพราะคุณรุ้งอยู่คนเดียวไม่แน่ พวกมันอาจจะย้อนกลับมาเล่นงานอีกก็ได้”
“ถ้างั้นพาไปที่บ้านคุณนายสร้อยระย้าสิจะได้ไม่ต้องรบกวนพวกคุณด้วยไง”
“เชื่อใจคุณเจษเถอะครับ ถ้าคุณรุ้งอยู่ที่นั่นรับรองว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์เลย” ชายคนดังกล่าวให้คำยืนยันเสียงหนักแน่น
ที่ห้องพักของแม่บ้านประจำไร่นั้น เรวัตรมองร่างเล็กของปานรุ้งที่หลับไม่รู้เื่อยู่บนเตียงโดยมีป้าแม่บ้านเช็ดตัวให้
‘คุณรุ้งหนอคุณรุ้ง ช่างโชคร้ายเสียจริง’
แล้วในตอนนั้นเอง ปานรุ้งก็ได้สติ เปลือกตาค่อย ๆ ลืมขึ้น ภาพตรงหน้าที่พร่าเลือนค่อยๆ ชัดขึ้นทีละน้อย ส่วนเรวัตรที่เห็นแบบนั้นก็รีบลุกไปเพราะไม่อยากให้เธอเห็นแต่ทว่าในจังหวะที่มือหนากำลังจะเอื้อมไปจับลูกบิดนั้นเอง เธอก็เข้ามาโผกอดเขาที่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว
“นี่รุ้งฝันไปใช่ไหม คุณเองหรือคะ คุณเรย์ คุณช่วยฉันไว้อีกแล้ว” เสียงที่เอ่ยนั้นค่อนข้างแหบแห้งพร้อมกับร่างที่เซเล็กน้อยเพราะฤทธิ์ยา ไหนจะเพิ่งตื่นอีก
“ไม่ใช่ผมหรอกครับ แต่เป็” เขาไม่ทันจะพูดต่อ ปานรุ้งก็แทรกขึ้น
“คุณคือฮีโร่ของฉันมาตลอดจริง ๆ ด้วย”
“คือว่า”
“แล้วนี่คุณเรย์กลับมาที่นี่ั้แ่เมื่อไหร่คะแล้วรู้ได้ยังไงว่ารุ้งโดนจับมา แล้วว่าแต่ที่นี่ที่ไหน”
เมื่อเห็นแบบนั้น เขาจึงใช้ท่าทีสงบเข้าว่า
“ที่นี่คือบ้านไร่ของครูสะอาดครับ พอดีผมขับรถผ่านมาแล้วเจอลูกน้องของคุณเจษฎาแถวบ้านคุณผมสงสัยก็เลยลงไปถามน่ะครับ ก็เลยรู้ว่าคุณโดนลักพาตัว”
เหตุผลที่เขายกไปดูจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลสักเท่าไหร่นักแต่นั่นก็เป็สิ่งที่พอจะนึกออกได้สมเหตุสมผลที่สุดแล้วในยามนี้ และโชคก็ยังพอจะเข้าข้างเขาอยู่บ้างที่หญิงสาวตรงหน้าดูจะเชื่อสนิทใจ
“อุ๊ย น่ารักที่สุดเลย โชคดีของรุ้งจริง ๆ ค่ะเหมือนพรหมลิขิตเลยนะคะที่คุณบังเอิญขับรถผ่านมาพอดี เหมือนตอนนั้นเลย”
“ไม่ใช่แค่ผมนะ” เรวัตรเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว “แต่ลูกน้องของคุณเจษก็ช่วยคุณด้วย”
“แต่ยังไงก็ไม่มีอะไรน่ายินดีเท่ากับที่คุณเรย์มาช่วยรุ้งแล้วล่ะค่ะ”ใจของหญิงสาวในตอนนี้แทบจะลอยละล่องก่อนจะจัดการฝังร่างนิ่มเข้าไปในอ้อมกอดแกร่งอันแสนอบอุ่นนี้มากยิ่งขึ้น
ยอดที่มองอยู่ห่าง ๆ ได้แต่ส่ายหน้า นึกสงสารผู้เป็นายที่ดูท่าแล้วน่าจะยังต้องฝ่าด่านหัวใจของผู้หญิงตรงหน้านี้ไปอีกนาน
“ยังไงผมต้องขอตัวกลับก่อนนะครับ”
“รุ้งไปด้วยได้ไหมคะ”หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“คุณรุ้งอยู่ที่นี่จะปลอดภัยกว่านะครับ”
“งั้นคุณเรย์ต้องคุยเป็เพื่อนรุ้งนะ”
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อมาถึงที่บ้าน รินนรีก็ได้เอ่ยขอบใจเขาที่ช่วยปานรุ้งไว้
“ไม่เป็ไรครับ” แต่กว่าปานรุ้งจะปล่อยตัวเขาออกมานี่สิแต่ยังดีที่เธอยังเพลียยาอยู่ ไม่ถึง 5 นาทีเธอก็ผล็อยหลับไป
“นายนี่ใจดีมากเลยนะ ไม่รู้จักกันแท้ ๆแต่ยังมีน้ำใจกล้าเสี่ยงไปช่วยแบบนั้น”
“คุณหนูอยากไปเยี่ยมคุณรุ้งไหมครับผมจะได้ขับพาไป”
“พี่เขาคงไม่อยากเจอฉันเท่าไหร่หรอก”
เมื่อเห็นท่าทีสลดลงแบบนั้น ใจลึก ๆของเขาก็อยากจะถามออกไปไม่น้อยว่าเป็เพราะเหตุใดเมื่อเขาถามไปแบบนั้น เธอจึงมีสีหน้าเช่นนี้แต่ก็ยังไม่กล้าพอขนาดนั้น ด้วยเหตุนี้ เรวัตรจึงตัดสินใจเปลี่ยนไปคุยเื่อื่นแทน
“แล้วว่าแต่ดอกมะลิว่าจะเอายังไงครับ คุณหนู”
“ครั้งนี้เอาพวงมาลัยธรรมดา ๆ ไปก่อนก็ได้”
จนเมื่อร่างบางกำลังจะเดินเข้าบ้านเขาก็ได้เอ่ยขึ้น
“ขอบคุณสำหรับครีมทาแก้แผลเป็นะครับ”
รินนรีหันมามองเขาตาเขม็ง
“ยาอะไรของนาย ฉันไม่รู้เื่”
“อ้าว ไม่ใช่ของคุณหนูงั้นหรือครับ”
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันจำไม่ได้เลยว่าให้นายตอนไหน”หญิงสาวมองไปทางอื่น เลี่ยงสบสายตาคนตรงหน้าอย่างไว
ชายหนุ่มทำหน้าเข้าใจ ก่อนจะว่าพาซื่อ
“ถ้างั้น สงสัยว่านางฟ้าคงโยนลงมาให้ล่ะมั้งครับ”
คำพูดที่ไม่ต่างกับะเิที่ลงมากลางวงเช่นนั้นทำเอารินนรีถึงกับหน้าแดง จนต้องเอ่ยด้วยน้ำเสียงตวัดกลบเลื่อน
“เดี๋ยวฉันไปในครัวก่อนล่ะ จะเตรียมของใส่บาตร”
“ครับ” ส่วนเขาได้แต่ยืนยิ้มพร้อมกับมองร่างเล็กที่เดินเข้าไปในบ้าน
เสี่ยเฉลิมศักดิ์ที่ตอนนี้หงุดหงิดหัวเสียอย่างหนักเพราะลูกน้องที่ตนส่งไปนั้นนอกจากจะไม่ได้ตัวปานรุ้งมาแล้วนั้น กลับโดนจับมัดห้อยลงมาจากต้นไม้พร้อมแต่งหน้าทาปากตลกๆ เหมือนครั้งก่อน แต่ครั้งนี้มีแถมใส่กระโปรงมาให้ด้วยอีก
“เฮงซวยเอ้ย พวกแกนี่มันเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ เลยสิ พับผ่า” ทันทีที่แก้มัดเชือกลงมาชายสูงวัยก็ตวาดพวกนั้นลั่น
“แต่ผมสองคนเช็คดีแล้วนะครับ ลมยางผมก็ให้ไอ้เข้มไปเจาะตอนทีเผลอ แต่นึกไม่ถึงว่าพวกมันจะมีคนสำรองดักเราไว้อีก ก็ทุกวันเห็นคนเฝ้าแค่คนสองคนแถว ๆ หน้าบ้านคุณปานรุ้งเอง” หนึ่งในสองคนนั้นว่าขึ้น
“แถมลูกน้องของไอ้เจษมันก็โคตรเก่ง หมัดก็หนักครับนาย พวกผมสองสามคนยังเอาพวกมันไม่อยู่เลยครับ”
ก่อนที่สถานการณ์จะแย่ไปกว่านี้ชายคนหนึ่งก็ได้เอ่ยขึ้น
“นายจะลองดูน้องเจนนี่ไหมครับ รายนั้นน่ะให้ท่าเสี่ยหลายทีแล้วนะครับ”
“เออ ฉันเห็น แต่มันดันมีผัวแล้วน่ะสิ แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบยุ่งกับคนมีพันธะ”เฉลิมศักดิ์กอดอกอย่างไม่พอใจ “ไม่รู้ล่ะ ถ้าไม่ได้ตัวหนูรุ้งพวกแกทุกคนจะโดนหักเงินเดือนหมดแน่”
ที่ห้องพักแม่บ้านที่ไร่ครูสะอาดในยามนี้ ปานรุ้งออกมาวีนลั่นใส่ลูกน้องของเจษฎาที่ยืนเฝ้าเธออยู่หน้าห้องพักที่ไม่ยอมให้เธอออกไปไหน
“นี่ฉันต้องไปทำงานนะ” แต่ไม่ว่ายังไงลูกน้องทั้งสองยังยืนกรานไม่ให้เธอไป
“ต้องรอให้คุณเจษมาก่อนครับ”
เมื่อเห็นว่าขอร้องไปก็ไม่ได้ผลแถมยังเจ็บคอฟรีๆ อีก ปานรุ้งจึงตัดสินใจโทรหาป้ามาลี
“ป้ามาลีหรือคะ ขอโทษนะคะคือเื่มาลัยที่หนูจะต้องส่งคุณป้าน่ะค่ะ”
“อ๋อ ป้ารู้แล้วล่ะนะว่าหนูเกิดอุบัติเหตุไม่เป็ไรจ้ะ รักษาตัวให้หายเถอะ”
“แล้วป้ามีของขายใช่ไหมคะ”
“พอดีป้าก็เอาของที่หนูทำไว้น่ะแหละมาพอดีป้าเจอลูกสาวคุณนายสร้อยที่บ้านของหนูน่ะ เอ้อ แล้วเงินน่ะป้าจะให้หลานชายโอนเข้ามือถือหนูนะ ทั้งหมดมี 80 พวงใช่ไหมลูก”
“ใช่ค่ะ”
ลูกคุณนายสร้อย วิวงั้นหรือแล้ววิวไปทำอะไรที่บ้านเรา
จริงด้วยสิ วันนี้วันพระ สงสัยคงมาให้ร้อยมาลัย
“ถึงไม่ครบตามออเดอร์ที่สั่งไว้ แต่ป้าจะโอนให้หนูนะ”
“ขอบคุณนะคะ คุณป้า”
หลังจากเสร็จธุระเรียบร้อย หญิงสาวก็กลับมากังวลอีกครั้ง แถมคราวนี้เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจนเมื่อเปิดออกมาเธอจึงเห็นว่าเป็แม่บ้านสูงวัยที่เอาอาหารเช้ามาให้เธอ
“กินข้าวก่อนนะจ๊ะ หนูรุ้ง”
“ป้าคะ หนูจะกลับบ้านค่ะ”
“เื่กลับบ้าน เดี๋ยวจะมีคนพาหนูกลับนะจ๊ะ”
“ใครคะ คุณเรย์หรือคะ คุณเรย์ยังอยู่ที่นี่หรือเปล่าคะหนูคุยกับเขาไปได้นิดนึงก็เผลอหลับไป เลยไม่รู้เลยว่าเขายังอยู่ไหม”
แล้วในตอนนั้นเอง ประตูก็เปิดออก ปานรุ้งก็นึกว่าเป็เรวัตรจึงเผลอเข้าไปกอดเต็มแรง
“คุณเรย์ขา ขอโทษนะคะ รุ้งเผลอหลับไป รุ้งอยากกลับบ้านแล้วค่ะพารุ้งกลับทีนะคะ” ว่าพลางก็ส่งเสียงออดอ้อนเต็มที่
“ไง ได้สติขึ้นมาก็เรียกหาผู้ชายเลยหรือไง”
------------------------------------------------------------------------------