ตอนนี้ก็ครบหนึ่งเดือนแล้วที่ผมอยู่ที่นี่ ผมไม่เหลือความหวังแล้วว่าจะมีคนกลับมาบ้านหลังนี้ ซึ่งผมก็รู้เื่นี้มานานแล้วแต่ด้วยความกลัวหรืออะไรก็แล้วแต่ทำให้ผมยังมีความหวังว่าคนที่พาผมมาที่นี่จะกลับมาหาผม
่นี้ยังมีฝนตกบ้างเป็พักๆ แต่ทรัพยากรเพื่อเลี้ยงชีพของผมก็เหลือไม่ถึงอาทิตย์แล้ว ผมคิดว่าพรุ่งนี้ผมจะนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็จะออกเดินทางอีกครั้ง ครั้งนี้ผมจะไม่หวลคืนกลับมาอีกแล้ว หากการเดินทางของผมนั้นไม่พบเจออะไรเลยผมก็คิดว่ายังดีกว่านั่งรอความตายอยู่ที่นี่
เส้นทางที่ผมจะใช้เดินก็คงหนีไม่พ้นเดินไปตามลำธาร ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าผมไปจำเื่พวกนี้มาจากหนังสือเรียน สารคดีหรือบนโลกออนไลน์ ว่ากันว่าถ้าเราหลงป่าให้เดินไปตามแม่น้ำลำธาร เพราะนั้นจะเป็หลทางไปสู่ทางออกจากป่า
ซึ่งผมว่ามันก็สมเหตุสมผลเพราะคนเราก็ชอบอาศัยใกล้แหล่งน้ำอยู่แล้ว ดังนั้นการตัดสินใจในการเลือกเส้นทางนี่เป็เส้นทางที่ผมมั่นใจมากที่สุด
ความคิดที่เกี่ยวกับความตายมันบ้าบอมากๆ ผมจะต้องมาตายเอาแบบนี้ ตายแบบที่ตนเองนั้นก็ไม่รู้เื่อะไรเลยว่าทั้งหมดนี้เกิดอะไรขึ้น ทั้งๆที่ผมก็แค่พนักงานคนหนึ่งที่ทำงานไปวันๆ แล้วทำไมต้องเกิดเื่อะไรพวกนี้กับตัวผมด้วยนะ
่บ่ายของวันนี้ก็มีความคิดแว็บหนึ่งเข้ามาในหัว หรือนี่ผมอาจจะถูกจับมาทำรายการเอาตัวรอด หรือผมถูกจับมาทดลองอะไรหรือเปล่า เื่พวกนี้เคยเจอในภาพยนตร์อยู่บ้าง ซึ่งผมก็คิดว่ามันก็แค่ดูเพื่อความบังเทิงเท่านั้น ไม่น่าจะมีเื่จริงเกิดขึ้น แต่เวลานี้ผมบอกได้เลยอะไรที่พิเป็ไปได้ผมก็คิดหมด
ถ้าเป็ไปตามที่ผมคิดจริงๆก็ต้องมีกล้องแอบไว้ที่ไหนสักแห่ง ดังนั้นผมต้องเริ่มเดินหาตามซอกตามมุนเผื่อว่าจะมีกล้องแอบซ่อนไว้
ผมไล่หาทุกตารางนิ้วในห้องนอนแต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ จากนั้นก็ไล่ไปตามทางเดิน ก่อนจะมาจบที่ห้องครัว
ผมไม่เจอกล้องอะไรทั้งนั้น แต่ก็พบเจอสิ่งที่น่าสนใจมากๆอยู่อย่างหนึ่ง บนพื้นห้องครัวที่โต๊ะกินข้าววางอยู่มันเหมือนจะมีรอยต่อที่ผิดปกติ ผมลองเอามือเคาะๆดูก็เหมือนจะได้ยินเสียงโล่งๆ เหมือนว่าด้านใต้นั้นจะมีห้องลับอยู่
ผมไม่รอช้ารีบย้ายโต๊ะกินข้าวออกไปก่อนจะหยิบมีดปลอกผลไม้มาลองงัดตรงรอยต่อนั้น และแล้วผมก็เปิดแผ่นฝานั้นออกมาจนได้ สิ่งที่ผมเห็นนั้นมันคือบันไดที่ก่อจากปูนเช่นเดียวกันกับผนังสองข้างของบันได
บันไดนั้นก็ไม่ได้ลึกมาก มันเหมือนบันไดลงไปชั้นล่างเท่านั้น ผมยังเห็นตรงปลายบันไดที่มีประตูปิดอยู่ได้ลางๆจากแสงข้างนอก
นี่เป็การค้นพบที่น่าสนใจที่สุดเท่าที่ผมมาอยู่ที่นี่ แต่ผมก็ยังกล้าๆกลัวๆกับสิ่งที่อยู่หลังประตูนั้น
คิดๆแล้วผมว่าก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ยังไงพรุ่งนี้ผมก็ออกจากบ้านนี้ไป จะลงไปดูสักหน่อยก็ไม่มีใครมาว่าอะไรอยู่แล้ว
ผมค่อยๆเดินลงไปด้านล่างก่อนจะมาหยุดตรงหน้าประตูเหล็ก ประตูนั้นไม่ได้ใส่แม่ล็อกกุญแจไว้ เพียงแค่ผมยกตัวล็อกแล้วเลื่อนออกไปทางซ้ายประตูนั้นก็เปิดออกโดยง่าย
ด้านในนั้นผมมองได้ไม่ถนัดนักเพราะมันค่อนข้างมืด ผมสังเกตข้างประตูก็พบว่ามีสวิตช์ไฟอยู่ และเมื่อผมลองเปิดสวิตช์ไฟดู ห้องใต้ดินตอนนี้ก็สว่างจ้าขึ้นมา
ทันทีที่ผมกดสวิตช์ไฟผมก็ต้องประหลาดใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ด้านล่างนี้คล้ายกับคลังเก็บของขนาดย่อมๆ ตรงด้านหน้าจากทางเข้าประตู ผมก็เห็นพวกอุปกรณ์ทำการเกษตรและอื่นๆ เช่น มีด ขวาน จอบ เสียม ร่วมถึงพวกรองเท้าบูท
ข้างๆนั้นเองก็มีพวกซองเมล็ดพันธุ์มากมายหลายชนิดไม่ว่าจะเป็ เมล็ดข้าว ข้าวโพด ผักต่างๆมากมายหลายชนิด
ที่สำคัญกว่านั้นด้านล่างนี้ยังมีกล่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกหลายกล่อง ที่สำคัญแต่ละกล่องก็มีรสชาติที่แตกต่างกันอีกด้วย ถุงข้าวสารน่าจะหลายสิบถุงเองก็วางเรียงรายอยู่ด้านในนี้ ผมตอนนี้มือไม้เริ่มสั่นแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยว่าจะเจอของพวกนี้ ผมตื่นเต้นมากๆจริงๆที่พรุ่งนี้ไม่ต้องออกไปเสี่ยงผจญภัยอยู่ข้างนอกนั้นแล้ว เพราะตอนนี้ผมเจอเสบียงที่มากมายด้านล่างนี่
ผมมองออกไปอีกเล็กน้อยก็เห็นกล่องไม้ขีดไฟอีกหลายแพ็ก ข้างๆยังมีแท่งจุดไฟอีกหลายชุด ซึ่งมันใช่แน่ๆผมเคยเห็นสิ่งนี้ในสารคดีเอาตัวรอดมาก่อน
ในนี้ยังมีพวกชุดต่างๆ ผ้าห่มผ้าปูเตียงสำรองอีกหลายชุด เรียกได้ว่าทุกอย่างนั้นเพียบพร้อมมากๆ ผมมือไม้สั่นดีใจมากๆจนยกมือไหว้เหนือหัวทีหนึ่งโดยที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าไหว้อะไรอยู่ แต่ก็อยากขอบคุณที่ทำให้ผมพบเจอห้องแห่งนี้
ผมหยิบข้าวของบางอย่างขึ้นมา และที่แน่นอนก็ไม่ลืมหยิบกล่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำกุ้งมาด้วย วันนี้แหละจะเป็วันแรกที่ผมจะได้กินอาหารเมนูรสชาติใหม่ๆบ้าง
รสต้มยำกุ้งที่คุ้นเคยวันนี้อร่อยกว่าที่เคยกิน หลังจากกินเสร็จผมบอกเลยว่าสภาพจิตใจผมดีขึ้นมามาก ผมเริ่มมีความหวัง เริ่มมีเป้าหมายหลายอย่างในหัว นั้นทำให้ผมรู้สึกมีความสุขจริงๆ
เป้าหมายแรกวันนี้ของผมก็คือถางหญ้ารอบๆบ้านที่เริ่มรกแล้ว จากนั้นก็ทำแปลงผักขึ้นมา ผมจำได้เลยว่าครั้งสุดท้ายที่ผมกินผักก็คือคะน้าหมูกรอบในวันประชุมที่บริษัทสั่งมาเป็ข้าวกล่องมาให้ ถึงมันจะไม่ค่อยอร่อยแต่พอตอนนี้มาคิดถึงก็ชวนน้ำลายไหลได้เลย
ผมถางหญ้าด้วยมีดและจอบสำหรับถางหญ้า ผมถางจนเย็นก็ทำได้ไม่มากเท่าไร แต่มือผมตอนนี้ก็เริ่มมีตุ้มน้ำใสๆออกมาหลายจุดแล้ว วันนี้ผมคิดว่าคงจะพอเท่านี้ก่อน เพราะร่างกายเริ่มฟ้องว่าวันนี้ทำงานมาเพียงพอแล้ว
ผมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะมานั่งกินปลากระป๋องกระป๋องสุดท้ายแล้ว หลังจากเปิดฝาได้ผมก็เทมันลงในจาน ด้วยความอาลัยหรืออะไรไม่รู้ผมพลิกปลากระป๋องไปมาและพยายามอ่านทุกอย่างที่อยู่บนนั้น
ผมสะดุ้งตาโตขึ้นมาเมื่อเห็นวันผลิตและวันหมดอายุ ใต้ปลากระป๋องระบุว่าผลิตขึ้นเมื่อวันที่หกเดือนมิถุนายนปีเก้าศูนย์ และจะหมดอายุลงวันที่หกเดือนมกราคมปีเก้าหนึ่ง
ผมคิดๆแล้วก็ได้แต่สงสัย มันจะเป็อย่างนั้นได้ยังไง ปีนี้มันปีเจ็ดศูนย์ไม่ใช่หรอก หรือปลากระป๋องมันพิมพ์วันที่ผิดกันนะ
ผมรีบลุกและเดินไปยังกล่องบรรจุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผมหาวันที่ผลิตเพื่อยืนยันความคิดผมว่าปลากระป๋องระบุวันที่ผิดจริงๆ
ผมแทบจะหน้ามืดก่อนจะตั้งสติได้อีกครั้ง วันผลิตของบะหมี่กึ่งสำเร็จเป็ปีเก้าศูนย์เช่นเดียวกับปลากระป๋อง นี่มันหมายความว่ายังไง ถ้าวันที่ผลิตถูกต้องจริงนี่ก็ผ่านมายี่สิบปีแล้วน่ะสิ มันจะเป็ไปได้ยังไง ผมไม่มีทางเชื่อเื่แบบนี้แน่ๆ
ถึงผมไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผู้ผลิตต้องโกหกเรา แต่มันจะเป็ไปได้เหรอที่ผมตื่นขึ้นมาแล้วผ่านไปยี่สิบปี แต่แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว ถ้าบอกว่าวันผลิตนี่แปลก แล้วที่ผมมาอยู่ที่นี่มันไม่แปลกกว่าหรือเนี่ย
ผมสันหลังเย็นวูบ ตกลงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มันคือเื่จริงหรือมีคนตั้งใจวางแผนให้ผมต้องเจอเื่แบบนี้ มันอาจจะเป็เื่โกหกก็ได้สำหรับวันที่ผลิต เพราะว่าถ้าผ่านไปยี่สิบปีผมคงแก่กว่านี้ไปแล้ว แต่เท่าที่ผมส่องกระจกมาผมก็ยังคงรูปร่างหน้าตาเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน