ปริศนาตื่นมากลางป่า

    ตอนที่ 5 ความสับสน

                    ตอนนี้ก็ครบหนึ่งเดือนแล้วที่ผมอยู่ที่นี่  ผมไม่เหลือความหวังแล้วว่าจะมีคนกลับมาบ้านหลังนี้  ซึ่งผมก็รู้เ๱ื่๵๹นี้มานานแล้วแต่ด้วยความกลัวหรืออะไรก็แล้วแต่ทำให้ผมยังมีความหวังว่าคนที่พาผมมาที่นี่จะกลับมาหาผม

                    ๰่๭๫นี้ยังมีฝนตกบ้างเป็๞พักๆ  แต่ทรัพยากรเพื่อเลี้ยงชีพของผมก็เหลือไม่ถึงอาทิตย์แล้ว  ผมคิดว่าพรุ่งนี้ผมจะนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็๞จะออกเดินทางอีกครั้ง  ครั้งนี้ผมจะไม่หวลคืนกลับมาอีกแล้ว  หากการเดินทางของผมนั้นไม่พบเจออะไรเลยผมก็คิดว่ายังดีกว่านั่งรอความตายอยู่ที่นี่

                    เส้นทางที่ผมจะใช้เดินก็คงหนีไม่พ้นเดินไปตามลำธาร  ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าผมไปจำเ๱ื่๵๹พวกนี้มาจากหนังสือเรียน  สารคดีหรือบนโลกออนไลน์  ว่ากันว่าถ้าเราหลงป่าให้เดินไปตามแม่น้ำลำธาร  เพราะนั้นจะเป็๲หลทางไปสู่ทางออกจากป่า

                    ซึ่งผมว่ามันก็สมเหตุสมผลเพราะคนเราก็ชอบอาศัยใกล้แหล่งน้ำอยู่แล้ว  ดังนั้นการตัดสินใจในการเลือกเส้นทางนี่เป็๞เส้นทางที่ผมมั่นใจมากที่สุด

                    ความคิดที่เกี่ยวกับความตายมันบ้าบอมากๆ  ผมจะต้องมาตายเอาแบบนี้  ตายแบบที่ตนเองนั้นก็ไม่รู้เ๱ื่๵๹อะไรเลยว่าทั้งหมดนี้เกิดอะไรขึ้น  ทั้งๆที่ผมก็แค่พนักงานคนหนึ่งที่ทำงานไปวันๆ  แล้วทำไมต้องเกิดเ๱ื่๵๹อะไรพวกนี้กับตัวผมด้วยนะ

                    ๰่๭๫บ่ายของวันนี้ก็มีความคิดแว็บหนึ่งเข้ามาในหัว  หรือนี่ผมอาจจะถูกจับมาทำรายการเอาตัวรอด  หรือผมถูกจับมาทดลองอะไรหรือเปล่า  เ๹ื่๪๫พวกนี้เคยเจอในภาพยนตร์อยู่บ้าง  ซึ่งผมก็คิดว่ามันก็แค่ดูเพื่อความบังเทิงเท่านั้น  ไม่น่าจะมีเ๹ื่๪๫จริงเกิดขึ้น  แต่เวลานี้ผมบอกได้เลยอะไรที่พิเป็๞ไปได้ผมก็คิดหมด

                    ถ้าเป็๲ไปตามที่ผมคิดจริงๆก็ต้องมีกล้องแอบไว้ที่ไหนสักแห่ง  ดังนั้นผมต้องเริ่มเดินหาตามซอกตามมุนเผื่อว่าจะมีกล้องแอบซ่อนไว้

                    ผมไล่หาทุกตารางนิ้วในห้องนอนแต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ  จากนั้นก็ไล่ไปตามทางเดิน  ก่อนจะมาจบที่ห้องครัว

                    ผมไม่เจอกล้องอะไรทั้งนั้น  แต่ก็พบเจอสิ่งที่น่าสนใจมากๆอยู่อย่างหนึ่ง  บนพื้นห้องครัวที่โต๊ะกินข้าววางอยู่มันเหมือนจะมีรอยต่อที่ผิดปกติ  ผมลองเอามือเคาะๆดูก็เหมือนจะได้ยินเสียงโล่งๆ  เหมือนว่าด้านใต้นั้นจะมีห้องลับอยู่

                    ผมไม่รอช้ารีบย้ายโต๊ะกินข้าวออกไปก่อนจะหยิบมีดปลอกผลไม้มาลองงัดตรงรอยต่อนั้น  และแล้วผมก็เปิดแผ่นฝานั้นออกมาจนได้  สิ่งที่ผมเห็นนั้นมันคือบันไดที่ก่อจากปูนเช่นเดียวกันกับผนังสองข้างของบันได

                    บันไดนั้นก็ไม่ได้ลึกมาก  มันเหมือนบันไดลงไปชั้นล่างเท่านั้น  ผมยังเห็นตรงปลายบันไดที่มีประตูปิดอยู่ได้ลางๆจากแสงข้างนอก

                    นี่เป็๞การค้นพบที่น่าสนใจที่สุดเท่าที่ผมมาอยู่ที่นี่  แต่ผมก็ยังกล้าๆกลัวๆกับสิ่งที่อยู่หลังประตูนั้น

                    คิดๆแล้วผมว่าก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว  ยังไงพรุ่งนี้ผมก็ออกจากบ้านนี้ไป  จะลงไปดูสักหน่อยก็ไม่มีใครมาว่าอะไรอยู่แล้ว

                    ผมค่อยๆเดินลงไปด้านล่างก่อนจะมาหยุดตรงหน้าประตูเหล็ก  ประตูนั้นไม่ได้ใส่แม่ล็อกกุญแจไว้  เพียงแค่ผมยกตัวล็อกแล้วเลื่อนออกไปทางซ้ายประตูนั้นก็เปิดออกโดยง่าย

                    ด้านในนั้นผมมองได้ไม่ถนัดนักเพราะมันค่อนข้างมืด  ผมสังเกตข้างประตูก็พบว่ามีสวิตช์ไฟอยู่  และเมื่อผมลองเปิดสวิตช์ไฟดู  ห้องใต้ดินตอนนี้ก็สว่างจ้าขึ้นมา

                    ทันทีที่ผมกดสวิตช์ไฟผมก็ต้องประหลาดใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า  ด้านล่างนี้คล้ายกับคลังเก็บของขนาดย่อมๆ  ตรงด้านหน้าจากทางเข้าประตู  ผมก็เห็นพวกอุปกรณ์ทำการเกษตรและอื่นๆ เช่น มีด ขวาน จอบ เสียม ร่วมถึงพวกรองเท้าบูท

                    ข้างๆนั้นเองก็มีพวกซองเมล็ดพันธุ์มากมายหลายชนิดไม่ว่าจะเป็๲  เมล็ดข้าว ข้าวโพด  ผักต่างๆมากมายหลายชนิด

                    ที่สำคัญกว่านั้นด้านล่างนี้ยังมีกล่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกหลายกล่อง  ที่สำคัญแต่ละกล่องก็มีรสชาติที่แตกต่างกันอีกด้วย  ถุงข้าวสารน่าจะหลายสิบถุงเองก็วางเรียงรายอยู่ด้านในนี้  ผมตอนนี้มือไม้เริ่มสั่นแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยว่าจะเจอของพวกนี้  ผมตื่นเต้นมากๆจริงๆที่พรุ่งนี้ไม่ต้องออกไปเสี่ยงผจญภัยอยู่ข้างนอกนั้นแล้ว  เพราะตอนนี้ผมเจอเสบียงที่มากมายด้านล่างนี่

                    ผมมองออกไปอีกเล็กน้อยก็เห็นกล่องไม้ขีดไฟอีกหลายแพ็ก  ข้างๆยังมีแท่งจุดไฟอีกหลายชุด  ซึ่งมันใช่แน่ๆผมเคยเห็นสิ่งนี้ในสารคดีเอาตัวรอดมาก่อน

                    ในนี้ยังมีพวกชุดต่างๆ  ผ้าห่มผ้าปูเตียงสำรองอีกหลายชุด  เรียกได้ว่าทุกอย่างนั้นเพียบพร้อมมากๆ  ผมมือไม้สั่นดีใจมากๆจนยกมือไหว้เหนือหัวทีหนึ่งโดยที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าไหว้อะไรอยู่  แต่ก็อยากขอบคุณที่ทำให้ผมพบเจอห้องแห่งนี้

                    ผมหยิบข้าวของบางอย่างขึ้นมา  และที่แน่นอนก็ไม่ลืมหยิบกล่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำกุ้งมาด้วย  วันนี้แหละจะเป็๲วันแรกที่ผมจะได้กินอาหารเมนูรสชาติใหม่ๆบ้าง

                    รสต้มยำกุ้งที่คุ้นเคยวันนี้อร่อยกว่าที่เคยกิน  หลังจากกินเสร็จผมบอกเลยว่าสภาพจิตใจผมดีขึ้นมามาก  ผมเริ่มมีความหวัง  เริ่มมีเป้าหมายหลายอย่างในหัว  นั้นทำให้ผมรู้สึกมีความสุขจริงๆ

                    เป้าหมายแรกวันนี้ของผมก็คือถางหญ้ารอบๆบ้านที่เริ่มรกแล้ว  จากนั้นก็ทำแปลงผักขึ้นมา  ผมจำได้เลยว่าครั้งสุดท้ายที่ผมกินผักก็คือคะน้าหมูกรอบในวันประชุมที่บริษัทสั่งมาเป็๲ข้าวกล่องมาให้  ถึงมันจะไม่ค่อยอร่อยแต่พอตอนนี้มาคิดถึงก็ชวนน้ำลายไหลได้เลย

                    ผมถางหญ้าด้วยมีดและจอบสำหรับถางหญ้า  ผมถางจนเย็นก็ทำได้ไม่มากเท่าไร  แต่มือผมตอนนี้ก็เริ่มมีตุ้มน้ำใสๆออกมาหลายจุดแล้ว  วันนี้ผมคิดว่าคงจะพอเท่านี้ก่อน  เพราะร่างกายเริ่มฟ้องว่าวันนี้ทำงานมาเพียงพอแล้ว

                    ผมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะมานั่งกินปลากระป๋องกระป๋องสุดท้ายแล้ว  หลังจากเปิดฝาได้ผมก็เทมันลงในจาน  ด้วยความอาลัยหรืออะไรไม่รู้ผมพลิกปลากระป๋องไปมาและพยายามอ่านทุกอย่างที่อยู่บนนั้น

                    ผมสะดุ้งตาโตขึ้นมาเมื่อเห็นวันผลิตและวันหมดอายุ  ใต้ปลากระป๋องระบุว่าผลิตขึ้นเมื่อวันที่หกเดือนมิถุนายนปีเก้าศูนย์  และจะหมดอายุลงวันที่หกเดือนมกราคมปีเก้าหนึ่ง

                    ผมคิดๆแล้วก็ได้แต่สงสัย  มันจะเป็๲อย่างนั้นได้ยังไง  ปีนี้มันปีเจ็ดศูนย์ไม่ใช่หรอก  หรือปลากระป๋องมันพิมพ์วันที่ผิดกันนะ

                    ผมรีบลุกและเดินไปยังกล่องบรรจุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป  ผมหาวันที่ผลิตเพื่อยืนยันความคิดผมว่าปลากระป๋องระบุวันที่ผิดจริงๆ

                    ผมแทบจะหน้ามืดก่อนจะตั้งสติได้อีกครั้ง  วันผลิตของบะหมี่กึ่งสำเร็จเป็๲ปีเก้าศูนย์เช่นเดียวกับปลากระป๋อง  นี่มันหมายความว่ายังไง  ถ้าวันที่ผลิตถูกต้องจริงนี่ก็ผ่านมายี่สิบปีแล้วน่ะสิ  มันจะเป็๲ไปได้ยังไง  ผมไม่มีทางเชื่อเ๱ื่๵๹แบบนี้แน่ๆ

                    ถึงผมไม่อยากจะเชื่อ  แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผู้ผลิตต้องโกหกเรา  แต่มันจะเป็๞ไปได้เหรอที่ผมตื่นขึ้นมาแล้วผ่านไปยี่สิบปี  แต่แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว  ถ้าบอกว่าวันผลิตนี่แปลก  แล้วที่ผมมาอยู่ที่นี่มันไม่แปลกกว่าหรือเนี่ย

                    ผมสันหลังเย็นวูบ  ตกลงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่  มันคือเ๹ื่๪๫จริงหรือมีคนตั้งใจวางแผนให้ผมต้องเจอเ๹ื่๪๫แบบนี้  มันอาจจะเป็๞เ๹ื่๪๫โกหกก็ได้สำหรับวันที่ผลิต  เพราะว่าถ้าผ่านไปยี่สิบปีผมคงแก่กว่านี้ไปแล้ว  แต่เท่าที่ผมส่องกระจกมาผมก็ยังคงรูปร่างหน้าตาเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน