สายลมหนาวพัดหวีดหวิวหวาดเสียวใจพัดพาเอาเกล็ดหิมะขาวโพลนร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าสีหม่นอย่างไม่ขาดสาย ท่ามกลางหุบเขาไผ่หิมะชายขอบป่าลึกที่แสนเยือกเย็น บัดนี้กลับคุกรุ่นไปด้วยจิตสังหารและเสียงโลหะปะทะกันอย่างรุนแรงจนหิมะหนาที่เกาะอยู่บนยอดต้นไผ่แตกร่วงลงมากระจัดกระจาย
เคร้ง! เคร้ง! ตูม!
เสียงปะทะของอาวุธระดับลมปราณและแรงระเบิดของพลังยุทธ์ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วทิศทาง กลุ่มคนชุดดำสวมหน้ากากเหล็กฉลุลายลึกลับเกือบเจ็ดคน กำลังกวัดแกว่งดาบใหญ่สีดำสนิทที่อาบไปด้วยปราณมารทมิฬ เข้ากระหน่ำโจมตีค่ายกลป้องกันแสงสีทองที่ปกคลุมรถม้าเกราะปราณขนาดใหญ่ของสมาคมแพทย์หลงเหมินอย่างบ้าคลั่ง
รอบบริเวณรถม้า ร่างขององครักษ์และผู้ติดตามของสมาคมแพทย์นอนจมกองเลือดสีแดงฉานบนลานหิมะสีขาวนวลอย่างน่าอนาถ บ้างก็ไร้ลมหายใจ บ้างก็ส่งเสียงร้องครวญครางแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวดจากพิษร้ายและบาดแผลฉกรรจ์ที่ได้รับจากการลอบจู่โจม
"สลายค่ายกลแสงศักดิ์สิทธิ์ของนางให้ได้! อย่าปล่อยให้นางหนีรอดไปได้! นายท่านตระกูลฉู่ต้องการตัวแม่นางไป๋ซือหนิงผู้นี้และสินค้าสมุนไพรสวรรค์ทั้งหมดในรถม้ากลับไป! ใครจับตัวนางได้แบบมีชีวิต นายท่านจะตบรางวัลใหญ่อย่างงาม!" ชายชุดดำสวมหน้ากากเหล็กซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มลอบโจมตีคำรามสั่งการเสียงแหบพร่าดุร้าย แววตาสีแดงฉานภายใต้หน้ากากเปล่งประกายละโมบและกระหายเลือด
ทว่า เบื้องหลังม่านแสงป้องกันสีทองที่เริ่มแตกร้าวระแหงเป็นลายใยแมงมุม ร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งยังคงยืนปักหลักต้านรับศัตรูอย่างสุดกำลัง
นางคือ 'ไป๋ซือหนิง' เทพธิดาแพทย์แห่งสมาคมแพทย์หลงเหมินผู้มีชื่อเสียงระบือไกล ยามนี้นางสวมชุดยาวผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ประดุจนักบุญผู้หลุดพ้นจากโลกีย์ ทว่าชุดไหมขาวเนื้อดีบางเบานั้นบัดนี้กลับชุ่มโชกไปด้วยละอองหิมะละลายผสมผสานกับหยาดเหงื่ออุ่น ๆ ที่หลั่งไหลออกมาจากทั่วเรือนร่างเนื่องจากการฝืนใช้พลังงานรักษาติดต่อกันมาสามวันสามคืนโดยไม่ได้หยุดพัก ส่งผลให้เสื้อผ้าไหมสีขาวแนบสนิทติดแน่นกับผิวเนื้อเนียนผุดผ่องปานหยาดน้ำนม เผยให้เห็นรูปโฉมและสัดส่วนทรวดทรงรูปนาฬิกาทรายอย่างเย้ายวนเกินระงับใจ
หน้าอกอวบอัดคู่โตอวบอูมเต่งตึงล้นทะลักตึงแน่นชูชันภายใต้ร่มผ้าขาวบางที่เปียกปอนจนเห็นขอบรอยสลัว กระเพื่อมไหวขึ้นลงอย่างรุนแรงและถี่รัวตามจังหวะหอบหายใจอย่างอ่อนแรงของนาง เอวคอดกิ่วกิ่วเอวรับกับสะโพกผึ่งผายกลมมนกลึงตึงแน่นสั่นสะท้านระริก ขาเรียวยาวทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบพยุงกายยืนไม่อยู่ ทว่าไป๋ซือหนิงยังคงกัดฟันแน่นจนริมฝีปากบางฉ่ำสีระเรื่อขบเข้าหากันจนเกือบเลือดซิบ ดวงตากลมโตคู่สวยที่เปี่ยมไปด้วยไอเมตตา บัดนี้อ่อนล้าหมองหม่นอิดโรยอย่างน่าเวทนา สองฝ่ามือเรียวบางดั่งลำเทียนเทวะยังคงชูขึ้นประสานปราณ แผ่รังสีแสงสีทองสว่างไสวของพรสวรรค์ระดับ SS `แสงเยียวยาศักดิ์สิทธิ์` เพื่อปกป้องคนเจ็บในรถม้าอย่างสุดความสามารถ
"ค่ายกลแสงศักดิ์สิทธิ์ใกล้จะแตกแล้ว! เตรียมตัวรับความตายเถอะเทพธิดาแพทย์!" หัวหน้านักฆ่าหัวเราะลั่นพลางเงื้อดาบใหญ่หวังจะฟันทำลายม่านแสงเป็นครั้งสุดท้าย
ทว่า ก่อนที่คมดาบสีดำจะแตะต้องค่ายกล ทันใดนั้นกระแสลมพายุเกล็ดหิมะพลันปั่นป่วน ไอร้อนระอุแผดเผาสายหนึ่งพุ่งทะยานฝ่าดงไผ่หิมะเข้ามาปานดาวตกสีทมิฬ!
"เพลิงทมิฬ... สลายขั้วมาร!"
ตูม...!!!
เปลวเพลิงสีดำเดือดพล่านระเบิดเปรี้ยงเข้าใส่ร่างของนักฆ่าชุดดำสองคนจนเกราะปราณแตกกระจาย ร่างลอยละลิ่วกระแทกต้นไผ่หักโค่นไปหลายสิบต้น สตรีร่างระหงในชุดสีแดงฉานประดุจดอกกุหลาบไฟป่าหิมะก้าวเท้าออกมาอย่างดุดัน นางคือ 'จ้าวฉินซวง' ดวงตาคู่งามฉายแววโกรธเกรี้ยวขณะกระชับดาบเพลิงทมิฬในมือแน่น
"ศิษย์พี่หญิงไป๋! อดทนไว้เจ้าค่ะ! พวกเรามาช่วยท่านแล้ว!" จ้าวฉินซวงร้องตะโกน
ด้านหลังของนาง หลินเสวี่ยเหยาในชุดขาวประดุจดั่งหิมะบริสุทธิ์เยื้องกรายออกมากวัดแกว่งดาบเหล็กไหลเหมันต์ ปล่อยกระแสไอเย็นยะเยือกเก้าชั้นฟ้าสร้างคมดาบน้ำแข็งนับสิบสายพุ่งแทงเข้าใส่นักฆ่าชุดดำคนอื่น ๆ อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ขณะที่เยี่ยหลัวอินร่ายรำร่างดั่งภูตผีสีม่วงรัตติกาลชักใยเงามืดรัดพันดึงกระชากอาวุธของศัตรูให้เสียหลักสะดุดล้มคลุกคลีกับกองหิมะ
"พวกเจ้า... ศิษย์น้องจ้าว? แล้วนั่น..." ไป๋ซือหนิงหรี่ตากลมโตมองด้วยความแปลกใจ นางจำจ้าวฉินซวงที่เป็นหนึ่งในศิษย์ร่วมวงการแพทย์ได้ ทว่าสตรีงามระดับ SSS อีกสองนางที่แผ่กลิ่นอายปราณนักสู้อันน่าสะพรึงกลัวนั้นนางไม่เคยพบเห็นมาก่อน
"ผู้บุกรุกสามสตรีงามระดับปราณนักสู้! ฆ่าพวกมันซะ! อย่าให้พวกมันมาขัดขวางงานของตระกูลฉู่!" หัวหน้าหน้ากากเหล็กตวาดสั่งพรรคพวกที่เหลือพลางชักดาบใหญ่พุ่งตรงเข้าหาจ้าวฉินซวงอย่างบ้าคลั่ง หวังจะฟันสตรีชุดแดงให้ขาดเป็นสองท่อน
หลีเฮงที่คอยใช้ทักษะ `หลบหลังสตรี` โยกย้ายพรางตัวกลมกลืนอยู่หลังกอไผ่หนา สายตากะล่อนกวาดมองประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ดวงตาส่องประกายระยิบระยับเมื่อสังเกตเห็นทิศทางการเคลื่อนไหวของหัวหน้านักฆ่าชุดดำ ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก ย่อตัวต่ำก่อนจะสปริงข้อเท้าพุ่งตัวออกไปประดุจปลาไหลชโลมน้ำมันนวด รวดเร็วและไร้ร่องรอยจนหิมะบนพื้นแทบไม่ยุบตัวลง
ชายหนุ่มโผล่มาด้านหลังหัวหน้านักฆ่าในมุมอับสายตาอย่างพริ้วไหว สองมือชอนไชพุ่งเข้าหาจุดบกพร่องของเป้าหมายทันที
"พี่ชายหน้ากากเหล็ก! คิดจะรังแกสาวงามชุดแดงต่อหน้าสุดหล่ออย่างข้ามันช่างไร้มารยาทเหลือเกิน"
หลีเฮงส่งเสียงกระซิบกระเส่ากวนประสาทข้างหูมัน พลางเปิดใช้งานสกิล `อุ้งมือมาร` ขั้น 2 และ `ดรรชนีอ่อนล้า` สองฝ่ามืออุ่นหนาบีบหมุนเค้นตรงชีพจรรักแร้โคนข้อต่อไหล่ และใช้นิ้วชี้สะกิดจิ้มเข้าที่จุดชีพจรสะท้อนเอวและจุดสำคัญสะกดกระเพาะปัสสาวะของศัตรูเพศชายอย่างดุดันและเน้นหนักไร้ยางอาย
กร๊อบ! อั้ก...!!!
> [ระบบทำงาน: เปิดใช้งานทักษะสะกดข่มบุรุษฝ่ายตรงข้าม (Opposing Male Debuff)]
> [หัวหน้านักฆ่าหน้ากากเหล็ก: พลังโจมตีลดลงทันที 50% และติดสถานะพิเศษ 'เสื่อมสมรรถภาพฉับพลัน/จู๋เหี่ยวสั่นสะท้านกู่ไม่กลับ' เป็นเวลา 24 ชั่วโมง!]
> [ส่งผลให้เป้าหมายสูญเสียสมาธิ ดึงศักดิ์ศรีดิ่งลงเหว แข้งขาอ่อนแรงกะทันหัน!]
"อ๊ะ... ลมปราณของข้า...! ช่วงล่างของข้าหนาวเย็นวูบวาบเฉาเหี่ยวหมดความรู้สึกกระทันหัน! นี่มันวิชาปีศาจชนิดใดกัน!" หัวหน้านักฆ่าหน้ากากเหล็กตาเบิกกว้าง ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ดาบใหญ่ในมือที่เคยหนักแน่นร่วงหล่นลงกระแทกพื้นหิมะเสียงดัง *เคร้ง!*
จ้าวฉินซวงไม่ปล่อยให้โอกาสอันงดงามหลุดลอย นางตวัดคมดาบเพลิงทมิฬซัดเปรี้ยงเข้ากลางหน้าอกของมัน ไอร้อนของเพลิงดำแผดเผาเกราะปราณสะกดข่มจนไหม้เกรียม ร่างยักษ์ปลิวละลิ่วกระแทกผาหินสลบเหมือดเลือดอาบหน้ากากทันที
ใช้เวลาเพียงไม่นาน ด้วยพลังการประสานงานของสามสตรีระดับปราณนักสู้ที่เดือดปะทุเต็มร้อยร่วมกับสกิลดีบัฟปั่นป่วนดึงกำลังรบของหลีเฮง กลุ่มนักฆ่าชุดดำทั้งหมดก็ถูกปราบราบคาบจนนอนสลบไสลจมลานหิมะอย่างหมดสภาพ
เมื่อภัยคุกคามสลายลง ค่ายกลแสงสีทองของไป๋ซือหนิงก็หมดพลังละลายหายไป ร่างระหงของเทพธิดาแพทย์สาวสั่นระริก ดวงตากลมหงส์ปรือเยิ้มปิดลงช้า ๆ ก่อนที่ร่างอรชรอ้อนแอ้นของนางจะพับโค้งร่วงดิ่งลงสู่พื้นหิมะ หลีเฮงที่จับจ้องจังหวะนี้อยู่แล้วรีบดีดตัวกระโจนเข้าหาประคองกอดร่างระหงแนบชิดอกของตนเองได้อย่างแม่นยำ
ฟุ่บ!
กลิ่นอายหอมหวานประดุจยาสมุนไพรสวรรค์อบอวลระคนกับกลิ่นเหงื่อสาวอุ่นร้อนระเหยฟุ้งเข้าสู่โสตประสาทของหลีเฮงอย่างจัง ผิวเนื้อตัวของนางเย็นจัดประหนึ่งน้ำแข็ง ทว่าเนื้อตัวขาวผ่องที่เปียกชื้นแนบเนื้อกลับนุ่มนิ่มสู้มือหนาจนหัวใจชายหนุ่มเต้นรัว ชายหนุ่มโอบช้อนร่างระหงใต้เข่าเรียวสวยและประคองแผ่นหลังบอบบาง พาไปนั่งอิงแผ่นหินก้อนใหญ่หลบสายลมหนาว
"ศิษย์พี่หญิงไป๋! ตันเถียนของนางเย็นยะเยือก ชีพจรเต้นช้าลงเรื่อย ๆ เนื่องจากฝืนรักษาคนจนกระแสลมปราณตีกลับสะสมล้าวิกฤต!" จ้าวฉินซวงทรุดตัวลงตรวจดูหน้าตาตื่น
"ข้า... ข้าไม่เป็นไร... ขอเพียงพัก... ปรับลมปราณสักครู่..." ไป๋ซือหนิงพยายามฝืนพยุงรอยยิ้มสุภาพ ทว่าน้ำเสียงเรียบอ่อนโยนของนางกลับสั่นสะท้านไร้กำลัง แขนเรียวพยายามยันกายแต่สุดท้ายก็ทรุดเอียงซบลงกับไหล่หนาของหลีเฮงอย่างช่วยไม่ได้ หน้าอกคู่งามกระเพื่อมโยนไหวเบียดเสียดกับแผ่นอกของเขา
"พักอย่างเดียวตบะของพี่สาวจะพังทลายสิบลี้เอาสิจ๊ะ! ลมปราณเยือกแข็งอุดตันลึกขนาดนี้ ข้าจำเป็นต้องเสียสละวิชานวดลับของระบบบำบัดให้พี่สาวด่วนที่สุด!" หลีเฮงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมคุณธรรมประดุจแพทย์ผู้ทรงเกียรติ ทว่ามือหนาทั้งสองข้างกลับขยับบีบนวดลงบนบ่าและคอระหงของนางทันที
"อ๊ะ... หลีเฮง... เจ้าจะทำอะไร... ฮ้า..." ไป๋ซือหนิงร้องเสียงแผ่วอุทานระทึก ร่างสะดุ้งแอ่นโค้งเมื่อสองฝ่ามือร้อนหนาบวกปราณสยบมารแล่นผ่านเนื้อคอ บ่า ไหล่
หลีเฮงใช้นิ้วเรียวอุ่นแทรกซอนลึกเข้าไปใต้สาบเสื้อคอปกไหมสีขาวที่เปียกชุ่ม ลูบไล้นวดเฟ้นเนื้อคอ บ่า ไหล่ และสะบักหลังที่กลมนุ่มลื่นมืออย่างเป็นจังหวะ ปล่อยกระแสปราณหยางร้อนผ่อนคลายทะลวงเข้าไปทำลายไขลานปราณแช่แข็ง ชายหนุ่มไม่รอช้า สองฝ่ามืออุ่นจัดเลื่อนสไลด์ต่ำลงอย่างนุ่มนวลบีบเค้นลงมาตามแผ่นหลังเนียน คลึงเค้นแนวกระดูกสันหลัง สอดแทรกความร้อนเข้าสู่จุดตันเถียน ก่อนจะกวาดลูบไล้ลงลึกถึงช่วงบั้นเอวคอดกิ่วและสะโพกกลมมนเต่งตึงตึงแน่นอวบอัดของเทพธิดาแพทย์สาวอย่างกระชั้นถี่รัว
"อ๊ายยย... ซี้ดดด... ทะ... ท่าน... ตรงนั้น..." ไป๋ซือหนิงเบิกตากว้าง แววตาสีน้ำตาลปรือเยิ้มฉ่ำหวานด้วยความเสียวซ่านอุ่นร้อนปะทุสะท้านทรวงอย่างฉับพลัน ผิวหน้าคอลามไปถึงอกขึ้นสีแดงระเรื่อสวยงามปานมะเขือเทศสุก แก้มตอบใสเงยแหงนสูดลมหายใจ สองมือเรียวขยำกุมท่อนแขนของหลีเฮงแน่นหนา ร่างกายอรชรบิดไหวเบียดกระแซะเข้าหาอ้อมกอดอุ่น บั้นท้ายงอนงามบดเบียดสู้ฝ่ามือหนาที่ขยำคลึงสะโพกสลายจุดอุดตันอย่างหนาแน่นรวดเร็ว
กระแสความสยิวแล่นปราดเข้าสู่จิตวิญญาณ ทลายเอาความเหนื่อยล้าสะสมสามวันสามคืนให้มลายหายไปในพริบตา พลังปราณที่เคยแช่แข็งกลับเดือดพล่านอบอุ่นและกลับมาไหลเวียนปานสายน้ำเชี่ยว
> [ระบบทำงาน: เปิดใช้งานภารกิจด่วนสวาทสะท้านแพทย์]
> [เปิดใช้งานทักษะ: สัมผัสผ่อนคลายลึก (Relaxing Touch)]
> [ไป๋ซือหนิง: พรสวรรค์ระดับ SS 'แสงเยียวยาศักดิ์สิทธิ์' ได้รับการฟื้นฟูอย่างบ้าคลั่ง 100%!]
> [ค่าความเชื่อใจ (Trust) ของไป๋ซือหนิง: +10% (ขณะนี้เท่ากับ 10%)]
> [ค่าความเสน่หา (Desire) ของไป๋ซือหนิง: +15% (ขณะนี้เท่ากับ 15%)]
"ฮ๊าาา... ซี้ดดด... ลมปราณบำบัดของเจ้า... ช่างสบายและเสียวแปลกประหลาดเหลือเกินเจ้าค่ะ..." เทพธิดาแพทย์ขาวพิสุทธิ์ครางเสียงสุภาพกระเส่าแผ่วสั่นระรัว แววตาคมปรือเชื่อมชุ่มน้ำหวานจ้องมองสบตาหลีเฮงด้วยความตกตะลึงระคนหวานฉ่ำหวั่นไหวลึกซึ้งอย่างที่ไม่เคยมีชายใดกระทำกับนางได้มาก่อน
ทว่า... ยามที่หลีเฮงกำลังเพลิดเพลินกับสะโพกและเอวคอดเนื้อนุ่มลื่นของแพทย์หญิงสาว บรรยากาศรอบตัวพลันจับตัวแข็งกะทันหัน
เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ...
หลีเฮงตัวแข็งกึก รู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบเย็นเฉียบ ยามเมื่อหันหน้าไปมองก็พบว่า หลินเสวี่ยเหยา, เยี่ยหลัวอิน และจ้าวฉินซวง กำลังยืนประชันหน้ากอดอกจ้องมองสองมือของเขาที่กำลังบดขยำสะโพกไป๋ซือหนิงอย่างแนบแน่นด้วยแววตาเรียบนิ่งดุดันน่าขนลุก ออร่าปราณน้ำแข็งสีฟ้าและปราณเงาสีม่วงแผ่พุ่งคลุมรอบลานหิมะจนต้นไผ่เริ่มแข็งตัวแตกร้าวเสียงดังน่ากลัว ไอสังหารความหึงหวงพุ่งทะยานสูงถึง 120%!
"หลีเฮง..." หลินเสวี่ยเหยาเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ฝ่ามือของเจ้าดูจะคล่องแคล่วและจับทิศทางสะโพกของศิษย์พี่หญิงไป๋ได้อย่างแม่นยำเชียวนะ... ดูท่าพลังของนางจะฟื้นฟูเต็มเปี่ยมแล้ว มือของเจ้าน่ายังจำเป็นต้องแปะคาอยู่ตรงบั้นท้ายของนางอีกหรือ?"
"ท่านพี่หลีเฮงเจ้าคะ..." เยี่ยหลัวอินยิ้มหวานเจี๊ยบปานอาบยาพิษ "มืออีกข้างของท่านเกือบจะล้วงเข้าไปประคองหน้าอกเต่งตึงของศิษย์พี่หญิงแล้วนะเจ้าคะ ช่างเป็นการรักษานวดชีพจรที่ขยันขันแข็งและน่านับถือเหลือเกินเจ้าค่ะ"
จ้าวฉินซวงหน้ามุ่ยเบ้ แก้มแดงก่ำแผ่จิตสังหารเตือนเป้ากางเกงของสามีรักอย่างร้อนแรง
"แหม... เมียรักทั้งสามจ๋า! ข้าทำตามหลักการแพทย์สากลเพื่อกู้ชีพจรล้วน ๆ เลยนะจ๊ะ! ไม่มีเจตนาลามกเลยจริง ๆ!" หลีเฮงเหงื่อแตกพล่านยิ้มแห้งรีบยกมือไหว้พัลวัน ทว่านิ้วมือเนื้อสดก็แอบบีบขยำสะโพกพวงพีชของไป๋ซือหนิงส่งท้ายเน้น ๆ อีกหนึ่งทีอย่างหน้าด้านไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ไป๋ซือหนิงลุกยืนขึ้นอย่างมั่นคง พลังแพทย์ SS ในร่างไหลเวียนเปล่งปลั่งอ่อนโยน ใบหน้างดงามสะคราญคมแดงซ่านปรือตามองหลีเฮงอย่างลึกซึ้งระคนเสน่หา ก่อนจะส่งรอยยิ้มนุ่มนวลสุภาพแต่แฝงเล่ห์เหลี่ยมยั่วเย้าหันไปหาเมียทั้งสามของหลีเฮง
"ต้องขอบใจเจ้ามากนะจ๊ะ... วิชาแพทย์นวดของเจ้านั้นช่างลึกซึ้งและกระตุ้นชีพจรได้วิเศษยิ่ง ข้าชักอยากจะศึกษาร่างกายและวิชาของเจ้าต่ออย่างละเอียดในห้องแล็บส่วนตัวเสียแล้วสิ..."
พายุกระแสความหึงหวงสั่นสะท้านป่าไผ่ทันที สัญญาณบอกเตือนว่ายามค่ำคืนนี้ในค่ายพักแรม หลีเฮงจะต้องพบกับศึกรับมือบทลงโทษจากสามเมียรักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน!
- จบบทที่ 56 -