“ มีอะไรจะถามก็ถามครับ เอาแต่นั่งจ้องพี่แบบนี้ พี่ไม่มีสมาธิขับรถนะครับ ”
ราชสีห์รู้สึกถึงมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองมาที่เขาอย่างไม่ละั้แ่ที่ขึ้นรถมาแล้วจนตอนนี้ก็ยังไม่หันกลับไป เขาทนไม่ไหวจึงตัดสินใจเอ่ยถามคนที่จ้องหน้าเขาไม่เลิกเสียที
“ เหอะ ” คนตัวเล็กย่นจมูกใส่ชายหนุ่มที่กำลังขับรถอยู่ ยังจะถามเขาอีกไม่รู้เหรอว่าเขากำลังโกรธเื่อะไร
เมื่อตะวันมองไปที่ใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายแล้วก็อดที่จะรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้ไม่รู้ว่าจะหล่อไปไหน ขนาดมองจากด้านข้างยังดูดีไปหมด แบบนี้สินะสาว ๆ ถึงชอบ
เขาล่ะอยากจะเอาเล็บที่สั่นของตนข่วนหน้าอีกฝ่ายสักทีสองทีดูซิว่าถ้าใบหน้าหล่อ ๆ ของพี่สิงโตเป็รอยแผล ยังจะมีใครชอบอยู่อีกไหม
ก็เข้าใจอยู่หรอกคนที่มารับบทเป็ตัวร้ายลุคก็จะออกเบดบอยหน่อยๆ พวกสาว ๆ ชอบ ใครเห็นก็รู้สึกเหมือนถูกกระชากหัวใจ
แต่มีอีกเื่เขายังข้องใจไม่หายเื่ที่แม่นางเอกบอกว่าพี่สิงโตของเขาดุนี่สิ หล่อนไปรู้ได้ยังไง
“ หึ เป็อะไรครับ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น ไม่พอใจอะไรพี่หรือเปล่าครับแต่พี่ว่าพี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ” ราชสีห์ว่าขึ้นพร้อมกับมองคนน้องเป็ระยะ
ปากเรียวแบะลงอย่างไม่พอใจแขนเรียวทั้งสองก็ยกขึ้นมากอดอกตัวเองไว้ ชายหนุ่มเห็นแล้วก็อยากจะยื่นมือไปดึงปากนั้นด้วยความหมั่นเคี้ยวกับท่าทางน่ารักที่คนตัวเล็กแสดงออกมา
แล้วยังจะสายตาที่จ้องเขาอย่างจับผิดเหมือนเขาไปทำอะไรเื่ไม่ดีมาเขาว่าวันนี้เขาก็อยู่เฉย ๆ ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ
“ พี่มีอะไรจะบอกผมไหมครับ ” น้ำเสียงรายเรียบเอ่ยขึ้น
เอาแล้วไงครับคนน้องเปลี่ยนจากแทนตัวเองด้วยชื่อเป็แทนตัวเองว่าผมเสียแล้ว แถมยังเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบจนราชสีห์รู้สึกร้อนๆ หนาว ๆ นี่ถ้าลูกน้องของเขามาเห็นอาการของเขาตอนนี้ คงได้โดนล้อทางสายตาแน่ หาว่าราชสีห์อย่างเขากลัวกระต่ายตัวน้อยแสนน่ารักๆ บอบบางตัวนี้
“ บอกอะไรครับ ถ้าตะวันไม่พูดแล้วพี่จะรู้ไหมว่าเราอยากให้พี่บอกเื่อะไร” ร่างสูงถามกลับอย่างใจเย็น เขาเดาไม่ออกหรอกนะว่าคนตรงหน้าอยากรู้อะไร ถ้าไม่ยอมเอ่ยออกมาตรงๆ
“ ก็เื่นั้นไง ” เอ่ยออกมาอย่างขัดใจ
“ เื่ไหน ? ” เลิกคิ้วถาม
ตะวันคิ้วขมวด หงุดหงิดที่คนพี่ไม่รู้ว่าเขากำลังพูดถึงเื่อะไรนี่ไม่รู้จริงหรือตั้งใจไม่บอกเขากันแน่ห๊ะ!!
“ ว่าไงครับ อยากรู้เื่อะไร ”
ราชสีห์มองคนน้องที่นิ่งเงียบเขาคิดว่าถ้าเป็แบบนี้อีกต่อไปพวกเราคงจะคุยกันไม่รู้เื่ ชายหนุ่มเลยตีไฟเลี้ยวเบี่ยงรถไปจอดข้างทางเพื่อที่จะคุยกับคนน้องให้รู้เื่เขาไม่ชอบอะไรที่มันค้างคา ยิ่งปล่อยไว้นานจะพลอยให้ผิดใจกันเปล่า ๆ
“พี่สิงห์จอดทำไมครับ ” ตะวันหันมองหน้าราชสีห์หนุ่มอย่างสงสัย
หรือว่ารถน้ำมันหมดเลยไปต่อไม่ได้แล้วแบบนี้จะทำยังไงล่ะ
โทรหาลูกน้องของอีกคนบอกให้ซื้อน้ำมันมาเติมดีไหมจะได้ขับไปต่อได้หรือเขาจะโทรหาคนที่บ้านให้เอารถมาให้ดี
ร่างสูงปลดสายคาดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออกก่อนจะหันมาสบตากับคนตัวเล็กที่นั่งอยู่เบอะข้างคนขับสายตากลมโตจ้องเขาตาแป๋วอย่างตั้งคำถาม ไม่คล้ายกับคนที่มองเขาตาเขม็งอย่างเมื่อครู่ราวกับว่าเ้าตัวลืมเื่ที่ไม่พอใจเขาไปแล้ว
เห้อบอกเขาที่ว่าต้องจัดการกับคนน่ารักตรงหน้านี้ยังไง
มือหนาเอื้อมไปปลดสายคาดเข็มขัดนิรภัยของคนน้องออกตะวันไล่สายตามองตามไม่เข้าใจว่าคุณพี่สิงโตกำลังทำอะไร อยู่ ๆ ก็มาปลดสายคาดเข็มขัดนิรภัยออกเขาในะ
“ เอ่อ พ…พี่ ” ไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้ถามอะไรคนพี่ก็สอดมือทั้งสองข้างมาใต้รักแร้แล้วยกตัวเขาลอยขึ้นมาวางแหมะไว้บนตักของตัวเองมือทั้งสองข้างของเขาก็จับบ่ากว้างคนตัวโตเอาไว้
เขาว่าร่างของเขาก็ไม่ได้เบานะออกจะหนักด้วยซ้ำ แต่ทำไมอีกฝ่ายถึงทำเหมือนยกเขาขึ้นได้สบาย ๆ อย่างนั้น
ตอนแรกตะวันกำลังอารมณ์ไม่ดีพอมาเจอแบบนี้เข้าปรับอารมณ์แทบไม่ทัน โหนกแก้มเป็ริ้วสีแดงแจ๋ ดูไม่ออกว่ากำลังโกรธหรือเขินอายกันแน่แต่ตะวันเทไปอย่างหลังมากกว่า ก็จะไม่ให้เขินได้ยังไง
ไอ้ท่านั่งที่ชวนให้คิดเื่ดีได้เลยอื้อ ไม่อยากจะบอกเลยว่าเขากำลังนั่งคล่อมตักของคุณพี่สิงโตอยู่
เอ๊ะ! อะไรแข็ง ๆ อ่า
นั่งสักพักก็รู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้เหมือนว่าเขากำลังนั่งทับอะไรบางอย่างอยู่
ว่าแล้วก็ลองขยับก้นไปมาดูพบว่าสิ่งนั้นมันเริ่มแข็งขึ้น
“ ฮึ่ม ” เสียงคำรามต่ำในลำคอของราชสีห์ดังขึ้น
“ ตะวันครับ ช่วยนั่งนิ่ง ๆ หน่อยครับ ” ราชสีห์หนุ่มไม่ทันได้ถามให้รู้เื่ร่างบางตรงหน้าก็สร้างเื่ลำบากใจให้เขาเพิ่มเสียแล้ว
“ พี่สิงห์ พี่ใส่อะไรไว้ในกระเป๋ากางเกงหรือเปล่าครับ ” เขาถามอย่างสงสัย
“ เปล่าครับ ” กัดฟันตอบอย่างใจเย็น ผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างช้า ๆ เขาต้องพูดกับน้องให้รู้เื่ก่อนว่าไม่พอใจเื่อะไรไม่ควรไปสนใจเื่ไม่เป็เื่จนทำให้เสียสมาธิได้
“ แต่มันมีจริง ๆ นะ ” เขารู้สึกได้ มันแข็ง ๆ ตะวันขมวดคิ้วเป็ปมจะบอกว่าไม่มีได้ยังกัน เนี้ยมันยังมาดันก้นเขาอยู่เลยแถมมันยังปล่อยความร้อนออกมาข่มอีกด้วย
“ พี่สิงห์แน่ใจเหรอ ” ด้วยความกลัวว่าคนพี่จะไม่เชื่อเลยคน้าก็ขยับเบียดก้นเน้นๆ ตรงแท่งแข็ง ๆ อีกครั้ง
“ ซี๊ด ต…ตะวันครับ หยุดขยับก่อนครับ มันไม่มีอะไรจริง ๆพี่ว่าเรามาคุยเื่ที่คุยค้างกันไว้ดีกว่าครับ ”
ราชสีห์อยากจะจับร่างบางตรงหน้ามาตีก้นเสียให้เข็ดถึงเขาจะอยากให้คนน้องขึ้นไปขยับบนตักมากก็เถอะ แต่เวลานี้ไม่เหมาะสมเท่าไหร่
ใบหน้าที่ใสซื่อยามที่เคลื่อนกายบดเบียดส่วนนั้นของเขาทำเอาราชสีห์แทบคลั่ง ไม่รู้หรือไงว่าตนเองกำลังทำอยู่เป็ยั่วยวนเขาชัด ๆ ถ้าเป็ไปได้เขาอยากจะจับเอวบางเอาไว้ให้แน่นแล้วกระแทกสวนกลับไปแรงๆ ให้จุกจนพูดไม่ออก
ให้ตายเถอะทั้งที่ของหวานอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ แต่เขากลับกินไม่ได้ถ้าอย่างนั้นก็เอาปืนมายิงเขาเถอะ เอาให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลย
เหงื่อไหลลงที่ข้างขมับของร่างสูงแอร์เย็น ๆ ในรถก็เหมือนจะไม่ช่วยอะไรเขาเลย ราชสีห์อยากจะให้พรุ่งนี้เป็วันแต่งงานของเขาเสียจริงถึงตอนนั้นเขาจะไม่ปล่อยร่างงบางก้าวลงจากเตียงแน่นอนถ้าดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นพ้นจากขอบฟ้า
ตะวันปรับสีหน้าให้เรียบนิ่งพอร่างสูงพูดขึ้นมาเขาก็นึกขึ้นได้ลืมไปซะสนิทเลยว่าตอนแรกเขากำลังไม่พอใจอยู่
“ พี่มีอะไรก็พูดมาสิครับ ผมรอฟังอยู่ ” ราชสีห์โล่งอกที่คนน้องยอมนั่งนิ่ง ๆเสียที
“ ตะวันฟังพี่นะ อีกไม่นานเราสองคนก็จะแต่งงานกันแล้วใช่ไหมพี่ไม่อยากให้เราต้องมีเื่ผิดใจกันจนทำให้อีกฝ่ายไม่สบายใจแล้วมองหน้ากันไม่ติด”
“ แล้วคนที่เป็คนรักกันหากมีเื่อะไรที่ตัวเองไม่ชอบเราก็ควรจะบอกกับอีกฝ่ายไปตรง ๆการที่ตะวันเอาแต่เล่นแง่กับพี่ ไม่ยอมพูดว่าไม่พอใจหรือไม่ชอบอะไร พี่ก็ไม่รู้หรอกถ้าตะวันคิดอะไรก็ควรบอกพี่มาตรง ๆ เข้าใจที่พี่พูดไหมครับ ”
“ อือ ” พยักหน้าเล็กน้อยอย่างเข้าใจ เขาผิดเองแหละที่ทำตัวงี่เง่า ไม่น่ารักเอาเสียเลย
“ ตะวันขอโทษครับ ”
“ ครับ แล้วตกลงเราไม่พอใจอะไรพี่หื้ม บอกพี่ได้ไหมครับ ”
“ เอ่อ เื่นั้น ” ใบหน้าของตะวันเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อคิดถึงเื่ที่ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ
จะให้เขาตอบคนพี่ไปได้ยังไงเพราะคำพูดของแม่นางเอกคนนั้นคนเดียวเลย ทำเขาคิดมากจนพาลให้ทะเลาะกับพี่สิงโต
“ ช่างมันเถอะครับ เื่ไร้สาระน่ะครับ ตอนนี้ตะวันไม่อยากรู้แล้ว ” ตะวันบอกปัดไป ก่อนจะขยับตัวเพื่อกลับไปนั่งที่เดิม แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมให้เป็อย่างนั้นยึดเอวของเขาแน่นจนขยับลุกไม่ได้
“ พี่สิงห์ปล่อยสิครับ ”
“ ไม่ครับ จนกว่าตะวันจะบอกพี่ว่าที่เราจ้องพี่มาตลอดทางมันคือเื่อะไร ” คิดว่าเขาจะปล่อยไปง่ายๆ เหรอ
“ คือว่า...อื้อ พี่่สิงห์ ” ตอบไม่ได้ก็ก้มหน้าซุกลงที่บ่ากว้างของร่างสูง
“ ว่าไงครับ เรียกพี่ทำไม ” ร่างสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโอน พลางก้มหน้ามองกลุ่มผมสีดำบนบ่าด้วยสายตาเอ็นดูปนขำ
“ ไม่บอกได้ไหมครับ ”
“ ไม่ได้ ”
“ ก ก็ได้ ตะวันบอกก็ได้ ” ถ้าไม่พูดมีหวังเขาต้องอยู่แบบนี้ไปทั้งวันแน่
ราชสีห์เงียบรอฟังสิ่งที่คนบนตักจะพูด
“ พ พริ้งพราว เธอบอกว่าพี่ อื้อ ดุมาก ก็นั้นแหละผมเลยคิดว่าเธอรู้ได้ยังไง แบบว่าพี่ กับเธอ เอ่อ ”
“ อ่อ พี่เข้าใจแล้ว ”เขาคิดว่าน่าจะรู้สาเหตุแล้วล่ะว่าคนน้องไม่พอใจเื่อะไร ตะวันน่าจะคิดว่าเขากับพริ้งพราวเคยคบกันซึ่งมันไม่ใช่เลยพวกเราเป็เพื่อนกัน คนนอกอาจจะไม่รู้ พวกนั้นมองว่าเราสนิทกันและตัวติดกันตลอดด้วยเลยคิดว่าพวกเราเป็แฟนกันมันก็ไม่แปลกหากใครจะคิดแบบนั้น เพราะเขาเองก็ไม่ได้ออกมาพูดแก้ข่าวด้วยคิดว่าไม่จำเป็
“ พี่กับพริ้งพราวไม่ได้เป็อะไรกันมากกว่าเพื่อนครับ”
“ รู้แล้วครับ ” ต่อไปจะไม่คิดมากแล้ว เขาควรจะเชื่อใจคนพี่ให้มากกว่านี้
“ ทีนี้หายคิดมากใช่ไหมครับ ”
“ ครับ ” ตอบเสียงอ่อย
“ โอเค เคลียร์กันรู้เื่แล้วนะครับ ยังมีเื่อะไรที่จะถามพี่อีกไหมถามมาได้เลยนะ พี่พร้อมตอบทุกข้อสงสัย ”
“ ไม่มีแล้วครับ ” สายหน้าตอบ
“ แน่ใจนะ ถ้าไม่มีก็ดี แต่ตะวันจำเอาไว้นะครับถ้ามีเื่อื่นอีกที่ทำให้ไม่สบายใจไม่ว่าจะเป็เื่อะไรจะเล็กหรือใหญ่ก็มาพูดกับพี่ได้เสมอ เข้าใจไหม ”
“ ครับ ”
“ งั้นก็กลับบ้านกันเลยเนอะ ”
“ ครับ ”
สุดท้ายตะวันก็ได้ถึงบ้านโดยที่ไม่ต้องโทรให้ใครมาเติมน้ำมันรถให้เพราะรถไม่ได้น้ำมันหมดจริงๆ เพียงแต่คนพี่จอดข้างทางเพราะ้าจะปรับความเข้าใจกับเขาเท่านั้น