บทที่ 24 หนทางรอดเพียงหนึ่งเดียว
หากคุณพบกับพายุทรายในที่รกร้างแล้วยังอยู่ในใจกลางของพายุทราย ความเป็ไปได้ในการหลบหนีด้วยรถยนต์ในเวลานี้มีน้อยมาก
พายุทรายมีความรุนแรงถึงขนาดที่ต่อให้รถขับออกนอกระยะก็จะถูกปกคลุมด้วยลมและทรายอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้น สมรรถนะรถออฟโรดของเฉียวซู่นั้นแย่มาก แถมหลังคายังไม่แข็งแรงด้วย ความสามารถในการป้องกันพายุทรายก็แทบจะเป็ศูนย์
และการอยู่กับที่ ก็ยิ่งเป็หนทางแห่งความตาย
เหตุผลที่เฉียวซู่ยังต้องขับรถหนีไปทางทิศตะวันออกอย่างบ้าคลั่งแบบนี้ ก็เพื่อจะไขว่คว้าเอาความหวังอันริบหรี่นั้น
อูฐฝูงนั้นเป็ดังหมู่บ้านที่ให้เขาได้พักพิงหลังคืนวันอันโหดร้าย!
ทัศนวิสัยเริ่มลดลงเรื่อย ๆ ฝุ่นที่ลอยไปทั่วท้องฟ้าก็บดบังดวงอาทิตย์จนหมด สิ่งที่มองเห็นมีเพียงกลุ่มก้อนสีส้มแดง
โดรนลูกบอลอันเล็กแกว่งไปมาท่ามกลางพายุและฝุ่นทราย หน้าจอฉายฉากที่น่าสะพรึงกลัวราวกับวันสิ้นโลก
ฝุ่นบนท้องฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็กลุ่มก้อนฝุ่นที่กลิ้งม้วนไปมา เหมือนกับสึนามิที่สาดซัดเข้ามาในหนังวันสิ้นโลก กลืนกินรถออฟโรดทั้งคันไปในทันที
ในชั่วพริบตา เฉียวซู่ก็ไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ห่างออกไปในระยะสิบเมตรอย่างชัดเจนได้อีกต่อไป
“อะไรวะเนี่ย!” เฉียวซู่ชะลอรถ จากนั้นก็คว้าอาหลีน้อยมากอดไว้ในอ้อมแขน
นี่แหละทะเลทรายของจริง วินาทีที่แล้วยังเป็ภาพท้องฟ้าแจ่มใสและความเงียบสงบ
วินาทีถัดมาก็เหมือนกับวันสิ้นโลกได้มาถึง พายุทรายรุนแรงที่ปกคลุมทั่วท้องฟ้าพยายามจะฝังทุกสิ่งทุกอย่างในทะเลทราย
ตู้ม!
จู่ ๆ รถออฟโรดก็เริ่มชะลอความเร็วลง มันส่งเสียงดังขึ้นมาหนึ่งครั้ง และสูญเสียพลังขับเคลื่อนไปในที่สุด
เฉียวซู่เหยียบคันเร่งอย่างรวดเร็ว เครื่องวัดวามเร็วหยุดทำงานไปแล้ว และเครื่องยนต์ไม่มีเสียงคำรามอีกต่อไป
ไอ้รถออฟโรดสับปะรังเคนี่ยังจะมาพังใน่เวลาวิกฤตแบบนี้อีก!
เฉียวซู่เงยหน้ามองไปด้านนอกอย่างร้อนรน
เขาเห็นเพียงก้อนกรวดทรายหนาทึบพัดผ่านไปมา โดยมีก้นขนสีน้ำตาลเหลืองปะปนกับฝุ่นอยู่ด้วย
เดี๋ยว ๆ... ก้นเหรอ?!
เฉียวซู่รู้สึกปีติขึ้นมาในใจ
นั่นมันฝูงอูฐก่อนหน้านี้!
อูฐมีตาคู่ที่ไม่กลัวต่อลมและทราย เพราะขนตาสองชั้นของมันสามารถบังลมและทรายได้อย่างง่ายดาย พายุทรายธรรมดาไม่สามารถทำอะไรกับมันได้ มันถึงขนาดเดินอย่างสบาย ๆ ในพายุทรายได้อีกด้วย
แม้จะอยู่ในพายุทรายขนาดใหญ่เช่นตอนนี้ พวกมันก็แค่เกาะกลุ่มกันและปกป้องลูกอูฐเล็ก ๆ ในฝูง ก็สามารถอยู่รอดได้อย่างปลอดภัย
เมื่อเห็นฝูงอูฐ เฉียวซู่ก็ไม่ลังเลอีกต่อไป รีบหยิบผ้าพันคอออกมาจากกระเป๋าเป้แล้วพันตัวจนแน่น จากนั้นสวมแว่นตา เปิดประตูรถแล้วเดินออกไป
ลมแรงพัดพาเม็ดทรายทะลุเข้าไปในเสื้อผ้า
ในพายุทรายขนาดใหญ่เช่นนี้ ทุกย่างก้าวที่ก้าวออกไปล้วนต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติหลายเท่า
เมื่อเห็นเฉียวซู่เดินออกจากรถ คอมเมนต์ในไลฟ์สดก็ะเิ
[พี่ซู่ทำบ้าอะไรน่ะ ข้างนอกนั่นอันตรายเกินไปนะ]
[โว้ว เ้าของไลฟ์ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วเหรอ?]
[ให้ตาย มันยากนะที่จะหาเ้าของไลฟ์ที่น่าสนใจได้ น่าเสียดายจริง ๆ...]
[รีบกลับเข้าไปสิพี่ซู่ อยู่ในรถยังพอต้านทานกับพายุทรายได้]
ปัง!
ยังไม่ทันที่เฉียวซู่จะอธิบายอะไร หลังคาของรถออฟโรดก็ถูกลมแรงพัดยกขึ้นทันที มันปลิวไปมาในอากาศและหายไปในเวลาเพียงพริบตา
เมื่อไม่มีหลังคาที่ช่วยป้องกัน ทรายก็ทะลักเข้าไปในรถออฟโรดในเวลาไม่ถึงครึ่งนาทีจนที่นั่งคนขับแทบจะจมมิด
เหล่าผู้ชมก็ไม่คาดคิดว่าจะโดนตบหน้าอย่างรวดเร็วขนาดนี้
หากเฉียวซู่ออกมาช้าไปเพียงสิบวินาที เขาคงติดอยู่ในรถจนตายไปในที่สุด
เขาเหลือบมองรถออฟโรดอย่างผวา แล้วก้มหน้าลงเดินไปยังกลุ่มอูฐที่อยู่ไม่ไกลอย่างรวดเร็ว
โดรนลูกบอลเล็กบินตามอย่างใกล้ชิด มันแกว่งขึ้นลงท่ามกลางพายุทราย
อูฐฝูงนี้มีประสบการณ์กับพายุทรายอย่างเห็นได้ชัด อูฐโตเต็มวัยแข็งแรงที่นำโดยจ่าฝูงหันหัวเข้าด้านในเป็ก้อนเพื่อต้านทานพายุทราย
เฉียวซู่เพิกเฉยต่อกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ของอูฐ เขามุดเข้าไปด้านในโดยมีสายตาแววประหลาดใจของผู้ชมมองอยู่
[ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม พี่ซู่มุดเข้าไปแล้ว?]
[ว้าว พี่ซู่ฉลาดมาก เขาให้อูฐช่วยป้องกันพายุทราย]
[คุณคิดว่าพี่ซู่อยู่ที่ระดับหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้วเขาอยู่ในระดับชั้นบรรยากาศ]
[ฉลาดอะไรเล่า นี่มันอูฐป่านะ พี่ซู่เข้าไปแบบนี้เดี๋ยวก็โดนเตะตายพอดี!]
เฉียวซู่ทำไมจะไม่รู้ว่ามันอันตราย แต่นี่เป็วิธีเดียวที่จะต้านทานพายุทรายได้
ที่นี่เป็พื้นที่ทราย รอบ ๆ ไม่มีที่กำบังลมสักแห่ง แต่การหยุดอยู่ที่จุดเดิมก็คือการรอความตาย การเข้ามาในฝูงอูฐนั้นมีโอกาสรอด
โชคดีที่ฝูงอูฐมุ่งความสนใจไปที่การต้านทานพายุทราย ยังไม่มีใจจะมาโจมตีเขา
เฉียวซู่ก้มหัวลง พยายามเข้าไปในส่วนลึกของฝูงอูฐอย่างเต็มที่
ลอดผ่านอูฐสกปรกไปทีละตัว ขนที่พันกันเป็กระจุกนั่นถูเข้ากับร่างกายของเฉียวซู่ ทำให้เขารู้สึกชาเล็กน้อย
หากเ้าอูฐแก่ขี้โมโหตัวไหนเห็นเขาแล้วขัดตาขัดใจ ส่งลูกเตะให้อย่างกะทันหัน ชีวิตน้อย ๆ ของเขาคงถูกตัดสินที่นี่
แม้จะเป็เช่นนั้น เฉียวซู่ก็ยังพยายามดิ้นรนเพื่อเข้าไปในฝูงอูฐ
ด้านในสุดของฝูงอูฐแทบไม่มีช่องว่างหลงเหลืออยู่ ไม่เพียงแต่ไม่มีที่ว่างสำหรับการโจมตีเท่านั้น ยังมีเหล่าอูฐตัวน้อยที่ไม่ค่อยมีแรงโจมตีอีกด้วย
ยิ่งเขาเข้าใกล้จุดศูนย์กลางมากเท่าไร ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น
รอจนเฉียวซู่รู้สึกว่าตำแหน่งที่ตนอยู่เหมาะสมแล้วจึงเงยหน้าขึ้น เขาพบดวงตาคู่โตที่มีขนตายาวคู่หนึ่งกำลังมองมาที่เขาอย่างอยากรู้อยากเห็น
และเ้าของดวงตาก็คืออูฐตัวน้อยที่เคยถูกเฉียวซู่ทำการล็อกเป้าหมายใส่ก่อนหน้านี้จนใล้มลง
อูฐน้อย : (✪ω✪)
เฉียวซู่ก็ไม่ได้รู้สึกทำตัวไม่ถูกแต่อย่างใด เขายื่นมือออกไปผลักอูฐตัวน้อย “แกขยับไปตรงนั้นหน่อย เว้นที่ว่างให้ฉันนิดหนึ่ง”
อูฐน้อย “???”
นายวิ่งมาในบ้านของฉันแล้วยังให้ฉันเว้นที่ให้อีก?
ไร้ยางอายสุด ๆ!
โชคดีที่โดรนบินอยู่เหนือฝูงอูฐ จากมุมมองของเหล่าผู้ชม เฉียวซู่ในขณะนี้อยู่ตรงกลางฝูงอูฐพอดี
“เฮ้อ…” เฉียวซู่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาวางมือบนคอของอูฐตัวน้อยเพื่อผ่อนคลายร่างกายและความเครียดของตน
ดวงตาของอูฐตัวน้อยยิ่งงุนงงมากขึ้น
ฉันรู้จักเ้าหมอนี่เหรอ?
นี่มันคุ้นเคยเกินไปหรือเปล่า?
“หงิง หงิง หงิง~”
จิ้งจอกเฟนเนกน้อยในอ้อมแขนร้องอย่างกระวนกระวายใจอยู่หลายครั้ง เฉียวซู่จึงรีบก้มหน้าลงเพื่อดูมัน
โชคดีที่เ้าตัวเล็กไม่ได้เป็อะไร แค่มีอาการหวาดกลัวเล็กน้อย
ข้าง ๆ ของเฉียวซู่นอกจากจะมีอูฐตัวน้อยแล้ว ยังมีอูฐโตเต็มวัยอีกตัวที่ดูซื่อบื้ออยู่ด้วย
อูฐน้อยเกาะอยู่ข้าง ๆ ตัวของมัน หากไม่มีอะไรผิดพลาด มันก็น่าจะเป็พ่อแม่ของเ้าอูฐน้อยตัวนี้
เฉียวซู่ขดตัวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาก้มตัวเข้าไปใกล้กับใต้ท้องของอูฐโตเต็มวัยตัวนั้น เพื่ออาศัยมันหลบหลีกการโจมตีของฝุ่นทราย
ภาพจากกล้องไลฟ์สดไม่สามารถจับตัวเขาได้อีกต่อไป และทั้งหน้าจอก็เต็มไปด้วยเม็ดทรายโหมกระหน่ำ
แม้ว่าจะไม่สามารถเห็นอะไรนอกจากพายุทราย แต่เรตติงของไลฟ์สดก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ถึงขนาดมีคนเกิน 200,000 คนในคราวเดียวด้วยซ้ำ
ในเวลานี้ ภาพหน้าจอเหลือเพียงทรายสีเหลืองทั่วท้องฟ้า ไร้ซึ่งสัญญาณแห่งชีวิตอีกต่อไป