ในการฟังการบรรยายเต๋า ณ วังจื่อเซียวครั้งแรกนั้น สิ่งที่บรรยายคือวิถีแห่งต้าหลัว
ดังนั้น เล่าจื๊อจึงมีความเข้าใจในวิถีแห่งต้าหลัวอย่างถ่องแท้
นิมิตประหลาดที่สั่นะเืเลื่อนลั่นไปทั่วฟ้าดินเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่สิ่งที่เซียนทองต้าหลัวจะสามารถก่อขึ้นได้เด็ดขาด!
คำอธิบายเพียงหนึ่งเดียวก็คือ... กึ่งปราชญ์!
“กึ่งปราชญ์งั้นหรือ?”
หยวนสื่อยิ่งตระหนกใในใจยิ่งขึ้น “ยามที่พวกเราจากไป น้องสามดูเหมือนจะอยู่เพียงขอบเขตเซียนทองต้าหลัวขั้นต้นมิใช่หรือ? ผ่านไปเพียงสามพันกว่าปี เขากลับสามารถทะลวงข้ามสามขั้นใหญ่ บรรลุขอบเขตกึ่งปราชญ์ได้โดยตรงเชียวหรือ?”
“ขอแสดงความยินดีกับน้องสามที่พลังบำเพ็ญรุดหน้า!”
เล่าจื๊อเหลือบมองหยวนสื่อแวบหนึ่ง ก่อนที่ทั้งสองจะประสานมือคารวะและเอ่ยปากไปยังถ้ำพำนักพร้อมกัน
ครืน!
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ประตูถ้ำพำนักเปิดออก สวีทงนั่งขัดสมาธิอยู่ภายใน เขามองไปยังคนทั้งสองพลางพยักหน้าเล็กน้อย
ด้วยพลังบำเพ็ญของเขาในยามนี้ เพียงกวาดสายตาคราเดียวเขาก็บอกได้ว่าคนทั้งสองตรงหน้านี้อยู่ในขอบเขตเซียนทองต้าหลัวขั้นกลาง
เมื่อเห็นเช่นนั้น เขาก็ยิ่งมีความมั่นใจในเส้นทางที่ตนเลือกเดินในอนาคตมากขึ้น
เพราะเมื่อสามพันกว่าปีก่อน ยามที่เล่าจื๊อและหยวนสื่อออกเดินทางไปฟังการบรรยายเต๋าที่วังจื่อเซียว ทั้งสามคนต่างก็มีพลังบำเพ็ญอยู่ในขอบเขตเซียนทองต้าหลัวขั้นต้นเท่ากัน
ทว่าเวลาผ่านไปเพียงสามพันกว่าปี เขากลับทิ้งห่างออกมาได้ไกลถึงเพียงนี้!
ตำแหน่งปราชญ์อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว!
“พี่ใหญ่ พี่รอง เกรงใจกันเกินไปแล้ว ไม่ทราบว่าการเดินทางครั้งนี้ของพวกท่านเป็อย่างไรบ้าง?”
สวีทงเอ่ยถาม ทว่าเล่าจื๊อและหยวนสื่อกลับแสดงสีหน้าละอายใจออกมาทันที “ช่างน่าละอายนัก พวกเราฟังการบรรยายเต๋ามาสามพันปี ทว่ายามนี้พลังบำเพ็ญกลับอยู่เพียงขอบเขตเซียนทองต้าหลัวขั้นกลางเท่านั้น”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ หยวนสื่อก็อดสงสัยไม่ได้ “น้องสาม เ้ามิได้ไปฟังการบรรยายเต๋า แล้วไฉนจึงล่วงรู้วิถีการบำเพ็ญในขั้นต่อมาได้? ดูจากพลังบำเพ็ญของเ้าในยามนี้ เกรงว่าจะก้าวข้ามขอบเขตแห่งต้าหลัวไปแล้วกระมัง?”
“ถูกต้อง”
สวีทงพยักหน้า เพียงดีดนิ้วคราเดียว พลังกดดันอันมหาศาลก็พวยพุ่งออกมา กดทับไปยังเล่าจื๊อและหยวนสื่อโดยตรง!
“ยามนี้ข้าได้บรรลุขอบเขตกึ่งปราชญ์แล้ว!”
เมื่อได้ยินวาจาอันเรียบเฉยนั้น ลมหายใจของเล่าจื๊อและหยวนสื่อก็ยิ่งติดขัดและถี่กระชั้นขึ้น!
ขอบเขตกึ่งปราชญ์เชียวนะ!
พวกเราต้องเร่งเวลาฝึกฝนเสียแล้ว มิฉะนั้นคงมิอาจตามฝีเท้าของน้องสามได้ทัน!
…
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน
เพียงชั่วพริบตา เวลาห้าพันปีก็ผ่านพ้นไป
ใน่เวลาห้าพันปีนี้ ทั่วทั้งหงฮวงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน!
เผ่าอู๋และเผ่าปีศาจต่างขยายอำนาจอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีตงหวังกงที่ได้รับการสถาปนาจากหงจวินให้เป็หัวหน้าเหล่าเซียนชายเข้ามาร่วมวงด้วย
ทั้งสามฝ่ายต่างปรารถนาจะครองความเป็ใหญ่ในพิภพหงฮวง!
ตี้เจียงแห่งเผ่าอู๋ปกครองเผ่าอู๋ ยึดครองวิหารผานกู่ ณ เขาปู้โจว สถาปนาเผ่าอู๋ขึ้นจนได้รับบุญบารมีมหาศาล ส่งผลให้ความแข็งแกร่งของเผ่าอู๋เพิ่มพูนขึ้นหลายเท่าตัว
ส่วนตี้จวิ้นแห่งเผ่าปีศาจก็ไม่ยอมลดราวาศอก เขาทำการสถาปนาเผ่าปีศาจขึ้นเพื่อคานอำนาจกับเผ่าอู๋!
ยิ่งไปกว่านั้น วิถี์ยังได้ประทานโถง์ลงมา ซึ่งถูกเผ่าปีศาจเข้ายึดครองในทันที
ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ทั่วทั้งหงฮวงจึงตกอยู่ในกงล้อแห่งการขับเคี่ยวระหว่างเผ่าอู๋และเผ่าปีศาจ!
ทว่าท่ามกลางเหตุการณ์เหล่านี้ สถานะของตงหวังกงกลับดูกระอักกระอ่วนและน่าลำบากใจยิ่งนัก
แม้เขาจะได้รับสถาปนาจากหงจวินให้เป็หัวหน้าเหล่าเซียนชาย ทว่าทั้งเผ่าอู๋และเผ่าปีศาจกลับไม่มีใครยอมสยบอยู่ภายใต้การปกครองของเขาเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังพากันสถาปนาเผ่าพงศ์ของตนเองขึ้นมาอย่างเปิดเผย
เื่นี้จะให้หัวหน้าเหล่าเซียนชายอย่างเขาเอาหน้าไปไว้ที่ใด?
ด้วยความคับแค้นใจ ตงหวังกงจึงรวบรวมเหล่าเซียนที่สวามิภักดิ์ต่อตน และเริ่มทำการปราบปรามเผ่าอู๋และเผ่าปีศาจ!
ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองเผ่าไม่มีทางยอมอยู่เฉย!
ตี้จวิ้นผู้มีความทะเยอทะยานแรงกล้า ปรารถนาจะปกครองทั่วทั้งหงฮวง เมื่อถูกตงหวังกงยั่วยุ เขาจึงนำทัพสิบมหาปราชญ์ปีศาจเข้าปิดล้อมเกาะสามเซียนเผิงไหลเอาไว้ทุกทิศทาง!
เกาะสามเซียนคือรากฐานสำคัญของตงหวังกง จะยอมให้สูญเสียไปมิได้เด็ดขาด ทว่าเมื่อตี้จวิ้นลงมืออย่างจริงจัง ตงหวังกงกลับต้านทานไว้ไม่อยู่ ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ เขาจึงไร้หนทางอื่นนอกจากต้องส่งคนไปขอความช่วยเหลือ!
และในพิภพหงฮวงแห่งนี้ ผู้ที่มีอำนาจต่อรองและมีความแข็งแกร่งพอจะสอดแทรกได้ ก็มีเพียงสามวิสุทธิ์เท่านั้น!
…
“พี่ใหญ่ ตงหวังกงส่งคนมาขอความช่วยเหลือแล้ว พวกเราควรจะไปหรือไม่?”
บนเขาคุนหลุน หยวนสื่อเข้าพบเล่าจื๊อและเอ่ยถามขึ้น
ทว่าเล่าจื๊อกลับมิได้ตอบในทันที เขาจมอยู่ในความเงียบครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “เื่นี้เ้ามีความเห็นอย่างไร?”
“เื่นี้ก็แค่เผ่าอู๋ เผ่าปีศาจ และตงหวังกง ต่างมุ่งหวังจะหงฮวงและแย่งชิงพลังโชคชะตาฟ้าดินเท่านั้น”
หยวนสื่อแค่นเสียงอย่างดูแคลน “ตงหวังกงคือหัวหน้าเหล่าเซียนชายที่มรรคาจารย์แต่งตั้งด้วยตนเอง ส่วนเผ่าอู๋ก็เป็เพียงพวกบ้าพลังที่ไร้ิญญาต้นกำเนิด และเผ่าปีศาจก็เป็เพียงพวกชั้นต่ำที่เกิดจากไข่และที่อับชื้น ทั้งสามฝ่ายต่างหวังจะครองความเป็ใหญ่ในหงฮวง ข้าเห็นว่ามิอาจยั่งยืนได้ยาวนาน”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ หยวนสื่อก็อดไม่ได้ที่จะถามต่อ “แต่ในเมื่อตงหวังกงส่งคนมาขอความช่วยเหลือแล้ว พวกเราจะรับมืออย่างไรดี?”
เล่าจื๊อครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะโบกมือ “เอาเถอะ อย่างไรเขาก็เป็คนที่มรรคาจารย์แต่งตั้งมากับมือ จะไม่ให้เกียรติเลยก็คงไม่ได้ ไปตามน้องสามมาด้วยกัน แล้วพวกเรามุ่งหน้าไปดูที่เผิงไหลกันเถิด”
ทว่าภายในถ้ำพำนักของสวีทง เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
กึ่งปราชญ์ขั้นกลาง!
เห็นได้ชัดว่า ยิ่งพลังบำเพ็ญก้าวหน้าไปมากเท่าใด เวลาที่ต้องใช้ก็ยิ่งมหาศาลขึ้นเท่านั้น!
เวลาห้าพันปี สวีทงเพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกึ่งปราชญ์ขั้นกลางได้สำเร็จ!
แต่หากเทียบกับเล่าจื๊อและหยวนสื่อแล้ว ความเร็วในการบำเพ็ญเช่นนี้นับว่าไม่ช้าเลยแม้แต่น้อย
ในหงฮวงยามนี้ นอกจากพวกตาเฒ่าหัวแข็งอย่างหงจวินแล้ว เกรงว่าพลังบำเพ็ญของข้าน่าจะสูงที่สุดแล้วกระมัง
นี่คือการคาดการณ์อย่างถ่อมตัวของเขา เพราะนอกจากหงจวินแล้ว ในหงฮวงยังมียอดฝีมือสันโดษอยู่อีกไม่น้อย เช่น บรรพชนหยางเหมยและคนอื่น ๆ
[ติ๊ง! ตรวจพบกงล้อชะตากรรมแห่งหงฮวงกำลังขับเคลื่อน ตี้จวิ้นปิดล้อมเกาะสามเซียน ตงหวังกงส่งคนมาขอความช่วยเหลือ โปรดเลือกทางเลือกของท่าน]
[ทางเลือกที่ 1: เดินทางไปยังเกาะสามเซียนพร้อมกับเล่าจื๊อและหยวนสื่อเพื่อคลี่คลายวิกฤตของตงหวังกงตามวิถีเดิมของหงฮวง รางวัล: สี่กระบี่สังหารเซียน]
[ทางเลือกที่ 2: ไม่มีใครหยุดการบำเพ็ญของข้าได้ ซุ่มซ่อนตัวอยู่ในเขาคุนหลุนเพื่อฝึกฝนต่อไป รางวัล: โถทองคำฮุ่นหยวน]
[ทางเลือกที่ 3: ยกทัพบุกโถง์ของเผ่าปีศาจ เพื่อคลี่คลายวิกฤตของตงหวังกงทางอ้อม รางวัล: มุกโกลาหล]
ในตอนนั้นเอง เสียงของระบบพลันดังขึ้น ทำให้สวีทงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบ้ปากออกมา
เขาล่วงรู้ความเป็ไปของหงฮวงเป็อย่างดี ย่อมรู้ซึ้งถึงเหตุการณ์ที่ตงหวังกงกำลังประสบเคราะห์กรรมในยามนี้
ทว่าไอ้ระบบสุนัขนี่ มันคิดจะหลอกล่อให้เขาออกไปให้ได้จริง ๆ !
รางวัลจากทั้งสามตัวเลือกนั้น มีถึงสองอย่างที่ทำให้สวีทงน้ำลายสอ
สี่กระบี่สังหารเซียนนั้นไม่ต้องพูดถึง หากใช้คู่กับผังค่ายกลสังหารเซียน มันย่อมเพียงพอจะกักขังปราชญ์ได้หลายคน!
ส่วนมุกโกลาหลนั้นยิ่งเหนือล้ำไปอีก มันเคยเป็ของมหาเทพผานกู่ เป็สมบัติวิเศษขั้นสูงสุดที่ถือกำเนิดจากรากฐานแห่งหงเิ*[1] ภายในบรรจุกฎเกณฑ์มิติเอาไว้อย่างสมบูรณ์!
สิ่งนี้ถูกจัดลำดับให้เป็หนึ่งในห้ายอดสมบัติโกลาหล เคียงคู่กับขวานเบิกฟ้า สิ่วเจาะปฐี สัตตบุษย์โกลาหล และแผ่นหยกรังสรรค์!
หากจะบอกว่าไม่อยากได้สิ่งนี้... นั่นย่อมเป็คำโกหกทั้งเพ!
“น้องสาม เชิญออกจากด่านมาพบกันหน่อยเถิด”
ในตอนนั้นเอง เสียงของเล่าจื๊อก็ดังขึ้นจากภายนอกถ้ำพำนัก
หยวนสื่อเองก็เอ่ยตามมา “ตงหวังกงประสบภัยและส่งคนมาขอความช่วยเหลือ เขาเป็คนที่มรรคาจารย์แต่งตั้งมา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือความชอบธรรม พวกเราย่อมต้องเข้าไปแทรกแซงเื่นี้ น้องสาม รีบออกจากการปิดด่านเถิด!”
สุ้มเสียงอันดังกังวานแว่วเข้ามา ทว่าสวีทงกลับแค่นเสียงเ็าอยู่ในใจ
เ้าสองคนนี้มาหาทีไร ไม่เคยมีเื่ดีเลยสักครั้ง
แต่อยากจะให้ข้าออกจากด่านไปติดบ่วงกรรมงั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!
“ข้าปิดด่านทำความเข้าใจมหาเต๋าจนพอจะตระหนักรู้บางสิ่งได้ ยามนี้เป็่เวลาสำคัญของการทะลวงขั้น เื่นี้ข้าขอไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย พวกท่านไปกันเถิด”
สวีทงตัดสินใจเลือกในทันที เมื่อเล่าจื๊อและหยวนสื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของทั้งคู่ก็แทบจะถลนออกมาจากเบ้า!
ทะลวงขั้นอีกแล้วหรือ?!
[1] หงเิ (鸿蒙) สภาวะก่อนกำเนิดจักรวาล เก่าแก่กว่าโกลาหล (ฮุ่นตุ้น)