ในตอนนี้เจนนี่ปรากฏตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งเพียงลำพัง ท่ามกลางฝูงชนที่มาหาหมอ เธอเลยรีบมองหาตัวเอมิรี่แต่หาตัวไม่เจอ เจนนี่เดินเข้าไปปะปนกับญาติผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาล จนกระทั่งเธอเดินไปเจอเอมิรี่เข้าจนได้
เจนนี่รีบเดินไปลากแขนเอมิรี่เพื่อหลบผู้คน จะได้ปรึกษากันว่าตอนนี้พวกเธออยู่ที่ไหนกันแน่
“นี่คุณ คุณเป็ใครน่ะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”
“โถ่ เอมิรี่รีบไปเร็วเข้า พวกเราต้องคุยกัน” เจนนี่ยังคงลากเธอแล้วเดินต่อไป
“คุณจำคนผิดแล้ว ฉันไม่ใช่เอมิรี่ ฉันคือหมอแอนนานะคะ และอีกอย่างฉันไม่มีเวลาที่จะมาคุยกับคุณด้วย ฉันต้องไปผ่าตัดคนไข้”
“เลิกล้อฉันเล่นได้แล้วเอมิรี่ พวกเราต้องรีบหลบผู้คน เร็วเข้าเดินเร็วเข้า” เจนนี่เร่งเพื่อน
“ก็บอกว่าฉันไม่ใช่เอมิรี่ไง” แอนนาสู้แรงไม่ได้ เลยจำต้องเดินตามเจนนี่ไปที่ด้านหลังของโรงพยาบาล
**********************************
เอมิรี่เองก็ไม่แพ้กัน เธอพยายามจับกลิ่นเพื่อนและเดินออกตามหาเจนนี่ในโรงพยาบาล แต่เธอไม่พบร่องรอยใดๆ เธอเองก็งงว่าตนอยู่ที่ไหนกันแน่ และหลุดมาที่นี่ได้ยังไง
และแล้วอยู่ดีๆ ก็มีพยาบาลวิ่งมาหาเธอพร้อมกับดึงแขนเธอให้ไปที่ห้องพักแพทย์ “โถ่คุณหมอแอนนา นี่คุณลืมหรอคะว่าวันนี้มีผ่าตัดด่วน ทำไมยังไม่สวมเสื้อกราวน์อีก มาเดินโอ้เอ้แบบนี้ไม่ได้นะคะ”
“คุณจำคนผิดแล้วค่ะ ฉันไม่ใช่หมอแอนนา ฉันชื่อเอมิรี่”
“อย่าอำเลยค่ะคุณหมอ มันไม่ใช่เวลามาล้อเล่นแล้วนะคะ รีบไปเร็วเข้า คนไข้รออยู่นะคะ” พยาบาลไม่ฟัง
“ฉันไม่ใช่หมอ แล้วจะไปผ่าตัดคนไข้ได้ยังไงคะ” เอมิรี่กล่าว
เมื่อพยาบาลไม่ฟัง เธอก็เลยดึงแขนกลับแล้ววิ่งหนีอย่างรวดเร็ว เพราะยังไงแรงมนุษย์ก็สู้แวมไพร์ไม่ได้
“คุณหมอ คุณหมอ เดี๋ยวสิ คุณหมอ” พยาบาลพยายามเรียกและทำได้แต่ยืนงงที่เห็นหมอแอนนาเป็อย่างนั้น
พอเอมิรี่วิ่งออกมาทางหลังโรงพยาบาล เธอเริ่มจับกลิ่นของเจนนี่ได้ และตอนนี้ก็ได้ยินเสียงถกเถียงกันระหว่างผู้หญิงสองคน เลยรีบไปดู
**********************************
“ฉันบอกคุณกี่ทีแล้วคะ ว่าฉันไม่ใช่เอมิรี่จริงๆ ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ ฉันมีนัดผ่าตัดด่วนด้วย คนไข้รอฉันอยู่ค่ะ” แอนนากล่าว
“โถ่ เอมิรี่อย่าแกล้งฉันเลยนะ ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าที่นี่คือที่ไหน และพวกเรามาที่นี่ได้ยังไง” เจนนี่ไม่ฟัง
“เจนนี่ ฉันอยู่นี่” เอมิรี่ตัวจริงเรียก
“นั่นไงคะ เพื่อนคุณ” แอนนาชี้ไปทางเอมิรี่
เจนนี่หันหลังกลับไป ก็เห็นเอมิรี่จริงๆ แล้วหันกลับมามองแอนนา เธอเลยงงว่าทำไมแอนนากับเอมิรี่ถึงเหมือนกันมากขนาดนี้
เอมิรี่รีบเดินเข้าไปใกล้ คราวนี้เธอมองเห็นแอนนาชัดเจนมากขึ้น แล้วเธอก็หยุดชะงักที่มองเห็นคนที่หน้าตาเหมือนกับตัวเอง ไม่เพียงเท่านั้นความทรงจำเก่าๆ ของเธอก็ผุดขึ้นมาทันที จนเอมิรี่ปวดหัวหนักมาก แล้วคุกเข่าจับศีรษะร้องคร่ำครวญด้วยความเ็ป
“เอมิรี่เธอเป็อะไรไปน่ะ ปวดหัวมากงั้นหรอ” เจนนี่เป็ห่วงเพื่อนเลยรีบวิ่งเข้าไปหา
แม้ว่าแอนนาจะใที่เห็นคนที่มีใบหน้าเหมือนกับตัวเอง แต่ด้วยความเป็หมอเธอจึงรีบวิ่งเข้าไปดูอาการให้เอมิรี่
สองสาวพยายามพยุงตัวเอมิรี่ให้ลุกขึ้น สักพักอยู่ดีๆ เอมิรี่ก็หายเป็ปลิดทิ้ง และบุคลิกของเธอก็เปลี่ยนไปกลายเป็นิ่งสงบ จนแอนนาและเจนนี่พากันงง
“คุณไม่เป็อะไรแล้วใช่มั้ยคะ ว่าแต่พวกเราเป็ฝาแฝดกันหรือเปล่าคะ ทำไมพวกเราถึงมีใบหน้าเหมือนกันมากขนาดนี้” หมอแอนนารีบถาม
แต่เอมิรี่ไม่เพียงไม่ตอบ เธอผลักหมอแอนนาจนติดกับผนังตึกแล้วล็อคตัวแอนนาไว้ เธอรีบใช้วิชาของซานอสทำให้แอนนาลืมเหตุการณ์ในตอนนี้ทั้งหมด
เจนนี่มัวแต่อึ้งเลยไม่ทันได้ห้ามเพื่อน
สักพักหมอแอนนาก็สลบไป
เจนนี่รีบวิ่งเข้าไปดูอาการคุณหมอ แต่ถูกเอมิรี่ฉุดให้วิ่งหนีไปจากบริเวณนั้น เพราะพยาบาลและรปภ.กำลังวิ่งมาที่นี่
เจนนี่และเอมิรี่หลบอยู่ที่หลังพุ่มไม้ชั่วคราว พวกเธอเห็นพยาบาลกำลังปลุกหมอแอนนา เมื่อหมอฟื้นเธอก็รีบวิ่งเข้าไปในโรงพยาบาลเพื่อรีบไปผ่าตัดคนไข้
“มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ เอมิรี่ เหตุการณ์ทั้งหมดมันคืออะไร” เจนนี่รีบถาม
“ฉันคือหมอแอนนาน่ะเจนนี่ ตอนนี้ฉันจดจำอดีตได้แล้ว ฉันเดาว่าพวกเราคงย้อนอดีตมาเมื่อตอนสามปีที่แล้ว” เอมิรี่กล่าว
“ห๊า ว่าไงนะ พวกเราทะลุมิติมาสู่อดีตงั้นหรอ” เจนนี่ใ
“ตอนนี้พวกเราไปคุยกันที่โรงอาหารเถอะ พวกเราคงต้องสวมหน้ากากอนามัยแล้วล่ะ ฉันมีหน้าตาเหมือนหมอแอนนา เดี๋ยวเ้าหน้าที่ของที่นี่จำสับสนอีก” เอมิรี่พาเดินเข้าไปในโรงพยาบาล
ตอนนี้ทั้งสองแอบไปหยิบหน้ากากอนามัยมาสวมชั่วคราวก่อน ค่อยไปหาซื้อหน้ากากภายหลัง
เมื่อมาถึงโรงอาหาร เจนนี่รีบถาม “เื่ราวมันเป็มายังไงน่ะ”
“ตอนฉันกลายเป็แวมไพร์ ฉันเกลียดตัวเองมาก เลยกะว่าจะใช้กริชแทงตัวตายเพื่อปลดปล่อยดวงิญญาของตัวเอง ในตอนนั้นซานอสใช้เวทมนตร์ห้ามฉันไว้ แล้วใช้วิชาลืมอดีตกับฉัน ทำให้ฉันกลายเป็คนใหม่ในนามของเอมิรี่” เอมิรี่เล่า
“แล้วคนที่ทำให้เธอเป็แวมไพร์ก็คือ…” เจนนี่สงสัย
“เอริค” เอมิรี่พูดเสียงแข็ง
“อ้อ พระาาเอริค ฉันว่าพระองค์ทรงต้องมีเหตุผลแน่ๆ และอีกอย่างในตอนที่เธอเป็แวมไพร์ เธอก็สร้างคุณประโยชน์ไว้มากมายนี่” เจนนี่กล่าว
“ฉันแค้นเขามาก เขาฆ่าพ่อฉันแล้วยังทำให้ฉันเป็แวมไพร์อีก” เอมิรี่แค้นใจมาก
“ฉันไม่เชื่อหรอก ว่าเขาจะฆ่าคน เธอต้องเข้าใจอะไรผิดไปแน่” เจนนี่ยังไม่เชื่อ
“แต่น้องสาวฉันเห็นกับตา” เอมิรี่แย้ง
“น้องสาวเธอคือแอนนี่ใช่มั้ย เธออย่าลืมนะ ว่าแอนนี่ก็เป็แวมไพร์ และผู้หญิงคนนั้นก็อยู่ฝ่ายของแฟนทรัมด้วย” เจนนี่ไม่เชื่อแอนนี่
“น้องสาวฉันไม่ฆ่าพ่อหรอก” เอมิรี่ไม่เชื่อว่าน้องจะทำร้ายพ่อ
“แต่เกรกสันทำได้” เจนนี่กล่าวเพราะรู้มาเหมือนกันว่าเกรกสันเป็สามีของแอนนี่
“เธอเลิกทำให้ฉันไขว้เขวเถอะ” เอมิรี่กล่าว
“นั่นไง เอริค สงสัยคงมารอรับหมอแอนนา” เจนนี่ชี้ไปที่รถของเอริค
“ฉันจะฆ่าเขา” เอมิรี่รีบลุก หมายจะใช้กริชไปแทงเขา
เจนนี่รีบยั้งเพื่อน “ไม่ได้นะแอนนา เธอจะฆ่าเอริคไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีใครปราบเกรกสันได้เลย”
“ไม่ ฉันจะฆ่าเขาเพื่อล้างแค้นให้พ่อ” เอมิรี่ไม่ฟัง
เจนนี่สู้แรงแวมไพร์ไม่ได้ เลยต้องปล่อยเพื่อนไป แต่ทว่าพอเอมิรี่วิ่งเกือบจะถึงตัวเอริค อยู่ดีๆ เอมิรี่ก็ถูกผลักกลับออกมาหาเจนนี่ จนเจนนี่ต้องรีบรับเพื่อนไว้
“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันแตะต้องเขาไม่ได้” เอมิรี่งง
“นี่มันเป็อดีตนะ แสดงว่าพวกเราเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้นะเอมิรี่” เจนนี่คาดการณ์
“แต่ฉันทนเห็นหน้าเขาไม่ได้” เอมิรี่แค้น
“ยังไง ฉันก็ไม่เชื่อว่าเอริคจะเป็คนฆ่าพ่อเธอ ดังนั้นพวกเรามาพิสูจน์กันเถอะ” เืนักสืบของเจนนี่พลุ่งพล่าน
“หมายความว่ายังไง” เอมิรี่สงสัย
“ถึงเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็สามารถดูอดีตได้ หากเอริคฆ่าพ่อเธอจริงๆ ฉันจะไม่ห้ามหรือขัดขวางเธอเลยเอมิรี่ ตอนนี้เธอใจเย็นก่อนเถอะนะ” เจนนี่อยากรู้ความจริง
“แล้วพวกเราจะสืบได้ยังไง” เอมิรี่ถาม
“ปลอมตัวเป็สาวใช้เข้าไปในคฤหาสน์ของเอริคไง” เจนนี่กล่าวแผนการ
เอมิรี่ถอนหายใจ เพราะยังไงตอนนี้เธอก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี อีกอย่างก็ยังไม่รู้วิธีกลับสู่ปัจจุบันจึงยอมทำตามแิของเจนนี่
เจนนี่ปล่อยให้เพื่อนนั่งสงบสติอารมณ์อยู่โรงอาหารคนเดียว ส่วนตนเองก็รีบไปซื้อหน้ากากเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแผนการ
เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมงเจนนี่ก็วิ่งกลับมา พร้อมกับยื่นหน้ากากปกปิดส่วนหน้าผากจนถึงจมูกให้กับเอมิรี่
“เธอใช้ชื่อฟีน่านะ ส่วนฉันชื่อคริสตี้” เจนนี่ตั้งเอง
“ห๊า ว่าไงนะ” เอมิรี่ใ
“ทำไมหรอ” เจนนี่งง
“แสดงว่า สาวใช้ในตอนนั้นก็คือพวกเราน่ะสิ” เอมิรี่นึกขึ้นได้
“อ้อ ที่แท้พวกเราในตอนนี้ก็กลายเป็อดีตของหมอแอนนาสินะ” เจนนี่เข้าใจ
“แต่ฉันไม่อยากเห็นหน้าเอริคนี่” เอมิรี่กล่าว
“อดทนหน่อยเถอะนะเอมิรี่ พวกเราควรให้ความเป็ธรรมกับเอริคด้วยหากเขาถูกปรักปรำจริงๆ น่ะ และอีกอย่างยังไงเขาก็เป็สามีเธอนะ” เจนนี่ย้ำเตือน
“เลิกพูดอย่างนั้นนะเจนนี่ ฉันไม่ได้เป็ภรรยาเขา” เอมิรี่พูดเสียงแข็ง
“อะ ก็ได้ งั้นพวกเราไปสมัครเป็สาวใช้ในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” เจนนี่ยอมเลิกพูด