ตอนที่ 8 ไม่ยอมเชื่อข้า (1)
กู้อวิ๋นหวงหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วสาธยายทุกคำพูดทุกการกระทำของกู้ิจวินั้แ่มาที่เรือนชิงจื่อจนหมดสิ้น พลางเยาะเย้ยขึ้น “น้องหญิงสามบอกว่า ในจวนอัครเสนาบดีแห่งนี้ไม่สนเื่ลำดับศักดิ์ สนแต่ว่าใครเป็ที่โปรดปรานมากกว่ากัน เดิมทีข้าก็ไม่เชื่อ แต่ตอนนี้เชื่อแล้ว”
“เหลวไหล ข้าไม่เคยพูดเช่นนี้เสียหน่อย! อีกอย่าง เื่ทั้งหมดนี่เป็พวกท่านรวมหัวกันวางแผนมาแกล้งข้า ข้าถึงได้พูดเช่นนั้นออกไป ทั้งหมดเป็เพราะพวกท่าน เพราะพวกท่าน!” กู้ิจวินเห็นกู้เจิ่นมองมาทางนาง จึงรีบไปหลบหลังอินซื่อ
กู้อวิ๋นหวงใบหน้าประดับรอยยิ้มมองกู้เจิ่นอย่างเฉยเมย แต่ก็ไม่ได้โต้ตอบคำพูดของกู้ิจวิน กู้เจิ่นมองดวงตาของนาง เห็นความเย้ยหยัน ท้าทายและความเฉียบแหลมที่สามารถมองทุกสิ่งได้ทะลุปรุโปร่งภายในดวงตาของนาง หัวใจก็พลันกระตุกวูบ รีบเบนสายตา “ใครก็ได้ นำตัวคุณหนูสาม...”
“ฮูหยินผู้เฒ่า!” เสียงร้องใของซุนหมอมอขัดจังหวะคำพูดที่กำลังจะออกจากปากกู้เจิ่น
กู้เจิ่นหันกลับไปเห็นฮูหยินผู้เฒ่ากูที่เป็ลมหมดสติไปพอดิบพอดี จึงแอบถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วรีบเดินเข้าไปรับฮูหยินผู้เฒ่ากู้มาจากมือของซุนหมอมอ พลันตวาดอย่างเกรี้ยวกราด “เหม่อทำอะไรกันอยู่เล่า ยังไม่รีบไปตามหมอมาอีก!”
กู้เจิ่นอุ้มฮูหยินผู้เฒ่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันหลังกลับมา ใช้สายตาเ็ากวาดมองกู้อวิ๋นหวงก่อนจะหยุดอยู่ที่อินซื่อ ทำเอาอินซื่อถึงกับใจสั่นสะท้าน ไฉนเลยจะกล้าพูดอะไรอีก นางจึงลากกู้ิจวินให้รีบตามไป จูซื่อช่วยกู้เจิ่นประคองแขนฮูหยินผู้เฒ่ากู้เดินไปข้างหน้าได้สองสามก้าวก็หันหลังกลับมามองเฉินซื่อและเจียงเย่ว์เหยาแวบหนึ่งราวกับมีความคิดบางอย่าง
“ชิงอวี้ เ้าพาเย่ว์เหยาออกไปทายาเถอะ” เฉินซื่อยังคงกอดเจียงเย่ว์เหยาที่ร้องไห้ฟูมฟาย สายตาหนิงหว่านโหรวกวาดผ่านใบหน้าของเจียงเย่ว์เหยา แล้วกำชับบ่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
แต่ไหนเลยเฉินซื่อจะยอมออกไปเช่นนี้ ยัง้าทำเสียงฮึดฮัดใส่ เจียงเย่ว์เหยาแอบดึงแขนเสื้อของนาง ก่อนจะลุกขึ้นจากพื้น แล้วย่อตัวทำความเคารพพลางสะอื้นเอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า “คุณหนูสามเข้าใจผิดเื่ฐานะของบ่าว ขอฮูหยินได้โปรดเป็ธุระจัดการให้บ่าว คืนความบริสุทธิ์ให้บ่าวด้วยนะเ้าคะ”
“เ้าอยู่ในฐานะอะไร ข้าคงไปเป็ธุระจัดการให้เ้าไม่ได้ รอให้หาพ่อเ้าเจอแล้ว เื่เข้าใจผิดทั้งหมดคงย่อมคลี่คลายได้เอง” หนิงหว่านโหรวเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
เจียงเย่ว์เหยาใจสั่นไหว ไม่กล้าแม้แต่เงยหน้าขึ้น ยอมให้เฉินซื่อประคองนางตามชิงอวี้ออกไปแต่โดยดี หนิงหว่านโหรวมองพวกนางแม่ลูกเดินไกลออกไป ก็ค่อยๆ ดึงสายตากลับมามองกู้ิจูแวบหนึ่ง กู้ิจูย่อตัวคำนับอย่างรู้ความ ก่อนจะหมุนตัวออกจากเรือนชิงจื่อไป
“หวงเอ๋อร์” หนิงหว่านโหรวหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดคราบเืบนใบหน้าของกู้อวิ๋นหวง แล้วเอ่ยปากอย่างไม่เห็นด้วยว่า “เื่เช่นนี้ แม่หวังว่าคงจะไม่ได้เห็นอีกเป็ครั้งที่สองนะ”
กู้อวิ๋นหวงเม้มปากมองนาง
หนิงหว่านโหรวหลบสายตาของนาง พลางมองไปยังคราบเืสองสามจุดบนพื้น แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เ้าต้องจำไว้ให้ดีนะว่า เ้าต่างหากเล่าที่เป็บุตรสาวสายตรงแห่งจวนอัครเสนาบดี บุตรสาวสายตรงย่อมต้องมีท่าทีอย่างบุตรสาวสายตรง แม่ไม่อยากให้เวลาที่คนอื่นพูดถึงเ้า เอาแต่พูดว่าเ้าเข้ากับคนอื่นไม่ได้ ทั้งยังใจคอโเี้”
“ดังนั้น ท่านแม่ก็ยัง...” ไม่ยอมเชื่อข้า
“เอาละ ท่านย่าของเ้าเป็ลมล้มพับไปแล้ว แม่ต้องไปดูที่เรือนเล่อโซ่วเสียหน่อย”
หนิงหว่านโหรวตัดบทคำพูดของกู้อวิ๋นหวง เมื่อเห็นผมเผ้าของนางกระเซอะกระเซิงไปหมด จึงได้ยกมือขึ้นหมายจะปัดผมทัดหูให้ ทว่ากู้อวิ๋นหวงกลับถอยไปก้าวหนึ่งหลบมือของนาง “ท่านแม่มีธุระ รีบไปเถอะเ้าค่ะ”
มือของหนิงหว่านโหรวค้างเติ่งอยู่ในอากาศพักหนึ่ง จึงเก็บมือกลับไป “เช่นนั้นเ้าก็พักผ่อนให้ดีเถอะ แม่ไปละ”
หลังกู้อวิ๋นหวงมองส่งนางเดินออกจากประตูใหญ่ไปแล้ว ยังยืนอยู่ในลานเรือนอีกพักหนึ่ง ก่อนจะหันกายเดินกลับเข้าไปในห้อง แล้วเดินไปมาอย่างหงุดหงิด บ่าวรับใช้ด้านนอกที่ทำความสะอาดลานเรือนเห็นเช่นนี้ก็ยิ่งเบาเสียงเข้าไปอีก
“คุณหนู” ชิงอวี้นำยารักษาาแไปส่งให้เฉินซื่อกลับมา เห็นนางกำลังเดินวนรอบเก้าอี้สองสามตัวนั้น ก็พลันเม้มปากหัวเราะเบาๆ “คุณหนูกำลังกลุ้มใจเื่จวิ้นจู่หรือเ้าคะ จริงๆ แล้วบ่าวเองก็รู้สึกว่าวันนี้คุณหนูทำรุนแรงเกินไปหน่อย คุณหนูสงสัยในตัวตนของแม่ลูกเจียงเย่ว์เหยา แต่กลับวุ่นวายจนเป็เื่ใหญ่ถึงเพียงนี้ เกรงว่าจะเป็การแหวกหญ้าให้งูตื่นนะเ้าคะ”
“ถ้าไม่แหวกหญ้า จะรู้ได้อย่างไรว่าในพงหญ้านั้นมีงูเล่า” กู้อวิ๋นหวงนั่งลงบนเก้าอี้ทว่าจะนั่งอย่างไรก็นั่งไม่ติด