"เกิดอะไรขึ้นกับที่นี่เนี้ย หรือว่ากำลังจะกิดเรื่องไม่ดีกับข้ากัน ที่มาบุกรุกสถานที่โดยไม่ได้รับอนุญาตครืนนน!! ตึง! ตึง! หืม...! แว๊กกก!! ชิงหลงตกใจจนเผลอร้องตะโกนออกมาแบบแปลกๆ เมื่อเห็นรูปปั้นอัศวินขยับลุกขึ้นยืน พร้อมกับกำลังจ้องมองมาที่ชิงหลงก่อนจะเอ่ยเสียงออกมา"จงแสดงเจตจำนงของเจ้าออกมาให้พวกข้าดู" "จงแสดงเจตจำนงของเจ้าออกมาให้พวกข้าดู" "หืม เจตจำนงอะไรกันอีกละเนี้ย ข้าไม่เข้าใจ แค่ขยับได้ข้าก็ตกใจจะแย่อยู่แล้ว แล้วข้าต้องทำยังไงกันล่ะ เอาที่เข้าใจง่ายๆน่ะ"ไม่มีเสียงตอบกลับมาจนกระทั่ง "เฮ้อ...""เจ้านี่มันเข้าใจอะไรยากเหลือเกินนะ ก็แค่แสดงพลังของเจ้าทั้งหมดที่มีไปที่ประตูนั่นก็พอ" "หืม..แค่นี้เองหรอ ไม่มีอะไรแอบแฝงหรอกนะ""นี่ อย่าสงสัยอะไรเกินไปหน่อยจะได้ไหม" "เอ่อ..ก็ได้ไม่เห็นต้องใส่อารมณ์ก็ได้"ชิงหลงมองไปที่กำแพงก่อนจะใช้เวทย์สร้างลูกไฟวิญญาณขึ้นมา จากนั้นลูกไฟวิญญาณก็ขยายใหญ่ขึ้นจนทำให้บรรยากาศรอบๆเริ่มบิดเบี้ยวไปมาเพราะพลังความร้อนที่แผ่ขยายออกมา และไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลง จนกระทั่งได้ยินเสียงร้องตะโกนออกมาด้วยความตกใจ"หยู๊ดดดดด!! พอได้แล้ว นี่เจ้าจะทำลายที่นี่ทิ้งไปเลยรึไง" "อ้าว ก็ไหนบอกว่าใส่พลังทั้งหมดที่มีไง พวกท่านทั้งสองจะเอายังไงกันแน่""เอ่อ..ถือว่าพวกข้าผิดก็แล้วกัน ช่วยหยุดลูกไฟนั่นซะ ก่อนที่ที่นี่จะพังเพราะพลังของเจ้า"เมื่อได้ยินชิงหลงก็สลายลูกไฟวิญญาณทิ้งไป แล้วหันไปมองรูปปั้นทั้งสองก็พบว่ารูปปั้นนั่นกับไปอยู่ในท่านั่งคุกเข่าเหมือนเดิม จากนั้นก็เกิดแสงสว่างขึ้นที่ประตูหิน ตัวอักษรโบราณส่องสว่างที่ละตัวจนถึงตัวสุดท้าย เมื่อแสงดับลง ก็เกิดเสียง ครืนน!!! กึก! กึก! ประตูขนาดใหญ่กำลังเปิดเข้าไปด้านใน เมื่อชิงหลงมองเข้าไปก็พบกับแท่นอะไรบางอย่างตั้งอยู่ตรงกลางห้อง ที่บนแท่นนั้นมีหีบวางอยู่ มีสีทอง มีพลังงานเวทย์อยู่รอบๆให้ความรู้สึกแปลกๆ"เข้าไปสิ"เมื่อชิงหลงหันไปก็พบกับจิตวิญญาณของชายชราผู้หนึ่งกำลังเดินมาทางชิงหลงด้วยองอาจสง่างาม ดูหน้าเกรงขามไม่น้อย "เอ่อ..ท่านมีเพียงจิตวิญญาณที่เหลืออยู่อย่างนั้นหรอ แล้วรูปปั้นอัศวินทั้งสองนั้นล่ะ ขยับได้ยังไง""ฮ่าๆ ฮ่าๆ ข้าเป็นคนทำเองล่ะ ข้าอยู่ที่นี่มานานหลายหมื่นปีแล้ว " "หาาา...หลายหมื่นปี นี่ท่านเป็นคนยุคไหนกันเนี้ย ถ้าอยู่มานานขนาดนั้นก็น่าจะมีใครมาพบบ้างสิ""เป็นไปไม่ได้หรอก เพราะสถานที่แห่งนี้จะเลือกคนด้วยตัวมันเอง" "หืม..ที่ท่านพูดหมายความว่ายังไง ที่ว่าเลือกด้วยตัวมันเองน่ะ แล้วท่านมาอยู่นี่ก็เพราะถูกเลือกอย่างนั้นหรอ""ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ข้าก็ไม่รู้เหมือนว่าข้ามาอยู่นี่ได้ยังไง""อ้าว ข้านึกว่าที่แห่งนี้เป็นของท่านซะอีก""จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงกันเล่า พอลืมตาอีกทีก็อยู่ที่นี่แล้ว""เอ่อ..ช่างมันเถอะ ข้าไม่ถามล่ะ""งั้น ข้าจะถามเจ้าก็แล้วกัน เจ้าเป็นคนของโลกเวทย์มนต์รึ?" "ทำไมถึงถามเช่นนั้นล่ะ" "ก็เพราะเจ้าใช้เวทย์มนต์ออกมาน่ะสิ " ชิงหลงขมวดคิ้วของเขาเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลงแล้วกล่าวว่า"ที่ท่านพูดมาก็ถูก งั้นแสดงว่า... ""ใช่ข้าก็มาจากที่เดียวกันกับเจ้า โลกเวทย์มนต์ ข้าจำได้เพียงแค่ว่าถูกฆ่าตายโดยมังกรดิน ซึ่งติดกับเขตป่าของเผ่าเอลฟ์ เมื่อลืมตาอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว""หืม...ท่านชื่ออะไรอย่างนั้นรึ""ข้าชื่อ เอลิค ไรท์ แล้วเจ้าล่ะ" "ข้าชื่อ ไลน์ ลินเนจ แต่ตอนนี้ข้าชื่อ ชิงหลง เป็นเด็กไร้พลังปราณน่ะ""อืม...เจ้าตามข้าไปที่แท่นนั่น ของในหีบนั้นคงจะเป็นประโยชน์กับเจ้าไม่น้อย"ร่างจิตวิญญาณของชายชราล่องลอยไปยังแท่นที่มีหีบวางอยู่ ชิงหลงก้าวเดินตามร่างจิตวิญญาณไป เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนก็เห็นเป็นหีบสีทองวางอยู่ "เจ้านำมือไปสัมผัสแล้วส่งพลังเวทย์เพื่อเปิดฝาหีบนั้นก่อน" ชิงหลงทำตามที่จิตวิญญาณพูด เขาค่อยๆยื่นมือไปสัมผัสก่อนจะส่งพลังเวทย์เข้าไป วิ้งง!! แกร๊ก!! แกร๊ก!! เสียงฝาหีบสีทองเปิดขึ้น ชิงหลงมองตำราเล่มหนึ่งก่อนจะอุทานออกมาว่า"เอ๊ะ!! นี่มันตำราเวทย์มนต์ไม่ใช่รึไง ทำไมถึงมาอยู่ที่โลกใบนี้ได้ล่ะ""ข้าไม่รู้ ถ้ามีอะไรสงสัย เจ้าก็ถามภูติที่อยู่ในลูกแก้วนั่นเอาเองละกัน ข้าไปล่ะ""เดี๋ยว!! แล้วข้าจะคุยได้ยังไงกันเล่า" " เจ้าก็แค่หยิบมันออกมาแล้วส่งพลังเวทย์เข้าไปก็จะปรากฎออกมาให้เจ้าเห็นเองล่ะ""ข้าไปล่ะ ขอให้โชคดีเจ้าหนู""เฮ้อ...ไม่รู้จะรีบไปไหน แต่ก็ช่างมันเถอะ ยังไงก็รู้แล้วว่าต้องทำยังไง"ชิงหลงหยิบลูกแก้วขึ้นมา มันมีสัญญลักษณ์เป็นรูปปีกมีมงกุฏอยู่ข้างบน มีตัวอักษรอยู่ข้างล่าง ชิงหลงเองก็อ่านไม่ออก จากนั้นก็ทำการส่งพลังเวทย์เข้าไป ก็เกิดเป็นแสงส่องสว่างขึ้น ก่อนจะปรากฎเป็นภูติตัวเล็กๆมีปีกสวมมงกุฏอยู่บนหัวน่าตาหน้ารักสวมชุดสีขาว ลอยอยู่ในท่านั่งกอดเข่าตัวเองเอาไว้ซึ่งกำลังหลับอยู่ หลังจากแสงหายไปภูติตัวน้อยก็ลืมตาขึ้น ก่อนจะบิดตัวไปมา จากนั้นก็จ้องมองไปที่ชิงหลงก่อนจะกล่าวว่า"เราคือ ราชินีภูติผู้ยิ่งใหญ่ ยินดีที่ได้รู้จัก""เอ่อ...ลืมตาตื่นก็แนะนำตัวเลยหรอ ไม่ตกใจข้าเลยรึไง""ทำไมเราต้องตกใจด้วยล่ะ ก็เราเป็นคนให้เจ้าเข้ามาข้างในนี้เอง""เอ่อ..ถ้างั้นแล้วทำไมไม่ออกมาตั้งแต่แรกล่ะ จะได้คุยกันรู้เรื่องซักที""พลังเวทย์เราหมดน่ะเลยออกไปไม่ได้ ที่ให้เจ้าเข้ามาก็สุดท้ายแล้วล่ะ" "แล้วข้าต้องทำอะไรอย่างนั้นรึ""อืม...เราต้องการพลังงานเวทย์อย่างมากในการเปิดใช้งานปราสาทเคลื่อนที่แห่งนี้ ท่านพอจะช่วยเราได้รึเปล่า""ข้ามีข้อแม้ 1 ข้อ ถ้าข้าช่วยท่าน ข้าสามารถพาผู้คนเข้ามาหลบภัยได้หรือไม่ ถ้าเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงในวันข้างหน้า""หืม..เรื่องนี้ข้ารับปากท่านได้ ถ้าท่านช่วยเรา เราก็จะช่วยท่านเช่นกัน" ราชินีภูติสร้างตราพันธะสัญญาขึ้นมาตรงหน้าของชิงหลง ก่อนจะกล่าวว่า"นี่เป็นตราเวทย์พันธะสัญญาระหว่างเรากับท่าน เมื่อท่านหยดเลือดลงไปพันธะสัญญาก็จะถือเป็นอันเสร็จสิ้น"ชิงหลงหยดเลือดลงไปตามที่บอก ก่อนจะเกิดแสงขึ้นแล้วลอยไปที่หลังมือซ้ายของชิงหลง เกิดเป็นตราพันธะสัญญาขึ้นมา เป็นรูปปีกและก็มงกุฏที่อยู่ด้านบน เมื่อเสร็จสิ้น ราชินีภูติก็กล่าวว่า"ตอนนี้เราและท่านคือคู่พันธะสัญญา ปราสาทเคลื่อนที่นี่ ท่านก็มีสิทธิ์เช่นเดียวกับเรา ถ้าจะกลับไปที่โลกเวทย์จำเป็นต้องใช้พลังเวทย์มหาศาลในการเดินทาง ซึ่งเราไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะพลังเวทย์ถูกใช้จนหมดเพื่อหลบหนีจากการตามล่าของเผ่าปีศาจเพราะต้องการพลังของเรา"อืม..ดูเหมือนท่านจะลำบากไม่น้อยเลยนะ แล้วข้าต้องทำยังไงล่ะถึงจะส่งพลังเวทย์ให้ปราสาทเคลื่อนที่แห่งนี้ได้ราชินีภูติชี้น้ิวไปยังผนังของห้องที่มีผลึกสีเทาติดตั้งอยู่ ชิงหลงเดินไปทางนั้นทันที ก่อนจะคิดว่ามันเหมือนผลึกคริสตัลพลังเวทย์ที่เขามีอยู่8ก้อน แต่ที่ผนังมีทั้งหมด10ก้อน แต่ตรงกลางจะมีขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งใหญ่กว่าผลึกคริสตัลที่ชิงหลงมีอยู่หลายร้อยเท่า "ผลึกพวกนี้คือ?""ผลึกพลังเวทย์น่ะ ที่รอบผลึกใหญ่นั่นสามารถเปลี่ยนได้ มีแต่ตรงกลางไม่สามารถเปลี่ยนได้ มันเป็นแหล่งรวมพลังเวทย์ที่ได้จากผลึกพลังเวทย์ที่อยู่รอบๆเท่านั้น ถ้าพลังงานเต็มมันจะมีสีทอง""ข้าคงทำให้มันเป็นสีทองอย่างว่าไม่ได้หรอกตอนนี้ ถ้าแค่ทำให้ปราสาทนี้อยู่นานๆได้คงไม่มีปัญหา" หลังจากกล่าวจบ ชิงหลงก็นำผลึกคริสตัลพลังเวทย์ในแหวนมิติออกมา 5 ก้อน เปลี่ยนแทนคริสตัลพลังเวทย์ที่หมดพลังแล้ว เมื่อใส่ครบทั้ง 5ก้อน พลังเวทย์ก็ถูกส่งไปยังผลึกขนาดใหญ่ตรงกลาง เกิดเป็นแสงสว่างอันน้อยนิดขึ้นมาเท่านั้น แต่ก็พอทำให้ปราสาทเคลื่อนที่แห่งนี้แสดงรูปลักษณ์ที่แท้จริงออกมา ทั้งพื้นป่าธรรมชาติ แหล่งน้ำ ที่พักอาศัยอีกมากมาย ทำให้ชิงหลงตื่นตะลึกกับสิ่งที่เห็นเป็นอย่างมาก มันเหมือนโลกใบเล็กใบหนึ่งเลยก็ว่าได้ เมื่อปรากฎทุกอย่างออกมา ก็มีเหล่าภูติตัวน้อยมากมายปรากฎตัวขึ้น บินลอยวนไปมาที่ป่าไม้ ลำธาร และบ้านพัก ด้วยความดีใจที่ทุกอย่างกับมาเหมือนเดิมราชินีภูติตกตะลึงไม่คิดว่าชิงหลงจะมีผลึกพลังงานเวทย์อยู่ ทำให้นิ่งเงียบไปอยู่นาน ก่อนจะบินมานั่งที่ไหลของชิงหลง ก่อนจะกล่าวคำขอบคุณออกมา"เราขอบคุณท่าน.....เอ่อ...""ข้าชื่อ ชิงหลง" "เราขอบคุณท่านชิงหลงที่ช่วยทำให้เหล่าภูติที่อาศัยอยู่ที่นี่ได้กลับมาร่าเริงอีกครั้ง ขอบคุณท่านจริงๆ""ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยข้าก็ได้ที่หลบภัยให้กับครอบครัวของข้าเหมือนกัน ถ้าข้าพบแหล่งผลึกพลังเวทย์ล่ะก็ อาจจะดีกว่านี้ไม่น้อย""ที่นี่มีแหล่งผลึกคริสตัลพลังเวทย์ด้วยรึท่านชิงหลง เราไม่เคยได้ยินมาก่อน""เอ่อ..จะว่ายังไงดี ผลึกเหล่านี้ข้าก็ได้มาจากโลกนี้ล่ะ ข้าก้ยังไม่รู้ว่าพวกเหล่าสัตว์อสูรมันเอามาจากไหน คงต้องตามสืบไปก่อน"ถ้าอย่างนั้นก้หมายความว่า เรามีโอกาสที่จะได้กลับไปยังโลกเวทย์มนต์ใช่ไหมท่านชิงหลงเรื่องนี้ข้ายังรับปากไม่ได้ เพราะโอกาสที่จะเป็นเหมืองผลึกขนาดใหญ่นั้นน้อยมาก ถ้าอย่างนั้นก็.....ราชินีภูติแสดงสีหน้าเศร้าสร้อยออกมา ทำให้ชิงหลงอดไม่ได้ที่จะกล่าวปลอบใจให้รู้สึกดีขึ้น"ไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้าจะหาวิธีอื่นช่วยหาแหล่งพลังเวทย์ให้เอง" เมื่อราชินีภูติได้ยินก็ดีใจขึ้นมาทันที บินวนรอบตัวชิงหลงอยู่หลายรอบก่อนจะนั่งลงที่เดิม พร้อมกับยิ้มออกมา ทำให้ชิงหลงคิดในใจ "นี่มันนางฟ้าตัวน้อยชัดๆ""งั้นเอาไว้ข้าจะมาเยี่ยมอีกก็แล้วกัน ป่านนี้ทุกคนคงจะรอข้ากลับจนเป็นห่วงแล้วล่ะ""งั้นเราจะส่งท่านชิงหลงออกไปข้างนอก จากนั้นก็จะเคลื่อนย้ายไปอยู่ในแหวนมิติของท่านก็แล้วกัน"หลังจากกล่าวเสร็จราชินีภูติก็ส่งชิงหลงออกมาข้างนอก พร้อมกับทำให้ปราสาทเคลื่อนที่เคลื่อนย้ายเข้าไปในแหวนมิติทันที จากนั้นก็มีเสียงของราชินีภูติดังขึ้นมาในหัวของชิงหลงว่า"ท่านชิงหลงสามารถเรียกปราสาทเคลื่อนที่ได้ตลอดเวลาเลย""ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไปดูแลเหล่าภูติของเจ้าเถอะ "จากนั้นชิงหลงก็รีบใช้เวทย์เคลื่อนย้ายออกล่าสัตว์อสูรอีกครั้ง ก่อนจะไปพบกับสัตว์อสูรหมูลายจุดเขี้ยวไฟ ตัวสูง4เมตร ลำตัวส่วนหน้าจะใหญ่กว่าช่วงท้าย มีขนที่แข็ง กล้ามเนื้อเป็นหมัดๆ ตัวมีสีดำจุดสีขาวดวงตาแดงก่ำ ขาหน้าตะกุยดิน เสียงขบฟันดัง กึดๆกึดๆ วิ่งเข้ามาหาชิงหลงทันที อู๊ดด!!! อึด!! อุดๆ!! ชิงหลงใช้เวทย์ตรึงวิญญาณทันที ทำให้หมูลายจุดเขี้ยวไฟชะงักสะดุดล้มลง อึก!! ตุบๆ!!ตุบ!! จากนั้นก็ใช้เวทย์หอกน้ำแข็งออกไปปะทะเข้ากับกระโหลกด้านหน้าจนแตก เสียงร้อง อู๊ดดด!!! ออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนจะดิ้นไปมาซักพักก็หยุดลง เอาล่ะสองตัวน่าจะพอ ชิงหลงนำหมูป่าลายจุดเขี้ยวไฟเข้าไปในแหวนมิติ แล้วก็สร้างประตูวาปขึ้นมาก่อนจะเดินเข้าไป