ความถูกแพงของหุ้น ไม่ได้วัดกันที่ราคาว่าหุ้นราคา 1 บาทถูก หุ้นราคา 10 บาทแพง
สมมุติว่าคุณมีร้านก๋วยเตี๋ยวกับร้านลาบหมูอย่างละร้าน ที่ต้นทุนกำไรเท่ากันหมด ต่อมาคุณทยอยเอาหุ้นร้านก๋วยเตี๋ยวกับร้านลาบหมูอย่างละสามสิบเปอเซนต์เข้าตลาด
โดยคุณแบ่งหุ้นร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ร้อยหุ้น ขายในตลาด 30 หุ้น
ส่วนร้านลาบหมูคุณแบ่งหุ้นร้านเป็สิบหุ้น ขายในตลาด 3 หุ้น
จะเห็นได้ว่า ร้านลาบหมูมีจำนวนหุ้น เพียงสามหุ้นที่ขายในตลาด แต่ก็มีราคารวมเท่ากับหุ้นร้านก๋วยเตี๋ยวสามสิบหุ้น
------------------------------------------------
ถ้าจะมีวิชาที่ทำให้ ณรัชต์ ดูเก่งสมกับการเป็คนย้อนกลับมาอยู่ในร่างตัวเองสมัยอดีตได้ก็คงเป็วิชานี้ล่ะ
ขณะกำลังเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ณรัชต์ใจลอยย้อนคิดไปถึงสาเหตุที่ทำให้เขาใช้ภาษาอังกฤษได้ดี
คนทั่วไปมักคิดว่าคนจบวิศวกรรมศาสตร์ จะต้องซ่อมเครื่องยนต์กลไก เครื่องจักรเป็ทุกคน
เขายังจำได้ว่าสมัย่เวลาก่อน ขนาดพ่อของเขา เมื่อรู้ว่าเขาสอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ยังบอกว่าเมื่อเรียนจบจะเปิดอู่ซ่อมรถให้
ใน่ชีวิตที่แล้ว ณรัชต์เป็มนุษย์กลาง ๆ คนหนึ่ง
เรียนกลาง ๆ เกรดกลาง ๆ จบมหาวิทยาลัยกลาง ๆ ตอนหลังยังทำงานบริษัทกลาง ๆ อีก
แน่นอนว่าเขาไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษจากตอนเรียน เพราะสมัยเรียน เกรด 2 คือความสามารถสูงสุดของเขาแล้ว แต่เมื่อเขาเข้าทำงานครั้งแรก เถ้าแก่โรงงาน ผู้มีความคิดเหมือนคนทั่วไปว่าคนจบวิศวกรรมศาสตร์ ย่อมสามารถซ่อมได้ทุกอย่าง
เมื่อรับเขาเข้าทำงาน เถ้าแก่ก็ชี้ไปที่เครื่องจักรสำคัญในการผลิตตัวหนึ่งในโรงงานและบอกให้เขาดูแลให้ดี
เขาได้แต่เหงื่อตก สมัยเรียนมันมีไอ้เครื่องพวกนี้ให้เรียนซะที่ไหนล่ะ ณรัชต์ได้แต่รับคำเถ้าแก่เสียงอ่อย ๆ
เหมือนที่ใครเคยพูดไว้ การทำงานแทบจะเป็การเรียนรู้ใหม่หมดทุกอย่าง
ถ้าคิดว่าความรู้สมัยเรียนเพียงพอแล้ว นั่นไม่ใช่เลย ณรัชต์รีบค้นหาคู่มือเครื่องจักรชิ้นนั้นทั่วโรงงาน กว่าจะไปเจอซุกอยู่มุมหนึ่งในห้องเก็บของ คู่มือเล่มหนา ภาษาอังกฤษล้วน ๆ
เขาได้แต่บ่นตัวเองที่สมัยเรียนไม่รู้จักตั้งใจ
เมื่อเรียนและศึกษาเพื่อตั้งใจจะหาความรู้นำเอาไปใช้จริง ๆ ไม่ใช่เพียงเพื่อสอบ ผลที่ได้ย่อมดีกว่ากันมาก
ณรัชต์ค้นคว้าศึกษาคู่มืออย่างหนักเพื่อให้เข้าใจการทำงานของเครื่องจักรที่เขาต้องดูแล
นี่คือ พลังแฝง ตอนไฟไหม้ สินะ
แต่สุดท้ายแล้วณรัชต์ก็ต้องขอบคุณอาจารย์ที่ปรึกษาสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ที่ถูกเขารบกวนสอบถามอย่างหนักหลายเื่แต่ก็ยังช่วยเหลือแนะนำจนเขาผ่านมาได้ แม้สุดท้ายอาจารย์จะอดแซวเขาไม่ได้ว่า เงินเดือนเขาครึ่งหนึ่งควรแบ่งให้อาจารย์ด้วยก็ตาม
"นะ นะ" เสียงเต้สะกิดเขาออกจากภวังค์
"ว่าไง " เขาขยับปากถามโดยไม่มีเสียง เพราะกำลังอยู่ในคาบเรียน
"ช่วยเลือกกลอน ดี ๆ ให้หน่อย" เต้ส่งคำขอมาเป็กระดาษ
สุดท้ายเต้คงยังไม่ไว้ใจวิทย์เท่าไหร่ในการเลือกลอน เพราะมีบ่อยครั้งที่เต้โดนวิทย์อำเล่นบ่อย ๆ จึงยังหวาดระแวงอยู่
เขาหยิบเศษกระดาษที่เขียนชื่อตัวเองเล่นตอนใจลอย พลิกด้านหลัง คิดนิดนึงแล้วเขียนประโยคหนึ่งให้เต้
"ถ้าฉันมี สิบหน้า อย่างทศกัณฐ์ สิบหน้านั้น ฉันจะหัน มายิ้มให้เธอ "
ณรัชต์เขียนท่อนขึ้นต้นของเพลงสมัยก่อน ที่มีคนฮิตนำมาส่งข้อความเข้าเพจเจอร์พอสมควร และไม่เลี่ยนจนทำให้เขาจั๊กจี้เหมือนหลาย ๆ กลอนที่เต้เลือกมา
ตอนนี้เขาซื้อหุ้นตามที่วางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว
หลังจากนี้ก็ทำเพียงอย่างเดียวคือ รอ
รอ ค่าระวางเรือจะขยับขึ้น........
-------------------------------------
นักลงทุนในตลาดหุ้น แบ่งกว้าง ๆ ได้สองประเภท จากสิ่งที่เขาใช้ในการตัดสินใจ ซื้อ-ขายหุ้น
หนึ่ง วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน เช่น ดูเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม หรือดูตัวบริษัท ในการซื้อขายหุ้น
สอง วิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น ดูกราฟ ดูปริมาณการซื้อขาย ดูพฤติกรรมของราคาหุ้น
ณรัชต์ เป็ประเภทแรก
ตลาดหุ้นไม่ใช่เื่ง่าย เคยมีคนกล่าวไว้ว่า คนร้อยคนเดินเข้ามาในตลาดหุ้น จะมีคนเสียแปดสิบคนและมีคนได้ยี่สิบคน แสดงให้เห็นว่าตลาดหุ้นยังมีความเสี่ยงสูงเมื่อเข้ามาลงทุน
สาเหตุที่่ชีวิตที่แล้ว เขาหลีกเลี่ยงหุ้นขนส่งทางทะเลเพราะค่าระวางเรือ มีความผันผวนสูงมาก คาดเดายาก สามารถปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าสามสี่เท่าได้ภายในเวลาเพียงสองสามเดือน
สิ่งที่คาดเดายากและเรามีความรู้ไม่พอเมื่อคิดจะลงทุนย่อมไม่ต่างกับการพนัน
แต่ถ้าพอจะรู้ล่วงหน้า มันก็เป็อีกเื่ จริงไหม?
คาบอิสระวันนี้ผู้ชายห้องณรัชต์ลงมาเตะฟุตบอล ส่วนกลุ่มผู้หญิงส่วนน้อยไปชุมนุมกันที่ไหนไม่รู้
เขานั่งเป็กองเชียร์และคุยกับเพื่อนๆ ที่ข้างสนาม ส่วนเต้กับวิทย์ กำลังวิ่งไปมาอยู่ในสนาม
เห็นอย่างนี้แก๊งเขาก็ไม่ธรรมดานะ เต้มีฝีมือระดับติดทีมโรงเรียนได้เลย แต่ไม่เอา เพราะไม่ชอบไปซ้อม ส่วนวิทย์ก็เล่นกีฬาได้ดีหลายอย่างทั้งบาสเกตบอล แบดมินตัน และปิงปอง เพียงแต่่มอปลายติดการ์ตูนเลยไม่ค่อยได้เล่น
ส่วนณรัชต์ก็มนุษย์กลาง ๆ เล่นได้ แต่ไม่อยากเหงื่อโชกเสื้อเปียกตอนจะเที่ยงแบบนี้
เขาเลยมานั่งฟังเพื่อนร่วมชั้นที่ข้างสนามคุยกัน ตอนนี้เพื่อนแฟนทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กำลังดวลฝีปากเกทับกับเพื่อนที่เป็แฟนลิเวอร์พูล เพราะตอนนี้ฟอร์มการเล่นของ รุด ฟาน นิสเตลรอย กับ ไมเคิล โอเว่น กำลังร้อนแรง
ณรัชต์ไม่ได้สอดแทรก เพียงแต่มองเพื่อนที่เป็แฟนบอลลิเวอร์พูลด้วยแววตาสงสาร
เกมฟุตบอลในสนามจบเต้รีบวิ่งเหงื่อโชกมาฉุดแขนณรัชต์
"เร็ว เดี๋ยวหมดคาบก่อน ไปส่งเพจกัน"
คาบต่อไปเป็พักเที่ยง เต้จึงรีบร้อนเพราะถ้าเป็คาบพัก คิวโทรศัพท์ใต้ตึกจะยาวมาก
เขาทำมือบอกวิทย์ที่ริมสนามขณะกำลังจะลงเล่นต่ออีกเกมว่าเจอกันที่โต๊ะข้างโรงอาหาร
ที่ตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญใต้อาคารมอปลาย
คอลเซนเตอร์ : 152 สวัสดีค่ะ ขอทราบหมายเลขด้วยค่ะ
เต้ : หมายเลข XXXXXX ครับ
คอลเซนเตอร์ : ขอทราบข้อความค่ะ
เต้ : ถ้าฉันมีสิบหน้า อย่างทศกัณฐ์ สิบหน้านั้น..
คอลเซนเตอร์ : 'ถ้าฉันมีสิบหน้า อย่างทศกัณฐ์ สิบหน้านั้น ฉันจะหัน มายิ้มให้เธอ ใช่ไหมคะ' คอลเซนเตอร์สาวทวนประโยคตัดหน้าหน้าเต้ที่ยังไม่ทันได้พูดจบท่อน
เต้ : ครับ
คอลเซนเตอร์ : ต่ออีกท่อนไหมคะ
เต้ : "........ไม่เป็ไรครับ"
ที่โต๊ะข้างโรงอาหาร
"อาทิตย์หน้าก็สอบแล้ว เสาร์อาทิตย์ไปอ่านหนังสือบ้านวิทย์กันป่าว"เต้หันมาถามณรัชต์ โดยไม่ถามความเห็นเ้าของบ้าน
"อือ ดีเหมือนกัน ที่หอร้อน"อาทิตย์นี้ณรัชต์ไม่กลับบ้าน อ่านหนังสือที่ห้องแอร์ย่อมสบายกว่าที่ห้องแน่นอน
แต่การติวหนังสือกลุ่มด้วยกัน ผลลัพธ์ส่วนใหญ่มักได้ประโยชน์น้อยมาก
เวลาของพวกเขาสุดท้ายจึงหมดไปกับการคุย กับเล่นเกม ส่วนหนังสืออ่านไปกันคนละนิด
แม้ณรัชต์จะอายุความคิดสามสิบกว่าแล้ว แต่ผู้ชายทุกคนล้วนมีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ อยู่ข้างใน เื่เล่นเกมนี่ไม่เกี่ยงอายุอยู่แล้ว จริงไหม
และแล้วสัปดาห์การสอบก็สิ้นสุดลง
"สอบเสร็จซะที เฮ้อ" ณรัชต์ระบายลมหายใจ
"ปะ ฆ่าคนกัน คลายเคลียด"วิทย์ที่นานๆ จะออกความเห็น หันมาชวนเพื่อนๆ ไปเล่นเกมส์ชูตติ้งยอดฮิตเคาน์เตอร์-สไตรก์ ที่ผู้เล่นต้องไล่ล่าฆ่าฝั่งตรงข้าม
"ฉันพร้อมแล้วเพื่อนเอ๋ย พร้อมจะลุยกันมานานแล้ว ฮ่าๆ โย่ววววววว" เต้รับคำด้วยประโยคเสียงพากย์ภายในเกมส์
" Cover Me " วิทย์สั่งการ เดินนำหน้ามุ่งสู่ร้านเกมส์
-------------------------------------------------------------
Name : ณรัชต์
Asset :หุ้น ชิพปิ้ง L สามหมื่นหุ้น ราคาปัจจุบัน 1 บาทต่อหุ้น
หุ้น ขนส่ง A หกพันหุ้น ราคาปัจจุบัน 5 บาทต่อหุ้น
หุ้น เดินทะเล C สี่พันสองร้อยหุ้น ราคาปัจจุบัน 7 บาทต่อหุ้น
