600กว่าปีที่ผ่านมา
“องค์ชาย อีกสองวันจะถึงวันขึ้นปีใหม่แล้ว เราสองคนไปขอพรที่วัดบนเขากันเขาว่าที่นั่นศักดิ์สิทธิ์”เสี่ยวปาเอ่ยปากชวน หวางอี้ตัน
“เสด็จพ่อจะเดินทางกลับจาก ล่าสัตว์แล้วข้าอยากอยู่รอรับ”ดวงตาเป็ประกายสดใส ภายใต้อาภรณ์ที่ สีสดรับกับใบหน้าหล่อเหลา คิ้วคมเข้ม ริมฝีปากแดง ปากหยักได้รูปเหมือนอิสตรี แต่ทว่ากับท่าทีผึ่งผาย
“ไปไม่นานองค์ชาย ฝ่าาจะมาก็เกือบค่ำเราไปเดินเล่นชมงานวัดก็ยังมาทัน” หวางอี้ตัน ขยับตัวออกจากห้องไป
“อี้ตัน วันนี้แม่รอรับเครื่องเสวยพร้อมลูกเสด็จพ่อก็จะแวะมาเสวยที่ตำหนักของเรา”
หวางอี้ตัน ยิ้มกว้างก่อนจะก้าวออกไปพร้อมกับ เสี่ยวปา
วัดบนเขา
ผู้คนมากมายต่างจับจ่ายและไหว้พระขอพร งานขึ้นปีใหม่ประดับประดาด้วยผ้าแพรสีแดงทั่วไป หวางอี้ตันจุดธูปต่อหน้ารูปจำลองพระโพธิสัตว์
"องค์ชาย ขอสิ่งใด"เสี่ยวปาถามเมื่อหวางอี้ตันปักธูปลงในกระถางธูป
"ปีนี้ข้า20แล้ว ยังไม่ถูกใจหญิงงามคนใด แล้วจะให้ขอพรใดได้อีก"เสี่ยวปาอมยิ้ม
"นายน้อยของเสี่ยวปาจะต้องพบเจอหญิงงามเพียบพร้อม"
"เ้าอธิษฐานเช่นนั้นหรือ"ถามยิ้มๆ
"แน่นอน ข้าน้อยเป็เพียงผู้เดียวที่ตั้งใจให้องค์ชายพบเจอคนที่เพียบพร้อม"
"เพียบพร้อม เช่นนั้นหรือ เอาเป็ว่าข้าอยาก ..พบคนที่รักข้าอย่างจริงใจก็พอ"
"องค์ชายของเสี่ยวปาจริงใจ แต่หญิงงามที่จริงใจเกรงว่าจะหายากสักหน่อย"ดวงตาสุกสกาวที่เบิ่งมองหญิงงามนางหนึ่งเดินย่อกายลงตรงหน้ารูปจำลองพระโพธิสัตว์ ใบหน้างดงามดั่งนาง์
หวางอี้ตันจ้องมองตาไม่กะพริบ
คฤหาสน์บรรพชนตระกูลหวาง
“องค์ชายว่าอย่างไรนางไปแล้ว”
หวางอี้ตันสะดุ้งตื่นจากภวังค์
“ข้าตามนางไปจะดีไหมเ้ารั้งอยู่ที่นี่ เผื่อว่าจะมีโอกาสขอให้นางช่วย” เสี่ยวปาพยักหน้าหงึกหงัก
น้ำหวานสาวเท้าออกจากคฤหาสน์ หวางอี้ตันก้าวขาตามออกไปอย่างลืมตัว ม่านบางๆ ที่กางกั้นอยู่กลับขยายเปิดออกทันที เสี่ยวปาะโตัวลอย
“องค์ชาย ออกไปได้แล้ว”ที่ข้อมือของหวางอี้ตัน มีด้ายสีขาวผูกไว้กับข้อมือของน้ำหวาน ที่เชื่อมโยงลากดึงกันไปมา น้ำหวานเดินไปที่รถหวางอี้ตันรีบ พุ่งตัวทะลุม่านบางๆ ออกไป รู้สึกว่าร่างกายเริ่มหนักอึ้ง หันหน้าหันหลังโบกมือให้เสี่ยวปาที่ออกมายืนด้านนอกยิ้มแก้มปริ
“แม่นาง ๆๆๆ ”น้ำหวานได้ยินเสียงเพียงแ่เบาแต่คิดว่าตัวเองหลอนไปเอง
“ไม่มีไม่มีอะไรทั้งนั้น ฉันไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น”พึมพำเบาๆ
หวางอี้ตัน คว้าข้อมือน้ำหวานไว้เต็มเปา ััอบอุ่นมีเนื้อหนัง
“อย่าปล่อยนะ”น้ำหวานะโลั่นเมื่อััได้ถึง มือของใครบางคนจับแน่นที่ข้อมือบาง
“แม่นางฟังข้าก่อน”น้ำหวานยกมือขึ้นปิดหูแน่นส่ายหน้าไปมาหลับตาปี๋
“ข้ามีเื่ให้ช่วย”
“ไม่ได้ยิน”
“ไม่ได้ยินแล้วตอบได้อย่างไร ขอร้อง”ประสานมือคารวะตรงหน้า
“ข้ารอคอยแม่นางมา600กว่าปี”เสียบกุญแจรถก่อนจะเปิดประตูแต่ช้าไปกว่าที่คิดเมื่อหวางอี้ตันเข้าไปนั่งข้างๆ
“ลงไป ลงไปเดี๋ยวนี้”หวางอี้ตันอมยิ้ม
“ไหนว่าไม่เห็นไม่ได้ยิน”หันมองหวางอี้ตันซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหวางอี้ตันช่างหล่อเหลาเกินผี
“ไปให้พ้น” ปากไวเท่าความคิด
“ไปไม่ได้ เ้ามองเห็นข้าแสดงว่าเรามีวาสนาต่อกัน เ้ามาเพื่อปลดปล่อยเรา”
“ปลดปล่อยอะไรกันในเมื่อออกมาได้แล้วก็ไปสิ จะมาตามทำไม หรือว่า้าจะตอบแทนบุญคุณไม่ ไม่ๆ ฉันไม่เอาหรอกไปเถอะอย่าได้เจอะได้เจอกันอีกเลย”หวางอี้ตันยื่นหน้าเขาไปใกล้สุดใกล้แทนที่จะออกไปไกลๆ อย่างที่น้ำหวานบอก
สูดกลิ่นหอม ตรงหน้าเหมือนแกล้งหลับตาสุดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด น้ำหวานอ้าปากค้างเผลอเช็ดน้ำลายในเมื่อใบหน้าของอี้ตัน หล่อเหลาเนียนใส เหมือนดาราซีรีส์จีนย้อนยุค นี่หลุดออกมาจากกองถ่ายหรือไร เกือบจะแนบชิดกับใบหน้าของน้ำหวาน เผลอยกมือขึ้นจับที่แก้มใส
“อุ่น... จังนายเป็ผีหรือคน” หวางอี้ตันจับมือบางไว้เบาๆ
“เป็ผี”
“ว้าย ปล่อย ปล่อยเลยนะ ถ้าจะเป็ผีปล่อยเดี๋ยวนี้ ยกมือประนม อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย ฉันกลัวแล้ว ไม่ได้ลบหลู่อะไรทำไมต้องมาหลอกกันด้วย”หวางอี้ตันแกะมือที่ปิดตาออก
“เ้ากลัวข้าด้วยหรือ”ทอดเสียงอ่อนโยน
“กลัวสิ ก็เป็ผี”จับมือบางไว้
“เป็ผี แต่ไม่ได้จะทำอะไรเ้าเสียหน่อย เ้าเป็ผู้มีพระคุณ”
“ไม่เอาไม่อยากเป็ สิ่งเดียวในโลกที่ฉันกลัวที่สุด คือผีนี่แหละ”