เมื่อหลินซุนลี่กลับไปก็เหมือนกงชิงหยางิญญาหลุดลอยเขาไม่เพียงไม่พูดจายังเอาแต่เก็บตัวในห้องหนังสือเงียบมีเพียงเวลาทานอาหารร่วมกันมื้อเช้าเท่านั้นที่ได้พบหน้า สิ่งนี้ไม่ได้สร้างความกังวลใจให้กับหลิวอี้เฟยมากเท่าไรนางพอจะคาดเดาความคิดเขาได้ว่าตอนนี้เขาก็คงรู้สึกสับสนระหว่างนางและหลินซุนลี่ในเมื่อรักเก่ายังอยู่ในใจไม่จางส่วนคนใหม่แม้จะเรียกได้ว่ารักได้ไม่เต็มปากแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรในเมื่อนางอยู่ในตำแหน่งฮูหยิน
“ฮูหยินนี่ก็วันที่สามแล้วนะเ้าค่ะ” อี้ซูเม่ยสาวใช้คนสนิทพูดพลางทำหน้าราวกับจะร้องไห้เพราะดูเหมือนผู้เป็นายหญิงจะไม่มีท่าทีทุกข์ร้อน
“สามวันแล้วอย่างไร” นางยังคงนั่งจัดการบัญชีร้านค้าประจำเดือนนี้ที่หลงจู๊แต่ละร้านส่งมาให้โดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
“หากนายหญิงยังคงนิ่งเฉยสตรีผู้นั้นคงจะแย่งชิงนายท่านไปแน่ๆ นางอ้างว่ามาเยี่ยมบุตรชายแต่กลับตามประกบนายท่านไม่ห่างเจตนาชัดว่า…” สาวใช้คนสนิทจำต้องหยุดพูดเมื่อหลิวอี้เฟยเงยหน้าจ้องมองตน
“กงชิงหยางเป็สามีข้าแท้ๆ ข้ายังไม่ทุกข์ร้อนอะไรเ้านี่ช่างเหมาะกับคำที่ว่าฮ่องแต้ไม่ขยับขันทีกระวนกระวายเสียจริง” หลิวอี้เฟยพูดพร้อมรอยยิ้มล้อเลียน
“บ่าวเพียงเป็ห่วงฮูหยิน” อี้ซูเม่ยทำได้เพียงบ่นกระปอดกระแปดไม่รู้ฮูหยินคิดอะไรอยู่ถ้าเป็นางคงบุกไปตบให้หายแค้น
“ซูเม่ย..ไปบอกพ่อบ้านให้เตรียมรถม้าทีในเมื่อวันนี้เ้าอารมณ์ไม่ดีงั้นข้าจะพาเ้าไปเที่ยวแล้วกัน” พูดจบนางก็ปิดสมุดบัญชีเ่าั้แล้วก้าวเท้าออกจากเรือนไป ระหว่างทางก็ได้ยินเสียงหัวเราะสดใสลอยมานางจึงหยุดมองไปทางเสียงนั้น ต้นทางเป็ศาลารับลมริมสระบัว ในศาลามีกงชิงหยางที่กำลังหัวเราะมีความสุขกับหลินซุนลี่และเสียงพูดคุยของเด็กชายอีกสองคนดูเหมือนเป็ภาพครอบครัวสุขสันต์เพียงแต่สตรีในศาลานั้นหากพูดถึงความเหมาะสมควรจะเป็นางไม่ใช่อดีตภรรยาอย่างหลินซุนลี่
ในอดีตนางเศร้าเสียใจเมื่อเห็นภาพนี้ความรู้สึกปวดร้าวแน่นในอกแทบกระอักเป็ก้อนเืทนกลืนก้อนความขมขื่นไว้ไม่ปริปากพูดสิ่งใดเพราะเห็นแก่ผู้เป็สามี หากนางโวยวายอาละวาดอาจดูไม่ดีในสายตาบ่าวไพร่และความรักจากเด็กชายสองคนที่นางทุ่มเทให้ราวลูกในไส้อาจพังทลาย คิดเพียงว่าหากนางดีพอสามีย่อมรักและไม่ทอดทิ้งนางส่วนเด็กสองคนนั้นต้องรับรู้ได้ว่านางจริงใจเพียงใด นางยังสอนพวกเขาเสมอว่ามารดามีเพียงคนเดียวคือคนให้กำเนิดต้องรักและกตัญญู ส่วนนางเป็เพียงผู้ที่เลี้ยงดูแค่เครพและรักนางบ้างก็พอจนวันหนึ่งที่กงลู่ิต่อยตีกับเพื่อนในสำนักศึกษานางในฐานะมารดาจึงต้องทำโทษแต่กงลู่ิกลับสวนขึ้นมาว่า'ท่านไม่ใช่มารดาข้า ข้ามีมารดาแค่คนเดียวข้าเกลียดท่าน' เวลานั้นนางเสียใจที่ความรักและหวังดีที่นางทำไม่ทำให้เด็กทั้งสองยอมรับในตัวนางเลยรู้สึกตัวเองไร้ค่าหลังฟื้นขึ้นจากความตายนั่นเหละนางจึงได้รู้ว่าต่อให้นางทำดีสักเท่าไรถ้าคนคนนั้นไม่เห็นค่ามันก็ไร้ความหมาย
“ฮูหยินท่านจะเข้าไปที่ศาลาหรือไม่เ้าคะ"เสียงอี้ซูเม่ยเรียกขึ้นทำให้นางหลุดจากภวังค์
“ไม่จำเป็” พูดจบร่างงามในชุดสีม่วงอ่อนก็ก้าวเท้าออกไปทางประตูใหญ่แล้วขึ้นนั่งลงในรถม้าพร้อมสาวใช้คนสนิท
“แต่….” อี้ซูเม่ยทำท่าจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“ซูเม่ยถ้าข้ามีค่าพอเขาจะต้องกลับมาหาข้าแต่หากสิ่งที่เขาเลือกไม่ใช่ข้าต่อให้รั้งไว้แล้วอย่างไรในเมื่อมันไร้ประโยชน์...บอกคนรถไปหมู่บ้านล้อมหลิว"พูดจบก็หลับตาลงใจสมองนึกเพียงสิ่งที่จะทำต่อจากนี่เท่านั้น
หลังจากวันนี้ไม่นานหลินซุนลี่จะหายตัวไปเฉยๆ เหมือนไม่เคยปรากฏตัวที่สกุลกงมาก่อนจากนั้นอีกสามปีนางจะกลับมาพร้อมทรัพย์สมบัติจากสามีที่ตายไปพร้อมทั้งทวงตำแหน่งฮูหยินสกุลกงกลับคืนดังนั้นหลิวอี้เฟยจึงคิดตัดเส้นทางการร่ำรวยของสามีนางโดยการไปชิงตัวคนเลี้ยงไหมปลูกหม่อนในหมู่บ้านล้อมหลิวมาเสียก่อนก่อนที่จูเสิ่นสามีของหลินซุนลี่จะรู้ข่าวหมู่บ้านแห่งนี้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า