เรืออากาศโท ทัศน์ มนัสเนตรกำลังหงุดหงิดกับการจราจรบนถนนราชดำริที่ไม่เป็ใจให้เขาขับรถตรงกลับบ้านรวดเร็วดังใจ หลังไปปฏิบัติราชการสนามที่อู่ตะเภาตลอดสัปดาห์ ร่างกายอ่อนเพลียใจจึงแล่นถึงอ่างอาบน้ำเย็นฉ่ำกับเตียงนอนแสนสบายที่บ้านตั้งนานแล้ว
ทว่าแวบเดียว...เสี้ยววงหน้าหญิงสาวคนหนึ่งตัดผ่านกระจกข้างรถ มือพลันหมุนพวงมาลัยออกจากเส้นทางที่ควรมุ่งไปข้างหน้า ขับจี้ตามร่างก้าวฉับ ๆ บนส้นสูง โบผูกข้างลำคอระหงปลิวตามจังหวะย่างกราย ท่ามกลางกระแสรถติดยาวเหยียดของย่านธุรกิจ พยายามจับจ้องด้านหลังหญิงสาวชุดลำตัวเข้ารูปกระโปรงปล่อยบานที่ซอกซอนไปตามผู้คนไม่ให้คลาดสายตา หล่อนเลี้ยวหายตรงมุมตึก เขาหักล้อตาม กระทั่งร่างต้องตาแลสวยเฉี่ยวลับหลังไปทางประตูเข้าห้างสรรพสินค้าไทยไดมารู โดยไม่ลังเลเขาเร่งโฉบรถจอดข้างทาง ทิ้งเชลบี ค็อบบราคันโก้ตรงนั้นทั้งรู้ว่าไม่พ้นโดนใบสั่งแน่ๆ ไล่ตามหญิงสาวเข้าห้างที่ลูกค้าขวักไขว่ เดินกึ่งวิ่งตามหาเ้าของเสี้ยวหน้าซึ่งดึงดูดเขาจนมาถึงที่นี่ ยังไงต้องขอเห็นหน้าแม่สาวคนนั้นชัด ๆสักทีสิน่า !
เดินหาทั่วชั้นหนึ่งไม่เจอชายหนุ่มขึ้นบันไดเลื่อนสู่ชั้นสอง ขณะที่เธอผู้นั้นตรงแน่วยังห้องน้ำแต่แรกมาถึง ปลอดพ้นจากสายตาผู้ตามั้แ่ต้น เธอหยิบถุงผ้าปักกับชุดกระโปรงผ้าฝ้ายและรองเท้าส้นแบนจากกระเป๋าหนังทรงกล่องใบเก๋ที่ถือมา ภายหลังจากเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็แบบพื้นที่สุด รวบผมจับลอนสวยขึ้นผูก ใบหน้าที่บรรจงแต่งหยาดเยิ้มถูกลบทิ้งเหลือเพียงผิวเนื้อแท้ เธอมองดูตัวเองในกระจก
รัมภาเพียงพิศ...
รัมภาแปลว่า นางฟ้า แต่หากนางฟ้าปีกหักร่อนตกลงดินตรงไหนดี...
เธอยิ้มให้เงาสะท้อนครึ่งร่างเหนืออ่างล้างมือ จากนั้นมุ่งหน้าออกจากห้างยังจุดหมายต่อไป ไม่รู้เลยว่าได้ทิ้งชายคนหนึ่งให้เที่ยววนตามหาไว้เื้ั
ขณะนี้หม่อมราชวงศ์รัมภาเพียงพิศวิมุขมาศมายืนตรงหน้าบ้าน ‘มนัสเนตร’ อันเป็ที่หมายแล้ว
“นั่งรอตรงนี้ คุณหญิงยังไม่กลับ”
แม่บ้านใหญ่มาดเคร่งครึสั่งเสียงห้วนเฉียบ คนที่ภรรยาท่านรัฐมนตรีนัดไว้หยุดตรงมุมรับรองของโถงหน้า ภายในห้องโอ่อ่าตกแต่งสไตล์ยุโรปลูกผสม หญิงสาวในชุดกระโปรงพื้น ๆ หิ้วถุงผ้าปักดูมอซอไปถนัดใจ ทว่านอกจากไร้ทีท่าตื่นรัศมีหรูหราอลังการที่แผดใส่ เธอสอดส่ายสายตาคล้ายมองหาสิ่งหนึ่งทั้งที่เพิ่งมาเยือนคฤหาสน์แห่งนี้ครั้งแรก ครั้นแล้วแววตาวาวโรจน์เมื่อเห็นเปียโนโบราณที่ตั้งเยื้องผนังกระจกติดม่านขาวโปร่งบาง
แม่เคยสอนลูกสาวตัวน้อยเล่นเปียโนหลังนั้น
“สะสมสิ่งดี ๆ ไว้เป็ประโยชน์วันหน้า”
แม่เอ่ยขณะอุ้มลูกหญิงมานั่งบนตักและเล่าว่าชื่อเล่นสามพี่น้อง น้ำตาล-น้ำหอม-น้ำว้า มาจาก ต้นตาล-ต้นมะพร้าว-ต้นกล้วย แม่ตั้งให้เพราะต้นไม้เหล่านี้ขึ้นชื่อว่าสารพัดประโยชน์และประยุกต์ใช้ได้หลายแบบ
“รัมภาแปลว่ากล้วยได้ด้วย”
แม่กอดกระชับร่างน้อยแนบอกอุ่น “รัมภาเพียงพิศของแม่จะได้สารพัดประโยชน์สมชื่อกล้วยไงลูก” แล้วยิ้มเย้าเรียกลูกสาวคนเล็ก “หนูกล้วย”
“จะอะไรกันนักกันหนา ฉันเป็คุณหญิงแล้วไปรวมกลุ่มกับแม่พวกผู้ดีเก่าทีไร ยังต้องแบ่งคุณหญิงตราตั้งแยกคุณหญิงโดยกำเนิด”
คุณหญิงสดศรีเดินบ่นปอดแปดดังคับบ้านมาทิ้งตัวปุบลงโซฟาหลุยส์ผนังข้างหลังเป็ฝาปะกนเรือนไทย หญิงสาวถูกกระชากจากภวังค์ เ้าบ้านไม่พูดพร่ำทำเพลงถามผู้นั่งรอ
“เอ้าว่ามา ชื่อเสียงเรียงนาม”
“กล้วยค่ะ” คนตอบเร็วพอกัน
“หล่อนชื่อกล้วยลุ่นๆ ด้วน ๆ รึ ไม่มีสร้อยต่อ...หอมทอง หักมุก มะลิอ่อง นางกลาย”
รอยยิ้มนิดๆ ผุดริมฝีปากหญิงสาว รัมภาหมายถึงนางฟ้ากับกล้วย นางฟ้าตก์เป็กล้วยนางกลาย...นางกลายเป็กล้วย สารพัดประโยชน์ดี
“เอ้ามายิ้ม เพื่อนเล่นหล่อนเรอะ ! ฉันได้ยินผ่านหูคุณนายสอางค์บอกหล่อนชื่ออะไร...พิดๆ พัด ๆ”
“เพียงพิศค่ะ”
“ที่บ้านทำอะไร”
เ้าตัวเหลือบเห็นขบวนคนรับใช้หอบหิ้วถุงเรียงแถวเข้ามา หนึ่งในนั้นคือถุงขนมตำรับวังวิมุขมาศ
“ทำของขายค่ะ” คำตอบเลี่ยงโกหก
“อ้อลูกพ่อค้า เรียนจบถึงไหน”
“ม.ศ.ห้าค่ะ”
“แล้วฉันจะเชื่อหล่อนได้ยังไง หลักถงหลักฐานอะไรก็ไม่มี”
“พอดีเอกสารอยู่ต่างจังหวัดค่ะ”
“นี่ถ้าคุณนายสอางค์ไม่รับรองหล่อน ฉันไม่เรียกมาคุยหรอกนะ ทำไงถึงเล่นเปียโนเป็ล่ะเรา”
ผู้สมัครงานหันทางเปียโนโบราณหลังงามแทนคำตอบ “ดิฉันลองเล่นให้ฟังเลยละกัน” แล้วพุ่งใส่เครื่องดนตรีโดยไม่รอคำอนุญาต
คุณหญิงสะดุ้ง “เอ้า! แม่คุณ นึกจะลุกก็ผลุบผลับ”
หยุดล้อดับเครื่องยนต์ตรงลานหน้าตึกแล้วนายทหารหนุ่มก้าวลงจากรถด้วยอารมณ์หงุดหงิดหนักขึ้นไปอีก นึกบ่นกับตัวเองว่าวิ่งวนหาจนเหนื่อยยังพอทำเนา แต่จั่วลมนี่สิ ไอ้ทัศน์เอ๊ย...ไล่ตามผู้หญิงชวดไม่ได้เห็นหน้าเขา แถมเจ็บกระดองใจปะคุณจ่าแยกเขี้ยวเขียนใบสั่งเข้าเต็มเปา แม่สาวคนนั้นก็ช่างไวเสียจริง รอดหลุดสายตายังกับหายตัวได้ อย่าให้รู้เชียวว่าเป็ใคร พ่อจะจับตีก้นสักสามที
ย่างเท้าขึ้นบันไดสี่ห้าขั้นเหยียบพื้นมุขหินอ่อนโอ่อ่าหน้าตึก กำลังจะก้าวเข้าประตูเขาชะงัก แว่วยินเสียงเปียโนพลิ้วไหวลอยจากข้างใน หยุดถอยหลังไปมองประตูอีกที...ลายขอบสีทอง ก็ถูกบ้านนี่หว่า พลันนึกขึ้นได้ว่าไม่นานมานี้มารดาได้เปียโนโบราณจากวังเก่ามา‘ประดับบ้าน’ อีกชิ้น
แล้วใครเล่นกันล่ะนี่...