ณ วัดแห่งหนึ่งในถิ่นทุรกันดาร ในเขตจังหวัดสุดแดนภาคตะวันออก
“หลวงพี่แสง ขี้โม้” สามเณรสามสี่รูปกับพระภิกษุที่กำลังจับกลุ่มคุยกันอยู่หน้าอุโบสถ ในคืนวันเพ็ญ ๑๕ ค่ำพระจันทร์เต็มดวงเพื่อทำกิจกรรมบางอย่าง
หลวงพี่แสงไม่พูดพล่ามทำเพลงเดินเข้าไปในอุโบสถที่มีแสงเทียนจากเทียนพรรษาสองเล่มใหญ่จุดอยู่หน้าพระประธานโดยมีเหล่าสามเณรเดินตามมาติดๆ
หลวงพี่แสงก้มกราบพระประธานพร้อมเดินอ้อมไปทางด้านหลังหยิบหวายอาคมยาวประมาณสองศอกขึ้นมาบริกรรมคาถา
“เดี๋ยวพอหลวงพี่กลายเป็เสือ เณรก็เอาหวายนี่ตีหลวงพี่หลวงพี่ก็จะกลับมาเป็คน” ว่าพลางหลวงพี่แสงก็ส่งหวายอาคมให้สามเณรรูปหนึ่งจากนั้นจึงไปนั่งบริกรรมคาถาโดยมีสามเณรจ้องมองอย่างใจจดใจจ่อด้วยความอยากรู้อยากเห็นเป็ยิ่งนัก
ทันใดนั้นร่างของหลวงพี่แสงค่อยๆ หมอบตัวโค้งไปกับพื้นอุโบสถดวงตาเริ่มแดงกล่ำ มีเขี้ยวงอกยาวออกมาจีวรที่คลุมร่างเริ่มกลับกลายค่อยเปลี่ยนเป็ลายเสือ เหล่าสามเณรเริ่มใกลัวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
อึดใจต่อมา ร่างของภิกษุห่มผ้าเหลืองค่อยๆ กลายร่างเป็เสือลายพลาดกลอนตัวใหญ่ส่งเสียงร้องคำรามก้องอุโบสถ เหล่าสามเณรใขวัญหนีตีฝ่อถลาวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทาง ลืมเื่หวายอาคมสนิท
“ช่วยด้วย เสือ เสือ เสือในโบสถ์”เหล่าสามเณรวิ่งไปใไปเตลิดออกไปจนถึงในหมู่บ้าน
เหล่าชาวบ้านที่ได้ยินต่างคว้าปืนผาหน้าไม้กรูกันเข้ามาในวัดหลวงพี่แสงแม้จะกลายเป็เสือแต่ก็พอมีสติตรงเข้าไปคาบหวายอาคมวิ่งออกไปหวังจะให้สามเณรช่วย
ทว่าอนิจจา กรรมมุนา วัตตะจี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็ไปตามกรรมฉันใดชาวบ้านที่เห็นเสือไม่ได้คิดว่าเป็พระ ปืนผาหน้าไม่ระดมยิงเข้าใส่
หลวงพี่แสงในร่างเสือยามนี้ คงต้องเอาชีวิตรอดไว้เป็ดีที่สุดตัดสินใจกระโจนเข้าป่าหนีลับหายไป
******
๒๐ ปีต่อมา พระเกจิอาจารย์ดังสายวิปัสสนารูปหนึ่งธุดงค์สถานมาถึงูเาเขียวเขตเทือกเขาบรรทัด บริเวณช่องเขาชะอม
ด้วยฌานบารมีที่โปรดสัตว์โลก เผชิญเข้ากับเสือจำแลงจึงนั่งทางในล่วงรู้ถึงความเป็ไปในอดีตของเสือตนนี้จึงหักกิ่งไม้ขึ้นมาบริกรรมคาถา ฟาดลงไปบนร่างเสือลายพลาดกลอนที่หมอบอยู่
เสือลายพลาดกลอนตัวใหญ่ค่อยๆ คืนร่างกลายเป็มนุษย์ตัวเปล่าเล่าเปลือยคลานเข้ามาหา ปากที่พยายามอ้าจะพูดจากล่าวขอบคุณแต่ไร้ซึ่งสำเนียงเสียงไขไปเสียแล้ว กิริยาท่าทางจะหมอบกราบหรือลุกเดินก็ลืมสิ้นซึ่งชาติกำเนิดในตัวตนที่จำต้องใช้ชีวิตในร่างสัตว์เดรัจฉานมาตลอด ๒๐ ปี
หยดน้ำตาที่เอ่อล้นจากเบ้าตาสร้างความะเืใจต่อพระเถระยิ่งนักแม้จะกลายร่างเป็มนุษย์ได้สมที่รอคอยมา ๒๐ ปีแต่อนิจจาความเคยชินกับชีวิตในร่างสัตว์เดรัจฉานทำให้สูญสิ้นความเป็มนุษย์ไปโดยปริยาย
เสือลายพลาดกลอนอีกตัวค่อยๆ เยื้องย่างกรายออกมาจากที่ซ่อนพระเถระได้แต่ถอนหายใจในกงกรรมกงเกวียน
“เวรกรรม เวรกรรม” กล่าวได้แต่เพียงเท่านั้นท่านก็ใช้กิ่งไม้ตีไปที่ศีรษะคนผู้นั้น ร่างกายค่อยๆกลับคืนเปลี่ยนเป็เสือลายพาดกลอนตัวเดิม
ดวงตาที่แน่นิ่งเหมือนจะยอมรับในโชคชะตา จ้องมองสำนึกในบุญคุณของพระเถระมันหันหลังกลับกระโจนไปเคล้าคลอเคลียกับเสือเพศเมียคู่ของมันที่มีเพียงพระธุดงค์เถระที่เพ่งมองด้วยฌาน ว่านางเสือเพศเมียนั้นได้ตั้งครรภ์อ่อนๆ
“อนิจจาของสัตว์โลก เฮ้อ เวรกรรมเวรกรรม”