วันรุ่งขึ้น
เฟยหรงตื่นแต่เช้ามืดเพื่อมาออกกำลังกายในยามเช้าเสร็จแล้วก็ไปเดินดูดอกไม้พิษที่ขาดการดูแลมานานหน้าเรือนของตนเองนางกวาดสายตามองไปรอบๆก็พบว่า มีดอกไม้บางส่วนแห้งเหี่ยวไปบ้างแล้ว เฟยหรงจึงนำดินในมิติธาตุที่มีปรานอัดแน่นออกมาใส่ให้พวกดอกไม้ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยาม นางก็ใส่ดินจนหมดจากนั้นก็เข้าไปอาบน้ำเพื่อล้างเนื้อล้างตัวเมื่อเช็ดตัวเสร็จ ก็เห็นมี่ถงยืนรอและเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้แล้ว
"คุณหนูจะทานข้าวเช้าเลยหรือว่ารอทานกับนายท่านดีคะ"มี่ถงเอ่ยถาม
"เดี๋ยวข้าค่อยท่านกับพวกท่านพ่อก็ได้อ้อจริงสิ เ้าไปตามบ่าวรับใช้ทุกคนออกมาพบข้าหน้าเรือนด้วยนะรวมทั้งจิ้นฝานและเทียนหลงด้วย" เฟยหรงเอ่ยพลางใส่เสื้อตัวเองไปด้วย
"เ้าค่ะ"มี่ถงรับคำสั่งแล้วเดินออกไป
เฟยหรงนั่งรอได้ไม่นานพวกบ่าวในจวนก็เดินตามกันมาอย่างพร้อมเพรียงกะจำนวนคร่าวๆก็มีประมาณ26คน มีทั้งคนแก่ วัยกลางคน และเด็กๆ
"คารวะคุณหนูเ้าค่ะ"เมื่อทุกคนมากันพร้อมหน้าแล้วก็เอ่ยคารวะคุณหนูอย่างพร้อมเพรียง
"นี่คือคนรับใช้ในจวนเ้าค่ะคุณหนูพวกเรามีกันทั้งหมด26คน" หญิงชราคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เฟยหรงจึงเลิกคิ้วเล็กน้อย
"แล้วพวกเ้าที่ยืนอยู่ตรงนี้มีหน้าที่อะไรบ้างหรือ"เฟยหรงเอ่ยถาม
"บ่าวมีหน้าที่ทำกับข้าวเ้าค่ะส่วนสองคนนี้เป็หลานสาวและหลานชายของบ่าวมีหน้าที่เป็ผู้ช่วย"หญิงชราผายมือไปที่เด็กสาวสองคนข้างๆและเด็กชายอีกคนหนึ่ง เดาอายุแล้วคงไม่เกิน25ปี เฟยหรงพยักหน้า
"บ่าวและอีก5คนตรงนี้อยู่ในเรือนซักรีดเ้าค่ะ" หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยแล้วผายมือไปยังอีกห้าคนด้านหลัง
"บ่าวและอีก10มีหน้าที่ทำความสะอาดจวนเ้าค่ะ"หญิงวัยกลางคนเอ่ยแล้วผายมือไปที่สาวใช้ที่ยืนเรียงรายกันอยู่ด้านหลัง
"บ่าวและอีก3คนตรงนี้มีหน้าที่ดูแลคอกม้าและขับรถม้าขอรับ" หนุ่มรับใช้เอ่ยขึ้นดูท่าทางทะมัดทะแมงใช้ได้ทีเดียว
"ส่วนบ่าวสองคนมีหน้าที่ดูแลสวนและอื่นๆเ้าค่ะ"หญิงสาวเอ่ย
เมื่อทั้งหมดพูดจบเฟยหรงก็ปรายตามองเล็กน้อยพลางเดินไปสำรวจแต่ละคนเมื่อนางสนใจคนไหนก็จะหยุดมองครู่หนึ่งก่อนที่จะเดินสำรวจคนอื่นๆต่อทำให้พวกเขารู้สึกสับสนงุนงงไม่น้อย
"เอาล่ะพวกเ้าคงสงสัยใช่หรือไม่ว่าเหตุใดข้าถึงเรียกพวกเ้ามา" เฟยหรงเอ่ยขึ้นในขณะที่เดินกลับไปอยู่ด้านหน้า
"คะ คุณหนูจะไล่พวกเราออกหรือบ่าวขอร้องล่ะเ้าค่ะ บ่าวไม่เอาเบี้ยหวัดก็ได้ ขอแค่ให้บ่าวได้อยู่รับใช้ตระกูลเว่ยจวบจนชีวิตจะหาไม่เถอะเ้าค่ะ!"สาวใช้คนหนึ่งคุกเข่าข้อร้อง เมื่อเห็นเช่นนั้นคนอื่นๆก็ทำตามทันที
"คุณหนูโปรดเมตตาด้วย"ทุกคนเอ่ยขึ้นเสียงดังเพราะกลัวว่าเฟยหรงจะไล่ออกจริงๆ
หากเป็คุณหนูเว่ยในเมื่อก่อนนั้นพวกตนก็คงไม่กลัวขนาดนี้ แต่นี่นางกลับจงใจปล่อยแรงกดดันระดับปรานนภาออกมาเพื่อข่มขู่มีหรือที่สาวใช้ที่มีพลังระดับต่ำกว่าจะไม่เกรงกลัว
มี่ถง จิ้นฝาน และเทียนหลงเองก็สงสัยว่าทำไมเฟยหรงถึงทำเช่นนี้แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาได้เพียงแต่ยืนดูอยู่เฉยๆเท่านั้น
เดิมทีพวกนางเป็เพียงแค่คนเร่ร่อนไร้บ้านแต่ได้ท่านหลิงเฟยพามาชุบเลี้ยงในจวน ทั้งยังได้กินดีอยู่ดีครบสามมื้อจึงสำนึกในบุญคุณและถวายตัวรับใช้ตระกูลเว่ยนานนับสิบปี หากพวกนางจะตายก็ขอตายในจวนแห่งนี้เท่านั้น!
"ลุกขึ้นเถิดข้าไม่ได้จะไล่พวกเ้าออกเสียหน่อย" เฟยหรงเอ่ยขึ้นขำๆ
"ที่ข้าเรียกพวกเ้ามานั้นแค่อยากจะขอบคุณพวกเ้าที่ไม่ทิ้งตระกูลเว่ยของเราดูแลจวนแห่งนี้แม้จะมีกันไม่กี่คนก็ตามข้าเว่ยเฟยหรงขอขอบคุณพวกท่านจากใจจริง"เฟยหรงโค้งคำนับให้ทุกคนจนทั้งหมดต่างก็ใและรู้สึกตื้นตัน
"มิได้เ้าค่ะพวกข้าได้เหล่านายท่านคอยชุบเลี้ยงให้ความช่วยเหลือมาตลอด เื่เล็กๆน้อยเพียงแค่นี้พวกข้าทำได้เ้าค่ะ"สาวใช้คนที่ทำหน้าที่ซักล้างเอ่ยขึ้น ทำให้น้ำตาทุกคนรื้นออกมา ไม่เว้ยแม้แต่มี่ถงเพราะนางเองก็เป็หนึ่งในคนเร่ร่อนเหล่านี้ด้วยเช่นกันเฟยหรงเมื่อได้ยินดังนั้นก็คลี่ยิ้มออกมา
"พวกท่านคงเหนื่อยแย่ แต่อีกไม่นานข้าจะปรับปรุงจวนแห่งนี้และรับคนเข้ามาทำงานเพิ่มข้าจึงมอบหมายให้พวกท่านช่วยดูแลจวนแห่งนี้กันไปก่อน"เฟยหรงเอ่ยทำให้ทุกคนมีสีหน้าสงสัย
"รับเพิ่มหรือเ้าคะ...เอ่อไม่ใช่ว่าจวนเรา..." ตกอับหรอกหรือ แม้คำหลังจำไม่ได้พูดออกไปแต่เฟยหรงและคนอื่นๆก็เข้าใจดี
"เมื่อวานน่ะใช่แต่วันนี้ไม่ใช่" เฟยหรงเอ่ยแล้วนำถุงออกมา26ถุง
"นี่คือค่าตอบแทนของพวกเ้าตลอด2เดือน" เฟยหรงแจกจ่ายถุงเหรียญนั้นให้ทุกคน ทำให้พวกนางรู้สึกงุนงนพราะยังไงตัวเองก็ได้เงินเบี้ยหวัดทุกเดือนไม่ขาดจากนายท่านอยู่แล้วเมื่อเปิดมาก็ต้องตกตะลึงเพราะแต่ละถุงมีเหรียญทองถึง20เหรียญ
"คุณหนูนี่มันมากเกินไปนะเ้าคะ เบี้ยหวัดเดือนหนึ่งเพียงแค่5เหรียญทองก็เกินพอแล้วและที่สำคัญนายท่านก็ยังจ่ายเงินให้เราไม่เคยขาดสักครั้งนะเ้าคะ"หญิงชราที่มีหน้าที่ทำอาหารเอ่ย
"เอาไปเถอะถือว่าเป็ค่าขอบคุณที่ไม่ทิ้งจวนเราไปไหนพวกเ้าจะเก็บไว้หรือนำไปซื้อของใช้ส่วนตัวก็ย่อมได้ ให้ดีซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆบ้างเถิดใส่ชุดแบบเดิมๆพวกเ้าเองก็คงเบื่อแย่"เมื่อเฟยหรงเอ่ยจบทุกคนก็มีสีหน้าตื้นตันทันที ในคราแรกที่พวกนางได้เห็นมี่ถงในชุดจอมยุทธสีชมพูสวยงามก็พลันนึกอิจฉาแต่ตอนนี้พวกนางสามารถซื้อชุดแบบนั้นได้แล้ว
"หากเงินไม่พอตรงส่วนไหนก็มาบอกข้าอย่างของในครัวขาดเหลืออะไร ก็สามารถมาเอาเงินจากข้าได้เพราะพวกเราทุกคนล้วนฝากท้องไว้กับท่าน" เฟยหรงเอ่ยกับแม่ครัวตรงหน้า
"ข้าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเ้าค่ะ"นางพยักหน้าเบาๆ
"จริงสิพวกเ้าอยู่ส่วนดูแลม้าสินะ" เฟยหรงเอ่ยถามชายหนุ่มทั้ง4คนที่ยืนด้านหน้า
"ขอรับ"พวกเขาพยักหน้าพร้อมกัน
"อีกไม่นานข้าจะสร้างร้านโอสถไว้ตรงนั้นรบกวนพวกเ้าย้ายคอกม้าไปไว้หลังจวนด้วยนะ ส่วนเื่เงิน พวกเ้าก็มาเอาจากข้าได้"เฟยหรงเอ่ยขึ้น ทั้ง4สงสัยไม่น้อยว่าทำไมถึงต้องย้ายเพราะข้างจวนอีกฝั่งก็สร้างได้แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
"ขอรับ" ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นทำให้เฟยหรงคลี่ยิ้มเล็กน้อย
"เอาล่ะ ในเมื่อไม่สิ่งใดแล้วก็จงไปทำงานของพวกเ้าเถิด พวกท่านพ่อคงจะใกล้ตื่นกันแล้ว" เฟยหรงเอ่ยจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองอย่างขยันขันแข็ง
จากนั้นเฟยหรงก็เดินสำรวจภายในจวนต่อสักพักเพื่อทบทวนความจำของร่างเดิมไม่นานมี่ถงก็มาตามให้ไปทานอาหารในห้องกับครอบครัว
"ท่านพ่อท่านแม่เ้าคะเดี๋ยวสายๆข้าจะออกไปหานายช่างใหญ่เพื่อติดต่อสร้างโรงฝึกกับร้านโอสถนะเ้าคะ"เฟยหรงเอ่ยในขณะที่กำลังคีบข้าวสวยเข้าปาก
"เ้าจะไปเลยงั้นหรือไม่เร็วไปหน่อยรึ" ช่างล่างถามบุตรสาว
"ไม่หรอกเ้าค่ะ"เฟยหรงส่ายหน้า
"ถึงจะคุยกันไปพวกเขาเองก็อาจจะมีงานอยู่ก่อนแล้ว เราไปจองระยะเวลาทำงานก่อนดีกว่านะเ้าคะ"
"ข้าเห็นด้วยนะขอรับท่านแม่พวกนายช่างวันๆหนึ่งถูกจ้างหลายที่ หากเราจองไว้ก่อนย่อมไม่เสียหายอะไร"ฉือเฉิงเอ่ยเสริม
"ข้าจะไปกับเ้าด้วยไหนๆก็ว่างอยู่แล้ว" ชางลี่เอ่ยขึ้นยิ้มๆพร้อมมองหน้าเฟยหรง
"ข้าด้วย!"ฉือเฉิงเอ่ยขึ้นทันที
"เ้าต้องเข้าวังไปทำงานมิใช่หรือน้องรอง"เหมือนครั้งนี้พี่ใหญ่จะเป็ฝ่ายได้เปรียบ ทำเอาฉือเฉิงหน้าบึ้งทันที
"แล้วเ้าไม่ไปกับข้าหรือ"เฟยหรงเอ่ยถามน้องชายข้างๆ
"ข้ามีเรียนตำรายุทธ์กับท่านพ่อคงไปด้วยไม่ได้" หลิงอี้ส่ายศีรษะน้อยๆ เฟยหรงจึงพยักหน้าเข้าใจ
"เฮ้อ...จะว่าไปทำไมข้าถึงมีพี่ชายที่ห่วงพี่สาวขนาดนี้พี่ใหญ่และพี่รองแห่งตระกูลเว่ยผู้น่าเกรงขามเมื่ออยู่ต้องหน้าพี่สามแล้วเหตุใดถึงกลายเป็เด็กเช่นนี้"หลิงอี้บ่นเบาๆแต่ก็ดังพอให้ทุกคนได้ยิน ทำเอาทั้งพ่อทั้งแม่และเฟยหรงหลุดขำออกมา
"ฮ่า ฮ่าเ้าพูดถูกนะน้องรัก"เฟยหรงเอ่ยเสริมแล้วเอื้อมมือไปขยี้ผมน้องชายอย่างเอ็นดู
"เหอะ เ้าเองก็เด็ก"ฉือเฉิงเอ่ย
"ข้าเด็กเพราะข้ายังไม่โตหรอกแต่พวกท่านนั่นแหละ โตแล้วแต่ยังทำเป็เด็ก แบร่" หลิงอี้แลบลิ้นใส่พี่รองของเขา
"พอๆหยุดทะเลาะกัน ทานข้าวต่อเถิดกับข้าวเย็นชืดหมดแล้วเห็นหรือไม่" หลิงเฟยเอ่ยพลางส่ายศีรษะไปมา
"เพราะท่านแม่ห้ามหรอกนะฝากไว้ก่อนเถอะ" ฉือเฉิงเอ่ยคาดโทษน้องชายตัวแสบหลิงอี้เองก็ได้แต่แลบลิ้นใส่เท่านั้น
ยามซื่อ(09.00 - 10.59)
เฟยหรงและชางลี่ออกจากจวนเพื่อเดินทางไปที่โรงช่างไม้อย่างไม่รีบร้อนมากนักส่วนมี่ถงนั้นนางมอบหมายให้ไปดูแลความสงบเรียบร้อยภายในจวนเทียนหลงเองก็เอาแต่นอนทั้งวัน วันๆหนึ่งไม่นอนก็ตื่นมากินอาหารที่เตรียมไว้ ส่วนจิ้นฝานเฟยหรงให้ออกไปสืบข่าวเื่ต่างๆในวังหลวงคงจะไม่ได้เจอกันอีกนาน
ทั้งสองเดินเข้ามาในตัวเมืองเรื่อยๆก็ได้ยินคำซุบซิบนินทาไม่หยุดบางคนก็จำนางได้เพราะเมื่อคืนนั้นเฟยหรงออกมาเดินเที่ยวกับบุตรชายตระกูลเว่ยทั้งสองและวันนี้ยังมาเดินกับบุตรชายคนโตของตระกูลเว่ยอีก จึงทำให้ตกเป็เป้าสายตาของคนที่เดินผ่านไปมา
เดินมาไม่นานเท้าก็ต้องหยุดลงที่หน้าที่หน้าอาคารไม้แห่งหนึ่งภายนอกดูธรรมดาแต่ก็ต่อเติมด้วยไม้เนื้อดี ด้านหน้ามีป้ายเขียนว่า โรงช่างไม้เฟยหรงและชางลี่จึงเดินเข้าไปภายในร้านทันที ไม่นานก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินมารับแขก
"ยินดีต้อนรับคุณชายเว่ยและแม่นางน้อยเชิญๆ เชิญด้านในก่อน" ชายคนนั้นจำหน้าชางลี่ได้ก็รีบเข้ามาพูดคุยและเชิญทั้งสองไปด้านใน
"วันนี้คุณชายจะมาทำอะไรหรือ"ชายคนนั้นถาม
"ข้าเปล่าน้องสาวข้าต่างหาก" ชางลี่ปรายตามองไปที่เฟยหรงทำให้ชายวัยกลางคนผู้นั้นเลิกคิ้วเล็กน้อย
"แม่นางน้อยท่านนี้คือคุณหนูเฟยหรงแห่งตระกูลเว่ยหรือ?"เขาถาม
ได้ยินมาว่าบุตรสาวคนเดียวของท่านเว่ยช่างล่าง ไร้ลมปรานมิใช่รึ...แล้วเหตุใดถึง...
"เ้าค่ะ ข้าเว่ยเฟยหรง"นางแนะนำตัวเอง ชายวัยกลางคนจึงพยักน้อยๆ
"งั้น ไม่ทราบว่าคุณหนูเว่ยจะมาติดต่อก่อสร้างสิ่งใดหรือ"เขาเอ่ยถาม
"ข้าจะมาจองคิวก่อสร้างอาคารสองแห่งและปรับปรุงจวนน่ะไม่ทราบว่าตอนนี้ท่านมีงานอยู่หรือไม่" เฟยหรงเอ่ยถาม
"อ่า คุณหนูมาถูกเวลามากที่พวกข้าไม่มีงาน่นี้พอดีหากคุณหนู้าสร้างสิ่งใดโปรดบอกกล่าว ข้าน้อย เทียนฟู่ฉางจะรีบไปเตรียมการให้" ฟู่ฉางเอ่ย
"งั้น..."เฟยหรงนำแบบแปลนสองแผ่นที่วาดไว้เมื่อคืนออกมาให้ฟู่ฉางดู
"ข้าอยากให้สร้างสำนักฝึกยุทธและร้านโอสถข้างๆจวนตระกูลเว่ยรวมทั้งปรับปรุงภายในจวนสักหน่อยด้วย" เฟยหรงเอ่ยฟู่ฉางปรายตามองแผนพังแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเป็ปมเพราะหากสร้างจริงๆคงกินเวลาไปหลายเดือน และต้องใช้เงินจำนวนมากเขาเองก็พอรู้มาบ้างว่าตระกูลเว่ยตกอับถึงขนาดไล่คนใช้ออกเกือบทั้งหมดแต่ไม่นึกว่าจะทุ่มทุนสร้างของแบบนี้เลย
"คุณหนูจะเอาแบบนี้จริงๆหรือ?"เขาหยิบแบบแปลนแผ่นที่ใหญ่ที่สุดซึ่งเป็แปลนสำนักยุทธออกมาดูรู้สึกประทับใจไม่น้อยเพราะรายละเอียดทุกอย่างครบถ้วนดีทั้งตัวเลขบอกขนาดและอื่นๆแถมยังวาดทั้งด้านหน้าด้านหลัง และด้านข้างอีกด้วย
"ใช่ต้องใช้เวลาเท่าไหร่หรือ" นางเอ่ยถาม
"อืมมมสำนักยุทธคงต้องใช้เวลาน้อยสุด3เดือนเศษๆ มากสุดก็คงจะ4-5เดือน ส่วนร้านโอสถใช้เวลา1เดือนก็คงจะเสร็จ"เขาเอ่ย
"งั้นสร้างร้านโอสถก่อนแล้วค่อยสร้างสำนักยุทธแล้วกันนะท่านฟู่ฉางตรงนั้นเดิมทีเป็โรงเก็บม้ารบกวนพวกท่านช่วยทุบทิ้งด้วยนะ"เฟยหรงเอ่ยแล้วหยิบแบบแปลนร้านโอสถขึ้นมาทวนดูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
"ได้ขอรับ" ฟู่ฉางพยักหน้าเบาๆ
"ขอข้าดูแบบแปลนหน่อยสิ"ชางลี่เอ่ยพลางมองไปที่แบบแปลนในมือเฟยหรงเขาไม่นึกว่าน้องสาวตัวน้อยของเขาจะสามารถเขียนแบบได้สวยงามเช่นนี้
"แล้วเื่เงินละทั้งหมดเท่าไหร่หรือ" เฟยหรงยื่นแบบแปลนให้พี่ใหญ่ของนางดูแล้วหันไปถาม
"เอ่อ..." ฟู่ฉางอึกอักเล็กน้อยถึงจะรู้มาว่าตระกูลเว่ยตกอับแต่ก็ไม่สามารถลดให้ได้กว่านี้เขาจึงไม่กล้าเอ่ยออกไป
"โปรดบอกมาเถิด"เฟยหรงเอ่ยอีกครั้ง
'ท่านบอกราคาจริงข้าผ่านทางลมปรานมาแล้วฝากโกหกราคาให้ต่ำกว่านี้หน่อยนะ' เฟยหรงส่งเสียงผ่านลมปรานไปให้เขาแม้นายช่างจะแปลกใจแต่ก็ไม่ขัดอะไรเฟยหรงเอ่ยบอกจำนวนราคาตามจริงผ่านลมปรานเสร็จก็เอ่ยบอกราคาที่คำนวณไว้ให้ต่ำที่สุดกับชางลี่
"ร้านโอสถ1หลังมี4ชั้นทั้งหมด2แสนเหรียญทองส่วนสำนักฝึกยุทธมีทั้งเรือนเล็กและเรือนใหญ่รวม50หลังมีทั้งลานฝึกยุทธและอื่นๆ3ล้านเหรียญทอง" เมื่อมาถึงตรงนี้ชางลี่ก็กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
"รวมทั้งสิ้น3ล้าน2แสนเหรียญทองขอรับ" ฟู่ฉางเอ่ยออกมาลอบปาดเหงื่อเล็กน้อยเพราะต้องโกหกราคากับชางลี่ผู้เป็ถึงอดีตแม่ทัพ
‘ดีแล้ว’เฟยหรงที่ได้ยินราคาที่นายช่างแอบส่งเสียงผ่านลมปรานมาบอกก็พยักหน้าเบาๆ
"อืม ก็สมราคาอยู่" เฟยหรงพยักหน้า
"งั้นตอนนี้ข้าจ่ายของส่วนร้านโอสถไปก่อนแล้วกันหลังสร้างเสร็จข้าจะจ่ายมัดจำของสำนักยุทธอีกที" เฟยหรงเอ่ย
"จะ จ่ายเลยหรือขอรับ"ฟู่ฉางเอ่ยถาม เฟยหรงจึงพยักหน้าเบาๆ
"งั้นโปรดสักครู่ข้าขอไปเอาแหวนมิติก่อน" เอ่ยเสร็จฟู่ฉางก็เดินเข้าไปหลังร้าน ไม่กี่นาทีจึงออกมาพร้อมแหวนทองวงหนึ่ง
"พร้อมแล้วขอรับ"ฟู่ฉางเอ่ย เฟยหรงจึงนำหีบเงินออกมาจากแหวนมิตำจำนวน2หีบ
"แต่ละหีบมี1แสนเหรียญทอง เชิญท่านฉางฟู่ตรวจสอบ" เฟยหรงผายมือจากนั้นฟู่ฉางจึงส่งลมปรานเข้าไปตรวจสอบจำนวนเงิน เมื่อเห็นว่าครบจึงยกยิ้มขึ้นมา
"ครบหรือไม่"เฟยหรงเอ่ยถาม
"ครบขอรับ"ฟู่ฉางพยักหน้าแล้วนำหีบทั้งสองใบใส่เข้าไปในแหวนมิติ
"แล้วจะเริ่มงานได้เมื่อใดหรือ"เฟยหรงเอ่ยถาม
"ข้าขอเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือและลูกน้องไม่เกิน4-5วันคงจะเสร็จขอรับ คุณหนูโปรดวางใจ ข้าน้อยเทียนฟู่ฉาง คนนี้จะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอน" ฟูฉางเอ่ยเสียงดูอย่างนอบน้อมกว่าในตอนแรกมากนักอาจเป็เพราะเฟยหรงได้จ่ายเงินให้มาแล้วก็ได้
" ดี ! " นางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"เอาล่ะในเมื่อไม่มีสิ่งใดแล้ว ข้าและท่านพี่ขอตัว" เฟยหรงเอ่ยพลางปรายสายตาไปมองผู้เป็พี่ที่ดูเหมือนจะนิ่งอึ้งไปั้แ่ฟู่ฉางบอกจำนวนเงินแล้วเมื่อเขารับรู้ได้ว่ามีคนมองอยู่จึงรีบทำตัวให้เป็ปกติ
"ขอรับ"ฟู่ฉางเดินมาส่งทั้งสองคนหน้าอาคารเมื่อเห็นเฟยหรงและชางลี่เดินออกไปแล้วเขาจึงรีบเข้าไปเตรียมการทุกอย่างทันที
"พวกเ้ารีบไปเตรียมอุปกรณ์ก่อสร้างเดี๋ยวนี้ให้คนไปตัดไม้ในป่า ป่าอสูรพฤกษา ด้วยเอาต้นที่มีอายุมากที่สุด" ฟู่ฉางเดินไปบอกให้คนงานด้านใน
[ ป่าอสูรพฤกษา ป่าไม้ที่คั่นกลางระหว่างอาณาจักรัไร้พ่ายกับอาณาจักรอสูรคำราม ใช้เวลาเดินทางเพียง1วัน ด้านในป่านั้นมีเนื้อที่หลายพันตารางกิโลเมตร อีกทั้งในป่ามีความอุดมสมบูรณ์สูงและยังมีปรานอัดแน่นจึงทำให้ต้นไม้สูงหลายเมตร และยังเติบโตได้รวดเร็วมีความคงทนแข็งแรงเป็เหตุให้หลายอาณาจักรมักเดินทางมาเอาไม้ที่ป่าแห่งนี้ ]
ทางด้านเฟยหรง
"เงินมาขนาดนั้นจะไปเอามาจากไหนดีละเฟยหรงข้ามีเพียงไม่กี่แสนเหรียญทองเอง เมื่อรวมกับของทุกคนแล้วยังไม่ได้ถึงครึ่งของราคาที่ว่านั้นเลยนะ"ชางลี่เอ่ยหน้าเครียด จนเฟยหรงหัวเราะออกมาเบาๆ
"ไม่ต้องห่วงหรอกเ้าค่ะหากนำเงินของน้องไปรวมด้วยคงได้เกิดครึ่งแน่ๆ" เฟยหรงเอ่ย
"หลายเดือนมานี้เ้าไปทำอะไรมากันแน่เนี่ย"ผู้เป็พี่ถอนหายใจเบาๆ
"ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่พอจ่ายไปทั้งหมดหรอกเ้าค่ะหากร้านโอสถสร้างเสร็จ ข้ากะว่าจะจ่ายมัดจำค่าสำนักยุทธไปครึ่งหนึ่งก่อนจากนั้นก็ขายเอากำไรจากโอสถในร้านเมื่อสำนักสร้างเสร็จก็ค่อยจ่ายเงินอีกครึ่ง" เฟยหรงเอ่ย พลางคิดทบทวนเื่ที่ตนเองวางแผนเอาไว้
"เ้าเนี่ยคิดอะไรเกินตัวจริงๆข้าเองก็ละอายใจที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย" ชางลี่มีสีหน้าหม่นลงเล็กน้อยแม้จะอยากช่วยแต่เขาเองก็ค่อยไม่เข้าใจการค้าขายอะไรพวกนี้สักเท่าไหร่เพราะวันๆก็เอาแต่ฝึกทหารและวางแผนค่ายกลในการาเท่านั้น
"อย่าพูดเช่นนั้นเลยเ้าค่ะ"เฟยหรงเอื้อมมือไปจับไหล่อีกฝ่ายเบาๆ
"ข้าเพียงแต่อยากทำประโยชน์ให้ครอบครัวบ้างเท่านั้นเองเมื่อก่อนข้าไร้ลมปรานฝึกยุทธไม่ได้เป็เพียงแค่ภาระสร้างความลำบากให้ครอบครัวแต่พวกท่านพี่ก็ยังค่อยดูแลเอาใจใส่ตอนนี้ข้าจึงอยากทดแทนบุญคุณของพวกท่านบ้างเท่านั้นเอง" แม้ประโยคคำพูดดูเหมือนคนห่างคนไกลแต่ก็ทำให้ชางลี่ยิ้มออกมานิดๆ
"อย่าพูดแบบนั้นเลยเ้าไม่เคยเป็ภาระ แต่เ้าคือหนึ่งในครอบครัวของเรานะน้องรัก"ชางลี่เอ่ยขึ้นทำให้เฟยหรงรู้สึกอบอุ่นในใจ
เมื่อทั้งสองคนพูดความในใจกันจบจากนั้นก็เดินควงกลับจวนคล้ายคู่รักกัน ทำเอาเหล่าบรรดาหญิงสาวอกหักกันเป็ทิวแถว
ผ่านไป5วันก็มีคนจากโรงช่างไม้มาก่อสร้างอาคารข้างจวนตระกูลเว่ยทางปีกซ้าย
พวกชาวบ้านที่รู้ข่าวว่าตระกูลเว่ยจะสร้างร้านโอสถต่างก็ให้ความสนใจและคิดกันไปต่างๆนานาแต่เื่ที่พูดกันเยอะที่สุดคือเื่ที่คุณชายฉือเฉิงที่เป็ถึงแพทย์หลวงในวังอาจจะเป็ผู้ก่อตั้งร้านขึ้นเองเพื่อหาเลี้ยงช่วยครอบครัวทั้งยังได้ยินมาว่าคุณชายชางลี่เองก็จะเปิดสำนักฝึกยุทธเช่นเดียวกันเื่นี้บอกเล่ากันปากต่อปากในเมืองหลวงและทุกคนเองก็รอคอยที่จะยลโฉมสถานที่แห่งใหม่ทั้งสองแห่งในเมืองแทบไม่ไหว
ส่วนพวกตระกูลน้อยใหญ่ต่างก็รีบตระเตรียมเงินให้พร้อมเพื่อที่จะซื้อยาของทางร้านโอสถตระกูลเว่ยเพราะหากฉือเฉิงที่เป็ถึงแพทย์โอสถในวังเป็ผู้ทำขึ้นจริง ก็ย่อมต้องมีราคาสูงอย่างแน่นอนอีกทั้งยังเตรียมความพร้อมให้บุตรสาวและบุตรชายของตนเพื่อที่จะส่งเข้าเรียนในสำนักยุทธของชางลี่ที่เคยเป็ถึงแม่ทัพของจักรพรรดิองค์ก่อนอีกด้วย
ข่าวลือของตระกูลเว่ยแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงทำให้ใครๆต่างก็ตั้งตารอคอยสถานที่ทั้งสองแห่งที่กำลังก่อสร้าง
จวนตระกูลิ
"บัดซบ!"เสียสบถดังออกมาจากในห้องผู้นำตระกูล
"ใจเย็นๆก่อนนะเ้าคะท่านพี่"หญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นแล้วเดินไปจับมืออีกฝ่ายเบาๆอย่างเป็ห่วงใบหน้ารูปไข่สะอาดสะอ้านปากนิดจมูกหน่อยมีเครื่องแป้งแต่งเติมบนใบหน้าสีชมพูระรื่นขับให้งามเข้าไปอีกเรียกได้ว่างามจนล่มเมืองของนางขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ข้ารึอุส่าห์เข้าเป็พวกกับฝ่าาทั้งยังเกลี้ยกล่อมให้พระองค์ขับไล่ลูกชายมันออกไปได้ นึกว่าจะทำให้มันลำบากแต่ที่ไหนได้กลับคิดที่จะสร้างธุรกิจเป็ของตัวเอง ชาวเมืองน่าสังเวชนั้นก็เหมือนกันกะอีแค่ร้านโอสถกับสำนักยุทธเล็กๆทำไมต้องทำให้เป็เื่ใหญ่โต!"เขากัดฟันกรอด ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้เพลิงแค้นในดวงตายิ่งถาโถมหนักเข้าไปอีกเห็นดังนั้นหญิงสาวก็รีบเอ่ยขึ้นทันที
"ท่านพี่อย่าเดือดดาลไปเลยข้าว่าดื่มชาคลายเครียดดีกว่านะเ้าคะ เป็ถึงผู้นำตระกูลิอย่าเก็บเอาเื่เล็กๆน้อยๆมาใส่ใจเลย" นางเอ่ยแล้วรินน้ำชาทำให้เขามีสีหน้าอ่อนลง
"ก็มีแต่เ้านี่แหละ ซูหนี่ว์ที่เข้าใจข้า" เขายิ้มแล้วรับถ้วยชาจากนาง
"ข้าเป็ถึงฮูหยินใหญ่ของท่านลู่ซือ แห่งตระกูลิก็ย่อมต้องเข้าใจผู้เป็สามีที่สุดยังไงล่ะเ้าคะ"นางหันหน้าเอียงอายดูน่ามองไม่น้อย แม้จะอายุมากแล้วแต่ลู่ซือก็ยังรู้สึกว่านางยังไม่แก่ลงแม้แต่นิด
"ข้าผู้นี้มีภรรยาเช่นเ้าช่างโชคดีจริงๆแต่ถ้าหากเ้าสามารถให้กำเนิดบุตรได้คงดีกว่านี้" ลู่ซือเอ่ยยิ้มๆแล้วดึงนางมาหอมแก้มไม่ได้สนเลยว่าคำพูดของเขานั้นไปทำร้ายจิตใจของนางเพียงใด
"ท่านพี่!เดี๋ยวสาวใช้ก็เข้ามาเห็นหรอกเ้าค่ะ" นางตีแขนผู้เป็สามีเบาๆแล้วรีบลุกขึ้นลู่ซือจึงหัวเราะออกมาเบาๆ
"ก็เ้าน่ารักนี่นา"ลู่ซือเอ่ย ทำให้นางหน้าแดงไปถึงใบหู
"ไม่รู้แหละข้าออกไปดีกว่า" ซูหนี่ว์รีบเดินออกมาทำให้ผู้เป็สามีหัวใจพองโตแล้วกลับมานั่งทำงานต่อแต่ก็ไม่วายคิดเื่ของตระกูลเว่ยอยู่ดี
หลังจากที่ซูหนี่ว์ออกมาจากห้องแล้วนางก็เปลี่ยนจากสีหน้าเขินอายเมื่อครู่กลายเป็สีหน้าเรียบนิ่งเ็าทันที
"ขยะแขยงชะมัด" นางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดข้างแก้มที่ถูกหอมเมื่อครู่เบาๆ
"เหอะตายยากตายเย็นจริงๆนังหลิงเฟย" นางกำมือแน่นแล้วเดินตรงไปที่เรือนของตนเอง
ในระหว่างนั้นก็มีหญิงสาวท้องโตคนหนึ่งกำลังค้อมตัวคารวะนางจึงเปลี่ยนสีหน้าเป็ยิ้มแย้มทันทีมองดูคนเบื้องหน้าที่ต้องมีสาวใช้พยุงถึงสองคน
"คารวะท่านพี่ซูหนี่ว์"เป็อนุสี่ของลู่ซือนั้นเอง นางยิ้มออกมานิดๆแล้วลูบท้องของตัวเองที่นูนออกมา
"ร่างกายเ้าเป็อย่างไรบ้างเจ็บตรงไหนหรือไม่อีกเดือนก็จะคลอดแล้วเ้าก็อย่าออกมาเดินมากเลย จะกระเทือนถึงลูกเสียเปล่า"ซูหนี่ว์เอ่ยขึ้น ทำให้อนุสี่คลี่ยิ้มออกมา ดูเป็หญิงสาวที่อบอุ่นไม่น้อย
"ข้าช่างโชคดีที่มีฮูหยินใหญ่คอยเป็ห่วง"อนุสี่เอ่ยแล้วทำท่าจะย่อตัวคารวะ แม้นางเป็ถึงอนุสี่แต่เดิมแล้วก็แค่สาวใช้เท่านั้น เวลาจะทำอะไรจึงต้องเคารพผู้อื่นเสมอ
"เอาล่ะ ถ้างั้นข้าขอตัวล่ะ"ซูหนี่ว์เอ่ยขึ้นแล้วเดินผ่านไป
เมื่อเดินผ่านมาแล้วซูหนี่ว์ก็เปลี่ยนสีหน้าอีกครั้ง
"เป็แค่คนรับใช้กล้าขึ้นมาเป็อนุ...หึ...อยากรู้จริงๆว่าเมื่อเจอ'ซาก'เด็กในท้องจะทำหน้ายังไง" นางพึมพำออกมาเบาๆแล้วแสยะยิ้ม สายตาทอดยาวไปที่เรือนของตนเองยามก้าวขานั้นราวกับนางพญาก็มิปานทำให้สาวใช้ที่เดินผ่านต่างก็ก้มหน้าไม่กล้าเทียบเคียงบารมีแม้จะอยากเป็สาวใช้ส่วนตัวของนาง แต่เพราะฮูหยินใหญ่นั้นไม่ชอบคนมาคอยปรนนิบัติรับใช้เหมือนอนุคนอื่นทำให้สาวใช้ทุกคนสงสัยไม่น้อย
ซูหนี่ว์นั้นไม่มีคนรับใช้แม้แต่คนเดียวเพราะเวลาจะทำอะไรจะได้ลงมือได้สะดวกไม่ต้องคอยระวังหน้าระวังหลังนั่นเอง
เมื่อถึงเรือนแล้วก็เดินเข้าไปด้านในทันทีนางปิดประตูลงพลางใช้ลมปรานตรวจสอบในเรือนว่านอกจากนางและเงาลึกลับนั่นมีคนแอบซุ่มอยู่หรือไม่เมื่อไม่มีนางจึงนั่งลงบนเก้าอี้
"มี่ฮวน"ซูหนี่ว์เรียกเงาลึกลับนั้น ทำให้ร่างของเราปรากฏตรงหน้าของนางย่างรวดเร็ว
"เ้าไปสืบดูซิว่านังเด็กผู้หญิงที่เดินควงกับบุตรชายคนโตของตระกูลเว่ยเมื่อหลายวันก่อนเป็ใคร"ซูหนี่ว์ยิ้มและแผ่จิตสังหารออกมาทำให้รอบๆตัวนางรู้สึกได้ถึงความเย็นบางๆ
"ขอรับ"หลังจากรับคำสั่งเขาก็หายตัวไปทันที
ซูหนี่ว์เหยียดยิ้มแล้วนึกถึงผู้หญิงที่เดินควงกับชางลี่ไปที่โรงช่างไม้ตามที่ได้ยินชาวเมืองเล่ากันหากนางใช้หญิงสาวคนนั้นให้เป็ประโยชน์ได้คงจะดีไม่น้อย
"หึแค่ นังขยะ นั่นตายคงทำให้เ้าเสียใจไม่พอสินะ...งั้นข้าจะทำให้บุตรของเ้าทุกคนต้องทนทุกข์ทรมานนังหลิงเฟย!"
ซูหนี่ว์เอ่ยขึ้นอย่างหมายมั่นทำให้ เงาสองร่างที่ใช้วิชาพลางกายระดับสูง ปกปิดตัวตนไว้ส่ายหน้าเบาๆแล้วหายไปจากตรงนั้นเพื่อไปจัดการกับสายลับที่ชื่อว่ามี่ฮวนที่ซูหนี่ว์ส่งไปสืบข่าวทันที