หนิ่วเจี้ยนกั๋วถึงกับพูดด้วยความโกรธทันที “ สหายฉินรุ่ยเจียคุณยังเด็กเกินไป คุณมองปัญหาแค่ผิวเผินเท่านั้น ถ้าคุณไตร่ตรองดีๆ ไม่ว่าหลิวชิงหยู่จะมาสำนักงานทุกวันหรือไม่ แต่ก็ยังมีเอกสารมากมายที่เขาไม่ยอมสะสาง ซ้ำยังทิ้งหน้าที่ไปทำโครงการภูเขาชุ่ยผิง ดังนั้นเท่ากับว่าเขาละเลยบกพร่องต่อหน้าที่ ทุกคนให้เขาดำรงตำแหน่งนายก เพราะต้องการให้เขาทำงานราชการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่เขากลับมุ่งความสนใจไปที่โครงการภูเขาชุ่ยผิงจนไม่ได้จัดการงานเอกสารมากมาย มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือ?”
ฉินรุ่ยเจียพูดไม่ออกไปชั่วขณะท้ายที่สุดแล้วเมื่อหลักฐานอยู่ต่อหน้า เธอก็คงพูดอะไรไม่ได้ เรื่องนี้ทำให้เธอหดหู่มาก เธอไม่ใช่คนโง่ จากทัศนคติและท่าทีของเหล่าคณะกรรมาธิการ ทำให้เธอรู้ว่านี่คือแผนของเสวี่ยเหวินหลง กับ ซือเจิ้นเฉียง ที่คิดจะสาดโคลนใส่หลิวชิงหยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้หลิวชิงหยู่ไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย ถ้าพวกเขาสรุปไปแล้ว ต่อให้หลิวชิงหยู่กลับมาอธิบาย แต่มันก็คงไม่ช่วยอะไร เพราะหลิวชิงหยู่เคยได้รับทัณฑ์บนจากการทำร้ายเสวี่ยเหวินหลงแล้ว หากเขาถูกทัณฑ์บนอีก เกรงว่าเส้นทางนักการเมืองของหลิวชิงหยู่คงไปต่อได้ยาก หลังจากได้เห็นผลงานของหลิวชิงหยู่ ฉินรุ่ยเจียก็มั่นใจว่าหลิวชิงหยู่ตั้งใจทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง แม้ว่าอีกฝ่ายจะอายุน้อยกว่าเธอแต่การที่หลิวชิงหยู่มุ่งมั่นตั้งใจขนาดนี้ ทำให้เธอชื่นชมและนับถือหลิวชิงหยู่
ในตอนนี้เสวี่ยเหวินหลง ผู้ว่าการเทศมณฑลยังพูดอีกว่า “สหายหนิวเจี้ยนกั๋วพูดถูก ไม่ว่าหลิวชิงหยู่จะทำอะไร เขาต้องอย่าลืมว่าเขาเป็นนายกของตำบลกวนซานแล้ว เขาต้องมุ่งมั่นพัฒนาเศรษฐกิจ ถึงแม้เขาจะมีโครงการที่ภูเขาชุ่ยผิง แต่เขาก็ต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ของเขา เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเราจะต้องลงโทษของเขา เพราะถ้านายกทุกตำบลเป็นแบบเขาหมด มันจะทำให้เศรษฐกิจ และการงานเป็นไปอย่างล่าช้า และแน่นอนว่าถ้าเศรษฐกิจของตำบลไม่เกิดการพัฒนาผมคิดว่ามันน่าจะ...”
เสวี่ยเหวินหลง ยังพูดไม่ทันจบทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นที่หน้าประตู “ สหายเสวี่ยเหวินหลง คุณอย่าพึ่งรีบด่วนสรุปสิ เมื่อพูดถึงนายกที่ต้องดูแลประชากรสามหมื่นชีวิต ทัศนคติและการทำงานของหลิวชิงหยู่ ทุกคนก็เห็นผลงานของเขาแล้ว ชื่อเสียงของเขาในหมู่ผู้คนเองก็นับว่ายอดเยี่ยมมาก การที่คุณรีบด่วนสรุปมันอาจทำให้คนตำบลกวนซานไม่พอใจ หรือคุณลืมภาพที่ประชาชนรายล้อมศูนย์ราชการตำบลกวนซานก่อนหน้านี้ไปแล้ว สหายเสวี่ยเหวินหลงผมว่าคุณคงยังไม่ลืมใช่ไหม หลิวชิงหยู่ซึ่งเป็นนายกและรับผิดชอบเรื่องนี้ ในเมื่อเขาไม่อยู่คุณก็ควรโทรหาเขาและขอคำอธิบายจากเขาก่อนสิ ถ้าเขาอธิบายไม่ได้ค่อยจัดการก็ยังไม่สายเกินไป”
เมื่อเสียงดังใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่องๆ เหล่าคณะกรรมการตำบลกวนซานก็แยกทางออกจากประตู ทันใดนั้นเซี่ยเจิ้งเต๋อ ก็พาเฉินฟ่านหยู่และหวังจื่อเฉียงเดินเข้ามา
เมื่อเห็นเซี่ยเจิ้งเต๋อปรากฏตัวขึ้น สีหน้าของเสวี่ยเหวินหลงก็ดูปั้นยาก เขาขมวดคิ้วแน่น เขาไม่คิดว่าแผนที่แยบยลของเขา จะถูกเซี่ยเจิ้งเต๋อมองออกได้รวดเร็วแบบนี้ ถ้าเซี่ยเจิ้งเต๋อมาคนเดียวยังพอว่า เขายังพาหวังจื่อเฉียงมาด้วย มันทำให้แผนการต่างๆ ดำเนินต่อได้ยากขึ้น เขาเป็นคนที่มีประสบการณ์เขารู้ดีว่าเมื่อเซี่ยเจิ้งเต๋อมาแล้ว เรื่องมันคงไม่จบง่ายๆ แน่ “อืมเลขาธิการเซี่ย พูดถูก ถ้าอย่างนั้นขอเชิญหัวหน้าพรรคเซี่ย กับสหายหวังจื่อเฉียงไปห้องประชุมก่อน สหายซือเจิ้นเฉียงโทรหาสหายหลิวชิงหยู่แล้วโทรบอกให้เขามาอธิบายโดยเร็วที่สุด ถ้าเขาคิดจะดำเนินโครงการภูเขาชุ่ยผิง เราจะต้องดูความคืบหน้าด้านเอกสารด้วย ถ้าเขาไม่มีความคืบหน้าอะไรเราจะต้องลงโทษเขาอย่างรุนแรง และไม่ว่าเขาจะแก้ตัวอะไร ด้วยความจริงเรื่องเอกสารที่ค้างจำนวนมากก็ไม่สามารถปฏิเสธมันได้แน่นอน สหายหนิ่วเจี้ยนกั๋วเองก็อยู่ที่นี่เช่นกัน ดังนั้นเราสามารถตรวจสอบและตัดสินความผิดหลิวชิงหยู่ได้ทันทีว่าเขาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อหรือละทิ้งหน้าที่หรือไม่”
หนิ่วเจี้ยนกั๋ว พยักหน้าแล้วพูดอย่างไม่ลังเลว่า “ถูกต้อง”
เสวี่ยเหวินหลงยิ้มแล้วมองไปยังเซี่ยเจิ้งเต๋อแล้วพูดว่า “เลขาธิการเซี่ย คุณคิดอย่างไรกับความเห็นของผม”
ในเวลานี้เซี่ยเจิ้งเต๋อเองก็เห็นเอกสารในสำนักงานของหลิวชิงหยู่เช่นกัน เขามั่นใจว่าหลิวชิงหยู่คงจะแก้ตัวได้ยาก เพราะหลักฐานที่อยู่ตรงหน้ามันหนาแน่นจนมิอาจปฏิเสธได้เลย และจากคำพูดของเสวี่ยเหวินหลง ก็เป็นการปิดพื้นที่การปะทะระหว่างทั้งสองฝ่าย เซี่ยเจิ้งเต๋อรู้ดีว่ากุญแจสำคัญในการทำลายสถานการณ์ตอนนี้คือหลิวชิงหยู่ เขาต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยหลิวชิงหยู่ให้ได้ อย่างไรก็ตามเขาเป็นหัวหน้าพรรคประจำเทศมณฑล เขาไม่ควรถูกเสวี่ยเหวินหลงจัดการด้วยเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าตอบไปว่า “ได้ เอาตามที่ผู้ว่าการเสวี่ยว่าเลย”
หลังจากพูดจบเขาก็เดินไปยังห้องประชุม
ในเวลานี้ซือเจิ้นเฉียงก็หยิบโทรศัพท์แล้วโทรหาหลิวชิงหยู่
หลิวชิงหยู่รับสายแล้วพูดด้วยเสียงที่หอบเล็กน้อยว่า “เลขาธิการซือ โทรมามีอะไรหรอครับ”
ซือเจิ้นเฉียงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นายกหลิว ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน ทำไมไม่อยู่ในสำนักงาน”
หลิวชิงหยู่พูดขึ้นทันที เมื่อซือเจิ้นเฉียงถาม “เลขาธิการซือ ผมบอกคุณไปแล้วว่าผมจะสำรวจภูเขาชุ่ยฉิงหลังเสร็จงานทุกวัน มีอะไรเกี่ยวข้องกับผมหรอครับ”
ซือเจิ้นเฉียงพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “เหล่าผู้นำของเทศมณฑล มาที่กวนซานเพื่อตรวจสอบรีบกลับมาให้เร็วที่สุด เราจะรออยู่ที่ห้องประชุม” ซือเจิ้นเฉียงพูดจบก็วางสาย
หลิวชิงหยู่ขมวดคิ้ว น้ำเสียงของซือเจิ้นเฉียงดูจริงจังมาก
ต่อจากนั้นเมื่อมาถึงสำนักงานหลิวชิงหยู่ก็เก็บจักรยานแล้วเดินเข้าไป การที่ซือเจิ้นเฉียงโทรมาหาเขา ทำให้เขาเกิดคำถามขึ้นหลายข้อ เมื่อเขากำลังเข้าไปในสำนักงานเขาก็เห็นรถของเซี่ยเจิ้งเต๋อกับเสวี่ยเหวินหลง ทำไมคนระดับสูงของเทศมณฑลถึงมาตำบลกวนซาน เมื่อนึกถึงที่ซือเจิ้นเฉียงโทรมา เขามั่นใจเลยว่า จุดประสงค์ของทั้งสองคือเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำเสียงที่อิ่มเอมใจของซือเจิ้นเฉียง มันทำให้เขาสรุปได้ทันทีว่า สิ่งที่รอเขาในห้องประชุมไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ นี่อาจเป็นงานที่เขาต้องลำบากก็เป็นได้
ดังนั้นหลิวชิงหยู่จึงลังเลเล็กน้อย เขาไม่ได้ไปรายงานทันที เขากลับที่สำนักงานก่อน เพราะเขาต้องการจะโพสต์รูปถ่ายของถ้ำเซียน เพื่อวางรากฐานในการหานักลงทุนเข้าสู่โครงการชุ่ยผิงให้ได้มากที่สุด สำหรับตอนนี้ เขาคิดว่าพวกผู้ว่าการไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดเพราะเขามั่นใจว่า เสวี่ยเหวินหลงมาเพื่อสร้างปัญหาให้เขาแน่นอน และเมื่อเขาตอบโต้เซี่ยเจิ้งเต๋อจะคอยประคองเขา ดังนั้นเซี่ยเจิ้งเต๋อ ย่อมสามารถคอยสนับสนุนเขาในการเผชิญหน้ากับเสวี่ยเหวินหลง
แต่เมื่อหลิวชิงหยู่เข้ามาในสำนักงานและเห็นเอกสารกองโต หน้าของเขาก็หมองลง ยิ่งเห็นเอกสารบางส่วนที่มีฝุ่นเกาะหนาเขาก็รู้ได้ทันทีว่า เสวี่ยเหวินหลงมาตรวจสอบรอบนี้ไม่ง่ายอย่างแน่นอน
หลิวชิงหยู่เป็นคนให้ความสำคัญกับรายละเอียดเพราะพ่อของเขามักบอกว่า รายละเอียดคือตัวที่จะบอกความสำเร็จหรือล้มเหลว เห็นได้ชัดว่าฝุ่นบนเอกสารมีบางคนตั้งใจทำขึ้นมา มิฉะนั้นฝุ่นคงไม่น่าจะเกาะหนาขนาดนี้หลังจากที่ขนย้ายเอกสารมาที่สำนักของเขา และเขายังพบรอยนิ้วมือในเอกสารอีกสองสามแผ่น เขามีลางสังหรณ์ว่ามีคนจัดฉากแน่นอน เมื่อนึกถึงสิ่งนี้เขาก็หัวเราะและคัดลอกภาพจากการ์ดหน่วยความจำลงไปที่คอมพิวเตอร์ หลังจากจบเรื่องนี้เขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไป
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ ในเวลานั้นซือเจิ้นเฉียงได้รับสายจาก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เป็นการรายงานว่าหลิวชิงหยู่กลับมาแล้ว และตรงไปยังสำนักงานของเขา เห็นแบบนั้นซือเจิ้นเฉียงก็ยิ้มขึ้นจากนั้นซือเจิ้นเฉียงก็เข้าไปยังห้องประชุมอีกครั้ง และรายงานเหล่าคณะกรรมาธิการประจำเทศมณฑลพร้อมบอกว่า หลิวชิงหยู่กำลังจะมาในอีกไม่ช้า
ชั่วช้ายิ่งนัก นี่เป็นแผนที่น่ารังเกียจ และสิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดคือซือเจิ้นเฉียง เขาตัดสินใจคิดจะฝังหลิวชิงหยู่โดยไม่แม้แต่จะชายตามอง