แยมอ่านข่าวซ้ำไปซ้ำมาแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง‘เนยทำพลาดดันพลาดไปเข้าห้องพี่ใหญ่ โชคดีจริง...คืนนั้นฉันก็เกือบเข้าห้องคุณใหญ่ไปแล้ว ถ้ายายเนยไม่ถีบฉันออกมาซะก่อน’
ประตูห้องสีไม้โอ๊คบานใหญ่ที่เธอแย่งกันเปิดกับเนยในคืนนั้นกลายเป็ห้องของคุณใหญ่ไปซะได้ ‘ทีแรกคิดว่าห้องคุณสองซะทีอุตส่าห์ออกแรงแย่งกันแทบตาย’ เธอยังคิดว่าตัวเองทำผิดครั้งใหญ่คุณพ่อคงจะด่าเธอป่นปี้ที่ปล่อยให้เนยคว้าเอาคุณสองไปได้ ที่ไหนกัน? ฮ่าๆ เธออยากจะหัวเราะออกมาดังๆ
“แยมทำอะไร ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว” เธอวางแท็บเล็ตขนาดแปดนิ้วลงบนโต๊ะทำงานเมื่อชายหนุ่มผลักประตูกระจกเข้ามา
“กำลังอ่านข่าวคุณใหญ่น่ะพี่โอ”
โอภาสยิ้มให้ลูกพี่ลูกน้อง“โชคดีนะ เนยเข้าห้องผิดไปจนได้ คราวนี้โอกาสยังเป็ของเราเธอต้องวางแผนใหม่อีกรอบ”
“คงต้องรองานเลี้ยงรอบหน้าค่ะนี่ไงคะ?”เธอยื่นบัตรเชิญสีทองให้พี่ชาย
“แอมมี่ล่ะเตรียมตัวหรือยัง?”
“ป่านนี้พี่แอมมี่คงไปหาชุดเตรียมไปงานแล้วล่ะค่ะ ั้แ่กลับมาเธอก็พร่ำเพ้อถึงคุณใหญ่แทบจะทุกนาทีอยู่แล้ว”
โอกาสส่ายหน้า“โรคคลั่งคุณใหญ่กำเริบเอาจริงๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้รายนั้นทำตัวเป็เทพบุตรสุดเอื้อมถึงนี่นา สาวๆ เลยเพ้อกันทั่วหน้า”
“คุณใหญ่ขี้เก๊กจะตายหน้าตาก็ไม่ค่อยจะยิ้ม แถมยังเก็บตัวอยู่ที่หลังปราสาทอีก”
แยมนึกถึงปราสาทของักรุปที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อนสร้างบนเนินเขาชานเมือง แถมยังมีลำคลองรอบล้อม เธอเคยไปสองสามครั้งด้านหลังปราสาทมีทางเดินเล็กๆ ซ่อนประตูไม้โอ๊คบานใหญ่ใต้ซุ้มปูนสูงแม่บ้านที่นั่นบอกเธอว่า ‘ห้องคุณใหญ่’ ผู้ซึ่งชอบความเป็ส่วนตัว และไม่ชอบให้ใครมาป้วนเปี้ยนแถวห้องพัก
งานเลี้ยงคืนนั้นเธอโดนฤทธิ์ไวน์ทำพิษ ไม่รู้ใครแอบเพิ่มอะไรลงไป ทำให้เธอรู้สึกมึนเมาผิดปกติเดินโซเซตามหาห้องคุณสองจนไปชนกับเนยที่กำลังมึนเช่นกัน
“เอ๊ะ! เธอจะมาทางเดียวกันกับฉันทำไม?” เนย ยายคุณหนูอันธพาลคนนั้นเริ่มหาเื่เธอก่อน
“ฉันมาหาห้องคุณสอง”เธอยืนยันความตั้งใจ
“ฉันก็มาหาห้องคุณสอง”
เนยยังคงดันทุรังเหมือนเคย‘แน่ล่ะ! พวกตัวร้ายก็แบบนี้ ทำตัวเหมือนในละครหลังข่าวไม่มีผิด’
“นี่ไง? แม่บ้านบอกว่าประตูไม้ใหญ่เป็ห้องคุณสอง” เธอเห็นแล้วรีบชี้ แต่คาดไม่ถึงว่ายายเนยจะถลาเข้าใส่ประตูก่อน เธอไม่ปล่อยให้เนยได้เปิด พยายามผลักเนยออกแต่แรงที่คาดผิดกลับทำให้เธอถลาเข้าไปเกาะประตูแทนที่จะเกาะเนยไว้ทำให้เนยเปิดประตูสองข้างออกอย่างแรงจะเธอเซตามแรงประตูไปปะทะผนัง
ปึง! แล้วประตูก็เด้งปิดดันเอาเนยกระเด้งกระดอนเข้าไปในห้อง ส่วนเธอโดนอัดที่ประตูจนทรุดลงกับพื้น
“ตายแล้วคุณแยม มาๆ เดี๋ยวดิฉันพาไปพักห้องรับแขกนะคะ”เธอได้ยินเสียงเมดประจำปราสาทดังที่ข้างหู แล้วก็มีเสียงเรียกคนจ้าละหวั่นให้มาช่วยอุ้มเธอไปห้องรับรองเธออ้าปากจะบอกเื่เนยที่พุ่งเข้าห้องคุณใหญ่ไปแล้ว แต่ก็หมดสติลงเสียก่อน
“พี่แอมมี่รู้เื่เ้าสาวของคุณใหญ่หรือยังคะ?”
“ก็ยังน่ะสิแยมช่วยบอกแทนพี่ที พี่กลัวแอมมี่โวยวาย”
ใครๆก็รู้ว่า พี่แอมมี่ลูกสาวคนเล็กของลุงของเธอนั้น เป็พวกคุณหนูร้อยเปอร์เซ็นต์เธอโดนเลี้ยงดูแบบสุดโต่งมาั้แ่เด็ก เรียกได้ว่าเดินมาในทุ่งลาเวนเดอร์เลยทีเดียว หากสิ่งใดที่อยากได้ไม่เป็ดังหวังหากไม่ดราม่ากันบ่อน้ำตาแตกก็โวยวายจนบ้านแทบพัง
ส่วนเธอในฐานะลูกสาวคนเดียวนับว่าเป็ทายาทรุ่นเล็กของหยกฟ้ากรุปหลังเรียนจบในวัยเพียงยี่สิบปีก็ก้าวเข้ามาเป็เลขานุการพี่โอภาสช่วยเหลืองานครอบครัวคุณลุงอย่างเต็มกำลัง รวมทั้งข้อตกลงที่คุณลุงกับคุณพ่อ้าส่งเธอให้เป็สะใภ้คนรองของักรุป
“งานนี้มันไม่โปร่งใสอยู่แล้วไม่แน่หรอกค่ะว่า คุณใหญ่จะเต็มใจแต่งงาน เราจะขัดขวางพี่แอมมี่ทำไมล่ะค่ะ?”
“ก็แค่อย่าออกนอกหน้าให้มันมากนักทำเงียบๆ ก็ได้” โอภาสยิ้มน้อยๆ เขารู้ดีกว่าการจะทำให้แอมมี่เลิกชอบคุณใหญ่ยากกว่าการบอกเธอให้เลิกช้อปปิ้งเสียอีก
“ถ้าแยมทำสำเร็จแล้วพี่แอมมี่กลายเป็สะใภ้ใหญ่แทนเนยก็ยิ่งดีไม่ใช่เหรอคะ?”
โอภาสหย่อนตัวลงบนโซฟา“ก็ขอแค่คุณใหญ่ยินยอมก็แล้วกัน ทำอะไรต้องสังเกตสีหน้าด้วยเพราะคนอย่างคุณใหญ่ไม่เหมาะที่จะทำให้เคืองใจสักนิดพี่กลัวแอมมี่จะโดนเขารังเกียจเอาน่ะสิ”
แยมรู้สึกหมั่นไส้ใบหน้ายโสโอหังของผู้ชายคนนั้นเหลือเกินเธอเห็นเขายืนห่างๆ ในงานเลี้ยงครั้งที่แล้วรูปร่างสูงสง่าที่พิงหลังอยู่กับเสาโรมันริมระเบียง ยืนจิบไวน์เงียบๆ มองดูหนุ่มสาวในงานที่แต่งตัวสวยงามพูดคุยกันเริงร่าแม้จะมีสาวๆ แวะเวียนไปคุยกับเขาอยู่ไม่ขาด เขาก็เพียงรักษามารยาทที่จะยอมคุยบ้างก็ล้วนเป็เพื่อนในวัยเด็กที่มีไม่กี่คน ‘กลัวดอกพิกุลจะร่วงหรือยังไงกัน?’
“คุณใหญ่ก็คุยกับพี่แอมมี่ดีนี่คะ”
“เขาเคยควงกันออกงานครั้งสองครั้งตามมารยาท”
“คุณใหญ่เขาไม่ควงคนอื่นบ้างหรือไง?”
“มีหลายคนแต่ไม่มีใครขึ้นอันดับแฟนได้เลย มีรายหนึ่งที่ดูจะมีความหวัง”
“ใครคะ?”
“เจนนิส”
“อ้อ!” เธอนึกถึงรูปร่างเปรียวโปร่งผมสีทองสยาย ใบหน้าสวยโฉบเฉี่ยวสไตล์ลูกครึ่งของทายาทอินทรีกรุป“รายนั้นอยู่เมืองนอกนี่นา”
“กลับมาแล้วคนนี้ล่ะ เคยขึ้นชื่อว่า เป็คู่ควงที่คุณใหญ่พาไปไหนด้วยบ่อยสุด”
“แต่ก็ยังไม่ใช่แฟน”
“ใช่ไม่รู้ว่า แอบมีเมียเก็บไว้ในปราสาทหรือเปล่า? เมดที่ปราสาทหน้าตาสวย รูปร่างเป๊ะทั้งนั้นน่าสงสัยอยู่นะ”
แยมนึกถึงบรรดาแม่บ้านวัยรุ่นในปราสาทักรุปจริงอย่างพี่ชายเธอพูด สาวๆ เ่าั้หุ่นสวย หน้าสวย ราวกับดาราวัยรุ่นก็รายได้ดีขนาดนั้น จะคัดหน้าตาได้ก็ไม่แปลก แถมถ้าหากทำให้หนึ่งในสี่ทายาทรับเป็ภรรยาได้ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่ต้องคิดทำมาหากินให้ลำบาก
“มันก็เป็ไปได้ว่าถ้าไม่มีเมียเก็บ ก็อาจจะมีความรักที่เปิดเผยไม่ได้” แยมทำหน้าครุ่นคิด “จะว่าไปคุณใหญ่ก็จวนจะสามสิบแล้วไม่ใช่เหรอคะ?”
โอภาสพยักหน้าขนาดเขาเพิ่งจะยี่สิบห้าปีนี้แม้จะมีสาวสวยมาให้ชมให้ชิมมากหน้าหลายตาแต่ก็ยังไม่มีใครที่ทำให้ติดใจถึงขนาดอยากจะตีตราจองสักคน
“หรือไม่ก็เป็แบบพี่ไงมีมาเยอะ แต่ไม่มีคนไหนที่ติดใจสักคน ไม่แน่นะ อาจจะเป็เนยก็ได้”แม้จะไม่สนิทกันนักแต่ครอบครัวของเขากับครอบครัวของเหล่าจตุรมิตรก็ถือว่าคุ้นหน้าคุ้นตากันโอภาสรู้ว่า เนยกับแยมเป็คู่เขม่นกันั้แ่เรียนชั้นประถม“ตอนนี้คู่แข่งเธอก็ตกกระป๋องไปล่ะ เธอต้องจัดการคุณสองให้เรียบร้อยนะ”ภารกิจที่ต้องประชันกันในตอนนี้ของสองสาวคือ การแย่งชิงคุณสองซึ่งเนยก็ทำพลาดไปเรียบร้อย คราวนี้น้องสาวเขาต้องเป็ผู้ชนะอย่างไม่ต้องสงสัย
“แน่นอนพี่โอน้องต้องทำให้คุณสองตกอยู่ในกำมือเรา” แยมหัวเราะร่า นับได้ว่าโชคชะตาเข้าข้างเธอจริงๆ
“คืนนี้เธอจะไปดักคุณสองอีกหรือเปล่า?”
“ไปสิคะ”
“ที่เดิม”
“ใช่ค่ะ ร้านคุณอิน”
ชายหนุ่มกำลังจ้องมองจอคอมพิวเตอร์สามสี่จอที่แสดงกราฟสีดำสีเขียว สีแดงที่กระพริบวาบๆ ทุกระยะ ‘สถานการณ์กำลังดีขึ้น’หลังจาก่วิกฤตที่ผ่านมาเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ทำให้หุ้นทุกบริษัทดิ่งลงเขาต้องวางนโยบายอย่างเร่งด่วนเพื่อรักษาภาพรวมขององค์กร วิธีการทำงานของเขา คือการสั่งการจากฐานทัพหลังปราสาทไปยังเหล่าผู้บริหารทุกคน เขาไม่ชอบการออกหน้าหากแต่การวางแผน คือ สิ่งที่เขาหลงใหล
“คุณใหญ่ค่ะคู่หมั้นมาขอพบค่ะ” เสียงเรียกจากอินเตอร์คอม ทำเอาเขาผวาออกจากภวังค์ ‘คู่หมั้น’ เขานึกถึงยายเด็กง้องแง้งที่พยายามจะปีนขึ้นเตียงผู้ชายในปราสาทนี้‘มาแล้วสิ แผนต่อไป ไวซะจริง’
“ไปรับมารอที่ห้องรับแขกของฉัน”
“ค่ะ”
เดินออกจากฐานทัพปิดประตูห้องพลางหันไปมองดูว่า ประตูถูกงับเรียบร้อยห้องนี้ต้องเข้าด้วยรหัสส่วนตัวและลายนิ้วมือของเขาเท่านั้น
ครั้งที่สองที่เธอได้ก้าวเข้ามาถึงด้านหลังปราสาทสถานที่พำนักของ ‘พี่ใหญ่’ นั่นเป็วิธีเรียกที่เธอชินสมองเธอฉายภาพวัยเด็กที่เธอเคยเป็ลูกกระจ๊อกของเขา แม้คนอื่นจะเรียก ‘คุณใหญ่’ คงมีแต่สามพี่น้องกับเธอเท่านั้นที่เรียกพี่ใหญ่ได้ โดยที่หน้าเขาไม่เปลี่ยนสี พอโตขึ้นมาเธอแทบจะไม่เคยคุยกับเขาเลยด้วยซ้ำ นอกจากทักทายและสวัสดี
ตอนนี้สมองเธอ คือ เนย ผู้มาจากโลกแห่งความเป็จริงที่ต้องพยายามแกะรอยถอดรหัสการค้นหาวิธีออกจากนิยายเื่นี้ไปให้ได้ ตอนจบแยมวางแผนให้พระเอกเป็ผู้มีอำนาจสูงสุดในักรุปและแต่งงานกับนางเอก ในเมื่อคุณใหญ่จะแต่งงานกับเธอแล้ว ย่อมไม่ใช่พระเอกอีกต่อไปเธอต้องค้นหาผู้ที่จะสามารถก้าวขึ้นมาครองอำนาจในบริษัทขนาดใหญ่แห่งนี้แทนคุณใหญ่และต้องแต่งงานกับเนย เธอถึงจะกลับบ้านได้
“วางแผนอะไรอยู่ล่ะ?”
หญิงสาวสะดุ้งเขามายืนค้ำอยู่บนศีรษะเธอ ชะโงกหน้าเข้ามาเหมือนตอนที่เธออยู่ในอ่างน้ำไม่มีผิด“ว้าย!”
“ตื่นเต้นอะไรนักหนา”เขาดุเสียงเรียบ ใบหน้าหล่อเหลาไม่ปรากฏอาการล้อเล่น ทำให้เธอใจหวิวๆ ที่จู่ๆบุกเข้ามาถึงถิ่นเขาแบบนี้
“เนยจะมาถามเื่งานแต่งว่าพี่ใหญ่จะให้เนยเตรียมตัวยังไงบ้าง?” แม้จะขึ้นต้นด้วยประโยคนั้นแต่ในสมองเธอกำลังคิดหาวิธีที่จะตื้ออยู่ที่นี่ และหาวิธีเจออีกสามหนุ่ม ‘จะสืบเื่คนที่นี่ ต้องเริ่มจากใครดี’
“จะอยู่เฉยๆ ที่บ้านหรือจะมาอยู่เฝ้าฉันที่นี่ก็ได้”เขาใช้สายตากวาดไปทั่วร่างของเธอ ทำเอาหนาวๆ ร้อนๆ ‘ดูท่าจะเริ่มจากพี่ใหญ่คงจะไม่ได้ ตานี่ดูร้ายใช่เล่น’
**************************